[รีวิว] Jackass Forever: ไม่ใช่ภาคส่งท้ายแต่แค่ผลัดใบ สาบานว่าไม่เคยดู xx ใกล้ขนาดนี้มาก่อน
Our score
7.0

Release Date

10/03/2022

ความยาว

96 นาที

[รีวิว] Jackass Forever: ไม่ใช่ภาคส่งท้ายแต่แค่ผลัดใบ สาบานว่าไม่เคยดู xx ใกล้ขนาดนี้มาก่อน
Our score
7.0

Jackass Forever

จุดเด่น

  1. สนองกับแฟนพันธุ์แท้ได้คุ้มค่าและเต็มไปด้วยฉากฮาชวนคิดถึงเก่า ๆ ที่ถูกเอามาเล่นใหม่แล้วเพิ่มดีกรีความเจ็บความขำเข้าไปอีก

จุดสังเกต

  1. บางตัวฮามาก บางตัวเริ่มโรยรา ตัวใหม่ ๆ ที่เข้ามามีทั้งผ่านและยังต้องพิสูจน์ตัวเอง หนังก็สุดโต่งในทางห่ามแบบผู้ชายของมัน จึงไม่เหมาะกับเยาวชนหรือผู้หญิงเท่าไหร่
  • บท

    4.0

  • โปรดักชัน

    8.5

  • การแสดง

    7.5

  • ความสนุกตามแนวหนัง

    9.0

  • ความคุ้มค่าการรับชม

    7.5

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ: ปฏิบัติการความฮาจากแก๊งเพื่อนสุดเกรียน ฉลองการกลับมารวมตัวกันของเพื่อนรักสายฮาหักเหลี่ยมโหด แจ็คแอสทีมเดิมกลับมาสร้างเสียงฮา มาพร้อมความดิบเถื่อน ฮาแบบเล่นแรงเจ็บแรง โดยมีนักแสดงใหม่ ๆ มาร่วมสร้างเซอร์ไพรส์

สมมุติตอนนี้คุณอายุ 50 กว่า คุณนัดกับแก๊งเพื่อนสุดห้าวสมัยหนุ่มกลับมารวมตัวกัน คุณคิดว่ากิจกรรมนั้นคืออะไร? แต่ละคนก็คงมีภาพเพื่อนตัวแสบของตัวเองและมีกิจกรรมในใจที่บ้าสุด ๆ ได้ตามรสนิยมและสังขารใช่มั้ย แต่นั่นคงไม่น่าจดจำเท่ากับมาทำอะไรบ้า ๆ เหมือนสมัยตัวเองอายุ 20 หรือ 30 และแม้กิจกรรมเหล่านั้นจะเสี่ยงตายทั้งเราและเพื่อน แต่ถ้ามันจะสร้างความทรงจำและเสียงหัวเราะแบบที่คุณจะไม่เสียใจทีหลังที่ได้ทำล่ะ เพราะตอนนี้คุณอายุ 50 คงทำแบบนี้ไม่ได้อีกบ่อย ๆ และคุณก็ไม่รู้ว่าวันตายจะมาถึงเมื่อไหร่

Jackass Forever

‘Jackass’ เป็นแฟรนไชส์จากรายการโทรทัศน์ของ MTV ที่เอาบรรดานักเสี่ยงตายและนักกีฬาเอ็กซ์สตรีมมาทำอะไรห่าม ๆ ด้วยสูตรตลกเจ็บตัวที่สมจริงไม่เสแสร้งจนเกิดเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย และต่อยอดออกไปเป็นทั้งฉบับหนังโรงและรายการแยกย่อยอีกหลายรายการ ซึ่งถ้านับตั้งแต่กำเนิดบนโลกทีวีมาตั้งแต่ปี 2000 สำหรับแฟน รายการนี่จึงเป็นความผูกพันกับเหล่าตัวละครนำอย่างกัปตันขี้แกล้ง จอห์นนี่ น็อคซ์วิลล์ (Johnny Knoxville) ขี้โม้สุดห่าม สตีฟ-โอ (Steve-O) โฉดชอบโชว์ คริส พอนติอุส (Chris Pontius) จอมซกมก เดฟ อิงค์แลนด์ (Dave England) หนุ่มแคระใจใหญ่ วี แมน (Wee Man) อ้วนสุดเฉื่อย เพรสตัน เลซี (Preston Lacy) และตัวสุดท้ายผมชอบสุดโดยส่วนตัวคือ เป้าซ้อมสุดฮาที่มีทักษะการพูดขยี้ได้ทวีก๊ากอย่าง แดนเจอร์ เอห์เรน (Danger Ehren)

Jackass Forever

อาจรวมถึงสมาชิกนอกกล้องอย่างผู้กำกับหนัง เจฟฟ์ เทรเมน (Jeff Tremaine) ผู้กำกับชื่อดังมากรางวัลที่มาอำนวยการผลิตอย่าง สไปก์ จอนซ์ (Spike Jonze) และบรรดาทีมงาน ตากล้องต่าง ๆ ด้วยที่เห็นผลุบโผล่อยู่ตลอดเรื่อง ก็เป็นสมาชิกที่ขาดไม่ได้เลย

และจริง ๆ ถ้าใครติดตามมาตั้งแต่ต้นจะมีตัวหลักอีก 2 คนคือ ไรอัน ดันน์ (Ryan Dunn) ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปเมื่อปี 2010 และ แบม มาร์เกรา (Bam Margera) ที่มีปัญหาจนถูกไล่ออกจากหนังภาคนี้ ถ้ามองแง่ลึกก็คงตอกย้ำว่า เราไม่รู้ว่าเพื่อนรักจะจากเป็นหรือจากตาย จะมาทำอะไรร่วมกันแบบนี้ไหวอีกสักแค่ไหน ถ้าตอนนี้หัวใจยังเรียกร้องและทำได้ก็จงทำ

Jackass Forever

ซึ่งสำหรับแฟนคลับแก๊งเดนตายกลุ่มนี้ ก็ต้องบอกว่าในหนังภาคต่อนี้ แม้จะเป็นภาคที่ 4 ของหนังโรง (โดยไม่รวมพวกภาคแยก) และมีท่าทีเหมือนว่าจะตัวแสดงจะโรยราและเหมือนอำลาอยู่ในที แต่เอาเข้าจริงระดับความเหี้ย_มโหดของการแกล้งกันนั้นไม่ได้เพลาลงเลย ฉากเด็ด ๆ เลยคือ ฉากเปิดตัวที่แซวหนังไคจูด้วยไข่จู๋ ฉากปิดประตูตีแมวในความมืด ฉากจุดระเบิดตดใต้น้ำ ฉากทดสอบกระจับระดับโลก และการเล่นกับสัตว์ทั้งหลาย (ส่วนมากจะเป็นฉากที่เอห์เรน หรือสตีฟ-โอ เป็นตัวหลักถึงจะฮาหน่อยเพราะพี่แกจะออกท่าทางฮาสุด)

Jackass Forever

เห็นคำวิจารณ์หนึ่งจากต่างประเทศบอกว่า มันคือขีดสุดแห่งความอันตรายที่ทำเรารู้สึกเป็นห่วงสวัสดิภาพในชีวิตพวกเขา แต่ทั้งที่ห่วงก็ยังอดขำไม่ได้อยู่ดี คือมันเป็นอย่างนั้นเลยเราเห็นพวกเขาฟกช้ำ กระดูกหัก สลบคอพับ อวัยวะเพศบวมบี้แบน และอื่น ๆ ที่ชวนนึกถึงการทดลองมนุษย์สุดโหดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ไม่น้อย (แต่อันนี้พวกเขาเลือกเองนะ) ก็เป็นห่วงมาก แต่ตอนดูมันก็ตลกอยู่ดี ส่วนหนึ่งอาจเพราะเรารู้ว่าพวกเขาเตรียมใจจะโดนอยู่แล้ว ไม่ใช่คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่โดนแกล้งอย่างน่าสงสารด้วยล่ะ

Jackass Forever

และดูเหมือนว่าในภาคนี้นอกจากจะไม่ใช่การวางมือ แต่ยังจะหนักไปทางนำสมาชิกรุ่นใหม่ที่ดูมีแววเข้ามาแจมให้แฟนรายการได้คุ้นเคยมากขึ้น เป็นการผลัดใบทีละนิดมากกว่า ที่น่าสนใจเลยคือ พูพีส์ (Poopies) ที่ดีกรีความห่ามและบ๊องถือว่าเกินมาตรฐานเพื่อน ๆ อยู่ และอีกคนคือ แซค โฮล์มส์ (Zach Holmes) พี่จ้ำม่ำที่ลูกบ้าไม่แพ้ใครจนได้ฉายา แซ็กแอส (Zackass) เลยทีเดียว ส่วนอีก 2-3 คน ยังไม่ค่อยโดดเด่นนัก

Jackass Forever
Jackass Forever

สำหรับใครที่ไม่ได้คุ้นเคยกับ ‘Jackass’ และคิดจะดูภาคนี้เลย ก็พอดูได้แต่ก็จะไม่สนุกสุด เจอความแป้กบ้างเป็นระยะด้วยการเล่าเรื่องแบบฉากต่อฉากไม่มีการเชื่อมโยงหรือโครงเรื่องให้ตามนัก ก็คือดูการเล่นแผลง ๆ เปลี่ยนคน เปลี่ยนกิจกรรมไปเรื่อย ๆ ยาวบ้าง สั้นซะส่วนมาก ดูไปนาน ๆ ก็จะเริ่มชินชาและอาจไม่ค่อยขำแล้ว จริง ๆ ถ้าเล่าให้มีโครงอย่างการผลัดกันแกล้งไปมาแก้แค้นเอาคืนหน่อยน่าจะสนุกขึ้น

Jackass Forever

ตรงนี้ถ้าใครจะเริ่มต้นกับ ‘Jackass’ ส่วนตัวแนะนำให้ไปดู ‘Jackass Presents: Bad Grandpa’ หนังภาคแยกเรื่องก่อนหน้าที่มีเส้นเรื่องให้ตามได้หน่อยจะสนุกกว่า และต้องเตือนก่อนเลยว่าหนังเรื่องนี้สุดโต่งในทางของมันมาก คุณจะเห็นงวงเห็นไข่แบบเต็มตาอย่างไม่เคยเต็มตาเท่านี้มาก่อนทั้งโคลสอัปและสโลว์โมชัน คือถ้าใจคุณไม่ได้ห่ามขนาดนั้น คุณอาจจะไม่ได้เหมาะกับหนังแนวนี้ครับ

Jackass Forever

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส