[รีวิว] Bangkok Breaking มหานครเมืองลวง : ละครไทยชัดเจน มีดีที่โปรดักชัน

จุดเด่น
พระ-นางเคมีใหม่ที่ว้าวได้ กับการแสดงที่ไม่ผิดหวังของ เวียร์-ออม และการกลับมาของหนึ่ง วรเชษฐ์ที่ ไม่ผิดไปจากที่คิดไว้
โปรดักชันงานดี แสง สี มุมกล้องสวยงามสมจริงกว่าละครไทยเรื่องอื่น ๆ ในสไตล์เดียวกัน ในจุดนี้อยู่ในชั้นที่ปรบมือ
จุดสังเกต
ยังคงดำเนินอยู่ในสูตรละครไทยที่คุ้นเคย บทต่าง ๆ ยังอยู่ในแบบที่คุ้นชิน
มีความไม่เมกเซนส์หลายอย่างที่ทำให้เอ๊ะ อ๊ะ และตัวละครหลายตัวยังขาดมิติที่สมจริง
ปมต่าง ๆ ของเรื่องเดาได้ เรียกว่าดูง่ายดูเพลินมากกว่าจะร่วมค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่อย่างตื่นเต้น
6.6

ซีรีส์ไทยทุนสร้างจาก NETFLIX อีกเร่ื่อง ที่ได้ผู้กำกับแนวทริลเลอร์ สยองขวัญ โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ มากำกับเรื่องนี้โดยมี ปราบดา หยุ่น เป็นผู้อำนวยการสร้างและช่วยกันเขียนบทจนออกมาเป็น ‘Bangkok Breaking มหานครเมืองลวง’ ซีรีส์ไทยความยาว 6 ตอนจบที่ประกาศศักดาเอาไว้ว่าพวกเขามาเพื่อ ‘แฉ’ ความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ของกรุงเทพฯ และการสืบหาความจริงอาจนำไปสู่จุดจบอันน่าสะพรึงกลัว ผ่านตัวเอกที่ชื่อ ‘วันชัย’ (เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ)

หนุ่มต่งจังหวัดที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาช่วยพี่ชายทำงานหาเงินส่งไปจุนเจือครอบครัว แต่กลับต้องมาพบกับอุบัติเหตุที่พรากพี่ชายไปต่อหน้าต่อตาและเรื่องราวอีกมากมายที่น่าสงสัย เป็นปริศนาที่ยากจะคลี่คลาย ในวันเกิดเหตุเขาได้พบกับ ‘แคต’ (ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง) นักข่าวสายบันเทิงที่อยากผันตัวมาทำข่าวสืบสวน จนเขาได้เริ่มทำงานกู้ภัยตามรอยพี่ชายและได้พบว่าวงการนี้มีอะไรที่เขายังไม่รู้อีกมาก โดยเฉพาะเบื้องหลังที่ดำมืดเชื่อมโยงเข้ากับผู้มีอิทธิพลใหญ่ ที่โยงใยถึงการตายของพี่ชายในอุบัติเหตุ เขาต้องพาตัวเองเข้าสู่ด้านมืดของเมืองหลวงเพื่อค้นหาความจริง ผ่านการร่วมงานกับมูลนิธิกู้ภัย โดยได้รับความช่วยเหลือจากแคต ที่ร่วมตามเกาะติดไขปมปริศนานี้ไปพร้อมกับเขา

โปรดักชันงานดีที่ยิ้มได้

เรื่องนี้เปิดตัวมาด้วยงานโปรดักชันที่ ดีเชียวละ ถึงจะไม่ได้ทำให้ร้องว้าวออกมาได้แต่สร้างความสุขในการดูได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว ฉากอุบัติเหตุที่เซ็ตใหญ่สมจริง สะบักสะบอมพังพินาศถึงจะมีแอบหลอกตาและเห็นช่องโหว่อยู่หลายจุดแต่ให้อภัยไปแล้วด้วยแสง เสียง มุมกล้องที่สวยงามน่าพอใจ เรียกได้ว่าเป็นการดูละครไทยที่คุ้มมากมายกว่าละครสไตล์เดียวกันเรื่องอื่น ๆ ชอบค่ะ

เป็นส่วนงานโปรดักชันที่ทำออกมาได้ดีน่าชื่นชม โดยเฉพาะฉากไฟไหม้ตึกแถวที่เราจะได้เห็นฉากคล้าย ๆ แบบนี้ในละครไทยหลาย ๆ เรื่อง เทคนิคที่ใช้ทำได้ซอฟต์จนเข้าขั้นของคำว่าสมจริงมากกว่าละครเรื่องอื่น ๆ ที่ทำฉากลักษณะเดียวกันนี้ออกมา ถึงจะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ซะทีเดียว แต่ถ้าเปรียบเทียบกับละครไทยด้วยกันถือว่าเรื่องนี้ดีเยี่ยมกว่าเรื่องอื่นๆ อยู่มาก ๆ และความสมจริงที่ว่าก็อยู่ในมาตรฐานของละครทริลเลอร์ที่ไม่น่าผิดหวัง ความโหดสยองแบบอันเซนเซอร์ที่เราจะสามารถพบเจอได้ในงานกู้ภัยก็มากันเต็ม ๆ แบบไม่มีกั๊ก เรียกว่าใครที่เคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาแล้ว อาจมีการนึกถึงความหลังกันบ้างละ

ละครไทยชัดเจน ไม่เปลี่ยน

สำหรับแฟนละครไทยที่ไม่ได้คาดหวังความฉีกอะไรมากมายนัก น่าจะถูกใจเรื่องนี้ เพราะอย่างน้อยก็ไม่มีตบจูบแล้วหนึ่ง งานนี้เราจะเห็นเวียร์เป็นฮีโรตัวจริงแบบไม่ต้องกินเครื่องดื่มชูกำลัง กรี๊ดกันแน่ค่ะแม่จ๋า โดยเฉพาะในบทที่เริ่มเข้าวงการกู้ภัยแบบตกกระไดพลอยโจน พี่แกหยิบชุดผจญเพลิงทะเล่อทะล่าไปช่วยเด็กชนิดที่กูภัยตัวจริงยังไม่กล้าจะเข้าไปเลยจ้ะ พ่อเอ้ย หน้ากากก็ไม่ใส่อีกต่างหาก มีการสำลักควันนิดหน่อยเท่านั้นเอง พ่อจมูกทองของแม่

บทนี้ก็เข้าใจได้ว่า พี่แกเพิ่งมาจากต่างจังหวัดอ่ะนะ แต่ด้วยหัวใจของพระเอกตัวจริงก็ทนดูไม่ได้ที่จะเห็นเด็กตายในกองเพลิง พี่ก็แปลงร่างเป็นฮีโรในบัดดล ก็คนมันไม่เคยแต่คนอื่นก็ให้เข้าไปได้ยังไงละเนี่ย เป็นความตั้งใจของคนเขียนบทไหม อันนี้ไม่ทราบ แต่ก็ได้เสียงปรบมือของคนในเรื่องไปแล้วแบบเกรียวกราว ใด ๆ ก็ตาม แสงและมุมกล้องในฉากนี้สวยงามถูกใจมาก ให้อภัยก็ได้อ่ะ ถึงแม้ว่าบทต่าง ๆ ในเรื่องจะไม่เมกเซนส์อยู่ในหลาย ๆ จุด ตัวละครหลายตัวไม่มีมิติกันซะงั้น แต่ก็ถือว่าเป็นละครที่ดูเพลินและแอบจิ้นไปกับคู่พระนางได้ยิ้ม ๆ

เพราะเรามีพระเอกที่เป็นหนุ่มภูธรหัวใจสิงห์ ที่มีอุดมการณ์เต็มร้อยแต่ก็ต้องมาติดบ่วงคนเลวแบบ ทำไมต้องยอมนะทำไม เรื่องนี้ถือว่าสร้างความสงสัยและขัดใจให้คนดูได้แบบอึดอัดดีแฮะ เพราะพระเอกของเราที่พกหัวใจขาว ๆ มาจากบ้านต้องกลายเป็นสีเทาหม่น ๆ ที่ไม่อยากจะหม่นแต่โดนจับไปคลุกฝุ่นแบบสะบักสะบอม บทนี้เวียร์เล่นได้ดีไม่มีที่ติ แต่ก็ยังถือว่าเป็นบทที่คาดเดาอนาคตของพระเอกได้ง่าย ๆ ซึ่งสิ่งที่คาดเดาเอาไว้ก็ไม่หนีไปจากที่คิดซะด้วยสิ

เข้าคู่กับออม สุชาร์ ที่มาในบทของนักข่าวสาวเล็กพริกขี้หนู เป็นสายลุยไม่ห่วงสวยที่ถึงจะพลิกไปจากบทอื่น ๆ ที่ออมเคยเล่นมา แต่บรรยากาศและเคมีที่เข้ากันดี๊ดีก็ทำให้อารมณ์ฟูลเฮาส์กลับมาทวงความทรงจำได้บ่อย ๆ เรื่องนี้พระนางให้ความรู้สึกคล้ายกับว่าจะเป็นตัวแทนความแข็งความอ่อนของกรุงเทพฯ เป็นความต่างหลากมุมมองที่กรุงเพทฯ มี ในส่วนนี้ผู้สร้างอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่เคมีพระนางและบทที่แอบมีกุ๊กกิ๊ก กับสรีระของพระนางที่ต่างกันมาก ๆ จนผู้กำกับเคยพูดถึงไว้ว่า เขย่งกอด ก็ทำให้เกิดมุมน่ารักที่ทำเอายิ้มได้บ่อยจริง ๆ ด้วย ถือว่าเป็นพระนางเคมีใหม่ที่อยากจะได้เห็นในเรื่องอื่น ๆ อีก รอดูเลยละ

กับบทของความดีเลวที่ชินตา

โลกในความจริงของเรามีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกัน โลกของละครก็ไม่ต่างแต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ แอ็กติงที่ยังคงความเกินเบอร์จนน่าเสียดาย ด้วยการดำเนินเรื่องที่ไม่ได้ฉีกออกไปจากสูตรสำเร็จละครไทยเท่าไหร่นัก เรายังคงเห็นตัวร้ายที่แสดงสีหน้าและแววตาชัดเจน เป็นคาแรกเตอร์ที่เรื่องไหน ๆ ก็มี เรื่องไหน ๆ ก็เจอ มีบทของผู้ร้ายในคราบคนดีที่คุ้นเคย ถึงแม้จะใส่ความเป็นแฟนตาซีเข้าไปในตัวละครบางตัวแต่ก็กลายเป็นสร้างความรู้สึก เอ๊ะ อ๊ะ ได้มาก ๆ

ต้องยอมรับว่าบทนี้ของ หนึ่ง วรเชษฐ์ แสดงออกมาได้ไม่ผิดหวังกับฝีมือการแสดงที่การันตีมาหลายเรื่อง ทำให้คนดูหายคิดถึงกับการแสดงของเขาไปได้มาก แต่ถ้าคนดูคาดหวังว่าจะได้เจออะไรที่ฉีกและแตกต่างออกไปมาก ๆ นักละก็ อาจผิดหวังอยู่บ้าง โดยเฉพาะในส่วนของจุดขายที่ต้องการตีแผ่มุมมืดของกรุงเทพฯ ต้องขอบอกว่ายังไม่สาแก่ใจอีช้อยเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งที่หยิบยกออกมาตีแผ่เป็นเรื่องที่ไม่ได้สร้างเซอร์ไพรส์อะไรมากมาย เรียกว่าทีมงานทำการบ้านมาดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ล้วงลึกไปกว่าที่เรารู้เห็นกันอยู่แล้วจากข่าว ๆ ต่าง ๆ ตามหน้าสื่อ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าที่รู้เห็นนั้นจริงเท็จประการใด) พูดง่าย ๆ ว่าปมไม่ลึกและล้วงไม่ถึงแก่นที่ใจคนดูคาดหวังไว้ แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังกับการแสดงของนักแสดงคนไหนเลย

สำหรับแฟนละครไทยตัวยง อรรถรสที่มีมากมายในเรื่องบวกกับฝีมือการแสดงของนักแสดง ก็ถือว่าเป็นละครที่ดูสนุก ดูเพลินอีกเรื่องหนึ่งไม่เสียเวลาในการรับชมและน่าจะชื่นชอบกันซะด้วย แต่สำหรับแฟนละครที่ติดตามทั้ง ไทย จีน เกาหลี บอกเลยว่าข้อเปรียบเทียบมีมากจนเกินคณานับ เอาเป็นว่าเราเปรียบแค่ในบ้านเรากันเองไปก่อนแล้วกันนะ สายละครไทยรู้สึกดีแน่ ๆ เพราะการดำเนินเรื่องกระชับไม่เยิ่นเย้อ และแถมจะจิ้นกับพระนางเคมีใหม่กันซะด้วย งานนี้เวียร์อบอุ่นมากและออมก็ไม่ทำให้ผิดหวังกับงานสไตล์นี้ ซึ่งตัวเรื่องก็จบแบบไม่ค้างคา ปมหลักของเรื่องถูกเคลียร์ออกไปและสร้างปมใหม่เอาไว้เพื่ออาจจะต่อซีซัน 2 รึเปล่านะ (เดาล้วน ๆ )

Bangkok Breaking มหานครเมืองลวง

  • กำกับ/เขียนบท : ก้องเกียรติ โขมศิริ
  • อำนวยการสร้าง : ปราบดา หยุ่น
  • ความยาว : 6 ตอน / ตอนละ 1 ชั่วโมง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส