Connect with us

การ์ตูน

เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่!!! ภาพยนตร์อนิเมะเรื่อง Fate/Stay Night Heaven Feel Presage Flower พร้อมฉายในไทยแล้ว

เมื่อวันอังคารที่ 24 เมษายนที่ผ่านมาทางผมหนึ่งในทีมงาน Whatthefact แบไต๋ ก็ได้มีโอกาสไปรับชมภาพยนตร์อนิเมะเรื่อง Fate/Stay Night Heaven Feel: The Movie I Presage Flower ซึ่งผมต้องขอบคุณทางเด็กซ์ (ดรีม เอกซ์ เพรส) และทาง Fanpage Japan Anime Movie Thailand ที่มอบโอกาสและประสบการณ์ดีๆครั้งนี้ให้กับผม โดยในงานเปิดตัวฉายภาพยนตร์อนิเมะเรื่องนี้ยังมีกิจกรรมมากมายที่จัดเอาใจให้สำหรับพวกเราเหล่าสาวกซีรี่ส์นี้อีกด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตั๋วชมภาพยนตร์รอบพิเศษที่คุ้มค่าสุดๆ เหล่าผู้ประกวด Cosplay จากตัวละครภายในซีรี่ส์ และยังมีโปสเตอร์สุดพิเศษที่ให้เราสามารถจับจองเป็นจองของได้ครับ และยังมีทีมผู้บริหารที่มาร่วมกิจกรรมเปิดเวทีกิจกรรมการพูดคุยของเหล่าแอดมินจากเพจชื่อดังของแต่ละสายอีกด้วยนะครับ พูดได้เลยว่างานนี้สาวกไม่ควรพลาดแน่นอน ทางทีมงานก็เก็บภาพบรรยากาศมาฝากเป็นบางส่วนจะมีรายละเอียดหรืออีเว้นอะไรที่น่าสนใจกันเรามาชมไปพร้อมๆกันเลยครับ

ภาพบรรยากาศจากหน้างานและเวที

พูดได้เลยครับว่ารูปนางเอกของภาคนี้อย่างซากุระนี่เด่นจริงๆครับ

 

ภาพตัวอย่างสินค้าและตั๋วหนังจากรอบสื่อ

งานนี้พูดได้เลยว่าเอาใจแฟนเรื่องนี้จริงๆครับ มีสินค้าที่น่าสนใจมากันเยอะแยะทั้งตั๋วภาพยนตร์แบบปลอกดาบที่เท่และโดนใจเพื่อนๆหลายคน โปสเตอร์น่าปกของภาคนี้ รวมไปถึงเสื้อทั้งสีขาวและดำที่เอาใจสาวกเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

“ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์” สำหรับทุกที่นั่ง ที่มาคู่กับปลอกดาบ Avalon เฉพาะในรอบพิเศษเท่านั้นนะครับ

โดยรายละเอียดการขายบัตรรอบพิเศษมีตั้งแต่วันที่ 24 – 29 เมษายนนี้นะครับ เพื่อนๆคนไหนสนใจสามารถติดต่อทางลิงค์ http://shop.fivestaragency.co.th ได้เลยนะครับ

รายละเอียดแบบคร่าวๆนะครับ

บัตรมี 2 ราคา
แบบราคา 350 บาท ที่มาพร้อม ดาบและปลอกดาบ 1 ชุด
แบบราคา 650 บาท ที่มาพร้อม ดาบและปลอกดาบ 1 ชุด กับเสื้อ 1 ตัว

ภาพบรรยากาศตอนงานเปิดตัว

พิธีกรพูดบรรยายได้อารมณ์มากครับ ข้อมูลเขาเตรียมมาดีจริงครับ

มาถึงก็เปิดตัวด้วยคอสเพลย์เซเบอร์พูดได้เลยเอาใจแฟนเรื่องนี้มากๆ

ภาพบรรยากาศในช่วงประกวดแข่งขัน Cosplay (คอสเพลย์)

ภาพเหล่าผู้ชนะการประกวดคอสเพลย์

บอกได้เลยครับว่าแต่ละคนเด็ดๆทั้งนั้นเลยครับ

ภาพบรรยากาศการพูดคุยร่วมกันของเหล่าผู้บริหารและแอดมินเพจชื่อดังต่างๆ

นี่ก็เป็นอีเว้นหลักๆของงานเปิดตัวในรอบสื่อของภาพยนตร์เรื่องนี้นะครับ แต่ผมคิดว่าเพื่อนๆที่อยากจะไปดูเรื่องนี้ย่อมต้องอยากรู้เนื้อเรื่องย่อและรายละเอียดต่างๆมากมาย อย่างเช่นตัวละครหรือความเป็นมาของเรื่องอย่างแน่นอนครับ ผมก็เลยเขียนสรุปมาให้อ่านดูนะครับถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

