[รีวิว]Hustle : หนังบาส NBA ที่คนไม่ดูบาสเก็ตบอลก็สนุกได้

Release Date
03/06/2022
Rate : R
1h 57m
Comedy, Drama, Sport
Director Jeremiah Zagar
Writers Will FettersTaylor Materne
Stars Adam SandlerQueen LatifahJuancho Hernangomez
Our Score
7.9

บอกก่อนเลยว่า ก่อนชม Hustle ผู้เขียนไม่รู้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่เลือกดูก็เพราะว่าหนังเข้าชาร์ต Netflix ในไทยอันดับ 3 แล้วมีชื่อ อดัม แซนด์เลอร์ (Adam Sandler) ที่มาในโหมดดราม่าจริงจัง ตามหลัง Uncut Gems (2019) ที่ได้เสียงชื่นชมไปพอควร แซนด์เลอร์เป็นนักแสดงฮอลลีวูดแถวหน้าอีกคน ที่ระยะหลังนี้มาฝากฝีฝากไข้ไว้กับ Netflix บริษัท Happy Madison ของเขาต้องสร้างหนังป้อนให้กับ Netflix ทุกปี นับตั้งแต่ The Week Of (2018), Murder Mystery (2019), Hubie Halloween (2020) แล้วก็ตามมาด้วย Hustle เรื่องนี้ล่ะ

รอบนี้ แซนด์เลอร์รับบทเป็น สแตนลีย์ ซูการ์แมน (Stanley Sugarman) อดีตนักกีฬาบาสเก็ตบอลอาชีพ ที่หลังเลิกเล่นอาชีพก็มาเป็นพนักงานประจำให้กับทีม Philadelphia 76ers ในตำแหน่งแมวมอง หนังใช้เวลาช่วงต้นเรื่องปูทางให้เราเห็นชีวิตการทำงานของซูการ์แมน ที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกแทบไมได้หยุดพัก เพื่อเสาะหานักเล่นหน้าใหม่มีพรสวรรค์มาเข้าทีม จนเขาบังเอิญมาพบกับ โบ ครูซ ที่กำลังเล่นสตรีทบาสอยู่ในสนามเล็ก ๆ ในสเปน รับบทโดย ฮวนโช เฮอร์นาโกเมซ (Juancho Hernangomez) นักบาสเก็ตบอลตัวจริงแห่งทีม Utah Jazz

ซูการ์แมนมั่นอกมั่นใจเหลือเกินว่าเขาเจอช้างเผือกตัวจริงแล้ว พาตัวครูซบินไปฟิลาเดเฟียทันที เพื่อนำเสนอกับทีม แต่พอดีกับที่ วินซ์ เมอร์ริก ลูกชายเจ้าของทีม Philadelphia 76ers ขึ้นรับตำแหน่งผู้บริหารแทนพ่อผู้ล่วงลับ รับบทโดย เบน ฟอสเตอร์ (Ben Foster) ซึ่งวินซ์เองก็ไม่ชอบหน้าซูการ์แมนอยู่แล้วเป็นทุนเดิม จึงปฏิเสธที่จะรับครูซเข้าทีม ทำให้ซูการ์แมนเกิดโทสะ ประกาศลาออกจากทีม Philadelphia 76ers กลายเป็นว่าจากนาทีนี้เขาและครูซต่างต้องฝากชีวิตไว้ซึ่งกันและกัน ซูการ์แมนต้องพยายามทุกวิถีทางดันครูซให้เป็นซูเปอร์สตาร์ แล้วขอให้ทีมไหนก็ได้ใน NBA รับครูซเข้าเป็นสมาชิกทีม หนังใช้เวลาพอสมควรเลยล่ะ กว่าจะถึงจุดแตกหัก ที่ทำให้เส้นเรื่องหลังจากวิกฤตนี้ ชวนให้น่าติดตามขึ้นมาก

พอเรื่องราวมาแนวนี้ เริ่มคุ้น ๆ กันไหมล่ะครับ แมวมองออกจากบริษัทยักษ์ใหญ่กลายมาเป็นเอเยนต์จำเป็น ต้องฝากความหวังไว้กับนักกีฬารองบ่อนเพียงคนเดียว ที่ไม่มีใครรู้จัก นี่มัน Jerry Maguire ชัด ๆ แต่เปลี่ยนจากเบสบอลมาเป็นบาสเก็ตบอลแทน จุดหมายปลายทางของเรื่องก็พอเดา ๆ ได้ล่ะ แต่เรื่องราวระหว่างทางนั้นหนังก็เล่าได้น่าสนใจ กับการใส่อุปสรรคต่าง ๆ นานามากลั่นแกล้งซูการ์แมนและครูซ เราก็ตามลุ้นกันไปว่าสุดท้ายคู่นี้จะพบแสงสว่างปลายอุโมงค์กันด้วยวิธีใด

แอนโธนี เอ็ดเวิร์ด คนขวา รับบท เคอร์มิต วิลล์ ตัวร้ายของเรื่อง

หนังใส่ตัวร้ายมาทำหน้าที่อุปสรรคพอสมควร โดยเฉพาะ เคอร์มิต วิลล์ นักบาสเก็ตบอลดาวรุ่งที่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของครูซ เขาพยายามที่จะข่มรัศมีของครูซเพื่อไม่ให้มาเบียดบังตัวเองที่กำลังเป็นที่สนใจของแมวมองจากทีมใหญ่ใน NBA แอนโธนี เอ็ดเวิร์ด (Anthony Edwards) อีกหนึ่งนักบาสอาชีพตัวจริงจากทีม Minnesota Timberwolves มารับบทเป็น เคอร์มิต วิลล์ และทำหน้าที่ตัวร้ายได้สัมฤทธิ์ผล คือร้ายแบบมิติเดียวเลย ร้ายมาตั้งแต่บ้าน ร้ายจนคนดูเกลียดได้จริง อีกรายคือ วินซ์ เมอร์ริก ก็ถือว่าเป็นบทถนัดของ เบน ฟอสเตอร์ รายนี้เป็นคู่ปรับของซูการ์แมน เป็นวายร้ายแบบจอมบงการ ใช้อิทธิพลเครือข่ายสกัดกั้นแผนปั้นดาวรุ่งของซูการ์แมน เสียดายที่บทเลือกที่จะหาทางยุติบทบาทของเมอร์ริกแบบตัดฉับง่ายเกินไป เหมือนแบบว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน แค่นี้ล่ะ พอแล้ว

ควีน ลาติฟาห์ มารับบทสมทบเป็น เทเรซา ซูการ์แมน

แม้ว่าหน้าหนัง Hustle จะเป็นหนังบาสเก็ตบอลแบบชัดเจนมาแต่ไกล แต่แฟน ๆ บาสเก็ตบอลก็อย่าคาดหวังว่าจะได้ดูฉากแข่งบาสเก็ตบอลมันส์ ๆ ในเรื่องนี้นะครับ พราะนี่คือหนังที่เล่าเรื่องราวของ โบ ครูซ นักบาสข้างถนนผู้มีพรสวรรค์แล้วกลายมาเป็นดาวรุ่งใน NBA ฉากที่เราเห็นบ่อย ๆ ในสนามก็คือ ฉากโชว์ความสามารถในการชู้ต แย่งบอล หลอกล่อ ปัด ฉากแข่งก็เป็นฉากสั้น ๆ เล่นแบบทีม 3 คน แค่นั้น ไม่มีฉากเชย ๆ แบบว่าตามอยู่ 1 แต้ม แล้วกำลังจะหมดเวลา มีภาพสโลว์โมชัน พระเอกชู้ตลูกไปแล้ว ภาพลูกบาสลอยตรงไปยังห่วงตัดสลับกับภาพตัวเลขนาฬิกากำลังเดินถอยหลังแบบนั้น ฉากแบบนี้ไม่มีให้เห็น ถ้ามองตามสัดส่วนแล้ว เนื้อหาหนังจะหนักไปทางดราม่าเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครหลักอย่างซูการ์แมนและครูซ ที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกันมาก่อน แล้วอยู่ดี ๆ ต่างก็ต้องฝากอนาคตไว้ซึ่งกันและกัน มีทั้งเรื่องราวที่ทุ่มเทเสียสละให้กัน ซื้อใจกัน มีทั้งเรื่องราวที่ต่างฝ่ายต่างปิดบังกัน ทำให้ต้องผิดใจกันจนมีปากเสียง

ฮวนโช เฮอร์นาโกเมซ นักบาสตัวจริง ที่เหมือนส้มหล่นนะกับการได้รับบทเป็น โบ ครูซ เรียกว่าเป็นบทพระเอกของเรื่องก็ว่าได้ รูปร่างหน้าตาก็เหมาะกับบทแหละ ดูหล่อ สูงถึง 2.06 เมตร คาดเดาได้ว่า บท โบ ครูซ ถูกเขียนขึ้นเพื่อฮวนโชโดยเฉพาะ เพราะเดิมทีหนังเขียนให้ซูการ์แมนไปเจอช้างเผือกในจีน แต่ Netflix ขอให้เปลี่ยนเป็นสเปนแทน เพราะจีนไม่ใช่ตลาดทำเงินของ Netflix หวยเลยมาลงที่ฮวนโช พอมองเห็นได้ชัดแหละนะว่าฮวนโชไม่ใช่นักแสดงอาชีพ มีบางช่วงบางตอนที่ดูแข็ง ๆ ทื่อ ๆ อยู่บ้าง แต่กับบทที่ต้องระเบิดอารมณ์ เสียน้ำตา ก็ถือว่าผ่านนะ ไม่ถึงกับขัดหูขัดตาเกินไปนัก ผ่านเรื่องนี้ไป ชื่อเสียงของเขาก็ต้องเป็นที่รู้จักมากขึ้นเป็นแน่

เบน ฟอสเตอร์ มารับบทเป็น วินซ์ เมอร์ริก ตัวร้ายของเรื่อง

พูดได้ว่า Hustle เป็นหนังดราม่าในวงการกีฬาเรื่องหนึ่ง ที่ดูสนุก น่าติดตาม จบได้อิ่มเอมใจ ฟีลกู้ดไปตาม ๆ กัน ได้ร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของ 2 ตัวละครหลักที่ต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย ทั้งบทสนทนา ทั้งนักแสดง สามารถดึงผู้ชมให้ร่วมลุ้นเอาใจช่วยไปกับพวกเขาได้สำเร็จ และที่สำคัญการที่หนังไม่ได้ลงลึกไปกับกติกาการแข่งขันในสนาม จึงทำให้ผู้ชมที่ไม่รู้เรื่องราวบาสเก็ตบอลเลยแม้แต่น้อย ก็สามารถดูหนังรู้เรื่องเข้าใจเนื้อหาไปได้ตลอดรอดฝั่ง จะมีก็แค่ฉากหนึ่งที่เล่าเรื่องราวจำเพาะในวงการเสียหน่อย ก็ตรงที่หนังพูดถึงการแข่ง NBA Draft Combine สำหรับคนที่ไม่รู้จัก นี่คือการแข่งขันพิเศษที่จัดทุกปีในเดือนพฤษภาคม บรรดาดาวรุ่งหน้าใหม่จะมาแข่งกันแบบ 5 ต่อ 5 เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่ตัดสินชะตาของนักบาสหน้าใหม่ที่อยากก้าวเข้าสู่ทีมใหญ่ เพราะบรรดาแมวมองจากทีม NBA จะมาชมการแข่งขันรอบนี้เพื่อหาสมาชิกใหม่เข้าทีม

เลอบรอน เจมส์ ซ้ายสุด ผู้อำนวยการสร้างของเรื่อง

แม้ว่าคนที่ไม่ได้ติดตามวงการบาสเก็ตบอลจะรับชม Hustle ได้สนุกแล้ว แต่คนที่เป็นแฟน NBA จะดูสนุกกว่าหลายเท่าก็ตรงที่ หนังเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจาก NBA อย่างดี ทำให้มีนักบาสชื่อดังจาก NBA หลายคนมาเล่นเป็นตัวเองกัน ส่วนหนึ่งที่ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบรรดานักบาสอาชีพก็น่าจะเพราะหนังมีชื่อ เลอบรอน เจมส์ (LeBron James) รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างอยู่ด้วยนี่สิ

หนังกำกับโดย เจเรไมอาห์ เซการ์ (Jeremiah Zagar) ผู้กำกับหน้าใหม่ ที่แซนด์เลอร์ไปถูกอกถูกใจเขาจากผลงานก่อนหน้า We Are Animals หนังสายรางวัลปี 2018 ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ผิดพลาดครับ เซการ์คุมโทนหนังได้ดี เลือกผ่อนหนักผ่อนเบาได้ถูกจังหวะ แนะนำครับ หนังสนุก ดูเพลิน จบด้วยความอิ่มเอมใจ ฟีลกู้ด หลับสบาย

คุณภาพงานสร้าง
8
คุณภาพนักแสดง
6.5
เนื้อหา ตรรกะของบทภาพยนตร์
8
ความบันเทิง
8.5
คุ้มค่าเวลาในการรับชม
8.5
คะแนนจากผู้อ่าน1 Vote
8.5
จุดเด่น
เนื้อหาระดมสาดอุปสรรคใส่ตัวละคร ทำให้หนังดูน่าติดตาม
เป็นหนังบาสเก็ตบอล NBA ที่ดูง่ายไม่ลงลึกถึงเรื่องราวจำเพาะวงการมากเกินไป
ได้ครบทั้งสาระ บันเทิง ฟีลกู้ด
จุดสังเกต
เนื้อหาดูเหมือนเดินตามรอย Jerry Maguire
การใช้นักกีฬาตัวจริง มารับบทนำ ก็พอให้สังเกตได้บางฉากบางตอนที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
ผู้ชมบางส่วนอาจจะคาดหวังได้เห็น ฉากแข่งบาสมันส์ ๆ
7.9

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก