LABANOON Delivery

ลาบานูน เผยที่มาทุกบทเพลง ในอัลบั้ม “เดลิเวอรี่” ส่งสุขตรงถึงห้อง

ด้วยสถานการณ์โควิด – 19 ที่ลากยาวข้ามปี บรรยากาศรายรอบที่เต็มไปด้วยความตึงเคลียดและต้องปรับตัวกันครั้งใหญ่ในสังคม การมาของอัลบั้ม เดลิเวอรี่ ที่ตั้งใจส่งความสุข มอบกำลังใจ บอกผ่านบทเพลงทั้ง 10 กับประสบการณ์บนถนนสายดนตรีมากกว่า 20 ปี จากวงประกวด ฮอตเวฟมิวสิกอวอร์ดส์ ในวันนั้น นำส่งบทเพลงแห่งยุคสมัยที่ทำกันในช่วงสภาวะการระบาดของโควิด – 19 เพราะทุกบทเพลงมีเรื่องราว ลาบานูนมาเผยหมดเปลือก เชิญรับรู้เรื่องราวนี้ไปร่วมกันครับ

เดลิเวอรี่

beartai : ทำไมหายไปนานมาก ถ้านับจากอัลบั้มที่แล้ว (6 ปีครับ) ระหว่างเส้นทาง 6 ปีนี้ คือ ?

เมธี : ที่ผ่านมาพวกเราก็ยังมีทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ตลอด คือพอทำอัลบั้มเสร็จเราก็จะทยอยปล่อยเพลงออกมาให้ฟังกัน ในปีนึง 3 เดือนเราก็ปล่อยเพลงนึง อีก 3 เดือนเราก็ปล่อยอีกเพลงนึง ทำการปล่อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็คือเป็นการให้เพลงที่อยู่ใน Stock ในอัลบั้มได้ทำงานทุกเพลงครับ เราก็เลยไม่ได้เตรียมทำอัลบั้มใหม่ เพราะพอปล่อยเสร็จแล้วเราก็ไปทัวร์คอนเสิร์ต ช่วงทัวร์คอนเสิร์ตก็นั่นแหละครับสนุกกับทัวร์คอนเสิร์ตก็เลยไม่ได้มีเพลงใหม่ไม่ได้มีอัลบั้มใหม่ 

beartai : แต่มีเพลงใหม่ไหม ? 

เมธี : ก็ในอัลบั้มเก่านั่นแหละครับ  

อนันต์/สมเมย์ : ทยอย ๆ โปรโมตไปเรื่อยๆ กินเวลาไปปี 2 ปี 3 ปี 4 ปี ไล่ไปเรื่อย ๆ มารู้ตัวอีกทีก็กินเวลาไป 5-6 ปี

beartai : ก็ปล่อยมาเรื่อย ๆ อย่างนี้หรอ ?  

สมเมย์  : เวลาทำอัลบั้มก็เหมือนค่อย ๆ แยบ ค่อย ๆ ปล่อยครับ

beartai : แล้วเราเรียงไว้เสร็จเลยหรือเปล่า อย่างในสมัยนี้เขาคือจะเรียงแล้วเล่าเรื่องราว เป็นเพลง ๆ มา จนกระทั่งจบเพลงสุดท้าย ของเราวิธีนั้นหรือเปล่า หรือว่า ? 

สมเมย์ : ใช่ ๆ (วิธีเดียวกัน) เพราะว่าก่อนวางอัลบั้มเราก็วางวิธีแนวคิดว่า เพลงเร็วตามด้วยเพลงช้า  

เมธี : เพลงนี้ต่อ เพลงนี้ต่อ เพลงนี้ต่อ มันก็ไปเรื่อย ๆ…กับการทำอัลบั้มของลาบานูนนั้นนาน แต่ลาบานูนก็ยังอยู่ (คนยังเห็นเราอยู่) ใช่ครับ คนยังเห็นเราอยู่จากเพลงที่ทยอยปล่อยถึงแม้จะไม่ได้มีอัลบั้มใหม่   

beartai : แล้วอัลบั้มนี้คือเริ่มทำกันตอนไหน อันนี้คือทำไว้หมดแล้วทุกเพลงแล้วใช่ไหมครับ ? 

รวม : ใช่แล้วครับ 

อนันต์ :  ช่วงโควิดเป็นช่วงทำงานเลย ต้องเวลาที่ไม่มีงาน ถึงจะได้ทำงานในอัลบั้มใหม่ (จริง ๆ ก็คือหมดโชว์นั่นเอง) ถึงจะได้ทำงาน 

เมธี : นานจริงครับ อัลบั้มเก่าเราอยู่จนหมดสัญญามาแล้วฉบับหนึ่ง แล้วก็ต่อจนเกิดอัลบั้มนี้ขึ้น ก็จะอยู่อีก 5 ปี ส่วนทีมงานแมงโก้ตอนนั้นอายุก็ 32 33 จนตอนนี้ 40 แสดงว่า พวกคุณจะมาทำอัลบั้มนึง ถ้ามีอีกอัลบั้ม ก็ 50 แล้วใช่ไหม ถึงกับถือไม้เท้ามาทำงาน พี่ที่แมงโก้บอก โห อัลบั้มหนึ่ง 6 ปี 7 ปี แต่ละคนคืออยู่ด้วยกันมานานมาก 

beartai : อยากเห็นภาพรวมว่าสิ่งที่ต้องการจะสื่อสาร แม้เรื่องราวจะถูกบอกแทนด้วยความรักก็ตาม แต่ว่าสิ่งที่สอดแทรกอยู่ในนั้นมันคืออะไรเราอยากรู้ เล่าถึงอะไร เล่าแต่ละเพลงก็ได้ 

