[รีวิว] The Contractor : พล็อตซ้ำซาก แถมยังออกตัวช้า
Our score
6.0

Release Date

07/04/2022

Rate : R

1 Hrs 43 m

Director Tarik Saleh

Writer J.P. Davis

Stars Chris PineGillian JacobsSander Thomas

[รีวิว] The Contractor : พล็อตซ้ำซาก แถมยังออกตัวช้า
Our score
6.0

[รีวิว] The Contractor : พล็อตซ้ำซาก แถมยังออกตัวช้า

จุดเด่น

  1. การกำหนดให้พระเอกเป็นทหารทุพพลภาพขาเสีย ทำให้เป็นคาแรกเตอร์ที่มีความแตกต่าง น่าเอาใจช่วย

จุดสังเกต

  1. พล็อตสูตรสำเร็จที่ไม่มีจุดไหนฉีกแนว
  2. พระเอกขาเสีย แต่เก่งมาก สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แบบไม่ระคายผิว จนทำให้สงสัยในปูมหลังของพระเอกซึ่งหนังไม่ได้เอ่ยถึง
  3. เหล่าวายร้ายกระจอกเกิน จนไม่ต้องเอาใจช่วยพระเอกเลย
  • คุณภาพนักแสดง

    6.0

  • คุณภาพงานสร้าง

    7.0

  • ตรรกะความสมเหตุสมผลของบท

    5.0

  • ความสนุกตามแนวหนังแอ็กชัน

    5.9

  • คุ้มค่าตั๋วและเวลา

    6.0

หนังมีวี่แววแป้กมาตั้งแต่ไกลเลยครับ สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2019 โดนผลกระทบจากโควิด-19 ยาว ๆ วางกำหนดฉายครั้งแรกไว้ว่าเป็น 10 ธันวาคม 2021 แล้วก็เลื่อนมาเป็น 18 มีนาคม 2021 แล้วก็เลื่อนอีกมาเป็น 1 เมษายน ไม่แค่นั้นผู้จัดจำหน่ายหนังก็ยังเปลี่ยนมืออีก เดิมทีอยู่กับ STX Films ค่ายหนังของจีนแผ่นดินใหญ่ ท้ายที่สุดก็มาอยู่กับพาราเมาท์ ซึ่งก็นำเข้าโรงฉายพร้อมกับขายให้ชมบน Amazon Prime ด้วยไปพร้อมกัน แล้วก็ดันชนอย่างจังกับ Morbius ผลเป็นอย่างไรเดาไม่ยาก

สนับสนุนเนื้อหาโดย

The Contractor เน้นขายชื่อ คริส ไพน์ (Chris Pine) ในบทนำเป็น เจมส์ ฮาร์เปอร์ ทหารผ่านศึกพิการขาซ้ายบาดเจ็บรุนแรงแต่ยังพอเดินได้ แต่ด้วยความเจ็บปวดจึงกินยาเพื่อบรรเทา ทางกองทัพตรวจร่างกายเจอว่าเจมส์ใช้ยาที่ผิดกฏหมายจึงถูกปลดประจำการ ด้วยความที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องหาเลี้ยงลูกและเมีย พอดีกับที่เจมส์ได้พบกับ ไมค์ หัวหน้าเก่า รับบทโดย เบน ฟอสเตอร์ (Ben Foster) ไมค์จึงชวนเจมส์ไปรับงานกับกลุ่มทหารรับจ้าง ที่นำโดย รัสตี้ เจนนิงส์ รับบทโดย คีเฟอร์ ซูเธอร์แลนด์ (Keifer Sutherland) ได้รับภารกิจแรกมาพร้อมกับเงินมัดจำก้อนโต แต่ต้องเดินทางไปปฏิบัติการทีเบอร์ลิน เรื่องราวหลังจากนั้นก็เข้าอีหรอบเดิม ภารกิจสำเร็จ แล้วเจมส์ก็พบว่า เขากลายเป็นเป้าหมายต่อไปที่องค์กรต้องการฆ่าปิดปาก จึงต้องดั้นด้นเอาชีวิตรอดในต่างถิ่นและกลับมาแก้แค้นนายจ้าง ซึ่งนับถึงวันนี้เรา ๆ ก็ผ่านตากับพล็อตแบบนี้มาไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้ว แล้ว The Contractor ก็เดินเรื่องบนพล็อตแบบนี้โดยที่ไม่มีอะไรฉีกไปจากเดิมเลย

ปัญหาเรื่องเนื้อหาและบทก็ต้องชี้นิ้วไปที่ เจ.พี. เดวิส (J.P. Davis) อดีตนักแสดงที่ผันตัวมาเป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ ก็เขียนเรื่องตามสูตรสำเร็จทุกอย่างคาดเดาได้หมดไม่มีจุดไหนเกินความคาดหมาย จะว่าไปส่วนที่ต่างจากสูตรสำเร็จก็พอมี แต่ก็ดันเป็นจุดที่ไม่ควรต่าง อย่างเช่นพื้นเพของพระเอก เจมส์ ฮาร์เปอร์ ไม่มีการปูพื้นมาเลยว่าพระเอกตอนเป็นทหารสร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้าง เก่งกาจขนาดไหน ทำไมขาถึงได้บาดเจ็บรุนแรง แต่เลือกใช้เวลาในช่วงต้นหมดไปกับการพาคนดูไปรู้จักครอบครัวของเจมส์ว่าแร้นแค้นลำบากเพียงใด จากนั้นก็พาไปรู้จักครอบครัวของไมค์ จากนั้นก็พาไปรู้จักกับรัสตี้ ผู้นำกลุ่มทหารรับจ้าง ทั้งหมดนี้ก็กินเวลาไป 30 นาทีแล้ว กว่าเราจะได้เห็นการยิงกระสุนนัดแรกก็ผ่านไปครึ่งเรื่องเสียแล้ว

แล้วเวลากว่า 30 นาทีต้นเรื่อง ที่หนังตั้งใจเน้นเนื้อหาในส่วนดราม่าทั้งปัญหาครอบครัวของเจมส์ ปัญหาเรื่องงานในกองทัพที่โดนปลดทั้งที่ไม่ทำอะไรผิด เหมือนโดนแผ่นดินตัวเองหักหลัง ความผูกพันกับเพื่อนฝูงที่เคยร่วมรบกันมา แต่เมื่อดำเนินไปจนจบเราก็ไม่ได้เห็นว่าหนังจะได้ใช้ประโยชน์จากดราม่าเหล่านี้ หรือพยายามใช้แล้วแต่ก็ไม่บังเกิดผลทางด้านอารมณ์ความรู้สึกจากผู้ชมแต่อย่างใด หันมาดูทางด้านงานแอ็กชันบ้าง ก็ถือว่ายังอยู่ในมาตรฐานหนังแอ็กชันฮอลลีวูด แต่ไม่ได้มีฉากหวือหวาน่าจดจำ หรือชวนลุ้นจนตีนจิก แต่ละฉากก็ไม่ได้ตู้มต้ามขนาดระเบิดภูเขาเผากระท่อม ทั้งที่หนังก็ใช้ทุนสร้างไปพอสมควรถึง 50 ล้านเหรียญ

ผู้เขียนชอบในจุดที่บทสร้างสรรค์ตัวตนของ เจมส์ ฮาร์เปอร์ เป็นพระเอกที่มีความทุพพลภาพ ดูเป็นปุถุชนคนธรรมดาดี แตกต่างจะพระเอกหนังแอ็กชันทั่วไปที่แทบจะเป็นซูเปอร์ฮีโร เจมส์เดินขากระเผลก ต้องคอยฉีดยาระงับปวดอยู่บ่อย ๆ แต่มันก็ช่างย้อนแย้ง เพราะเวลาพะบู๊ก็ดูไม่เห็นเป็นอุปสรรคเลยนะ เจมส์สามารถรับมือกับคู่ต่อสู้พร้อมกัน 2 คน 3 คนที่ร่างกายสมบูรณ์พร้อม แล้วเอาชนะได้เสียทุกครั้ง ยิ่งทำให้กังขาว่า เจมส์ ฮาร์เปอร์ นี่เก่งมาจากไหน ทำไมถึงไม่มีการเล่าพื้นเพที่มา เพราะดูจากการออกปฏิบัติการนี่เรียกได้ว่าเป็นมืออาชีพเชี่ยวชาญการรบทุกรูปแบบ ทั้งลอบจารกรรม ดำน้ำ ลุยป่า พรางตัว ทำการปฐมพยาบาล ถ่ายเลือดฉุกเฉิน ไหวพริบดี ดูจากการทุบหลอดไฟแล้วแอบซ่อนตัวคอยลอบจัดการศัตรู แต่ต่อให้เก่งน้อยกว่านี้ เกราะของความเป็นพระเอกก็ทำให้ไม่โดนกระสุนอยู่ดี หลาย ๆ ครั้งที่เจมส์อยู่ในที่โล่ง ฝ่ายตรงข้ามสาดกระสุนมาเป็นร้อย เจมส์ก็แค่วิ่งหลบก้ม ๆ ตัวหน่อย ก็ไม่โดนกระสุนเลยในขณะที่เพื่อนร่วมทีมโดนกันถ้วนหน้า

คีเฟอร์ ซูเธอร์แลนด์ รับบทตัวร้ายของเรื่อง

ด้วยเมนหลักแล้ว The Contractor เป็นหนังแอ็กชันสาดกระสุนครับ มีเรื่องราวดราม่าครอบครัวและความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนทหารคอยสอดแทรกเป็นฉากหลัง แต่ตลอดระยะเวลา 100 นาที ก็มีฉากสาดกระสุนให้เห็นเพียงแค่ 3 ฉากเท่านั้น ฉากใหญ่และยาวสุดก็คือฉากปฏิบัติการในเบอร์ลินเท่านั้น น่าผิดหวังสุดก็คือฉากไคลแมกซ์ท้ายเรื่อง ที่ปิดจบอย่างง่ายดายภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ยังไม่ทันลุ้นเลย ดูแววแล้ว พาราเมาท์เจ้าของหนังก็คงรู้สภาพหนังตัวเองดีล่ะ และคงไม่คาดหวังผลตอบลัพธ์สักเท่าไหร่นัก จึงเลือกปล่อยขายบนสตรีมมิงไปพร้อมกันตั้งแต่วันที่หนังเข้าโรง รู้ว่าเจ็บตัวแน่แล้วล่ะ แต่ขอเจ็บตัวน้อยหน่อยแล้วกัน