เมื่อพูดถึงเรื่องราวของอนิเมะที่มีหลากหลายรูปแบบที่เราได้ดูมาตลอดนั้น เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเมื่อดูอนิเมะเหล่านี้ ว่ามันมีความรู้สึกกลิ่นอายบรรยากาศที่คล้ายกับเรื่องราวหรือบางอย่างที่มีอยู่จริงอย่างน่าประหลาด ที่มันจะต่างกับการหยิบยกประวัติศาสตร์หรือเอาเหตุการณ์ในตอนนั้นมาสร้างเป็นการ์ตูน แต่จะเป็นการหยิบยืมแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงที่คนเขียนในตอนนั้นหยิบมาใช้ในการ์ตูนของตัวเอง จนคนอ่านคนดูอนิเมะหลายคนในตอนนั้นรู้สึกอินและชอบเรื่องราวตรงนั้นมาก ๆ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอนิเมะเรื่องไหนที่ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ หรือสิ่งที่มีอยู่จริงมาใช้ในเรื่องราวของตัวเองได้อย่างลงตัวบ้าง มาเจาะลึกเรื่องราวเหล่านี้ไปพร้อมกันเลย

การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์จากเรื่อง Akira

Akira

เริ่มต้นเรื่องแรกที่เราอยากให้คนที่ชอบดูอนิเมะ และต้องการการ์ตูนงานภาพที่ดีเนื้อหาจริงจังกับความโหดร้ายของโลกนี้ ต้องไม่พลาดกับเรื่อง ‘Akira’ อนิเมะขึ้นหิ้งระดับตำนานที่คนยุค 80s ต่างยกย่องให้เป็นอนิเมะที่ทรงคุณค่าทั้งงานภาพเรื่องราวและการเสียดสีสังคม ที่ตัวเรื่องจะบอกเล่าถึงเรื่องราวในอนาคตหลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 จบลง โลกก็เปลี่ยนมาเป็นยุคอนาคตที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับความเสื่อมโทรมของผู้คนบ้านเมือง และภายหลังสงครามก็มีเด็กกำพร้ามากมายถูกทิ้ง จนทางรัฐบาลเอาเด็กเหล่านี้ไปทดลองจนเกิดความผิดพลาดทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นหายนะ ซึ่งถ้าใครที่เคยดูอนิเมะเรื่องนี้มาแล้วน่าจะทราบดีว่าตัวเรื่องนั้นจะมีกลิ่นอายของเรื่องราวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่เยอะมาก ๆ และมันก็ถูกแฝงเอาไว้ตามสิ่งต่าง ๆ ในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นชื่อของเหล่าเด็กกำพร้า ‘Little Boy’ และยังเปรียบเทียบการสร้างอาวุธจากเด็ก ๆ เหล่านั้นก็เหมือนกับ “Manhattan project” ที่เป็นเป็นจุดกำเนิดระเบิดนิวเคลียร์ซึ่งสุดท้ายมันก็เป็นการสร้างหายนะให้กับโลก ที่ถ้าให้เราเอาเรื่องราวของอนิเมะเรื่องนี้มาตีความคงต้องใช้เนื้อหาทั้งบทความเลยทีเดียว เอาเป็นว่าเรื่องราวใน ‘Akira’ มันเริ่มต้นและจบลงจากสิ่งที่มนุษย์สร้างและมนุษย์ได้รับผลของมัน ที่เป็นการสะท้อนอีกมุมมองของสงคราม และสิ่งที่หลงเหลือหลังสงครามที่เกิดขึ้นซึ่งเราอาจจะไม่เคยรู้ ที่ไม่ว่ายุคไหนสมัยใด ‘Akira’ ก็ไม่เก่าทั้งเนื้อหางานภาพและการตีความจึงไม่แปลกที่อนิเมะเรื่องนี้จะเป็นตำนาน

Akira

ชีวิตนักเขียนการ์ตูน จากเรื่อง Bakuman

Bakuman

เชื่อว่าทุกคนที่อ่านบทความนี้ต่างก็มีหรือเคยมีความฝัน และอย่างน้อยครั้งหรือเสี้ยววินาทีหนึ่งของชีวิตคุณ ต้องเคยอยากทำตามความฝันนั้น แต่ด้วยหลาย ๆ เหตุผลที่มีเข้ามาจนทำให้หลายคนไม่สามารถทำตามที่ฝันได้ แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นมีความฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน เพราะถ้าการ์ตูนของคุณโด่งดังติดลมบนคุณจะสามารถนอนกินไปได้ตลอดชาติ จนทำให้ผู้คนมากมายอยากเข้ามาทำอาชีพนี้ ก่อนที่เราจะรู้ว่าการเป็นนักเขียนการ์ตูนมันโคตรกดดันขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นการคิดเนื้อเรื่องให้ผ่านกองบรรณาธิการเพื่อลงพิมพ์รายสัปดาห์ ที่คนส่วนมากจะท้อและเลิกกันตั้งแต่ตรงนี้เพราะส่งเรื่องเท่าไหร่ก็ไม่ผ่าน และพอผ่านก็ต้องมาลุ้นผลโหวตจากคนอ่านว่าจะชอบการ์ตูนของคุณรึไม่ ที่ถ้ายอดคนอ่านคุณอยู่ที่อันดับท้าย ๆ ก็เตรียมตัวโดนตัดจบได้เลยเพื่อให้เรื่องใหม่ของนักเขียนคนอื่นมาแทน ซึ่งมันคือความโหดร้ายที่อนิเมะเรื่อง ‘Bakuman’ ถ่ายทอดออกมาของชีวิตนักเขียนจริง ๆ ผ่านนักเขียนการ์ตูนในเรื่อง ที่มีทั้งแบบพยายามแทบตายก็ได้แค่นี้ คนที่มีพรสวรรค์และใช้มันอย่างคุ้มค่า หรือนักเขียนที่ทำงานหนักจนตายที่เราได้ข่าว อนิเมะเรื่องนี้สามารถสะท้อนมุมมองเหล่านี้ได้ทั้งหมด

Bakuman

นักเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ จากเรื่อง Dragonball Z

Dragonball Z

เชื่อว่าหลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้คงจะรู้สึกแปลกใจแน่ ๆ ว่าการ์ตูนเรื่อง ‘Dragonball Z’ มันอ้างอิงเนื้อหาเรื่องราวมาจากชีวิตจริงตรงไหน เพราะไม่ว่าจะดูมุมไหนเรื่องราวใน ‘Dragonball’ นั้นก็เป็นการแต่งขึ้นมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรุกรานโลกของเหล่ามนุษย์ต่างดาวไปจนถึงการปกป้องโลกจากภัยอันตรายต่าง ๆ แต่ทางอาจารย์ โทริยามะ อากิระ (Toriyama Akira) ออกมาเปิดเผยว่าเรื่องราวของ ‘Dragonball Z’ ช่วง ‘The Frieza Saga’ นั้นอาจารย์แกได้แรงบันดาลใจมาจากพวกนักเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ ที่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปลายยุค 80s ในญี่ปุ่นมาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนตอนนี้ อาจารย์เลยสร้างตัวละคร ฟรีเซอร์ (Frieza) ให้เป็นตัวแทนของนักเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์หน้าเลือด เจ้านายที่กดขี่ใช้แรงงานลูกน้องแบบไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นจริงในยุคนั้น ซึ่งถ้าใครไม่ทราบในอนิเมะตัวฟรีเซอร์นั้นทำอาชีพขายดวงดาวในราคาแพง โดยมีเหล่าชาวไซย่าเป็นลูกน้องที่ไปฆ่าทำลายสิ่งมีชีวิตบนดาวที่สมบูรณ์ เพื่อเอามาขายให้คนรับซื้อในราคาสูง ๆ จนเมื่อชาวไซย่าหมดประโยชน์หรือเห็นว่าอนาคตพวกนี้มันจะเป็นคู่แข่งก็จัดการทิ้งที่เหมือนการทำธุรกิจในยุคนั้น ที่พอรู้แบบนี้ก็ถึงกับอ้าปากค้างในการสอดแทรกเรื่องราวได้อย่างลงตัวของอาจารย์แก

Dragonball Z

คดีฆาตกรรมที่อ้างอิงมาจากเรื่องจริง จาก Detective Conan

Detective Conan

อีกหนึ่งอนิเมะชื่อดังที่จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมา 20  กว่าปีแล้วกับเรื่องราวของเด็กชายที่ไม่ยอมโตกับ ‘Detective Conan’ อนิเมะแนวสืบสวนคดีฆาตกรรมปริศนาและเรื่องราวลึกลับต่าง ๆ ที่ดูสมจริงจนสามารถเอาไปทำตามได้ แต่คงไม่มีใครบ้าเอาไปทำตามเพราะถ้ามีคนทะลึ่งเลียนแบบการฆาตกรรมตามในการ์ตูนขึ้นมาจริง ๆ เพียงแค่ไม่กี่นาทีนิติเวชก็สามารถไขปริศนาได้แล้วไม่ต้องถึงมือนักสืบร่างจิ๋ว หรือแฟนการ์ตูนที่รู้เรื่องราวปริศนาในเรื่องมารอไขคดี ดังนั้นจึงสบายใจได้เลยว่าคงไม่มีใครทำตามแน่นอน และเมื่อเป็นอย่างนั้นหลายคนเลยสงสัยว่าในบรรดาคดีมากมายในการ์ตูนเรื่องนี้ มีคดีที่อ้างอิงมาจากคดีจริง ๆ บ้างไหม ซึ่งการให้สัมภาษณ์ของอาจารย์ โกโช อาโอยาม่า (Gosho Aoyama) คนเขียนก็บอกเลยว่าคดีส่วนใหญ่จะไม่ได้อ้างอิงมาจากคดีจริง ๆ โดยเฉพาะคดีฆาตกรรมที่มันจะเป็นจุดเปราะบางของสังคมญี่ปุ่น แต่ก็มีบางคดีที่ไปบังเอิญไปตรงกับคดีจริง ๆ อย่างคดีปล้นเงิน 300 ล้านเยนในปี 1968 หรือคดีการฆาตกรรมที่เพื่อนสาวใส่ยาพิษลงไปในกาแฟให้เพื่อนดื่มจนเสียชีวิต ที่คล้าย ๆ กับในการ์ตูนที่แฟน ๆ ไปหากันมา ที่จะบอกว่าเป็นแรงบันดาลใจก็คงบอกแบบนั้นไม่ได้แต่มันก็มีส่วนคล้ายกันมากกว่า เพราะการฆาตกรรมหรือมูลเหตุให้เกิดการฆาตกรรมจริง ๆ มันก็มีอยู่ไม่มากจึงไม่แปลกที่เนื้อหาของคดีในการ์ตูนเรื่องนี้จะไปคล้ายเรื่องจริง

Detective Conan

ยุคสมัยของโจรสลัด จาก One Piece

One Piece

“สมบัติของฉันน่ะเหรอ ถ้าอยากได้ก็เอาไปสิ ไปหาเอาเลย ฉันเอาทุกอย่างบนโลกไปไว้ที่นั้นหมดแล้ว” นั่นคือวลีที่คนดูอนิเมะ ‘One Piece’ ถูกกรอกหูเพื่อบอกเราว่ายุคสมัยของโจรสลัดเริ่มต้นขึ้นมาแล้ว ที่คงไม่ต้องอบายอะไรกันมากเพราะแฟน ๆ อนิเมะเรื่อง ‘One Piece’ ต่างทราบกันดีว่าตัวเนื้อหาในการ์ตูนนั้นอ้างอิงตัวละครโจรสลัดจริง ๆ มาใช้ รวมถึงยุคสมัยที่โจรสลัดเฟื่องฟูในช่วงปี ค.ศ. 1680 ที่อาจารย์ โอดะ เออิจิโร  (Oda Eiichiro) หยิบยืมมาใช้ในการ์ตูนของตัวเอง ที่ถ้าใครคิดภาพตามไม่ออกก็ให้ไปดูภาพยนตร์ ‘Pirates of the Caribbean’ หรือเล่นเกม ‘Assassin’s Creed 4 Black Flag’ ก็จะเข้าใจและเห็นภาพที่อาจารย์โอดะแกหยิบมาใช้นั่นเอง

