Connect with us

บันเทิง

Kingsglaive: Final Fantasy XV ปฐมบทสู่ตำนานใหม่ น่าซื้อแค่ไหนมาว่ากันเลย

ก่อนจะเข้าสู่การรีวิวตัวหนัง Kingsglaive: Final Fantasy XV เราคงต้องมาว่ากันยาวๆถึงที่มาที่ไป และอะไรคือหนังเรื่องนี้กันก่อนครับ

ไฟนอลแฟนตาซี เป็นเกมแนวสวมบทบาท หรือ RPG ของบริษัท Square Soft ที่โด่งดังอันดับต้นๆของโลก แข่งกันมากับ Dragon Quest ของบริษัท Enix Corporation ตั้งแต่ภาคแรกที่ลงให้กับเครื่องแฟมิคอมเมื่อปี 1987 จนมาถึงภาคล่าสุดในปี 2016 กับภาค XV หรือภาค 15 ก็สิริรวมอายุปาไปถึงเกือบ 29 ปีแล้วทีเดียว ซึ่งปัจจุบันตั้งแต่ปี 2011 ทั้งสองบริษัทอดีตคู่แข่งก็ได้ควบรวมกันภายใต้ชื่อ SQUARE ENIX ที่คุ้นหูแฟนๆกันดีนี่เอง

o4qgqbuihq0U3ajl4Da-o

สำหรับใครที่เป็นแฟนไฟนอลแฟนตาซีก็คงพอจะรู้ว่าเนื้อหาในแต่ละภาคนั้นมักเป็นเอกเทศต่อกัน คือเล่นภาคไหนก็ได้รู้เรื่องจบในตัวหมด แต่ก็จะมีบางภาคหรือบางเกมที่เป็นเนื้อหาต่อเนื่องจากภาคหลักหรือจากอีกภาคก่อนหน้า เช่น Final Fantasy VII ที่โด่งดังจนมีเกมและหนังต่อเนื่องมาเป็นของตนเอง หรือที่มีภาคหลักออกเป็น พาร์ท 2 ตามหลังอย่าง Final Fantasy X และ X-2 ก็มีเช่นกัน

และสำหรับภาคที่ 13 เป็นต้นมา ตัวซีรี่ส์ได้แนะนำจักรวาลที่ชื่อ Fabula Nova Crystallis Final Fantasy  ว่าด้วยโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังจากคริสตัลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นบทหลักของ Final Fantasy XIII แล้ว ยังเป็นฐานให้กับเกมที่ตามมาอย่าง Final Fantasy Type-0 (ซึ่งแต่เดิมชื่อ Final Fantasy Agito XIIIFinal Fantasy XIII-2 (ที่เป็นพาร์ท 2 เนื้อเรื่องต่อจากภาค 13 หลัก) Lightning Returns: Final Fantasy XIII (ที่เหมือนสปินออฟจากภาคหลักและพาร์ท2) Final Fantasy Agito (โลกเดียวกับเกมไทป์-โอ แต่ทำลงสำหรับมือถือ ซึ่งกำลังต่อยอดเป็นเกมออนไลน์ที่น่าจะได้เห็นเร็วๆนี้) และสุดท้ายที่เรากำลังพูดถึงกันอย่าง Final Fantasy XV (หรือชื่อเดิมคือ Final Fantasy Versus XIII) ซึ่งทำสถิติการพัฒนายาวนานเป็นประวัติศาสตร์ของค่ายเกมเลยทีเดียวนั่นเอง

tumblr_inline_nstv2uNtAA1sr2nja_1280

มาดูจุดเริ่มต้นของโครงการที่ได้ชื่อว่าพัฒนายาวนานที่สุดของไฟนอลแฟนตาซีนี้กันเลยดีกว่า เริ่มจากในปี 2004 หลังจากปล่อยเกมในภาค 11 มาได้เกือบ 2 ปี ทางค่ายเกมสแควร์อีนิกซ์ก็ได้เริ่มพัฒนาเกมภาค 13 ตัวหลัก โดยในขณะนั้นตัวเกมภาค 12 ก็อยู่ในช่วงพัฒนาและใกล้จะสมบูรณ์แล้ว และในปี 2006 ซึ่งมีการปล่อยเกมภาค 12 ออกมานั้นเอง ก็ยังมีความคืบหน้าของอีกเกมออกมาใกล้ๆกันด้วย นั่นก็คือเกม Final Fantasy Versus XIII ซึ่งมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเองไม่ได้สัมพันธ์กับภาค 13 หากแต่อยู่ในจักรวาล แฟบูลา โนว่า คริสตัลลิส เดียวกัน

โดยจุดขายของภาค 13 เป็นต้นมานี้ คือการผสมผสานเกมเพลย์แบบอาร์พีจีและเกมแอ็กชั่นเข้าด้วยกัน โดยจะมีความเป็นแอ็กชั่นเกมมากกว่าภาคที่ผ่านๆมาด้วย และสำหรับตัว Versus นั้นก็จะยิ่งมีเกมเพลย์ที่รวดเร็วมากขึ้นไปอีก แต่หลังจากข่าวการเริ่มโครงการเป็นต้นมา ภาค Versus นี้ก็เงียบหายไปจนน่าหวั่นใจทีเดียว แม้จะมีการปล่อยทั้งภาพเดโม่ เนื้อเรื่อง และตัวละครมาให้ยลอยู่เรื่อยๆก็ตาม จนในปี 2013 ก็มีข่าวออกมาว่าได้มีการยุบทีมพัฒนาเกมดังกล่าวไปทำเกมใหม่สำหรับเครื่องเน็กซ์เจนในอนาคต และเปลี่ยนผู้ควบคุมจาก Tetsuya Nomura มาเป็น Hajime Tabata ผู้สร้างเกม Crisis Core: Final Fantasy VII และ Final Fantasy Type-0 HD ซึ่งเกมที่เปลี่ยนมาใหม่นี้ก็คือ Final Fantasy XV นั่นเอง โดยยังคงมีข่าวเสริมว่าทีมงานได้ใช้โครงสร้างเดิมจากเกมภาค Versus มาปรับปรุงสำหรับภาคใหม่ด้วย และนี่ล่ะครับคือต้นกำเนิดเนื้อเรื่องที่เราได้ชมกันในหนัง Kingsglaive: Final Fantasy XV

จากเกมเดิมสู่เกมใหม่ รูปลักษณ์และเนื้อเรื่องที่เปลี่ยนไป

จากเกมเดิมสู่เกมใหม่ รูปลักษณ์และเนื้อเรื่องที่เปลี่ยนไป

จริงแล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ค่ายเกมนี้สร้างภาพยนตร์ขนาดยาวมาฉายครับ เพราะถ้าลองย้อนไปเมื่อปี 1997 บริษัทสแควร์ในขณะนั้นได้ตั้ง Square Pictures ขึ้นในฮาวาย เพื่อพัฒนาเทคนิคการทำภาพยนตร์ CGI เพื่อใช้ในเกม ซึ่งในปีต่อมาก็ได้จับมือกับสตูดิโอใหญ่ของฮอลลีวู้ดอย่าง Sony Columbia เพื่อสร้างหนังอนิเมชั่น CGI ขนาดยาวด้วยเทคนิคการสร้างอารมณ์สีหน้าและท่าทางเสมือนจริง ซึ่งได้ชื่อในเวลาต่อมาคือ Final Fantasy: The Spirits Within 

ตอนนั้นในปี 2000 ต้องยอมรับว่าการเห็นข่าวของหนังเรื่องนี้เป็นความน่าตื่นเต้นมากครับ ด้วยตัวอย่างของภาพที่แยกแทบไม่ออกว่าคนจริงหรือกราฟฟิกคอมพิวเตอร์กันแน่ มันน่าทึ่งมากๆ แต่ทว่าในปี 2001 ที่หนังออกฉายจริงกลับได้ผลตอบรับที่ย่ำแย่มากจากทั้งนักวิจารณ์และแฟนๆ หลักๆก็ด้วยความคาดหวังในการเป็นไฟนอลแฟนตาซีล่ะครับ แต่ตัวหนังนั้นค่อนข้างต่างจากที่แฟนเกมคุ้นเคยไปไกลเลยทีเดียว ด้วยเรื่องของการต่อสู้กับเอเลี่ยนและเนื้อหาเชิงปรัชญา ที่แม้จะเอา Hironobu Sakaguchi ผู้ให้กำเนิดซีรีส์นี้มานั่งกำกับร่วมแล้วก็ตาม ผลลัพธ์คือหนังทำรายได้ไม่ถึงครึ่งของทุนสร้างและส่งผลให้ค่ายสแควร์นั้นแทบล้มละลายและต้องยอมควบรวมกิจการกับอินิกซ์ กลายเป็นสแควร์อีนิกซ์ในที่สุด ด้านสแควร์ พิกเจอร์สเองก็ย้ายมาอยู่ใต้บริษัทใหม่นี้เช่นกัน แต่ก็ไม่มีผลงานหนังยาวอะไรออกมาอีกเลย

Final Fantasy: The Spirits Within ที่โดดเด่นในด้านกราฟฟิกหน้าตัวละคร ในยุคนั้นได้ขนาดนี้ก็เทพมากแล้วครับ

Final Fantasy: The Spirits Within ที่โดดเด่นในด้านกราฟฟิกหน้าตัวละคร ในยุคนั้นได้ขนาดนี้ก็เทพมากแล้วครับ

ในปี 2005 สแควร์อีนิกซ์ก็กลับมาประสบความสำเร็จอย่างมากกับการนำเรื่องราวหลังจากเกม Final Fantasy VII มาเล่าเป็นหนังยาว 101 นาที ในชื่อ Final Fantasy VII: Advent Children ที่ได้ตัวละครหลักจากเกมที่แฟนๆชื่นชอบกลับมาพร้อมหน้าให้หายคิดถึง โมเดลการทำหนังอิงเนื้อหาจากเกมที่กระแสดีกว่าการอิงแค่ชื่อซีรีส์อย่างมากนี้เอง ที่กลายมาเป็นแนวทางการนำเสนอหนังยาวของสแควร์อีนิกซ์ใน Final Fantasy XV คราวนี้

Final Fantasy VII: Advent Children น่าจะเป็นหนังจากเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดแล้วครับ

Final Fantasy VII: Advent Children น่าจะเป็นหนังจากเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดแล้วครับ

สำหรับ Kingsglaive: Final Fantasy XV จัดเป็นหนังโรงที่ทำออกมาเพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเกมภาคใหม่ โดยมีการจัดฉายแบบจำกัดโรงทั่วโลก โดยประเดิมที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2016 สำหรับไทยนั้นมีการฉายเพียง 2 รอบเท่านั้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมาที่โรงภาพยนตร์พารากอนซีเนเพล็กซ์ และจะมีการขายออกมาเป็นหนังบลูเรย์พร้อมตัวเกมด้วย

หนังได้ผู้กำกับที่มีประสบการณ์อย่าง Takeshi Nozue ที่เคยกำกับร่วมใน Final Fantasy VII: Advent Children และทำพาร์ทหนังในเกม Final Fantasy X และ X-2 มาแล้วด้วย ด้านบทหนังก็ได้ Takashi Hasegawa ซึ่งมีผลงานเขียนบทหนังญี่ปุ่นอยู่หลายเรื่องมาช่วยครับ เนื้อหาก็อิงมาจากเกม Final Fantasy XV ในช่วงอินโทรปูมเรื่องราวของเกม โดยผู้กำกับ Hajime Tabata นั่นเอง

บรรยากาศการเข้าแถวรับบัตรเข้าชมหนัง แน่นยาวตั้งแต่บ่ายโมงกันเลยครับ (หนังฉาย 5 โมงเย็น)

บรรยากาศการเข้าแถวรับบัตรเข้าชมหนัง แน่นยาวตั้งแต่บ่ายโมงกันเลยครับ (หนังฉาย 5 โมงเย็น)

คิงเกลฟฯ เล่าเรื่องที่มาที่ไปก่อนเนื้อเรื่องในเกม โดยเป็นความขัดแย้งระหว่างอาณาจักรมนตราคริสตัลนาม ลูซิส (Lucis) ของราชานาม รีจิส ลูซิส (Regis Lucis) กับอาณาจักรเครื่องจักรกล นิฟเฟอไฮม์ (Niflheim) ที่อิจฉาในพลังมหาศาลของคริสตัลและอยากได้มาในครอบครอง แต่ด้วยมหานครอินซอมเนียเมืองหลวงของลูซิสนั้นได้รับการปกป้องจากกำแพงศักดิ์สิทธิ์จากพลังของคริสตัลทำให้นิฟเฟอไฮม์ไม่สามารถบุกเข้ามาได้ ส่งผลให้นิฟเฟอไฮม์หันไปรุกรานอาณาจักร เทเนไบน์ (Tenebrae) ซึ่งเป็นพันธมิตรกับลูซิสแทน ครั้งนั้นทำให้ราชาและราชินีของอาณาจักรเทเนไบน์สิ้นพระชนม์ องค์หญิง ลูน่าเฟรยา (Lunafreya) ผู้มีพลังนิมิตถูกควบคุมตัว ด้านองค์ชายเรฟัสที่เป็นพี่ชายก็ถูกล้างสมองให้แค้นฝั่งลูซิสว่าเป็นต้นเหตุให้เทเนไบน์ถูกทำลาย เนื้อหาก็จะวนเวียนหลักๆ 3 อาณาจักรนี้ โดยโฟกัสไปที่เมืองอินซอมเนียของลูซิสครับ

เมืองอินซอมเนีย เทียบในแผนที่เล็กแค่ราวๆ 10% ของทั้งหมด ไม่แปลกเลยที่จะรับมือการรุกรานของจักรวรรดินิฟเฟอร์ไฮม์ไม่ไหว

เมืองอินซอมเนีย เทียบในแผนที่เล็กแค่ราวๆ 10% ของทั้งหมด ไม่แปลกเลยที่จะรับมือการรุกรานของจักรวรรดินิฟเฟอร์ไฮม์ไม่ไหว

ตัวละครหลักที่นำพาเราเข้าสู่ความขัดแย้งต่างๆคือ หน่วยพิเศษที่ขึ้นตรงกับพระราชานามว่า Kingsglaive โดยเป็นการคัดเลือกคนจากเมืองภายใต้อาณาจักรลูซิสที่มีความสามารถในการใช้พลังคริสตัลจากพระราชารีจิสได้มาฝึกฝนเป็นทหาร คนพวกนี้เหมือนชนกลุ่มน้อยตามชายแดนที่เป็นทหารรับจ้าง โดยหวังการยอมรับและได้รับการดูแลบ้านเกิดของตนอย่างดีจากอาณาจักร สถานะพวกเขาเลยเหมือนพลเมืองชั้นสองที่ไม่ได้รับการยอมรับจริงๆจากพลเมืองดั้งเดิมของอินซอมเนีย

เหล่าทหารแห่งหน่วยคิงส์เกรฟ

large

ตัวเอกของเราคือ นิกส์ อุลริก (Nyx Ulric) ชาวเมืองกาลาดและยังเป็นมือหนึ่งของหน่วยคิงส์เกรฟที่จงรักภักดีต่อองค์ราชาอย่างมาก เขาต้องเข้าไปพัวพันกับเกมการเมืองระหว่างสองอาณาจักร เมื่อนิฟเฟอไฮม์ส่งราชทูตมาเจรจาให้ลูซิสยกเมืองโดยรอบให้ แลกกับการยุติสงครามกับอินซอมเนีย ทั้งยังยื่นเงื่อนไขในการสงบศึกนี้โดยให้พระราชโอรสของพระราชารีจิสนาม น็อคติส (Noctis) หรือก็คือตัวเอกที่เราจะได้เล่นในเกมนั่นเอง ต้องอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงลูน่าเฟรยา ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าหญิงของเมืองใต้การปกครองของนิฟเฟอร์ไฮม์ เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างสองอาณาจักร แม้จะจำใจยอมรับข้อตกลงอย่างเลือกไม่ได้ พระราชารีจิสก็แอบมีคำสั่งลับให้ นิกส์ และพรรคพวกดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิงลูน่าเฟรยาและตรวจสอบเจตนาเบื้องหลังของอาณาจักรนิฟเฟอร์ไฮม์ด้วย

3106735-kingsglaive-final-fantasy-xv-2-1

เนื้อเรื่องของหนังมีความซับซ้อนพอประมาณครับ มีความลับ การทรยศหักเหลี่ยมชิงไหวพริบกันตลอดเวลา ก็ไม่มากหรือเบาบางเกินไปก็พอเหมาะกับความยาวของหนัง ด้านแอ็กชั่นนี่เริ่มมาก็ใส่กันตูมตามอย่างที่ได้มีการปล่อย 12 นาทีแรกของหนังมาทางออนไลน์เลยครับ นอกจากนี้ยังจะมีฉากแอ็กชั่นใหญ่ๆอีกอย่างน้อย 2 ฉากให้ชมครับ ดีงามอลังการสมการรอคอย ยิ่งฉากสงครามท้ายเรื่องนี่มันสุดๆเว่อวังมากจริงๆ

ส่วนพาร์ทดราม่านี่ก็ได้ข้อดีของเทคนิคโฟโต้ซีจีไอที่ทำให้ใบหน้าแสดงอารมณ์ตัวละครออกมาสมจริงมากๆ ฉากซึ้งๆนี่ก็กินใจทีเดียวครับ ชะตาของตัวละครหลายๆตัวนี่เรียกว่าคนเขียนบทใจร้ายไม่เบาเลยครับ อินเลย

และที่เด่นเลยคงเป็นการสร้างลักษณะนิสัยของนิกส์ที่มีหลายมิติน่าค้นหามาก ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน หวังว่าเราจะได้พบเขาอีกครั้งในเกมนะครับ ตัวละครนี้ก็ได้ดาราสายแอ็กชั่นพระเอกเรื่อง Need for Speed (2014) อย่าง  Aaron Paul มาให้เสียงด้วย ซึ่งนอกจากพระเอกคนนี้แล้ว ก็มีดาราฮอลลีวู้ดอีกหลายคนมาให้เสียงในหนังด้วยครับ ทั้งรุ่นใหญ่อย่าง David Gant ที่ประวัติการแสดงโชกโชนสุดๆให้เสียงจักรพรรดิแห่งนิฟเฟอร์ไฮม์ Sean Bean ก็มาให้เสียงที่หนักแน่นทรงพลังกับราชารีจิส Lena Headey หรือคุณแม่เซอร์ซี จาก Game of Thrones ให้เสียงกับลูน่าเฟรย่า และอีกหลายๆคนครับ รับรองคุณภาพการพากย์เลย 

exclusive-sneak-peek-at-kingsglaive-final-fantasy-xv-movie_96yr.640 KINGSGLAIVE-FINAL-FANTASY-XV-5maxresdefault-2 BXk8oCM
สำหรับจุดประสงค์หลักของหนังที่ทำเพื่อปูเนื้อเรื่องสู่เกมนั้นถือว่าทำได้โอเคครับ เห็นภาพรวมของสงครามนี้ ได้รู้ที่มาที่ไปของการเร่ร่อนพเนจรของ น็อคติส ตัวเอกในเกม ที่สำคัญเลยคือหนังควรต้องทำให้เราเห็นความกลัวชั่วช้าของฝั่งตัวร้าย ซึ่งทำออกมาได้ดีเลยล่ะครับ เราได้เห็นความเจ้าเล่ห์และสเน่ห์ทางฟากฝั่งตัวร้ายที่จะได้ฟาดฟันต่อไปในเกม ทำให้การไปได้เล่นเกมต่อ เพื่อดูเนื้อเรื่องและล้างแค้นแทนเหล่าตัวละครฝั่งพระเอกเป็นอะไรที่น่าสนใจมากครับ

Kingsglaive- Final Fantasy XV 2

Kingsglaive-FFXV

หนังยังให้เห็นโลกของเกม ตลอดจนเทคโนโลยีและเวทย์มนต์ต่างๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรือเหาะพลังไอพ่น รถยนต์ ปืน ดาบเวทย์ที่ใช้ฟาดฟันและเคลื่อนย้ายผู้ใช้ในพริบตาได้ด้วย พลังบาเรีย กำแพงเวทย์คริสตัล และสัตว์ปีศาจต่างๆที่เคยเห็นในซีรีส์มาก่อนแล้วอย่าง เจ้าปลาหมึกปีศาจยักษ์ และอาวุธชีวะอย่างดีม่อนวีพ่อนด้วย โลกนี้จึงเป็นการผสมศาสตร์ของพลังเวทย์คริสตัลและพลังเทคโนโลยีจักรกลได้กลมกลืนทีเดียวครับ

Kingsglaive_Final_Fantasy_XV_35  

ข้อเสียก็มีครับไม่ใช่ไม่มี ด้วยความที่เป็นเนื้อหาช่วงก่อนเริ่มเกม เราได้เห็นการล่มสลายของอาณาจักรต่างๆแล้ว แต่เรารู้เกี่ยวกับตัวละครที่จะต้องเล่นในเกมอย่างเจ้าชายน็อคติสและพรรคพวกน้อยมากครับ นี่ถ้ามีบทของเขาในเหตุการณ์ที่อินซอมเนียอย่างที่วางแผนไว้ในการเล่าเรื่องของเกมทีแรกก็ดูจะน่าสนใจทีเดียว แต่การที่ผู้สร้างเลือกเล่าแบบนี้ก็คงมีเหตุผลบางอย่างซึ่งต้องไปค้นหาคำตอบในตัวเกมครับ อย่างที่สองที่ไม่น่าเกิดกับหนังระดับนี้คือการอนิเมทท่าทางของตัวละครในบางฉากที่แข็งไม่ธรรมชาติสุดๆเหมือนเอาเกมมาเรนเดอร์ให้ดูเลย ซึ่งมักจะเป็นฉากการเดินในตัวเมืองครับอันนี้ลองไปสังเกตได้ ส่วนเอฟเฟกท์และสีหน้าอารมณ์ตัวละครนี่ไม่ต้องชมแล้วครับ ดีงามสมจริงเกินคำยอไปไกลแล้ว

KingsGlaive-Crop

อย่างทีบอกว่าเรารู้เกี่ยวกับตัวเอกในเกมน้อยมาก ตรงนี้ทีมงานเลยมีอีกโปรเจ็กที่เป็นอนิเมชั่นขนาดสั้นตอนละ 10 นาที ผลงานจากค่ายดังอย่าง A-1 Pictures ที่ชื่อ Brotherhood: Final Fantasy XV จำนวน 5 ตอน มาแนะนำตัวละครหลักในเกมอย่างแก๊งเจ้าชายแต่ละคนอีกด้วย ซึ่งผมลองดูที่ปล่อยออกมาถึงตอนนี้จำนวน 4 ตอนแล้ว ออกจะไม่ชอบดีไซน์บุคลิกบอยแบนด์ของแก๊งนี้เท่าไหร่ครับ อนิเมชั่นเล่านิสัยและภูมิหลังของแต่ละคนที่มาติดตามเจ้าชายซึ่งก้ทำให้จับต้องได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่โดนจังๆเพราะบางคนก็เหตุผลเบาบางเหลือเกิน ยิ่งตัวเจ้าชายยิ่งดูไม่ค่อยน่าติดตามเท่าไรเลยครับ หวังว่ารายละเอียดในเกมคงดึงสเน่ห์ออกมาได้มากกว่านี้ครับ

ก็ไม่แน่ใจว่าการตลาดของตัวเกมจะเน้นไปที่กลุ่มแฟนเกมผู้หญิงตามสัดส่วนที่มากขึ้นหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้เหมือนกันนะ พอดีผมดูด้วยความรู้สึกแฟนบอยที่อยากตะโกนว่าตัวละครหญิงเยอะๆหน่อยสิเฟร้ย ก็เลยออกจะเฉยๆน่ะนะ 555  แต่แน่ล่ะสำหรับแฟนพันธุ์แท้ควรดูทั้งหนังทั้งอนิเมตามคำแนะนำของผู้กำกับเกมอย่าง Hajime Tabata เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ครบก่อนไปเล่นเกมเลยครับ

ส่วนสำหรับใครไม่ได้สนใจเกม แต่อยากดูเพราะความเป็นหนังจากค่ายสแควร์อีนิกซ์ จริงๆก็อยากให้ได้ชมกับความสวยงามและความสนุกของเนื้อเรื่องครับ แต่ผมว่ารอให้มีขายตัวหนังอย่างเดียวโดยราคาให้ต่ำกว่าพันบาทไปเยอะๆถึงจะน่าสนใจครับ หนังดูจะมีพลังกับแฟนซีรีส์มากกว่าคนทั่วไป จริงๆคนทั่วไปก็ดูสนุกอยู่ครับแต่อย่างที่บอกราคาดูจะแพงไปหน่อย ยิ่งตอนนี้ที่เห็นคือจะแถมกับตัวเกมในชุด Deluxe Edition ราคา 3,290 บาท กับชุด Ultimate Collector’s Edition จำนวนจำกัดราคา 11,990 บาท ยังไม่เห็นว่ามีการขายแผ่นหนังแยกเดี่ยวๆอกมา ก็ต้องรอดูไป ผมว่าจนกว่าจะมีหนังขายแยกนี่เป็นโอกาสดีที่จะไปเยี่ยมบ้านเพื่อนที่พรีออเดอร์เกมชุดนี้ไปแล้ว แล้วขอเปิดหนังดูด้วยกันที่บ้านครับ 555

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น