[รีวิว] สเต็ปกล้าท้าฝัน One and Only : คู่โค้ชนักเต้นเคมีดีลีลาสะบัด งานภาพตรึงตาฟีลกู๊ดเหนือคาด

นอกจากกระแสความตื่นเต้นที่นักแสดงนำอย่าง หวังอี้ป๋อ มาเดินสายโปรโมตหนังถึงเมืองไทยเป็นที่แรกนอกประเทศแล้ว ตัวภาพยนตร์เรื่อง “สเต็ปกล้าท้าฝัน One and Only” เองก็ยังเป็นที่รอคอยของบรรดาแฟนคลับเป็นอย่างมาก เพราะผู้กำกับ ต้าเผิง ได้ประกาศแต่แรกว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวตนของหวังอี้ป๋อเอง จึงไม่แปลกที่รอบพิเศษ Gala Overseas Premiere เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา คนจะแน่นเต็มโรง กระทั่งคนที่ไม่ได้ตั๋วก็ยังมาเฝ้านักร้องนักเต้นคนเก่งกันหน้าโรงอย่างคับคั่งแล้ว

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะแรงดีได้อย่างบารมีนักแสดงนำหรือเปล่า ก็ต้องลองถอดจิตที่เปี่ยมด้วยความติ่ง มารีวิวกันสักหน่อยแล้วละ

จุดเริ่มต้นสู่ฝั่งฝัน

“สเต็ปกล้าท้าฝัน One and Only” เป็นภาพยนตร์จีนเล่าเรื่องราวของเฉินซั่ว (รับบทโดย หวังอี้ป๋อ) ผู้ที่รัก “การเต้นสตรีทแดนซ์” เป็นชีวิตจิตใจแต่ทำได้เพียงฝึกด้วยตัวเองในยามว่างซึ่งแทบจะไม่มีอยู่ในชีวิตที่ต้องดิ้นรนทำมาหากิน จะเอามาหากินก็ใช้ในการแสดงแลกเงินเล็กน้อยเท่านั้น แต่แล้วเขาก็ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับติงเหลย (รับบทโดย หวงป๋อ) โค้ชของทีมเอ็กซ์คลาเมชันพอยท์ (E-mark) ทีมระดับแชมป์ที่เขาใฝ่ฝัน นอกจากการฝึกเต้น เขายังได้รู้จักกับเพื่อนร่วมทีมที่มีประกายไฟฝันที่แตกต่างกัน ทว่าหนทางสู่ความฝันไม่ได้เรียบง่าย เขาถูกโจมตีอย่างหนัก และต้องเข้าไปสู่สถานการณ์ที่อาจดับฝันทั้งหมด เขาและติงเหลย จะข้ามผ่านพ้นช่วงตกต่ำและก้าวเดินไปคว้าฝันต่อไปได้หรือไม่



จากพล็อตแล้ว จะเห็นว่าเนื้อเรื่องหลักไม่ได้โดดเด่นฉีกหนีจากภาพยนตร์เต้นไล่ตามความฝันสักเท่าไหร่ แต่ในรายละเอียดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่นำพาให้ตัวเอกได้พานพบก็มีความน่าสนใจและเข้าสไตล์จีนแบบไม่ขัดเขิน ทำให้โดยภาพรวมแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่า สนุก ดูเพลินจนลืมเวลา และว้าวกว่าที่คาดไปพอสมควรเลยแหละ

ความว้าวที่ว่านั้น เริ่มมาตั้งแต่ฉากเปิดสุดอลังที่มาพร้อมกับลองชอตอันน่าทึ่ง เมื่อผสานกับการใส่ข้อมูลด้วยบทพูดแบบเต็มแมกซ์ชนิดเร็วรัวไม่แพ้ลีลาการเต้นที่เด็ดดวง งานภาพตื่นตาแต่เริ่ม ก็ทำให้เราต่อติดเรื่องได้เร็วสุด ๆ ชนิดไม่มีช่วงเหลือ ๆ ให้หายใจกันเลย

แต่ในความว้าวของความเร็วในการเล่านี้ ก็ทำให้มีข้อเสียเกิดขึ้นนิดหน่อย อย่างในช่วงเปิดเรื่อง จังหวะการเล่าสไตล์ไปให้เร็วแบบฉบับภาพยนตร์จีน โดยเฉพาะบทพูดในตอนแรกที่อ่านแทบไม่ทัน ก็สร้างความลำบากให้แก่คนดูต่างสัญชาติอย่างเราไปสักหน่อย การเล่าบางอย่างยังไม่ข้ามพ้นความต่างของวัฒนธรรม ทำให้เกิดภาวะความเข้าใจสะดุด ๆ กันไปบ้าง แต่ยังดีที่ไม่ส่งผลต่อการเล่าเรื่องสักเท่าไหร่ เนื่องจากการเดินเรื่อง การต่อบท รวมทั้งเชื่อมภาพ ยังทำได้ดีต่อติดชวนให้ติดตาม มีประสิทธิภาพเอาคนดูอยู่

จากนักเต้นขั้นเทพ “หวังอี้ป๋อ” สู่ นักเต้นชะตาอาภัพ “เฉินซั่ว”

เมื่อเข้าสู่กลางเรื่อง ในฐานะตัวละครหลัก เฉินซั่วอาจดูนิ่งเนิบและบางเบาไปสักหน่อย เมื่อเทียบกับตัวละครตัวอื่น ๆ แต่เมื่อผสานการวางหมากตัวละครที่อยากให้ดูไม่ค่อยมีตัวตนค่อย ๆ ฉายแสง และคาแรกเตอร์ที่ถอดออกมาจากหวังอี้ป๋อ มันกลับดูกำลังพอดี และช่วยส่งพลังในช่วงไคลแมกซ์ของเรื่อง ทำให้เรารู้สึกอินไปกับเฉินซั่วได้ 

ในขณะเดียวกัน หากใครเป็นแฟนคลับหวังอี้ป๋อ ก็จะยิ่งรู้สึกอินและเข้าใจในความทุ่มเทขึ้นไปอีก หากดูจากจุดเริ่มของบทที่ถอดมาจากบุคลิกของหวังอี้ป๋อและผลงานในรายการเต้น The Street Dance of China (SDC) ซึ่งหวังอี้ป๋อได้ไปวาดลวดลายฝากฝีมือไว้แล้วละก็ ก็ถือได้ว่า หนังเรื่องนี้เก็บอารมณ์ ความรู้สึก มาถ่ายทอดขมวดความเป็นนักเต้นของหวังอี้ป๋อได้ดีเลยทีเดียว แฟนคลับต้องมีช่วงน้ำตาซึมตามกันบ้างละ

(ซ้าย) โปสเตอร์โปรโมต รายการเต้น The Street Dance of China (SDC) ซึ่งหวังอี้ป๋อไปร่วมแจม และ (ขวา) หวังอี้ป๋อในบทบาทเฉินซั่ว

แต่หากพูดในแง่การแสดง คะแนนการแสดงของหวังอี้ป๋อในเรื่องนี้น่าจะเทไปตรงฉากไคลแมกซ์ ที่ต้องใช้อารมณ์จัดมากกว่า ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว แต่ที่เทไปนั้นก็เพราะมีโอกาสโชว์น้อยไปสักหน่อย เพราะตรงอื่นดูไม่ต้องแสดงเท่าไหร่ เนื่องจากดูเป็นตัวเองเอามาก ๆ (555) มีความคล้ายตัวจริงสูง แต่นั่นก็น่าจะเป็นข้อดี เพราะดูยังไงก็ไม่ขัดเลย และอาจทำให้เจ้าตัวโฟกัสกับการเต้นในเรื่อง (ซึ่งดูจากมุมกล้องและความทรงพลังของท่าแล้ว น่าจะต้องถ่ายหลายเทคมาก ๆ) ได้เต็มที่ด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนังที่เสริมบารมีหวังอี้ป๋อเลยแหละ


สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักหวังอี้ป๋อ หากดูเรื่องนี้ ก็อาจจะรู้สึกว่า ความสามารถของเฉินซั่ว อาจดูอภินิหารไปสักหน่อย คนอะไรจะเก่งเร็วขนาดนี้ แต่ใด ๆ หากวัดตามสไลต์จีนแล้วก็ไม่ถึงกับเว่อร์จนดูไม่ได้ และด้วยความเก่งนิ่งลึกที่มาจากทั้งพรสวรรค์พรแสวงนี่เอง ก็มีส่วนช่วยทำให้คนอินตาม และเปิดช่องให้เรื่องมีจังหวะตบมุก ดูสนุกขึ้นอีกในบางมุมเหมือนกันนะ

ผนึกกำลังทีมนักเต้นนักแสดง

นอกจากเฉินซั่วแล้ว นักแสดงผู้รับบทติงเหลยก็ทำได้ดีมาก ๆ ถือเป็นคาแรกเตอร์ที่มีมิติมาก ๆ บางมุมก็ดูน่าหมั่นไส้ แต่ด้วยการแสดงและการวางจังหวะบท ก็ทำให้เราเข้าอกเข้าใจและเกลียดไม่ลงเลย แถมยังช่วยเสริมให้เราอยากจะเอาใจช่วยทั้งคู่ เรียกได้ว่าเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์คู่คี่เฉินซั่วแบบที่โปรโมตในเทรลเลอร์เลยจริง ๆ



สำหรับนักแสดงคนอื่น ๆ แม้ว่าจะโผล่มาน้อย มาไวไปเร็วมาก ๆ (โผล่มาแบบจำชื่อตัวละครไม่ได้สักคน 555) แต่ด้วยจังหวะการเล่าที่คม ก็ทำให้ไม่ได้ดูจืดจางจนเกินไป ทั้งยังช่วยเสริมให้เห็นถึงความเป็นทีมและมิตรภาพได้ชัดเจน หรืออย่างบทแม่ที่ดูผิวมาก แต่พอขมวดฉากก็เล่นเอาซึ้งเลยทีเดียว เรียกได้ว่าใช้เวลาและภาพได้คุ้มสุด ๆ ไม่มีเหลือจังหวะเรื่อยเปื่อยเลย ส่วนนางเอกแม้จะเบาบางมาก แต่ก็น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาแฟนคลับแหละ อีกอย่าง นี่ไม่ใช่หนังรัก มีแค่พอให้รู้สึกอิ๊อ๊ะอย่างที่เป็นก็ดูจะเหมาะสมแล้ว 

แต่ในข้อดีย่อมมีข้อเสีย การเล่าเร็วทำให้เรื่องไม่ยืดยาดมัดใจสายชอบเดินเรื่องเร็ว ๆ ไว ๆ ก็จริง แต่ช่วงจังหวะที่ควรจะซึ้งให้สุดทาง คนดูก็ไม่ทันจะน้ำตาซึมและทิ้งอารมณ์ให้หน่วงเท่าไหร่ การเล่าก็ขยับไปประเด็นอื่นต่อเสียแล้ว หากมีสเปซพักในจังหวะเหล่านี้อีกนิดพลังของหนังคงยิ่งทรงพลังกว่านี้แน่ ๆ 

(อ่านต่อหน้า 2 คลิกด้านล่างเลย)