มาเริ่มกันที่ความเป็นมาของเรื่องนะครับ

Fate/ Stay night Heaven’s Feel เป็นภาพยนตร์อนิเมะจากหนึ่งในไทม์ไลน์ของ ซีรี่ส์ Fate ที่สร้างมาจากผลงานเกมจากค่าย Type Moon โดยใช้ช่วงเนื้อหาของเกมในรูทที่สามในชื่อ “Heaven’s Feel” โดยภาคนี้อำนวยการสร้างโดยทางสตูดิโอ Ufotable ซึ่งเคยรับหน้าที่ในการสร้างฉบับอนิเมะมาแล้วถึง 2 ภาค คือ Fate/ Zero และ Fate/Stay night : Unlimited blade works (ผลงานเมื่อปี 2014)

และภาคล่าสุดคือ Fate/ Stay night Heaven’s Feel เป็นก็กลับมาฉายอีกครั้งในรูปแบบของภาพยนตร์อนิเมชั่นในประเทศญี่ปุ่น โดยผู้กำกับคือเรื่องก็คือคุณ Sudou Tomonori และผู้เขียนสตอรี่ย์บอร์ดคือคุณ Miura Takahiro โดยในภาค Heven’s Feel จะแบ่งการฉายออกเป็นสามภาคด้วยกัน  ในส่วนของภาคแรกจะใช้ชื่อภาคว่า “Fate/Stay night Heaven’s Feel : Presage Flower” ซึ่งฉายในประเทศญี่ปุ่นไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2017 ที่ผ่านมานะครับ

ภาพตัวอย่างไทม์ไลน์ของซีรี่ส์ Fate

เนื้อเรื่องย่อ

Fate/stay night [Heaven’s Feel] The Movie I. Presage Flower จะกล่าวถึงเรื่องราวการต่อสู้ห้ำหั่นกันของเหล่า “มาสเตอร์” และ “เซอร์เวนท์” เพื่อแย่งชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถประทานพรให้สมหวังได้ทุกประการ ที่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่เมืองฟุยุกิ

เอมิยะ ชิโร เด็กกำพร้าที่ถูก เอมิยะ คิริซึงุ ผู้เกี่ยวข้องกับสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 10 ปีก่อนรับเลี้ยงเอาไว้ ได้ตัดสินใจเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้โดยแบกรับความปรารถนาก่อนตายของคิริซึงุ เอาไว้

มาโต้ ซากุระ เด็กสาวที่คอยอยู่เคียงข้าง ชิโร่ และหลงรักในตัวเขา ทุกเช้าถึงจะมายังบ้านของ ชิโร คอยทำอาหารทั้งเช้าและเย็นให้กิน เธอได้นำพาเอาความสุขมาสู่ชีวิตของเด็กหนุ่มผู้อยู่อย่างโดดเดียวในโลกใบนี้ แต่เมื่อสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นขึ้น บรรยากาศโดยรอบของเมืองฟุยุกิก็เปลี่ยนไป เกิดเหตุฆาตกรรมไปทั่วทั้งเมือง

#ชิโร่ จึงตัดสินใจหลบอยู่ในบ้านกับซากุระ พร้อมกับ เซเบอร์ เซอร์เวนท์ที่เขาอัญเชิญมา

#ชิโร่ ได้ร่วมมือกับจอมเวทย์ โทซากะ ริน และเข้าร่วมศึกในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้

…แต่ทว่า การต่อสู้ครั้งนี้ก็บิดเบี้ยวไปจากการแทรกแซงของอำนาจที่มองไม่เห็น…

รายละเอียดของตัวละคร

เอมิยะ ชิโร่ (พากย์เสียงโดยคุณ Noriaki Sugiyama)

Shirou Emiya (衛宮士郎)

เด็กหนุ่มผมสีแดงผู้เป็นตัวเอก เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์คนสุดท้าย ในวัยเด็ก…เขาเป็นผู้ที่รอดชีวิตจากกองเพลิง ที่เป็นผลมาจากการต่อสู้ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 5 เมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งเขาได้รับความช่วยเหลือจากชายที่มีชื่อว่า “เอมิยะ คิริซึงุ” ก่อนที่จะได้มาเป็นบุตรบุญธรรมที่ใช้นามสกุลเดียวกัน

มีเซอร์เวนท์ประจำตัวคือ “เซเบอร์”

มาโต้ ซากุระ (พากย์เสียงโดยคุณ Noriko Shitaya)

Sakura Matou (間桐桜)

เด็กสาวที่เป็นรุ่นน้องของชิโร่ และเป็นน้องสาวของชินจิเพื่อนของชิโร่ ซึ่งความจริงแล้วเธอเป็นพี่น้องกับริน ที่ได้ถูก “โทซากะ โทคิโอมิ” ผู้นำตระกูลซึ่งก็เป็นคุณพ่อแท้ๆของเธอจับให้แยกกันอยู่ ด้วยความเชื่อในแง่ที่ว่าตระกูลจอมเวทย์ไม่ควรจะมีผู้สืบทอดครรลองแห่งศาสตร์มนตราถึงสองคน ทำให้เธอได้ไปอาศัยอยู่ที่ตระกูลมาโต้ตั้งแต่สมัยเด็กๆ