เมธี : เดลิเวอรี่เป็นบทเพลงที่ใกล้ตัวมากเลย จริง ๆ เพลงเดลิเวอรี่นี้เราคิดใหญ่กว่านั้น จริง ๆ มีแรป ผมเอา การต่อสู้เรื่องราวจริงๆนะ  แต่ทีนี้ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทุกคนเครียดมาก 

beartai : อ๋อ คุณกะจะเล่าถึงวิกฤติของโควิดถูกไหม ? 

เมธี : ใช่แต่ทีนี้คนก็พูดเรื่องนี้เยอะมาก ให้กำลังใจนะสู้ ๆ นะ ตอนสเปรดเดอร์อะไรแบบเนี่ย เราไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้แล้วมั้ง (ให้กำลังใจกันเยอะแล้ว) ถ้าเป็นผมจะพูดช่วงโควิดหนักแบบพูดว่าจิ๊บ ๆ น้า คือในเอ็มวีจะเห็นคือเป็นเรื่องที่คุยสบาย ๆ เดี๋ยวมันก็ไม่ได้อยู่กับเรา มันจะอยู่อีกนานแค่ไหนได้ (สู้ไปกับมันดีกว่า) เหนื่อยแค่ไหนพร้อมจะทำให้เธอเสมอ รู้สึกแบบอยากให้ยิ้ม จริง ๆ มันจะมีท่อนแรป ท่อนนั้นจะเป็น ท่อนที่แบบเอาคนมาร้องด้วย ทีนี้มันเป็นบวกก็คงจะเล่าไม่ได้ (ก็เลยแรปกันเอง)  

สมเมย์ : คนอื่นอาจจะเรียกว่าแร็ปนะ แต่ของผมเรียกว่าร้องรัว ๆ (หัวเราะ)

เมธี : จริง ๆ ร้องเป็นแรป ชาบูสุกี้พิซซ่า……….. ว่ามาเลยจ้ะ ทีนี้พอเราไปศึกษาคำว่าแรปจริง ๆ มันเป็นศาสตร์อันหนึ่ง ก็เลยไม่กล้าแตะ ไม่กล้าจะเรียกว่าแรป แรปมันแบบต้องสดเลย มันไม่ใช่กระบวนการคิด แต่วิธีการของเราเป็นทำเพลงแบบคิดมาก่อน คิดเมโลดี้คิดคอนเซปต์คิดเรื่อง แต่แร็ปนี่มันแบบมาสด ๆ ตรงนั้นเลย ถ้าคนที่ไม่ได้ร้องแรปจริง ๆ มาเขียนเนื้อแรป ก็ให้คนแรปสดไปเลย ให้เขาอิมโพรไวซ์ด้วยตัวเอง เราเลยเข้าใจว่า โอ้ว นี่มันเป็นศาสตร์อันหนึ่ง คนแรปมันต้องเก่งมาก เราก็เลยไม่แรป ก็เลยเป็นร้องรัว ๆ แล้วกันเนอะ (หัวเราะ) นี่ก็เป็นซิงเกิลเดลิเวอรี่ ที่ปล่อยเป็นเพลงแรกเลย แล้วก็เลยตั้งเป็นชื่ออัลบั้มเดลิเวอรี่ด้วยเลย 

beartai : ก็คือเปิดด้วยคอนเซ็ปต์ของทั้งอัลบั้มเลย

เมธี : ใช่ครับเป็นบวกรอยยิ้ม บวกต่อสู้ บวกกับความลำบาก บวกกับความท้าทาย ท่ามกลางวิกฤตโควิด สุดท้ายท้ายสุดแล้วจะอะไรก็แล้วแต่ ก็จะส่งความสุขให้ นี่คืออัลบั้ม เดลิเวอรี่ ส่งความสุข  

อนันต์ : ส่งไปถึงห้องเลย เอาเพลงไปเปิดในห้อง 

ดอกฟ้า

beartai : ดอกฟ้าล่ะ ? 

เมธี : ดอกฟ้าก็เป็นเพลงที่ จริง ๆ ไม่ได้ช้าเบอร์หนึ่ง แต่งมาทีหลัง ตอนแต่งเมโลดี้ตอนนั้นคืออยากให้เป็นเพลงที่แบบยุค 90s ง่าย ๆ  ก็ให้ทีมแมงโก้ ให้พี่ก้อง พี่เหนือ พี่โป พี่อ๊อฟ ฟัง ใคร ๆ ก็เชียร์ว่าดอกฟ้าควรจะเป็นเพลงช้า เบอร์หนึ่งก่อน เปิดให้ทุกคนได้ยินก่อนเป็นเพลงแรก (แสดงว่าเพลงไม่ได้ถูกทำเป็นเพลงแรกก่อน) แต่ด้วยความที่แบบเราอยากเน้นอารมณ์สนุกๆ ก่อน อยากส่งมอบรอยยิ้มก่อนในสถานการณ์แบบนี้ เพลงนี้เราตั้งใจอยากจะช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวของภูเก็ตด้วย คือพอเราไปภูเก็ตเนี่ย ภูเก็ตเงียบมาก การท่องเที่ยวเงียบมาก ก็เลยคิดทำเอ็มวี.เกี่ยวกับภูเก็ต วิธีนี้น่าจะพอจะช่วยการท่องเที่ยวของภูเก็ตได้ (ก็เลยยกกองไปที่นู่นเลย) ใช่ครับ อยากให้เห็นว่าภูเก็ตสวยงามน่าท่องเที่ยว เราอยากจะช่วย ถ้าเราช่วยได้ 

Beartai : อันนี้เรื่องเอ็มวี ส่วนในเรื่องเนื้อหา ? 

เมธี : เนื้อหาก็เป็นเรื่องรักคนรักคนหนึ่ง ที่อยู่กับเราสั้น ๆ คนที่ไม่สามารถอยู่กับเราได้ ก็เหมือนกับดอกฟ้าที่โน้มลงมาแค่ชั่วคราว

อนันต์ : สุดท้ายเขาก็ต้องกลับขึ้นไปอยู่บนฟ้าของเขาเหมือนเดิม 

เมธี : ดอกฟ้าก็ไม่สามารถจะอยู่กับโคลนตม แต่ตกลงมาแค่ชั่วคราว เขาไม่ควรอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะสม

คนอบอุ่น Feat.โอ๊ต ปราโมทย์

beartai : เพลงต่อไป 

เมธี : เพลงต่อไปชื่อว่า คนอบอุ่น เป็นเพลงที่ แบบง่าย ๆ แบบยุค 90s ที่เล่นกีตาร์โปร่งตัวเดียวก็ได้ ซึ่งเราจะมีเพลงแบบนี้ตลอด เป็นเพลงแบบระยะทางเล่นแบบสบาย ๆ ก็เป็นพูดถึงเรื่อง ผู้ชายคนหนึ่ง (ให้นึกถึงอนันต์ไว้เลย หัวเราะ) บางครั้งก็จีบ แต่เขามองเราเป็นแค่พี่ชายอะไรแบบเนี้ยครับ แต่เวลาพอเหงาก็มาหา (พี่อนันต์ มาปรึกษา)  

อนันต์ : เศร้า แฟนทิ้ง ทำยังไงดี เราก็หวังอยู่แต่เค้าไม่เคยมองเห็น เขามองเราแค่พี่ชายอะไรแบบเนี่ย  

เมธี : อบอุ่นไปวัน ๆ สุดท้ายที่ทำลงไปก็ไม่ได้คะแนน อบอุ่นนักแล้วเป็นยังไง….  

อนันต์/เมธี : พูดเพราะ ๆ แล้วได้อะไร สุดท้ายเธอก็ไม่มองฉันเป็นแฟนหรอก  

อนันต์ : ก็คือขอความเห็นใจแหละ ว่าเราแอบชอบอยู่นะ แอบรักอยู่นะ มองเราบ้างเถอะ  

เมธี : ตัวอย่างหลายคนก็มีนะ แบบแอบรักเขา แต่สุดท้าย เรามีดีทุกอย่างแต่ผู้หญิงเขาก็ไปชอบคนรวย คนดี ๆ ผู้หญิงไม่ค่อยชอบ ดีเกินไปอะไรเงี้ยไม่ชอบหรอก อาจต้องมีร้ายๆบ้างนิดหน่อย เราทำดีแต่ผู้้หญิงไม่ค่อยชอบ 

ไม่ได้จีบเป็นน้อง แต่ไม่รู้ทำไมเธอมองว่าเป็นพี่ชาย เป็นความรักที่ไม่ลงเอย เป็นหวานใจ ทำยังไงกันดี คอยให้คำปรึกษา แก้ปัญหาให้ทุก ๆ อย่างเวลาเธอร้อนใจ มอบรอยยิ้มในวันที่เหงา เธอ ไม่เหลือใคร ทุ่มเทฟรี ๆ  ( เพลงนี้ดังแน่ ๆ)  

เป็นแต่คนน่ารักที่ดีเกินไป คนที่ต้องมีไว้ แต่เธอไม่มีใจ ฉันทำได้แค่นี้ อบอุ่นนะ แล้วเป็นยังไง พูดเพราะแล้วได้อะไร เมื่อสุดท้ายที่ทำลงไป ไม่มีคะแนน (เออ เพลงนี้ต้องโดน ๆ) 

เมธี : เค้าแค่เห็นเป็นคนใจดี อยู่ใกล้ชิดแล้วอารมณ์ดี สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นแฟน คืออยากเป็นเพลงบวก ๆ ใช้ฟีลลิ่งจริง ๆ แบบชอบแทบตาย แบบเวลาเธอลำบาก อยากซื้ออะไร เราก็ซื้อให้ แต่มองแค่พี่ชาย โถ่เอ้ย (ชีวิตใคร) (ทุกคน ๆ) อยากได้ชุดสวย ๆ อ่ะ เราก็ซื้อให้ สุดท้ายพี่ชายซื้อให้ โถ่…(ก็คือเอาชีวิตจริงมาแต่งนั่นเอง) ก็เพลงส่วนใหญ่ จะเป็นชีวิตจริงอยู่นะครับ อยู่ที่ว่าจะเป็นของใคร ชีวิตใคร  

ยอดมนุษย์

beartai : แต่ว่าของลาบานูน มันมีความละมุนอยู่แล้วอ่ะ ความคล้องจอง มันเข้ากับรูปแบบที่ใช้กันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เพลงต่อไป 

เมธี : เพลงต่อไปเป็นเพลงที่ ภูมิใจนำเสนอมากเลยชื่อเพลงว่า ยอดมนุษย์ ทุกคนมีความสามารถในตัวเอง ยอดมนุษย์คือมนุษย์ที่เป็นฮีโร ฮีโรไม่ได้อยู่ที่ใคร อยู่ที่ตัวเราเองทุกคน 

ตื่นแต่เช้าก็ต้องออกมา ก็เหมือนดั่งนกกาบินออกจากรัง หิวหาเลือกมาประทัง วันนี้ยังมีทางก็เดินต่อไป บางวันก็มีไม่พอ แต่คิดว่ายังมีก็ดีแค่ไหน พอเย็นลงก็คืนกลับรัง แค่ล้มตัวลงนอนรอวันถัดไป ยืนกลางแดด วันต่อวันต้องกินต้องใช้ก็แค่มนุษย์ ( เพลงนี้ค่อนข้างซีเรียสหน่อย) เป็นแรงงานต้องอดทนสู้ถนนความจนกันต่อไป ถึงเราจะเหนื่อยแต่เราไม่จนใจ เหนื่อยเพียงใดช่างมัน เหนื่อยเพียงใดเรามันไม่ตาย ก็แค่มนุษย์และจงอดทน สู้บนถนนนความจนกันต่อไป…. 

beartai : เพลงนี้ได้มายังไง มันจะทำหน้าที่อย่างไร ? 

เมธี : เพลงนี้จะเป็นแรงบันดาลใจ  ให้สู้ต่อไป ทุกคนออกมาตอนเช้า ๆ ขับรถมาทำงานแล้วเย็นก็กลับมา ล้มตัวลงนอน พรุ่งนี้ก็ไปทำงาน ช่วงโควิด รถก็ยังต้องผ่อน บ้านก็ยังต้องผ่อน อันนั้นคือคนระดับกลาง ถ้าเป็นแรงงาน วันละ 300 ถ้าไม่ทำก็อดกิน บางทีก็ไม่ถึง 300 บาท บางคนเช็ดกระจกก็เสี่ยงกับชีวิต บางคนใช้แรงงาน บางคนเป็นช่างเชื่อมเหล็ก สังคมนั้นเป็นแบบนี้ มีจนก็คนกับคน สังคมมันตีราคาไว้อยู่ ทำใจในความไม่มีเเต่แขนขาเรายังมี (ใครจะดูแคลนมองเมินเรื่องเงินทอง แต่เราไม่เบียดเบียนใครแล้วกัน) สุดท้ายก็คือ เราคือมนุษย์ (ตัวเรานี่แหละที่เป็น ไม่ได้มีกัปตันเมกงเมกา สู้ด้วยตัวเราเนี่ยแหละ) มนุษย์สร้างได้ทุกอย่าง ทำงานสามารถเลี้ยงปากท้อง อย่างคนขับรถตู้ผม สามารถส่งลูกเรียนจบปริญญาสูง ๆ ได้อ่ะ อาชีพคือคนขับรถตู้ บางคนใช้แรงงานขายข้าวแกงแต่ลูกจบจุฬาฯ ก็มี ขายก๋วยเตี๋ยว ลูกติดจุฬาฯ อีกคนหนึ่งคือแบบแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเอง  

อนันต์ : คุณมีฮีโรตัวจริงล่ะไม่ใช่กัปตันอเมริกานะ กัปตันอเมริกาแบบมีพลังวิเศษ 

beartai : สมมติว่าเพลงนี้นะแบบว่าโควิดกลับมาอีกทีเพลงนี้น่าจะแบบ แต่จังหวะมันต้องได้จริง ๆ 

เมธี : คือเป็นเพลงที่นึกว่าจะเปิดเป็นเบอร์แรกด้วยซ้ำไป ที่นี่มันจริงจังเกินก็เลยแบบเอาเบา ๆ ก่อนแล้วกัน ยิ่งสถานการณ์โควิดด้วยแล้วกลัวเปิดแล้วคนจะเครียด  

beartai : เป็นเพลงที่ดีเลยนะเป็นเพลงให้กำลังใจ  

เมธี : แบบตื่นเช้าออกมา ก็เหมือนคุณอ่ะ ใช่มะ ตื่นแต่เช้าก็เหมือนดั่งนกกา ที่บินออกจากรัง อยู่ห่าง ๆ เพื่อมาประทัง วันนี้ยังมีทางก็เดินต่อไป บางวันก็มีไม่พอ แต่คิดว่ายังมีก็ดีแค่ไหน อะไรเงี้ย พอเย็นลงก็ต้องบินกลับรัง ล้มตัวลงนอนพรุ่งนี้เช้าตื่นมาใหม่ ( จริง ๆ) นั่นแหละคือยอดมนุษย์ คุณคือยอดมนุษย์  

อนันต์ : แต่เราก็ไม่เบียดเบียนใครนะ เราสู้ด้วยตัวของเรา 

รักคนผิด

beartai : เพลงต่อไป ? 

เมธี : เพลงต่อไปเป็นเพลงรักแบบลาบานูนเลย ชื่อเพลงว่า รักคนผิด  (ก็ผิดหวังเลยสิทีนี้) ใช่ครับ อยู่ด้วยกันสร้างมาด้วยกัน และอยู่มาวันหนึ่งเขาก็ทำกับเราแบบนี้ 

เจ็บที่รักคนผิด ไม่อาจจะโทษใคร ไม่อาจจะยื้อตัวเธอไว้ รักคนไม่มีใจทำดีให้ถึงตาย คำตอบสุดท้ายคือความช้ำ ทุ่มเทรักแท้กลับโดนเธอทิ้ง ทำไมรักจริงต้องโดนหักหลัง ได้เรียนรู้ความผิดหวัง สุดท้ายก็เหลือความว่างเปล่า  เนี่ยครับ 

เมธี : มันเป็นเรื่องราวที่เจ็บปวดเสียใจ แต่เล่าในมุมของความรัก อยู่ทำทุกอย่าง เรารักเขา ไม่น่าจะทำกับเราแบบนี้  

โดนของ

เมธี : เพลงต่อไปชื่อว่าเพลง โดนของ แบบหลงรักเหมือนคนโดนของอ่ะ ใครพูดอะไรก็ไม่เชื่อ 

เมธี : มันเป็นความรู้สึกที่แบบ มันเหมือนอาการของคนที่แบบ เหมือนอยู่ในภวังค์ คือแบบ เออ..เขาหลอกอยู่นะ แต่ก็ยังแบบ เชื่อใจไว้ใจ  

รักไปอย่านี้ก็เจ็บ ยื้อไปอย่างนี้ก็พัง ทำไมใจง่ายอย่างนั้น ทำไมย้อนวนเวียนกลับ  

ไม่ฉลาด รักไปคงไม่ฉลาด เธอคือลมเพลมพัด เธอคือความรักที่มันหลอกลวง (แต่ก็ยังรักอยู่นั่นแหละ)  อะไรแบบนี้ มันคืออาการเหมือนแบบโดนของ  

อนันต์ : เจ็บนะแต่ก็ทนอยู่ 

beartai : เหมือนกับรู้ว่าเขาหลอกแต่ก็เต็มใจให้เขาหลอก ?  

อนันต์ : น้องคนดีที่คิดว่าแสนจริงใจแล้วเป็นไง สมแล้วที่พี่โดนลวง รักหมดตักทั้งรักทั้งหวง แต่ใจไม่หลาบ ไม่เคยหลาบ ไม่เคยจำ 

beartai : ใช้คำประชดประชัน  

เมธี : อดีตแล้วก็อย่าไปเปรียบ น้องคนดีที่คิดว่าแสนจริงใจแล้วเป็นไง ก็นึกว่าจะเห็นใจกัน น้องคนงามที่พี่คิดเพ้อคิดฝัน หัวใจเอย รักไปอย่างนี้ก็เจ็บ ยื้อไปอย่างนี้ก็พัง ทำไมใจง่ายอย่างนั้น ทำไมย้อนวนเวียนกลับไป…… อันนี้คือจะโชว์ดนตรีในเพลง มันจะเป็นเพลงที่ แบบลาบานูนยังไม่เคยทำ (ประมาณไหน ๆ) มีเครื่องเป่า 

เมธี : ปกติจะเน้น 3 ชิ้น อันนี้คือใส่เครื่องเป่า (อันนี้คือใส่เต็มหมดเลยนะ) แน่น ๆ มีเฉพาะเพลงนี้ที่มีเครื่องเป่า ท่อนโซโลมีแซกโซโฟนมาหน่อย มีน้อง ๆ จากมหิดลมาเป่าให้ครับ  

beartai : คือเป็นเพลงเศร้าที่ไม่เศร้า  

เมธี : ไม่เศร้า เป็นเพลงเศร้าแต่อารมณ์สนุก (เจ็บอยู่ลึก ๆ ภายใน) แล้วก็เพลงนี้ คือปกติเนี่ยเราอยากมีเพลงที่แบบ 4 คอร์ด 4 คอร์ดทั้งเพลงเลย เล่น 4 คอร์ดแต่จัดเรียงให้มีมิติ ท่อนฮุกก็อีกคอร์ด ก็เป็นดีไซน์เพลง เพลงนี้ก็เป็นเพลงที่ภูมิใจนำเสนอกันครับ 

beartai : คือปล่อยของในแง่เครื่องดนตรีด้วย  

อนันต์ : ดนตรีด้วยแล้วก็ใหม่ วงลาบานูนไม่ค่อยมีเพลงแบบนี้สักที ( ผมก็ไม่ค่อยได้ตบเบส) ปกติมีฮะ เดินคอร์ด  

ผิดไหม

beartai : ต่อเนื่องเพลงต่อไปเลย 

เมธี : เพลงต่อไปชื่อว่า ผิดไหม ครับ ก็พูดถึงเรื่องคน ๆ นึง จะผิดมั้ยที่เรายังไม่ลืม ที่รักเค้าอยู่…… 

ผิดไหมที่ยังไม่เปลี่ยนไป ผิดไหมที่ยังสาดแสงลงมา ในยามไร้ดวงตะวันน 

ผิดไหมที่โลกยังไม่หยุดหมุน ผิดไหมที่เปลวเทียนนั้นยังอุ่น ไม่จางรูปกลายเป็นควัน  

ผิดไหมที่ร้อนยังเป็นหนาว ผิดไหมที่่บางคืนยังสว่าง ไปชั่วนิรันดร์  

ผิดไหมถ้าใจดวงนี้มันยังมีแค่เธอ ผิดมั้ยถ้าฉันยังเพ้อถึงเธอเรื่องวันวาน  

ปล่อยให้ภาพในอดีต หลอกใจให้ทรมาน 

ผิดไหมถ้าฉันแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลือ เพื่อจะรักเธอ….. 

beartai : คือมันก็ไม่ผิดหรอก เหมือนคุณพยายามจะพูดถึงเรื่องปกติที่เกิดขึ้น เราะฉะนั้นที่ฉันรู้สึกต่อเธอก็คือของฉันนั่นแหละ  

เมธี : ผิดไหมที่ฉันยังไม่ลืมเธอ (ก็มีเล่นคำ เปรียบเปรย) มันจะผิดไหมที่ ดวงอาทิตย์ยังขึ้นทิศตะวันออกและก็ตกในทิศตะวันตก ผิดไหมถ้าเมษา เพียงเป็นหน้าร้อน แล้วฉันผิดมั้ยที่ฉันยังไม่ลืมเธอ  

สมเมย์ : ตรงใจใช่ไหมครับ  ( แต่ก็ตรงอยู่หลายเพลงอยู่นะ)  

เมธี : มันก็มีคนแบบนี้อยู่ครับ ที่ยังมั่นคงในรักอยู่ 

beartai : ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องปกติที่เกิดขึ้น เพื่อไปยังเรื่องที่เราจะเล่าต่อเป็นชั้นเชิง 

อนันต์ : ค่อย ๆ ส่ง ค่อย ๆ ขยี้ครับผม 

กบเลือกนาย

เมธี : เพลงต่อไปเป็นเพลงที่สนุกมาก เรื่องใหญ่มาก แต่ผมเล่าในเรื่องความรัก เพลงในบางเพลงเนี่ย ( ชื่อเพลงว่าอะไร ) กบเลือกนาย ( บางทีเลือกมากไง) กบเลือกนาย บางทีไอ้นี่ก็ไม่ถูก ไอ้นี่ไม่ดี หวังว่าไอ้คนข้างหน้าจะดีก็เลวกว่าเดิมอีก จากคนที่แล้วไม่ง้อจากไป คนใหม่มา ก็ยังแย่กว่าเดิมอีก แต่สุดท้ายแล้วเราเนี่ยแหละที่เลือกมาก ( เป็นที่ตัวเราเอง ) เป็นเรื่องใหญ่ แต่เพลงเนี่ยเป็นเรื่องความรัก ผมมองว่าสุดท้ายสุดไม่ได้อยู่ที่ใครหรอก อยู่ที่ตัวเราเองมากกว่า 

beartai : สิ่งที่ต้องการจะบอกคืออะไรในเพลงนี้ หน้าที่ของมันคืออะไร ? 

เมธี : กำลังจะบอกว่า หนึ่ง ไม่ต้องไปโทษคนอื่น แค่นั้นเอง ( เป็นจังหวะสนุกๆ )….  

beartai : ดูซน ๆ นะ ดนตรีนะ………….

อนันต์ : เสียงกีตาร์ครับ เสียงรูดสาย……….ซนนะเนี่ย ซนนะ 

ฟ้า ช่วยกันหน่อยได้ไหม ก็แค่อยากมีคน ที่น่ารัก ที่ตรงใจ เป็นคนที่อ่อนโยนอย่างใครเขาก็ได้  

ฟ้า ช่วยกันอีกสักครั้ง  ที่เคยเข้ามานั้น ไม่น่ารัก ไม่ตรงใจ คบกันแค่ไม่นาน ไปกันไม่ค่อยได้  กบเลือกนาย ไม่รู้ตัว ว่าฟ้าจะให้สิ่งที่น่ากลัวกับได้คนนี้  

ให้มาทำลาย ชีวิตจนพัง มาทำให้พังป่นปี้อย่างยับเยิน จนไม่มีดี  

นี่คือ……ว่าควรพอใจในสิ่งที่มี เลือกมาจากไหนก็เป็นอย่างงี้ เจ็บช้ำปางตาย  

ฟ้า ไม่เคยกำหนดใคร ให้เจอแต่ดีพร้อม ไม่เคยพบเรื่องเลวร้าย ชั่วดีต่างปะปน ต้องฝึกฝนให้ได้  กบเลือกนาย ไม่รู้ตัว ว่าฟ้าจะให้สิ่งที่น่ากลัวกับได้คนนี้  

ให้มาทำลาย ชีวิตจนพัง มาทำให้พังป่นปี้อย่างยับเยิน จนไม่มีดี   

นี่คือ…….ว่าควรพอใจในสิ่งที่มี เลือกมาจากไหนก็เป็นอย่างงี้  เจ็บช้ำปางตาย… 

beartai : คลี่คลาย บอกด้วย สอนด้วย 

เมธี : จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเราเลือกฝ่ายโน้นเลือกฝ่ายนี้ สุดท้ายคุณเลือกใครก็ไม่ถูกหมดอ่ะ (ไม่ถูกใจกันทั้งหมดแหละเนอะ) กบที่ชอบเลือกนาย สุดท้ายก็เจ็บกันเอง แต่เราเล่าในเรื่องของรัก  

เมธี : ชั่วดีปะปน ต้องฝึกฝนกันได้ กลายเป็นเพลงเพื่อชีวิตเฉยเลย    

ท้าพายุ

อนันต์ : ต่อไปเป็นเพลงอะไร

เมธี : จริง ๆ เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมแต่งเพลงแรกเลย เป็นเพลงที่พวกเราทำ (ของอัลบั้มชุดนี้) เป็นเพลงแรกที่ทำ เคยคิดว่าจะเป็นเพลงเปิดด้วยซ้ำไป ชื่อเพลงว่า ท้าพายุ นี่เป็นเพลงแรกที่พวกเราได้ทำ  

ฝนกำลังจะมา ฟ้าพลันดูสลัว โลกมืดมนไปทั่ว ยากหยั่งรู้ปลายทาง…….. 

อยู่ใต้สายฝนย่อมเปียกปอน อยู่ใต้แสงร้อนย่อมแผดเผา จะสุขหรือเศร้าต้องมีสักคราวแวะเวียนเข้ามา เกิดมาเป็นคนย่อมมีพัง หนึ่งชีวิตนี้ไม่จีรัง อย่ามัวแพ้พ่ายอย่ามัวท้อใจ ให้โชคชะตา โลกใบนี้มีโอกาสไว้รอคนกล้า ทุกครั้งต้องกล้าเปลี่ยน ทุกครั้งต้องกล้าใส่ ล้มลุกคลุกคลานกี่ครั้งแม้มีขวากหนาม จะฝ่ามันไป พายุที่โหมพัดเข้ามากำลังวัดใจ ชีวิตต้องกล้าเดิน เผชิญหนทางไกล ล้มลุกคลุกคลานกี่ครั้งขอเพียงความหวังยังอยู่ในใจ อยู่กันให้ถึงวันสุดท้าย….. 

เมธี : ก็เป็นเพลงให้กำลังใจ เรากะว่าจะเปิดเป็นเพลงแรก ตอนนั้นโควิด ด้วยแล้วมันหลายอย่างด้วย มันรู้สึกแบบ จะจริงจังเกินไปหรือเปล่า (ก็รู้สึกว่าจริงจัง) ฟ้าดิน กำลังวัดใจ วัดใจเราทุกคน โลกใบนี้มีโอกาสไว้รอคนกล้า ต้องกล้าเสี่ยงต้องกล้าใส่ ล้มลุกคลุกคลานต้องวัดใจตัวเองแล้ว ( ดีครับ เนื้อหาดีมาก) และอีกเพลงที่ให้กำลังใจคือ ชนะอยู่ที่ใจ

beartai : เน้นไปทางให้กำลังใจนะ (จริง ๆ จะปลอบใจตัวเอง) ต้องได้เว้ย ต้องไปต่อ 

เจอวันที่มืดมน อาจดูเหมือนไม่มีใครใคร แต่อยากให้เธอรู้ว่าฉันอยู่ข้างกายเธอเสมอ  อย่าได้ท้อ แม้อาจจะเจอเรื่องร้ายร้าย ลองมองมาที่ฉัน ดังเพื่อนที่ยิ้มให้เธอเสมอ 

ใคร ๆ ก็ต้องผ่านเรื่องทีไม่ดี เหมือนความฝันพังทลายลงในวันนี้  

อาจดูไม่มีทางลุกขึ้นสู้ แต่ไม่ใช่เลย ความหวังยังคงมี  

จงสร้างพลัง ศรัทธา แม้พายุแรงกระหน่ำเข้ามา ด้วยหัวใจเธอผู้กล้าแกร่ง ด้วยหัวใจนักสู้ที่เข้มแข็ง ไม่ต้องกลัว จงสู้ด้วยความหวัง หยิบฝันที่หล่นหาย ด้วยใจแข็งที่เกินร้อย จับฝันขึ้นอีกครั้งให้ส่งเดินใจเธอ ชนะไม่ใช่อยู่ที่ใด แต่อยู่ที่ใจ…… 

เมธี : ปล่อยเป็นซีรีส์ต่าง ๆ  ทุกครั้งก็จะได้ฟัง เรื่องเล่าจากอัลบั้มชุดนี้ คือ 2 เพลงแรกผมว่าน่าจะเป็นเพลงยิ้มๆ แต่ลึก ๆ เห้ยมันจริง ๆ นะเนี่ย 

beartai : ใช่แล้วก็มีซีเรียสเลย อันนี้คือจากเหตุการณ์ในช่วงวิกฤตนี้เลยใช่ไหม (ใช่) เพราะ 2 ใน 3 เลยมั้งที่พูดถึงเรื่องใหญ่ ๆ เลย แล้วก็ไปซ่อนในเรื่องราวของความรัก ก็เป็นเพลงที่บอกความเป็น ลาบานูน ของปีที่ผ่านมา รวมไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับวงด้วย  

เมธี : อันนี้แหละครับก็คือเดลิเวอรี่ บางคนอาจจะคิดว่าเดลิเวอรี่ เล็กจัง เบา ๆ ยิ้ม ๆ แต่พอฟังลึก ๆ ข้างในแล้ว มันมีอะไรบางอย่าง ที่ซ่อนอยู่ 

ชนะอยู่ที่ใจ

beartai : มีอะไรอยากจะฝากไหมครับ ทีละท่านเลย  

สมเมย์ : ขอบคุณจากใจ เรื่องผลงานด้วยครับ เพราะที่จริงแล้ว ลาบานูนก็ทำหลายอัลบั้ม จากยุคแรก ๆ ที่ประกวดดนตรี จนยุคนี้ก็ยี่สิบกว่าปีแล้ว ก็คงเจอผ่านวิกฤตมาตลอด แต่เราก็ยังอยู่ของเราเป็นตัวของเราในวันนี้ แล้วเราก็คงต้องฝากคนที่เป็นแฟนเพลง ว่ายังไงก็ฝากสนับสนุนกันต่อไปนะฮะ ถึงเราจะ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ลาบานูนก็ยังเหมือนเดิมอย่างนี้อ่ะครับ ฝากเรื่องนี้แล้วกันครับ 

อนันต์ : ก็ขอบคุณเช่นกันครับ ลาบานูนก็ตั้งแต่มอห้า ตอนนี้ก็สี่สิบแล้ว ก็ขอบคุณทุกช่วงทุกรุ่นที่คอยฟังกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กยุคใหม่ คนที่เติบโตมากับพวกเราลาบานูน หรือคนที่อายุเยอะกว่า เขาก็ยังให้กำลังใจ ติดตามเราไปได้ทั้งแบบ ติดตามงานกาชาด ไปตามงานช้าง งานอีเว้นท์ใหญ่ ๆ เฟสติเวิลด์ใหญ่ ๆ ไปหมด แล้วเราก็รู้สึกสนุก เราไปได้ทุกรุ่นไง ผมบอกแล้ว หรือถ้าเราไม่ได้เล่น เราก็จะไป ฮึ! หมายถึงว่าขอบคุณทุกคนที่ตามไปดูเราตามงาน ไปให้กำลังใจ หรือว่าบางคนไม่ได้ไปดูตามงาน แต่ว่าติดตามอยู่นะ แค่ฟังเพลงของพวกเรา อันนี้คือกำลังใจดี ๆ ที่ทำให้พวกเรา สามารถเดินอยู่ วงการดนตรี มาถึงตอนนี้ยี่สิบกว่าปีได้มาถึงทุกวันนี้ให้ครับผม 

เมธี : ผมว่าผมคงขอบคุณก่อนอันดับแรกนะครับ แล้วก็รู้สึกเราอยู่มานานจริง ๆ เรารู้สึกว่าหวังเหลือเกินว่า ห้าสิบก็ยังอยากมีแรง ร้องบนเวทีโดยอยู่เป็นชั่วโมงได้นะครับ ถ้าทำได้นะครับ แต่แน่นอนอยู่แล้วว่าอายุขัยคนเรามันตามกาลเวลา แต่เราก็จะประคองให้มันรู้สึกแบบ โห…50 ปี (ก็ยังมีคนเนี่ยฟังเพลงของพวกเราอยู่) แล้วเราก็ตั้งใจเป็นงานที่มีคุณภาพ เป็นงานที่พวกเราตั้งใจ ที่ทำในแบบฉบับของลาบานูนนั่นแหละ แล้วก็ไม่รู้ว่าเด็กรุ่นใหม่ สมมติว่าอีก 10 ข้างหน้า เด็ก 17 – 18 มันห่างกันมาก จะยังฟังอยู่รึเปล่า จะพยายามให้ใกล้ชิด ให้ได้เป็นเพื่อนของน้อง ๆ ยังเป็นที่ปรึกษาของน้อง ๆ อยู่เสมออะไรงี้ครับ ฝากชุดนี้ด้วยครับ เดลิเวอรี่ ครับ  

ขอบคุณครับ……. 

อัลบั้มชุดที่ 9 “Delivery” พร้อมให้ฟังและสั่งซื้อแล้ววันนี้ทุกช่องทาง

– ช่องทางการจัดจำหน่าย –

• Bangkok แผ่นเสียง : bit.ly/3aT9aHY

• Shopee : bit.ly/3x14mdA

• Lazada : bit.ly/3rGnSLL

• GMMShops : www.gmmshops.com/cd-labanoon-delivery.html

• Amazon : amzn.to/3i9Q6eq

 Official Album “Delivery”

อัลบั้มที่ 9 LABANOON

Track List

01 เดลิเวอรี่ : youtu.be/H-EbtsbtLvY

02 ดอกฟ้า : youtu.be/Gx75hxH96cY

03 คนอบอุ่น Feat.โอ๊ต ปราโมทย์ : youtu.be/JuLBiy1sOLM

04 ยอดมนุษย์ : youtu.be/_WhAs3iWUTQ

05 รักคนผิด : youtu.be/q9u42rzP5qI

06 โดนของ : youtu.be/P-JEgCyRvOA

07 ผิดไหม : youtu.be/kR6-XDTg8J0

08 กบเลือกนาย : youtu.be/w4fjGf-gtKs

09 ท้าพายุ : youtu.be/ulm-ixSPxc4

10 ชนะอยู่ที่ใจ : youtu.be/JfDlCyUnnCU

Bonus Track ตายเปล่า X GUNGUN : youtu.be/3c2Dj5NagLw

Music Streaming

JOOX : https://bit.ly/3feBpVQ

Spotify : https://spoti.fi/3zYWPOB

Apple Music : https://apple.co/3BZEpPv

YouTube Playlist : https://bit.ly/3llMTL3

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส