ในวันที่ 25 พ.ค. นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสุดๆของจักรวาล DC ด้วยคอมมิคหัวใหม่ความยาว 80 หน้านาม DC Universe: Rebirth  ที่จะว่าด้วยการเริ่มใหม่ ตีความใหม่ ในการเล่าเรื่องของจักรวาลตัวละคร DC ทั้งหมดในฉบับคอมมิค ไม่ว่าจะเป็นแบทแมน ซูเปอร์แมน วันเดอร์วูแมน เดอะแฟลช อควาแมน หรือตัวร้ายอย่าง โจ๊กเกอร์ ก็ตาม (ไม่เกี่ยวกับฉบับหนังนะจ๊ะ แต่จะว่าไม่เกี่ยวอย่างสิ้นเชิงมั้ยก็ไม่แน่ เอาเป็นว่าจะพูดถึงในช่วงท้ายละกัน) เรียกว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นับจากการรีบู้ทจักรวาลใน The New 52 เมื่อปี 2011 ซึ่งเป็นความพยายามปรับหัวหนังสือใหม่ให้ดูเข้ายุคเข้าสมัยเหมาะกับนักอ่านรุ่นใหม่ๆในตอนนั้นทีเดียว (ชื่อ New 52 มาจากการรีบู้ทจักรวาลหลักด้วยซีรีย์หนังสือหัวใหม่จำนวน 52 หัวนั่นเอง)
1530615_xl-720x1107
สำหรับการเปลี่ยนแปลงใน รีเบิร์ธ นี้มีหลักสำคัญตามที่ Geoff Johns ประธานฝ่ายสร้างสรรค์ของ DC ซึ่งเป็นผู้แต่งเนื้อเรื่องให้หนังสือด้วย ได้บอกไว้ว่า

“รีเบิร์ธ นี้คือการพุ่งเป้าความสนใจไปยังหัวใจของเหล่าตัวละคร ตลอดจนการมีอยู่ของพวกเขาในจักรวาลคอมมิคด้วย มันยังคือการนำสิ่งที่ตัวละครเคยก่อทิ้งไว้และได้สูญหายไปในอดีตกลับมา มันเป็นทั้งความรักและความหวังของจักรวาล DC ทั้งหมดเลย” 

ตีความง่ายๆว่า จอห์นส์ กำลังจะอุดรูรั่วและความผิดพลาดทั้งหมดที่ DC เคยทำเอาไว้ให้กลับมาถูกที่ถูกทางซะที ด้วยการเปิดศักราชใหม่ครั้งนี้นั่นเอง (ภาษาบ้านๆคือขอกู้ศรัทธานั่นล่ะ)

Geoff Johns คนนี้ล่ะ

Geoff Johns คนนี้ล่ะ

และแม้ว่าตัวหนังสือจะออกวางขายในวันที่ 25 พ.ค. นี้ก็ตาม แต่ก็มียูเซอร์ชื่อ  SuperAe16 ได้เอาตัวหนังสือมาสปอยล์ลงในเว็บ reddit พร้อมคำโปรย 1 ย่อหน้าที่สปอยล์เนื้อหาสำคัญๆมาลง จนเกิดการส่งต่อและถกเถียงกันของแฟนๆ DC มากมายทีเดียว แม้ว่าในเวลาต่อมาเขาจะลบโพสต์นี้ไปก็ตามแต่ก็ไม่ทันการกระพือข่าวไปแล้วล่ะ 555 โดยคำโปรยนั้นมีข้อความว่า

  • Wally West ได้กลับมาแล้ว. 
  • เฉลยว่าจริงๆแล้วมี Joker ด้วยกัน 3 คน.
  • JSA ฉบับดั้งเดิมก็กลับมาด้วย.
  • หัวหนังสือ Watchman ได้มาร่วมในจักรวาล DC เป็นที่เรียบร้อย และยังเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่หายไปในจักรวาลนี้ด้วย???
  • เอาล่ะ และส่วนท้ายสุดของหนังสือรีเบิร์ธนี่ มันโคตรพูดไม่ออกเลย.

มาไล่ดูทีละประเด็นเลย

  1. Wally West คือใคร?นายคนนี้คือ Kid Flash คนที่ 1 และได้มาเป็นเดอะแฟลชคนที่ 3 แทน Barry Allen ที่เราคุ้นเคยในฉบับซีรีย์ (ในซีรีย์ฉบับคนแสดง วอลลี่ เวสต์ ปรากฏตัวในซีซั่นที่ 2 แสดงโดยนักแสดงผิวสีอย่าง Keiynan Lonsdale ซึ่งอิงตามวอลลี่ เวสต์ ฉบับใหม่ใน New 52 ที่เป็นเด็กผิวสีด้วย) ซึ่งการปรากฏตัวใหม่นี้เขามาในรูปลักษณ์ของ คิดแฟลช แบบดั้งเดิมที่เป็นชายผิวขาวแทน โดยน่าสนใจว่าเขายังเป็นเสียงบรรยายในตอนต้นของหนังสือ และเขายังได้สันนิษฐานว่ามีบางคนได้ขโมยเวลาสิบปีไปจากเหล่าตัวละครนับจากเหตุการณ์ Flashpoint ที่ทำให้เกิด New 52 ขึ้น
    วอลลี่ เวสต์ ได้พบกับ แบร์รี่ หรือเดอะแฟลช ก่อนที่เขาจะพูดถึงบางคนที่อู่เบื้องหลังการล้างจักรวาลครั้งก่อน

    วอลลี่ เวสต์ ได้พบกับ แบร์รี่ หรือเดอะแฟลช ก่อนที่เขาจะพูดถึงบางคนที่อยู่เบื้องหลังการล้างจักรวาลครั้งก่อน

    อธิบายเพิ่มเติมหน่อย วอลลี่นี่หลุดหายไปในสปีดฟอร์ซก่อนการรีบู้ทจักรวาลใน New 52 ซึ่งทำให้ตัวละครต่างๆลืมเขาไปหมด การที่เขาจะกลับมายังโลกปกติได้เขาต้องหาคนที่จดจำเขาได้และโชคดีว่า แบร์รี่ ยังจำเขาได้ ทำให้เขาได้กลับมา นั่นหมายความว่าจักรวาลเดิมก่อน New 52 ไม่ได้ถูกลบทิ้งสิ้นเชิงแต่เดินคู่กันมากับจักรวาลใหม่ และตอนนี้กำลังกลับมารวมกัน จึงตรงกับคำที่ จอห์นส์ บอกว่ารีเบิร์ธจะเป็นการทวงกลับคืนของสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและได้ทำสูญหายไปด้วย เอาล่ะตัวละครเก่าๆที่หายไปคงมีโอกาสกลับมางานนี้ล่ะ (แน่นอนว่าคงเป็นเฉพาะตัวละครที่ความนิยมสูงๆล่ะนะ 555)

  2. Joker มีด้วยกัน 3 คน??อันนี้ทำเอาแบทแมนอึ้งรับประทานไปเลย เช่นเดียวกับพวกเรา 555 ตรงนี้เป็นข้อมูลที่วอลลี่ ตอนที่ติดอยู่ในสปีดฟอร์ซได้รับมา จากการที่ตระเวนไปหาตัวละครต่างๆนั่นเอง และครั้งหนึ่งเขาได้ไปดูแบทแมนในอีเว้นท์ Darkseid War ซึ่งเฮียบรูซได้ไปรู้ความจริงจากการนั่งเจ้าเก้าอี้ โมเบียส เครื่องรอบรู้ในจักรวาลว่าจริงๆแล้วมีโจ๊กเกอร์อยู่ด้วยกันถึง 3 คน ไม่ใช่คนเดียวแบบที่คิดกัน โดยคนแรกคือตัวดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่วาดครั้งแรกในปี 1940 นู้น คนที่สองคือตัวที่อยู่ในหัวหนังสือ Killing Joke และคนสุดท้ายคือตัวที่อยู่ใน New 52 ที่กลับมาในหัวหนังสือ Endgame นั่นเอง ตรงนี้นับเป็นการอุดรูรั่วและตอบความสงสัยในพฤติกรรมของโจ๊กเกอร์ที่ผ่านๆมาได้พอสมควร ว่าทำไมบุคลิกในแต่ละช่วงเวลาถึงต่างกัน ทำไมวางแผนได้เป๊ะและไปอยู่ได้ทุกที่ราวกับมีอยู่หลายคนตรงนี้มีบางคนเล่นมุกว่าโจ๊กเกอร์ 3 คนคือ Jack Nicholson (จากแบทแมนฉบับ ทิม เบอร์ตัน) Heath Ledger (จากดาร์คไนท์ฉบับ โนแลน) และ Jared Leto (จากซุยซายด์สควอต) ต่างหากล่ะ ซึ่งก็ถูกของเขานะ 555
    Joker_Rebirth
    เพิ่มเติมนิด ในคอมมิคนั้น Darkseid War นี่ยังไม่จบดี คือเหลืออีก 2 เล่ม แต่ปรากฏว่าเล่มถัดไปที่จะออกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาถูกเลื่อนไปออกวันเดียวกับรีเบิร์ธ ส่วนเล่มจบก็ถูกสั่งเก็บไปแก้ไข เมื่อรวมกับที่ว่านายจอห์นส์เป็นผู้แต่งเรื่องเหมือนกัน ทำให้หลายคนคาดว่ามันน่าจะมีความเชื่อมโยงกับรีเบิร์ธไม่มากก็น้อยแน่ๆ
  3. JSA ฉบับดั้งเดิมก็กลับมาด้วยหรือชื่อเต็มๆว่า Justice Society of America ซึ่งเคยโดน DC โละหัวหนังสือไปได้รับการยืนยันการมีอยู่อีกครั้ง โดยวอลลี่ได้ไปพบชายแก่คนหนึ่งที่อยู่ในสถานพยาบาล และได้รับการยืนยันว่าเขาคือ Johnny Thunder หนึ่งในสมาชิกของ JSA ซึ่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นที่ทำให้คนในจักรวาล DC ลืมพวกเขาไป
    มีใครบ้างนะ.....

    มีใครบ้างนะ….. ปล.จอห์นนี่ ธันเดอร์ หรือ ธันเดอร์โบลต์ คือตัวมุมขวาล่างสีชมพูๆนั่นล่ะ

    เพิ่มเติมจ้า JSA นั้นเป็นการรวมตัวของเหล่าฮีโร่ที่เขียนออกมาในช่วงปี 1940 ตอนนั้นสมาชิกก็ยังไม่ได้มีตัวดังๆครบแบบที่เรารู้จักในปัจจุบันหรอก จนตอนหลัง DC เลยพับกลุ่มนี้ไปอยู่ในอีกจักรวาลคู่ขนานที่เรียกว่า Earth-2 แล้วสร้าง Justice League of America (JLA) ที่มีตัวเทพๆที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน อย่าง ซูเปอร์แมน แบทแมน วันเดอร์วูแมน แฟลช ไซบอร์ก และอควาแมน มาในจักรวาลหลักนั่นเอง

  4. Watchman ได้มาร่วมในจักรวาล DC เป็นที่เรียบร้อย และยังเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่หายไปในจักรวาลนี้ด้วย???ตรงนี้น่าสนใจมากๆๆๆ คือในตอนรีบู้ท New 52 นั้น DC ก็เคยได้ควบรวมตัวละครที่คนนิยมมากๆในหัวหนังสืออื่นๆของตนเข้ามาในจักรวาลหลักก่อนแล้วอย่าง John Constantine ของ Vertigo Comics ที่เน้นแนวเวทย์มนต์และสยองขวัญ และบางตัวละครจาก WildStorm Productions ที่ถูก DC ปิดไป ดังนั้นการนำเหล่า Watchmen ซึ่งถือว่าเป็นคอมมิคที่โด่งดังมากๆหัวหนึ่งของ DC ที่ขนาดเคยเอาไปทำเป็นภาพยนตร์มาแล้ว มารวมในจักรวาลหลัก จึงกลายเป็นอะไรที่ทำได้ แถมดูจะสุโก้ยเอามากๆด้วยล่ะตรงนี้ได้รับการเปิดเผยจากหนังสือรีเบิร์ธ ด้วยฉากสุดท้ายในเล่ม แบทแมนได้พบของบางอย่างอยู่ในถ้ำค้างคาวของเขา และเมื่อเขาหยิบมันออกมาดู มันคือเข็มกลัดรูปหน้ายิ้มสีเหลืองที่เปื้อนเลือด ใช่แล้วมันคืออันเดียวกับที่เป็นสัญลักษณ์หลักอยู่ในเรื่อง Watchmen นั่นล่ะ!!!! จบเล่มด้วยคำพูดของแบร์รี่ว่า “ตอนนี้ฉันรู้สึกถึงมันแล้วล่ะ เรากำลังถูกจับจ้องอยู่”  (ว้าวววววววว)
    กลมๆยิ้มๆสีเหลืองๆ จำกันได้ไหมแฟนๆ Watchmen

    กลมๆยิ้มๆสีเหลืองๆ จำกันได้ไหมแฟนๆ Watchmen

    และเมื่อดูตรงที่ว่า Watchmen เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่หายไปที่วอลลี่พูดถึงด้วย ตรงนี้สื่อหลายสำนักเริ่มฟันธงแล้วว่า บางคน ที่วอลลี่สันนิษฐานว่าได้ขโมยเวลาสิบปีของเหล่าตัวละครไปนั่นก็คือ……

    Dr. Manhattan และเขาคือผู้ทำให้เกิดการล้างจักรวาลครั้งก่อน และเป็นผู้สร้าง New 52 ขึ้นมาด้วย (……………………………!!!!!!!!)

จาก Watchmen ฉากนี้ล่ะที่เชื่อว่า Dr. Manhattan กำลังสร้าง New 52

จาก Watchmen ฉากนี้ล่ะที่เชื่อว่า Dr. Manhattan กำลังสร้าง New 52

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่นๆที่น่าสนใจสำหรับแฟนๆเดนตายของ DC เพิ่มอีก เช่น ซูเปอร์แมนกำลังอาจจะตาย (อีกรอบแล้วเรอะ)!! วันเดอร์วูแมนพบว่าตัวเองมีพี่น้องฝาแฝดที่เป็นผู้ชาย!! เป็นต้น แต่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆที่ผมคิดว่าคนดูเฉพาะหนัง หรือคนทั่วไปอาจจะพอรู้จักและสนใจก็ได้นำมาบอกเล่าในนี้หมดแล้ว ส่วนใครสนใจรายละเอียดย่อยๆที่ว่าก็อาจจะต้องลองหาเว็บหรือแฟนเพจเกี่ยวกับคอมมิคซูเปอร์ฮีโร่ติดตามดูครับ เห็นมีหลายที่เริ่มพูดถึงกันบ้างแล้วในหลายๆประเด็น หรือถ้ามีความสามารถก็รอซื้อ DC Universe: Rebirth ที่จะออกวางแผงที่อเมริกาวันที่ 25 พ.ค.นี้ดูกันนะ

มาปิดประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับจักรวาลของหนังบ้าง ว่าการรีเบิร์ธในจักรวาลหลักของคอมมิคจะส่งผลอย่างไรบ้าง

เอาหลักๆเลย คือไม่ส่งผลใดๆหรอกครับ 5555 เพราะ DC นั้นค่อนข้างชัดเจนในการแยกระหว่าง จักรวาลของหนัง จักรวาลของคอมมิค และจักรวาลของซีรี่ย์ทีวี แบบไม่เกี่ยวกัน (ตรงนี้มาร์เวลเองยังแยกแค่จักรวาลคอมมิคออกมา ส่วนหนังกับซีรีย์อยู่ในจักรวาลเดียวกัน) แต่ก็มีความน่าสนใจอยู่เหมือนกันตรงที่ว่า นาย Geoff Johns ที่เป็นประธานฝ่ายสร้างสรรค์ของ DC นั้น ได้ขยับไปเป็น ผู้ควบคุมการออกแบบและการสร้างหนังทั้งหมดของ DC คือถ้าให้เทียบง่ายๆคือ เป็นตำแหน่งเดียวกับ Kevin Feige ของทางฝั่งมาร์เวลนั่นล่ะ ซึ่งคงเพราะผลงานหนังเรื่องหลังสุดอย่าง Batman V Superman นั้น ออกมาไม่เข้าเป้าเท่าไหร่นักนั่นล่ะ ค่ายวอเนอร์จึงต้องดึงศรัทธาให้แฟนๆกลับมาหน่อย

ซึ่งนายจอห์นส์ก็ถือว่ามีผลงานปรากฏในระดับที่แฟนๆยอมรับและดีใจได้เลยล่ะว่าน่าจะทำให้หนังหลังจากนี้ดูดีขึ้น ดังนั้นคอมมิคฉบับรีเบิร์ธจึงถือเป็นงานแต่งเรื่องเล่มสุดท้าย ก่อนที่เขาจะไปทุ่มสร้างสรรค์กับทางหนังและซีรี่ย์เต็มตัว ก็น่าสนใจว่าจอห์นส์ได้เข้ามาสู่คอมมิคของ DC ในปี 2010 เพื่อเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ New 52 และยกระดับอีกครั้งด้วย Rebirth นี้ จะสามารถทำอย่างเดียวกันกับทางหนัง DC ที่วิกฤติศรัทธาเข้าขั้นต่ำตมจมดินได้หรือไม่ แล้วจะมีไอเดียอะไรที่แกทิ้งผลงานไว้ในฉบับคอมมิค ที่แกอาจจะหยิบเอามาใช้ในจักรวาลหนังได้หรือไม่ ตรงนี้ต้องติดตาม (จริงๆตรงนี้ก็มีอีกหลายอย่างน่าสนใจอาจจะเขียนเป็นอีกบทความหนึ่งเลย ก็รอติดตามกันดูนะครับ ถ้าผมมีเวลานั่งทำข้อมูล 555 (บทความนี้ผมก็ล่อไปครึ่งวันละ T^T)