เธอยังเป็นคนที่อันเชิญเซอร์เวนท์อย่าง “ไรเดอร์” เพื่อให้ชินจิผู้เป็นพี่ชายใช้เข้าร่วมในการต่อสู้

โทซากะ ริน (พากย์เสียงโดยคุณ Kana Ueda)

Rin Tohsaka (遠坂凛)

เด็กสาวผู้ที่เป็นทายาทของโทคิโอมิกับอาโออิ  แล้วยังเป็นพี่สาวแท้ๆของซากุระที่ถูกจับให้แยกกัอยู่ตั้งแต่สมัยเด็กๆ เธอมีความสามารถในการเรียนรู้เวทมนต์ได้อย่างรวดเร็ว ภายหลังจากที่เธอต้องสูญเสียคุณพ่อไป เธอจึงพยายามตั้งมั่นที่จะเป็นจอมเวทย์และเก่งขึ้นเพื่อตระกูลของตนเอง

มีเซอร์เวนท์ประจำตัวคือ “อาเชอร์”

อิลิยาสฟีล ฟอน ไอน์สเบิร์น (พากย์เสียงโดยคุณ Mai Kadowaki)

Illyasviel von Einzbern (イリヤスフィール・フォン・アインツベルン)

เด็กผู้หญิงผมสีขาวที่เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ห้า แม้ว่าจะมีหน้าตาที่ดูน่ารักและนิสัยที่ไร้เดียงสา แต่ก็มีความอำมหิตเลือดเย็นฉายออกมาให้เราได้เห็น ความจริงแล้วนั้นเธอคือลูกสาวของคิริซึงุ พ่อบุญธรรมของชิโร่ กับไอริสฟีล หญิงสาวที่เป็นโฮมุครูรัส แห่งไอส์เบิร์ก

มีเซอร์เวนท์ประจำตัวคือ “เบอร์เซอร์เกอร์”

ฟูจิมุระ ไทกะ (พากย์เสียงโดยคุณ Miki Ito)

Taiga Fujimura (藤村大河

อาจารย์สาวที่เป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษ และเป็นครูที่ปรึกษาในห้องเรียนที่ชิโร่เรียนอยู่ เป็นญาติของชิโร่ เธอมักจะชอบมาฝากท้องไว้ที่บ้านของชิโร่เป็นประจำ เธอชื่นชอบฝีมือการทำอาหารของซากุระอย่างมากมาย มีฝีมือด้านเค็นโด้ระดับ 5 ดั้ง แถมยังมีชื่อเล่นว่า “ไทเกอร์” ที่ไม่ชอบให้ใครมาเรียกชื่อนี้มากนัก

มาโต้ ชินจิ (พากย์เสียงโดยคุณ Hiroshi Kamiya)

Shinji Matou (間桐慎二)

ชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนของชิโร่และยังเป็นลูกชายของบ้านตระกูลมาโต้  ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชายบุญธรรมของซากุระ และยังเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ห้า ซึ่งเขาเข้าร่วมสงครามตามคำสั่งของ “มาโต้ โซวเค็น” ผู้นำตระกูลมาโต้  ด้วยนิสัยเย้อหยิ่งอวดดี เกลียดการโดนดูถูกอย่างมาก ทำให้รินไม่ชอบหน้าเป็นอย่างมาก

มีเซอร์เวนท์ประจำตัวคือ “ไรเดอร์”

โคโตมิเนะ คิเรย์ (พากย์เสียงโดยคุณ Jouji Nakata)

Kirei Kotomine (言峰綺礼)

ชายวัยกลางคนผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้คุ้มกฎของสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังเป็นอาจารย์และรุ่นพี่ของริน เดิมทีเขาเป็นลูกศิทย์ของโทวซากะ โทคิโอมิ ซึ่งเป็นคุณพ่อของรินที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่แท้จริงนั้นเขาคือ นักฆ่าจอมเวทย์ที่หลงเหลือมาจากสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่

เซเบอร์ (พากย์เสียงโดยคุณ Ayako Kawasumi)

Saber (セイバー)

สาวน้อยผมสีทองผู้เป็นวิญญาณวีรชนในคลาสของเซเบอร์ เซอร์เวนท์ประจำตัวของชิโร่ โดยแท้จริงนั้นเธอคือ “อาร์เธอเรีย เพ็นดราก้อน” (Arturia Pendragon) หรือ “อาร์เธอร์” (Arthur) ราชาแห่งตำนานอัศวินโต๊ะกลม ที่เคยถูกอันเชิญมาร่วมต่อสู้ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่มาแล้ว ซึ่งแต่เดิมนั้นเธอเคยเป็นเซอร์เวนท์ประจำตัวของเอมิยะ คิริซึงุมาก่อน…

ไรเดอร์ (พากย์เสียงโดยคุณ Yu Asakawa)

Rider (ライダー)

สาวผมยาวสีม่วง เธอเป็นเซอร์เวนท์ในคลาสไรเดอร์ของมาโต้ ชินจิ ที่ซากุระเป็นผู้อัญเชิญมา ก่อนที่ชินจิจะบังคับเอามาเป็นของตัวเอง โดยแท้จริงนั้นเธอคือ “เมดูซ่า” (Medusa) หนึ่งใน “สามพี่น้องกอร์กอน” (Gorgon Sister) ตามตำนานเทพนิยายกรีก แม้จะเป็นคลาสที่ด้อยในด้านการต่อสู้ แต่เธอกลับแฝงไปด้วยความสามารถในการลอบสังหารศัตรูและการวางข่ายเขตอาคม เนื่องจากชินจิไร้ซึ่งคุณสมบัติในการเป็นจอมเวทย์ ทำให้ไรเดอร์ต้องต่อสู้กับบรรดาเซอร์เวนท์ตนอื่นๆด้วยกำลังของตนเอง โดยไม่มีเวทมนต์คอยสนับสนุนให้กับตัวเธอ

เบอร์เซอร์เกอร์ (พากย์เสียงโดยคุณ Tadahisa Saizen)

Berserker (バーサーカー)

อสูรกายร่างสูงใหญ่ ผู้เป็นเซอร์เวนท์คลาสเบอร์เซอร์เกอร์ของอิลิยา จัดเป็นเซอร์เวนท์ที่แข็งแกร่งไม่แพ้เซเบอร์ มีดาบขนาดใหญ่เป็นอาวุธ จัดเป็นคลาสที่ต่อกรด้วยได้ยากมาก เพราะมันจะเข้าจู่โจมคู่ต่อสู้ด้วยพละกำลังอันมหาศาลอย่างบ้าคลั่ง แต่ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะและเหตุผลใดๆนั่นเอง

แอสซาซินที่แท้จริง (พากยเสียงโดยคุณ Tetsu Inada)

True Assassin (真アサシン = Shin Assassin)

นักฆ่าที่เป็นวิญญาณวีรชนที่ถูกมาโต้ โซวเค็นอันเชิญมาร่วมต่อสู้ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ห้า ซึ่งอยู่ในคลาสแอสซาซิน โดยตัวตนที่แท้จริงนั้นคือ “อัลฮะซัน อิบนุ อัซซอบฺบาฮฺ” (حسن الصباح Hassan al-Sabbāh) ผู้เฒ่าแห่งขุนเขาในตำนานของเปอร์เซีย ผู้เป็นหัวหน้าของกลุ่มนักฆ่าอัลฮัชชาชีนทั้งหมดอีกด้วย  มีความสามารถในการสร้างร่างแยกจากบุคลิคได้มากถึง 80 ร่างเลยทีเดียว

คลิปตัวอย่างของภาพยนตร์อนิเมะเรื่องนี้

สุดท้ายนี้ผมก็ขอฝากภาพยนตร์อนิเมะเรื่อง Fate/Stay Night Heaven Feel: The Movie I Presage Flower ให้เพื่อนๆทุกคนไปติดตามชมกันนะครับ เพื่อจะได้เป็นการส่งเสริมและผลักดันให้วงการอนิเมะเป็นที่รู้จักกันเพิ่มมากขึ้นนะครับ เพราะถ้าเราสนับสนุนในอนาคตก็จะผลงานดีๆอย่างนี้ทำออกมาเรื่อยๆและขยายวงการนี้ให้กว้างขึ้นไปอีกขั้นนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://myanimelist.net/และ Japananimemoviethailand/และ DEXclub/

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

การ์ตูน

เปรียบเทียบเหล่า Pokemon ในหนัง Detective Pikachu กับในเกมว่าจะเหมือนหรือต่างขนาดไหน

Published

on

เชื่อว่าตอนนี้คนที่เล่นเกมหรือไม่ได้เล่น Pokemon ต่างก็คงจะได้ดูหรือได้ข่าวหนังที่กำลังจะฉายอย่าง Detective Pikachu หนังที่เป็นการขยายจักรวาลของเหล่า Pokemon ในฉบับคนแสดงที่น่าสนใจ และในตัวอย่างก็มี Pokemon หลายตัวปรากฏตัวออกมาอย่างมากมาย มาวันนี้เราเลยรวบรวมตัวละคร Pokemon ที่ปรากฏในตัวอย่างให้ชมกัน ว่าจะเหมือนหรือต่างกับในฉบับเกมตรงไหน และบางตัวมีที่มาที่ไปในการออกแบบอย่างไรมาดูกัน

Pikachu

เริ่มต้นตัวแรกกับเจ้าหนูสายฟ้า Pikachu โดยเจ้า Pikachu นี้ถูกออกแบบโดยคุณ Atsuko Nishida โดยชื่อของ Pikachu นั้นเป็นการเล่นคำฟ้องเสียงของคำว่า Pika ที่มาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายหนูแต่เป็นสัตว์สายพันธุ์เดียวกับกระต่าย  ส่วนคำว่า Chu ที่เป็นเสียงของกระแสไฟฟ้าของภาษาญี่ปุ่น เมื่อรวมออกมาก็จะเป็น Pikachu และขนาดโตเต็มที่ของ Pikachu เวลายืนจะสูงราวๆ 0.4 เมตร ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Lizardon หรือ Charizard

มาต่อกันที่เจ้ามังกรไฟ Lizardon ที่เรารู้จักในชื่อภาษาญี่ปุ่น หรือชื่อ Charizard ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ซึ่งคนที่ออกแบบตัวละครตัวนี้คือคุณ Ken Sugimori ในส่วนของการออกแบบนั้น ในร่างก่อนวิวัฒนาการของ Charmander และ Charmeleon นั้นถูกออกแบบโดยอ้างอิงมาจาก lizard หรือจิ้งจกพื้นดินรูปแบบต่างๆ ส่วนตัวของ Charizard นั้นมีต้นแบบมาจากมังกรฝั่งยุโรป ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Fushigidane หรือ Bulbasaur

อีกหนึ่งตัว POkemon ที่ปรากฏตัวในตัวอย่าง Detective Pikachu นั่นคือเจ้า Fushigidane ชื่อภาษาญี่ปุ่นหรือ Bulbasaur ในชื่อภาษาอังกฤษ โดยผู้ออกแบบตัวละครตัวนี้คือคุณ Atsuko Nishida โดยเขาบอกว่าต้นแบบของเจ้า Bulbasaur นั้นคือกบ โดยเป็นการผสมกันระหว่างสัตว์เลื้อยคลานและพืช  ซึ่งเจ้า Bulbasaur นั้นจัดเป็น Pokemon หมายเลข 1 ในสมุดบันทึก Pokemon อีกด้วย ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Purin หรือ Jigglypuff

เชื่อว่าใครที่เคยดู Pokemon ในฉบับการ์ตูนคงจะเคยเห็นเจ้า Pokemon ตัวกลมๆสีชมพูที่ชอบร้องเพลงให้ทุกคนฟัง แต่ถ้าใครที่ได้ฟังจะต้องหลับไปจนหมด และเมื่อทุกคนหลับมันก็จะเอาปากกาเมจิกมาเขียนหน้าคนด้วยความไม่พอใจ โดยเจ้าตัวนี้ชื่อว่า  Purin ในภาษาญี่ปุ่นหรือ Jigglypuff  ในภาษาอังกฤษ คนที่ออกแบบเจ้าตัวนี้คือคุณ Ken Sugimori โดยต้นแบบชื่อ Purin ในภาษาญี่ปุ่นนั้นเกิดขึ้นจากคำฟ้องเสียงในภาษาญี่ปุ่นของคำว่าคัสตาร์ดหรือพุดดิ้ง ส่วนในชื่อของ Jigglypuff นั้นก็เป็นการฟ้องเสียงกับขนมเจลลี่ โดยมีการออกแบบอ้างอิงมาจากบอลลูนหรือลูกโป่งนั่นเอง ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Gekkouga หรือ Greninja

มาที่ Pokemon ตัวใหม่ๆกันบ้างกับ Gekkouga ในภาษาญี่ปุ่นหรือ Greninja ในฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งใครที่เคยดู Pokemon ในฉบับการ์ตูนมาก่อนจะทราบดีว่าเจ้า Greninja นั้นมีบทบาทสำคัญขนาดไหนในเรื่อง โดยเจ้าตัวนี้ปรากฏตัวครั้งแรกในภาค X-Y ในฐานะ Pokemon 3 ตัวแรกที่เราสามารถเอามาเป็นเพื่อนได้ ซึ่งต้นแบบของเจ้า Greninja นั้นคงไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าการออกแบบมาจากกบและนินจา ที่ออกแบบโดยคุณ Atsuko Nishida เจ้าเก่า

Koduck หรือ Psyduck

มากันที่เจ้าเป็ดพลังจิตอย่าง Koduck ในภาษาญี่ปุ่นหรือ Psyduck ในภาษาอังกฤษ ที่ดูภายนอกนั้นเจ้า Psyduck ก็เป็น Pokemon หน้าตาซื่อๆแต่ก็แฝงไปด้วยความร้ายกาจ โดยมันถูกออกแบบโดยคุณ Ken Sugimori ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าเจ้า Psyduck นั้นมีต้นแบบมาจากเป็ด โดยมันจะชอบเอามือกุมหับทำหน้าตาให้เหมือนว่าตัวเองนั้นอ่อนแอ ก่อนจะใช้กงเล็บทำร้ายเหยื่อ ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Emolga

มาต่อกันที่ Pokemon หน้าตาน่ารักที่เรียกชื่อเดียวกันว่า Emolga ซึ่งเป็น Pokemon ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในภาค Black & White ซึ่งเป็น Pokemon สายฟ้าที่ได้คุณ Atsuko Nishida เป็นคนออกแบบ โดยเจ้า Emolga นั้นเป็นส่วนผสมระหว่างกระรอกบิน Flying Squirrels กับไฟฟ้า รวมกันจนเป็นเจ้า Emolga ที่สาวๆหลายคนอาจจะหลงรัก

Zenigame  หรือ Squirtle

มากันที่เจ้าเต่า Zenigame หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Squirtle ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าตัวนี้ถูกออกแบบมาจากเต่า ที่ออกแบบโดยคุณ Atsuko Nishida โดยชื่อ  Squirtle ในภาษาอังกฤษนั้นเป็นการผสมกันระหว่างคำว่า Squirt ที่แปลว่าพ่น กับคำว่า Turtle ที่แปลว่าเต่า แถมเจ้า Squirtle ก็เป็น Pokemon ยอดนิยมอีกหนึ่งตัวที่แฟนๆ ต่างชื่นชอบ  ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green

Dodrio หรือ Tyrogue

มากันที่นกสามหัวที่ดูปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเจ้านี่ต้องเป็น Dodrio ในภาษาญี่ปุ่น หรือ Tyrogue ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นร่างพัฒนามาจาก Doduo หรือ Smeargle ที่มีต้นแบบมาจากนกกระจอกเทศที่มีถึงสามหัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่ ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคแรก Red และ Green ในตัวอย่าง Detective Pikachu นี่ออกมาแค่แว๊บเดียวจริงๆ

Barrierd หรือ Mr. Mime

ปิดท้ายด้วยตัวละครขโมยซีนในตัวอย่าง Detective Pikachu อย่างเจ้า Barrierd ในภาษาญี่ปุ่น หรือ Mr. Mime ในภาษาอังกฤษ ที่หลายคนชื่นชอบความฮาของตัวละครตัวนี้ ที่ออกแบบโดยคุณ Ken Sugimori ที่มีต้นแบบมาจากตัวตลกละครใบ้ของต่างประเทศ  โดยชื่อ Mr. Mime นั้นมาจากชื่อของ Mime Jr. นักแสดงละครใบ้แบบท่าทางในอดีต โดยในเกมนั้น Mr. Mime จะเป็นประเภทใช้พลังจิตสร้างกำแพงป้องกันการโจมตีได้

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Pokemon ที่เราพบในตัวอย่างหนัง Detective Pikachu ข้อมูลที่เราเอามานำเสนอในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้อ่านได้รู้จักเหล่า Pokemon พวกนี้มากขึ้น และได้เข้าใจถึงการออกแบบของตัวละคร ซึ่งถ้าตัวอย่างใหม่ของ Detective Pikachu ออกมา และมี Pokemon ใหม่ๆมาอีก เราจะรีบเอามานำเสนอทันทีรอติดตามกันได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

นรกคือคนอื่น การ์ตูนที่จะทำให้คุณระแวงทุกๆ คนที่อยู่รอบตัวของเรา..!! (WEBTOON)

Published

on

สวัสดีครับ เข้าเรื่องเลยละกันผมได้ไปเจอการ์ตูนเรื่องนึงใน webtoon เป็นการ์ตูนที่อ่านไปเรื่อยๆ แล้วเราจะรู้สึกหวาดระแวงทุกคนที่อยู่ภายในการ์ตูนเรื่องนี้เลย โดยการ์ตูนนี้มีชื่อเรื่องว่า นรกคือคนอื่น ครับ !!

ก็เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราเลื่อนลงไปอ่านรีวิวกันเถอะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนะครับผม

ชื่อเรื่อง นรกคืนคนอื่น

ผู้แต่ง kimyongki

เรตติ้งใน webtoon 9.46

ประเภท ระทึกขวัญ


ตัวละครหลัก

ยุนจงอู – เด็กหนุ่มที่เดินทางมาทำงานที่เมืองใหญ่ แต่ดันได้ที่พักที่คนรอบตัวมีแต่คนแปลกๆ


เนื้อเรื่องย่อ

ยุนจงอู เด็กหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบได้เดินทางมาทำงานที่ตัวเมือง ตามคำแนะนำของรุ่นพี่ของเค้า ด้วยความที่ยังไม่ค่อยมีตังเค้าเลยต้องมาเช่าหอพักเก่าๆ แคบๆ ที่ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน ห้องครัวร่วมกันกับคนอื่น การใช้ชีวิตของเค้าปกติดีในช่วงแรกๆ แต่เค้าก็เริ่มรู้สึกแปลกขึ้นทุกวันเพราะคนที่อยู่ในหอพักเดียวกับเค้าเริ่มทำตัวแปลกๆ ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะชอบแอบมองเค้าอยู่มุมประตู ถุยน้ำลายใส่หลังเค้าแล้วบอกว่าไม่ได้ทำ เบียร์ที่เก็บไว้ถูกขโมยหายไป หรือห้องข้างๆ ชอบคุยโทรศัพท์เสียงดังพูดแต่เรื่องแปลกๆ แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยตรงกับตัวเค้าเอง


รีวิวความรู้สึกหลังอ่าน

ความสวยงามของภาพ 7.5/10

เนื้อเรื่อง 6/10

ควสามชอบโดยรวม 6.5/10

สำหรับเรื่องนี้ผมขอให้คะแนนน้อยหน่อย เพราะไม่ค่อยชอบในหลายๆ แง่ แต่ขอบอกข้อที่ชอบก่อนละกันนะครับผม การ์ตูนเรื่องนี้ถือว่าเล่าเรื่องได้น่าสนใจดีที่เล่าตามชีวิตตัวเอก ให้เรารู้สึกว่าวันนึงเค้าได้เจอกับอะไรบ้าง โทนสีกับลายเส้นที่ใช้ก็ให้อารมณ์หลอนๆ ดี และที่ชอบเลยการ์ตูนเรื่องนี้ทำให้เราระแวงทุกคนที่พระเอกเจอได้จริงๆ เราจะรู้สึกว่าตอนต่อไปไอคนนี้จะทำอะไรพระเอกรึเปล่านะ ไอนี่จะทำอะไรโรคจิตๆ ใส่พระเอกอีกรึเปล่านะ แต่ข้อเสียเองก็มีเหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าแก่นเนื้อเรื่องของการ์ตูนเรื่องนี้คืออะไร เหมือนเล่าไปเรื่อยๆ ว่าพระเอกเจออะไรบ้างแค่นั้น แล้วขายแค่ความระทึกไปเรื่อยๆ ทำให้อ่านแล้วมันง่วงๆ เนือยๆ ในหลายช่วงเลยล่ะครับ ก็อาจจะเป็นแค่ผมคนเดียวที่รู้สึกก็ได้ ใครมีความคิดเห็นอื่นๆ อะไรยังไงก็ลองคอมเมนต์พูดคุยกันได้ตลอดนะครับผม

สรุป ระทึกขวัญดี แต่เนื้อเรื่องแอบเนือยๆ อ่านก็ได้ไม่อ่านก็ได้ แล้วแต่คนชอบครับ


ก็จบไปแล้วกับการรีวิวการ์ตูนเรื่อง นรกคือคนอื่น จาก webtoon นะครับผม ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ส่วนบทความต่อไปผมจะหยิบเรื่องไหนมาเขียนอีกก็รอติดตามอ่านกันได้เลย ส่วนตอนนี้ขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ครับผม !!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิวหนังสือ] Dragon Ball ภาคพิเศษ เกิดใหม่เป็นยามูชาโชะเด๊ะ

Published

on

By

ด้วยกระแสของไลท์โนเวลแนว ไปเกิดใหม่ในอีกโลกหนึ่ง ที่ฮิตในหมู่แฟน ๆ จนมีคนทำออกมามากมายหลายหลากเรื่องราวทั้งไปเกิดเป็น สไลม์ ปีศาจสุดกระจอกบ้าง ไปเป็นนักเวทย์ขั้นเทพบ้าง หรือเป็นอะไรแปลก ๆ อย่างตู้ขายขายของอัตโนมัติก็มีมาแล้ว เรียกว่ามีให้อ่านไม่หวาดไม่ไหว บางเรื่องดังจนเอาไปทำเป็นมังงะ เป็นอนิเมะ หรือเกมก็มี ซึ่งนั่นก็คงไปกระตุ้นต่อมบางอย่างของยอดฝีมือระดับตำนานอย่าง อาจารย์โทริยามะ อากิระ ผู้เขียน Dragon Ball อยู่ไม่ใช่น้อย ป๋าแกเลยตอบรับไอเดียของกองบรรณาธิการที่จะเอามาเชื่อมกับจักรวาลดราก้อนบอลของแกแทบจะทันที

ชื่อไทยใครคิดฟร้าาา 555

ตรงนี้แกก็ได้คุยกับนักวาดโดจินนามว่า Dragongarow LEE ซึ่งถนัดงานโดจินเรื่อง Dragon Ball และ One Punch Man อยู่แล้ว (สังเกตจากชื่อแกสิ เอาตัวเด่นทั้งสองเรื่องมาผสมเป็นนามปากกาเลย) จนออกมาได้เป็นงานสปินออฟ หรือภาคแยก หรือจะเรียกภาคพิศดารก็ไม่ผิดนัก ของมังงะดราก้อนบอลในที่สุด โดยในเล่มได้ให้เครดิตเขียนเรื่องเป็นของ อาจารย์โทริยามะ ส่วนเครดิตวาดนั้นเป็นของอาจารย์ดราก้อนกาโรว์ ด้วย

มีเล่มของตัวเองได้เวลาโชว์เท่กับเขาบ้าง เท่ยันปกในอ่ะคิดดู หมดยุคความหยำฉาแล้วเฟร้ย

โดยเรื่องราวจะเล่าถึงนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งที่คลั่งไคล้ดราก้อนบอลมาก แต่วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันทำให้เขาฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของ ยามูชา ตัวกระสอบทรายแห่งจักรวาลดราก้อนบอล ในช่วงต้นของเรื่องไปเสียแล้ว ซึ่งจากเรื่องราวของยามูชาที่เขาเคยอ่านมาทำให้เขารู้ว่าวันหนึ่งเขาจะต้องตายจากการถูกไซไบแมน ลูกสมุนของเบจิต้าฆ่าตาย เป็นที่อเนจอนาถใจแก่ผู้อ่าน แล้วถูกล้อซ้ำ ๆ ถึงความอ่อนของเขาจนกลายเป็นมีมยอดฮิตที่ล้อได้ไม่รู้จบด้วย เมื่อรู้เช่นนั้นมีหรือที่เด็กหนุ่มผู้จับพลัดจับผลูมาอยู่ในร่างนี้จะเดินตามรอยทางแห่งความกากในเมื่อเขาสามารถใช้ความรู้จากโลกเก่ามาแก้ไขชะตาได้ เอาล่ะเมื่อคนธรรมดาแต่มีความล่วงรู้อนาคตคนหนึ่งจะเอาตัวรอดในโลกที่มีแต่ยอดมนุษย์พลังระเบิดดวงดาวได้หรือไม่ โปรดติดตาม

ความเดิมจักรวาลที่แล้ว ไว้อ่านเทียบสำหรับใครที่ไม่เคยอ่านหยำฉาฉบับดั้งเดิม 555

ก็เรียกว่าเอาความตลกที่คนชอบแซวตัว ยามูชา หรือบ้านเราเรียกติดปากว่า หยำฉา นี้เองมาเล่นกับแนว เกิดใหม่ฯ ได้ดีมาก ด้วยความที่เนื้อหานั้นไม่ยาวมากนักจึงเล่าจบได้ในเล่มเดียว ประมาณ 141 หน้า โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น บทต้น บทกลาง บทปลาย และบทพิเศษ ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องหลัก แล้วมีการ์ตูนแถมพิเศษให้อีก 6 หน้า ก็นับว่ากำลังลงตัวไม่เลอะเทอะมากไป เพราะโดยพื้นมันคือแนวล้อเลียน แนวการ์ตูนตลก การ์ตูนแก๊กอยู่แล้ว ด้านคุณภาพรูปเล่มกระดาษก็ตามมาตรฐานเนชั่นฯ ไม่ถึงขนาดกรีนรี้ด แต่ก็ได้กระดาษหนากว่าปกติของค่ายนี้ล่ะนะ น่าเสียดายนิดตรงไม่มีหน้าสีเลย ส่วนด้านงานแปลการพิสูจน์อักษรนี่ค่ายนี้หายห่วงได้ล่ะนะพลาดน้อยมาก ส่วนชื่อไทยนั้นก็เปลี่ยนจาก Dragon Ball Gaiden – Tensei shitara Yamcha datta ken มาเป็น เกิดใหม่เป็นยามูชาโชะเด๊ะ ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรฐานของเนชั่นฯ ผู้คิดชื่อให้ นารูโตะนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ จนลือลั่นมาแล้วนั่นเอง 555

สารบัญจ้า

การ์ตูนแถมนี่เปิดหน้าแรกก็เห็นแววฮามาแต่ไกลละ 5555

ใครเป็นแฟนดั้งเดิมของดราก้อนบอล อยากจะได้เห็นลายเส้นแบบเก่า ๆ ของอาจารย์โทริยามะกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ซึ่งตรงนี้อาจารย์ดราก้อนกาโรว์ลอกสไตล์มาได้ค่อนข้างชวนให้คิดถึงทีเดียว จริง ๆ การ์ตูนเล่มนี้ก็เป็นที่พูดถึงสำหรับแฟน ๆ มาสักร่วมปีแล้วล่ะ บางคนอาจได้เห็นผ่านตาในเน็ตมาบ้าง แต่ถ้าอยากเก็บรูปเล่มดี ๆ เข้าคอลเล็กชั่นแล้วนั้นคงไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ทางเนชั่นฯ ได้ทำฉบับแปลไทยเป็นรูปเล่มครบถ้วนแบบถูกลิขสิทธิ์ คุณภาพสมราคา 65 บาท (ที่ไม่ถูกไม่แพงในยุคนี้) ออกมาแล้ว ก็อยากให้ไปรีบซื้อเก็บกันเสียนะครับ ส่วนตัวผมไม่ได้เก็บการ์ตูนชุดดราก้อนบอลมา แต่ซื้อเล่มนี้มาอ่านก็รู้สึกคุ้มค่านะ เป็นการ์ตูนที่อ่านเพลิน ๆ ขำ ๆ ร่วมสมัย แถมยังให้นึกถึงเหล่าตัวละครตอนต้น ๆ เรื่องที่เคยมากเสน่ห์แต่ถูกลดบทบาทห่างหายไปตามเวลา ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!