ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| BUZZ

ก้าวแรกของ วิล สมิธ กับดูโอฮิปฮอปรางวัลแกรมมี่ DJ Jazzy Jeff & the Fresh Prince

Tabel of Content

ก่อนที่ วิล สมิธ จะเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงมากฝีมือและดาราหนังทำเงิน พระเอกที่ได้เข้าชิงออสการ์ปีล่าสุดจาก ‘King Richard’ คนนี้ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นหนึ่งในศิลปินดูโอฮิปฮอป DJ Jazzy Jeff & the Fresh Prince ร่วมกับดีเจ แจซซี เจฟฟ์ ส่วนเขาคือผู้ใช้นามแฝงว่า ‘เดอะเฟรชปรินซ์’ นั่นเอง

วิลลาร์ด แคร์รอลล์ สมิธ (Willard Carroll Smith II) ที่ 2 หรือ วิล สมิธ หนุ่มชาวเพนซิลวาเนียวัย 17 ปี ได้พบกับเจฟฟรีย์ ทาวน์ส (Jeffrey Townes) ในปี 1985 ระหว่างที่ทาวน์สเป็นดีเจเปิดแผ่นในปาร์ตี้ของเพื่อนบ้านสมิธ และบังเอิญเกิดขาดคนมาช่วยแรป สมิธที่บ้านอยู่แถวนั้นจึงขออาสาเป็นนักร้อง และเคมีของทั้งคู่ก็เข้ากันได้ดี

จากนั้นทั้งคู่ก็ตั้งวงในชื่อ DJ Jazzy Jeff & the Fresh Prince และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการแรปของเวสต์ฟิลาเดลเฟีย และได้ออกซิงเกิลแรก “Girls Ain’t Nothing but Trouble” ในปี 1986 กับ Philadelphia-based Word Records และติดบิลบอร์ดอันดับ 57 กลายเป็นซิงเกิลฮิตก่อนที่สมิธจะเรียนจบไฮสกูล จากนั้นปีถัดมา ทั้งคู่ได้ออกอัลบั้มแรก ‘Rock the House’ ขายได้ประมาณ 300,000 ก๊อปปี้ และได้ออกทัวร์กับศิลปินดังอย่าง Run DMC และ Public Enemy 

จากนั้นปี 1988 ทั้งสองก็ออกอัลบั้มที่ 2 ‘He’s the DJ, I’m the Rapper’ ที่นอกจากทำยอดขายได้ 3 ล้านก๊อปปี้แล้ว ยังได้รับคำชมว่าเป็นอัลบั้มฮิปฮอปที่ยอดเยี่ยม ที่สำคัญยังได้รับรางวัลแกรมมี่สาขาเพลงแรปยอดเยี่ยมจากเพลง “Parents Just Don’t Understand” และได้เข้าชิงอีก 2 สาขาในอัลบั้มที่ 3 ‘And in This Corner…” แต่ก็พลาดไป 

คู่หูดูโอกลับมาในปี 1991 กับอัลบั้มที่ 4 ‘Homebase’ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มฮิต ขายได้ 1 ล้านก๊อปปี้ และคว้ารางวัลแกรมมีไปอีก 1 ตัวในสาขาเพลงแรปยอดเยี่ยมจากเพลง “Summertime” จากนั้น 2 ปีถัดมา สมิธและแจซซี เจฟฟ์ ได้ร่วมกันออกอัลบั้มที่ 5 และเป็นอัลบั้มสุดท้าย ‘Code Red’ ในปี 1994 มีซิงเกิลฮิตติดชาร์ตอย่าง “Boom! Shake the Room” ที่คุ้นหูทุกคน

แจซซี เจฟฟ์ พูดถึงการยุบวงว่า “เราอยากจะได้แนวเพลงใหม่ ไม่ใช่การทำเพลงให้ดุดันขึ้น มันแตกต่างกัน” โดยสมิธและทาวน์ส ถูกฟ้องจากค่าย Jive ที่อ้างว่าทั้งคู่ยังติดสัญญาในการออกอัลบั้มกับค่ายอยู่ หลังจากนั้นไม่นาน สมิธที่เริ่มชิมลางเป็นนักแสดงซีรีส์ ‘The Fresh Prince of Bel-Air’ ตั้งแต่ปี 1990 ก็เริ่มหันไปเล่นหนังอย่าง ‘Six Degrees of Separation’ ในปี 1993 และแจ้งเกิดเต็มตัวในหนังแอ็กชัน ‘Bad Boys’ ในปี 1995 และ ‘Independence Day’ ในปี 1996 ต่อด้วย ‘Men in Black ในปี 1997 ในปีเดียวกัน วิล สมิธ กลับมาในวงการเพลงอีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวกับอัลบั้ม ‘Big Willie Style’ และมีเพลงฮิตอันดับ 1 เป็นเพลงแรก “Gettin’ Jiggy wit It”

อ้างอิง: https://rb.gy/vhdzte

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

Xiaomi 17 Ultra เปิดตัวเป็นทางการ ยัดโหดกล้อง 1 นิ้ว ซูม 200 MP แบตฯ อึด 6,800 mAh พร้อมรุ่น Leica Edition ดีไซน์คลาสสิก

26/12/2025
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

26/12/2025
Read More

ซื้อดีไหม ? HUAWEI MatePad 12 X 2026 สรุปฟีเจอร์เด่นที่น่าโดนในราคาไม่เกินสองหมื่น 

26/12/2025
Read More

แว่นตา AI เปลี่ยนเสียงรอบตัวเป็น “ซับไตเติล” แบบ Real-time ช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยิน

26/12/2025
Read More

ญี่ปุ่นทำถึง ! เปิดตัว เครื่องซักมนุษย์ อาบ-ล้าง-เป่าแห้ง จบใน 15 นาที ค่าตัว 13 ล้านบาท

26/12/2025
Read More

เตือน ! ผู้มีสิทธิ “ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง – ไม่แจ้งเหตุ” จะถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมาย

26/12/2025
Read More

Related Content