One Piece

ทฤษฎีเดินทางข้ามเวลาเปลี่ยนอดีต จาก Doraemon

Doraemon

เชื่อว่าแฟน ๆ การ์ตูนเจ้าแมวสีฟ้า ‘Doraemon’ คงจะทราบดีว่าทั้งมังงะและอนิเมะของการ์ตูนเด็กดูได้ผู้ใหญ่ติดใจอย่าง ‘Doraemon’ นั้นแม้ภายนอกจะดูแล้วเหมือนเป็นการ์ตูนเด็ก ๆ ที่ทุกตอนจะเป็นการใช้ของวิเศษในทางวอดวายของเด็กชาย โนบิ โนบิตะ (Nobi Nobita) ที่ดูแล้วก็สนุก แม้บางตอนมันจะดูแล้วบ่นว่าอีหยังว่ะออกมาก็ตาม แต่ถ้าเรามองกันแบบลึก ๆ แล้วเราจะเห็นความจริงจังในเนื้อหาซ่อนอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือเรื่องการของย้อนเวลาเล่นกับเวลาที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ตอนที่ถ้าเราดูกันผ่าน ๆ ก็อาจจะไม่คิดอะไร แต่ถ้าเรามาคิดตามก็จะเห็นว่าตัวอาจารย์คนเขียนท่านได้ซ่อนเนื้อหา ที่อ้างอิงเกี่ยวกับทฤษฎีเดินทางข้ามเวลาเอาไว้มากมาย ซึ่งตอนที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือตอนที่โนบิตะเอาขนมมาขอให้ โดราเอมอน (Doraemon) ช่วยทำการบ้านให้ เมื่อเป็นอย่างนั้นโดราเอมอนเลยไปขอให้ตัวเองในแต่ละชั่วโมงมาช่วยทำการบ้าน จนมันกลายเป็นว่าตัวตนหลักที่ช่วยตัวเองในชั่วโมงก่อน ๆ ทำการบ้านแทบไม่ได้พัก จนมันกลายเป็นการวนลูปของเวลาที่มันจะวิ่งวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา จนกว่าจะครบตามจำนวนที่โดราเอมอนไปขอให้ตัวเองในปัจจุบันมาช่วย ที่อธิบายไปก็ยิ่งงงต้องไปหามาดูเองจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ที่นอกจากตอนนี้ก็มีอีกหลาย ๆ ตอนที่เล่นเรื่องเวลาและทฤษฎีเดินทางข้ามเวลาได้แบบที่เราต้องกลับมาคิดเลยว่าอาจารย์ ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ (Fujiko F. Fujio) เป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

Doraemon

การปลูกฝังความเกลียดชังการล้างเผ่าพันธุ์ จาก Attack on Titan

Attack on Titan

มาต่อกันที่อนิเมะโหนสลิงสู้ยักษ์ที่ประกาศภาค ‘Final Season’ มาแล้ว 2 ครั้งแต่ก็ไม่ ‘Final’ เสียทีจนมาถึง ‘Final Season 3’ ที่หลายคนก็ไม่รู้ว่ามันจะ ‘Final’ จริง ๆ แล้วใช่ไหม นี่ครั้งสุดท้ายแล้วนะวิคงไม่มี ‘Final Season 4’ อีกนะ กับซีรีส์อนิเมะที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีกับ ‘Attack on Titan’ ซึ่งก่อนที่เราจะไปบ่นเรื่องนั้น (บ่นไปแล้ว) เราก็มาดูเนื้อหาเรื่องราวในอนิเมะกัน โดยเฉพาะเนื้อหาในช่วงหลังที่เรียกว่า ‘Final Season’ นั้นจะเป็นการเฉลยเนื้อหาทั้งหมดของเรื่องราวที่ปูมาอย่างยาวนานว่าอะไรคืออะไร ซึ่งเมื่อเราได้ดูต่างก็รู้ทันทีว่าเนื้อหาของส่วน ‘Final Season’ นั้นอ้างอิงมาจากสงครามโลกครั้งที่สอง ที่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเดียวกันเองเพียงเพราะสายเลือดที่เลือกเกิดไม่ได้ กับการปลูกฝังชุดความคิดเกี่ยวกับการรักชาติปกป้องประเทศตัวเองแก่เด็ก ๆ จนมันผิดเพี้ยนบิดเบี้ยว ไปจนถึงการรุกรานประเทศอื่น ๆ เพราะต้องการอำนาจและทรัพยากร ซึ่งมันมีกลิ่นอายของสงครามโลกทั้งสองครั้งอยู่มากมายในเรื่อง ที่ดูแล้วก็รู้เลยว่าอาจารย์แกจงใจสื่อแบบตรง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยพูดถึง ใครที่ยังไม่ได้ดูก็บอกเลยว่าคุณพลาดอนิเมะดี ๆ เรื่องนี้ไปแล้วบอกเลย

Attack on Titan

การล่าแม่มด จากเรื่อง Berserk

Berserk

ปิดท้ายกับอนิเมะ ‘Berserk’ ที่ถูกออกมากี่ครั้งก็ไม่เคยสนุกถูกใจถึงกึ๋นคนดูเท่ากับอ่านในมังงะเลย เพราะในมังงะได้ใส่ความละเอียดอ่อนในเนื้อหาที่ถูกแฝงเอาไว้ในเนื้อเรื่องอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาความเชื่อและความศรัทธา ที่ถ้ามันมีมากเกินไปมันจะกลายเป็นความบิดเบี้ยวที่หาจุดลงตัวไม่เจอ ไปจนถึงการแปลงคำสอนของหลายศาสนาที่บอกถึงแกะดำในกลุ่มแกะขาวผู้หลงทาง กับหลาย ๆ อย่างที่ถูกเอามาตีความจนคนที่ศึกษาและรู้จักเกี่ยวกับศาสนาต่างพากันยกนิ้วให้กับความลึกซึ้ง ที่อาจารย์ มิอุระ เคนทาโร่ (Miura Kentaro) ผู้ล่วงลับเขียนเอาไว้ ที่ถ้าให้เราเอาสิ่งต่าง ๆ ในมังงะ (อนิเมะอย่าไปหาดูเสียเวลา) เรื่องนี้มาตีความคงต้องใช้ทั้งบทความในการอธิบายเรื่องราวที่ลึกซึ้งเหล่านั้น จนเราต้องตัดสรุปแล้วบอกว่าคุณต้องไปหามาอ่านเองแล้วจะเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ และนอกจากนี้ยังรวมถึงแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงในกับการล่าแม่มดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ที่มีการฆ่าคนจำนวนมาก เพียงเพราะสงสัยว่าคนเหล่านั้นแม่มดด้วยการทรมานให้รับสารภาพ ที่ตรงกับในมังงะภาคแห่งการพิพากษามาก ๆ ที่ดูก็รู้เลยว่าอาจารย์มิอุระหยิบเรื่องราวในช่วงนั้นมาใช้ในตอนนี้แน่นอน

Berserk

ก็จบกันไปแล้วกับ 8 อนิเมะที่ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงมาแต่งในเนื้อเรื่องช่วงต่าง ๆ ที่บอกเลยว่านี่เป็นแค่ส่วนเดียวเท่านั้น เพราะยังมีอนิเมะอีกหลายเรื่องที่อ้างอิงเหตุการณ์จริง ๆ มาใช้ในอนิเมะของตัวเอง ที่มีทั้งแบบตั้งใจหยิบมาและบอกเราตรง ๆ เลยว่าฉันหยิบตรงนี้มานะ กับอีกแบบที่หยิบมาแบบกลิ่นจาง ๆ ให้คนดูคนอ่านพอจับได้ว่ามันคล้ายกับบรรยากาศเรื่องราวในตอนนั้น ๆ ที่เราพยายามหยิบเรื่องราวหลาย ๆ แบบมานำเสนอหวังว่าจะถูกใจกัน ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวลึกลับลึกซึ้งอะไรเกี่ยวกับอนิเมะอีกก็รอติดตามกันได้ ส่วนใครที่ชอบเนื้อหาแบบนี้ก็ลองไปอ่านบทความเก่า ๆ ดูได้ เพราะยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมายรอคุณอยู่ รับรองว่าอ่านเพลินฟังสนุกแน่นอน แล้วคุณจะรู้ว่าอนิเมะก็มีเรื่องราวที่คุณคิดไม่ถึงและไม่รู้เหล่านี้อยู่ด้วย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส