Connect with us

What The Fact

We are X เราคือเอ็กซ์ : ท่วงทำนองแห่งความเจ็บปวด

Published

on

 บทเพลงของพวกเขาก็กลายเป็นทั้งแรงบันดาลใจและคำปลอบประโลมแก่เหล่าวัยรุ่นที่ต้องเผชิญปัญหาชีวิตอีกด้วย

ในวันที่วง เอ็กซ์ เจแปน (X Japan) ได้มีโอกาสเดินทางมาแสดงคอนเสิร์ตที่เมดิสันสแควร์การ์เดน นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในปี 2014 สมาชิกดั้งเดิมของวงทั้ง โยะชิกิ ฮะยะชิ หรือ โยชิกิ หัวหน้าวงผู้เป็นทั้งมือกลองและบรรเลงเปียโน โทชิมิสึ เตะยะมะ หรือ โทชิ นักร้องนำเสียงทรงพลัง โทโมะอากิ อิชิซุกะหรือ พาตะ มือกีต้าร์ ได้ร่วมรำลึกถึงเรื่องราวเรื่องราวเบื้องหลังความรุ่งโรจน์ และร่วงโรยที่ทำให้เอ็กซ์ เจแปนเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 30 ปี ทั้งเรื่องราวของสมาชิกผู้ล่วงลับอย่าง ฮิเดโตะ มะสึโมะโตะ หรือ ฮิเดะ มือลีดกีตาร์ลีลาร้อนแรงและ ซะวะดะ ไทจิ หรือ ไทจิ มือเบสผู้เป็นตำนานร่วมสร้างประวัติศาสตร์วงดนตรีร็อคญี่ปุ่นที่ครองใจคนทั้งโลก และขณะเดียวกันบทเพลงของพวกเขาก็กลายเป็นทั้งแรงบันดาลใจและคำปลอบประโลมแก่เหล่าวัยรุ่นที่ต้องเผชิญปัญหาชีวิตอีกด้วย

โทะชิมิสึ เดะยะมะ (โทชิ) ร้องนำ
โยะชิกิ ฮะยะชิ (โยชิกิ) หัวหน้าวง
โทะโมะอะกิ อิชิซุกะ (พาตะ) กีต้าร์
ซาวาดะ ไทจิ (ทาอิจิ) เบส
และ ฮิเดะโตะ มะสึโมะโตะ (ฮิเดะ) ลีดกีต้าร์

โยชิกิ กับการวางเดิมพันทุกโชว์ด้วยสังขารที่ร่วงโรย

Kurenai (คุเรไน) คืนวันแห่งความร้อนแรง

สิ่งที่ทำให้สารคดี We Are X โดดเด่นท่ามกลางสารคดีศิลปินวงอื่นนอกจากการลำดับเรื่องราวที่เลือกเล่าคู่ขนานระหว่างการเตรียมคอนเสิร์ตที่ เมดิสันแสควร์การ์เดน ตัดสลับกับเหตุการณ์ที่ โยชิกิ หัวหน้าวงถ่ายทอดความเป็นมาของวงเอ็กซ์ เจแปน ที่ไม่ธรรมดาด้วยความทะเยอทะยานและบ้าบิ่นแล้ว หนังยังมีงานถ่ายภาพที่ตราตรึงโดยเฉพาะฉาก สโลว์โมชั่น การตีกลองของโยชิกิ ประกอบเหตุการณ์ตรวจโรคปวดตามข้อที่มากับสังขารอันร่วงโรยของเขาเพื่อขับเน้นชีวิตส่วนตัวที่ความเจ็บปวดเป็นมิตรอันยั่งยืนที่ถือเป็นธีมหลักที่ทรงพลังของสารคดีชุดนี้ โดยนอกจากกล้องจะทำหน้าที่บันทึกความจริงตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แล้ว การตัดต่อฟุตเตจและภาพถ่ายสมาชิก กอปรกับข่าวที่หนังเลือกมาตัดต่อสลับบทสัมภาษณ์ยิ่งทำให้ตลอดเวลา 90 นาทีของมันไม่เพียงพอประหนึ่งคอนเสิร์ตของพวกเขาที่ไม่ว่าจะเล่นกี่ชั่วโมง ผู้ชมยังคงเรียกร้อง เอิงกอร์ (Encore)ให้พวกเขากลับมาร้องเพลงแถมอีกสักเพลง นั่นทำให้สารคดี We Are X ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงเรื่องราวของวง แต่ยังคงจิตวิญญาณความบ้าคลั่งและเจ็บปวดของเอ็กซ์ เจแปน ไว้อย่างน่าชื่นชม

การปรากฎตัวของ สแตน ลี บิดาของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ มาร์เวล และเคยนำเรื่องราวของ เอ็กซ์ เจแปน ไปเขียนเป็นคอมิค

สารคดี We Are X ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงเรื่องราวของวง แต่ยังคงจิตวิญญาณความบ้าคลั่งและเจ็บปวดของเอ็กซ์ เจแปน ไว้อย่างน่าชื่นชม

เหล่าแฟนคลับของ เอ็กซ์ เจแปน ที่สหรัฐอเมริกา

Endless Rain (เอนด์เลส เรน) ความเจ็บปวดที่ยังเปียกปอนทุกลมหายใจ

ในเมื่อ We Are X เป็นดั่งบทบันทึกทั้งความทรงจำและอารมณ์ร่วมแห่งยุคสมัย เหตุการณ์ต่างๆที่แม้จะผ่านมานานร่วม 10-20 ปี แต่ด้วยการถ่ายทอดผ่านปากของ โยชิกิ ศูนย์กลางของวงผู้เผชิญหน้ากับความเจ็บปวดทั้งชีวิตส่วนตัวที่กลายเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง รวมถึงฝันร้ายของวงที่แฟนเพลงไม่เคยลืม ซึ่งบางเรื่องก็ประหลาดล้ำเหลือเชื่ออย่างการยุบวง เพราะ โทชิไปหลงมัวเมากับลัทธิประหลาด และเหตุการณ์สะเทือนใจคนทั้งโลกอย่างการจากไปของ ฮิเดะ ที่แม้จะผ่านมานานเท่าไหร่แต่น้ำเสียงและอารมณ์การบอกเล่าของ โยชิกิ กลับช่วยให้เหตุการณ์ทั้งมวลแจ่มชัดเหมือนมันเพิ่งเกิดในปัจจุบัน และทำให้ผู้ชมอดที่จะรู้สึกเจ็บปวดตามไม่ได้เมื่อประกอบกับทำนองเพลง Endless Rain อันชวนสะเทือนอารมณ์

ภาพจาก คอนเสิร์ต อันทรงพลัง

โยชิกิ หัวหน้าวง ผู้เรียนรู้ ผูกมิตรกับความเจ็บปวด

Forever Love (ฟอร์เอเวอร์ เลิฟ) นิรันดร์กาลไม่อาจเพียงพอ

สิ่งหนึ่งที่คนดูมักคาดหวังกับหนังสารคดีเกี่ยวกับวงดนตรีอย่างสูงคือการได้ยินเพลงที่คุ้นเคย ซึ่ง We Are X ก็จัดเต็มสำหรับแฟนเพลงของวง ด้วยการขนเพลงฮิตทั้งช้าและเร็วมาประกอบบทสัมภาษณ์ แต่อย่าคิดว่ามันจะถูกใช้แบบสุกเอาเผากิน เพราะเพลงฮิตที่แม้จะเป็นทั้งจุดขายและตัวช่วยในการเล่าเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่ สตีเฟน คีซัค (Stephen Kijak) ผู้กำกับสารคดีเรื่องนี้กลับเลือกเพลงมาใช้ประกอบเรื่องเล่าผ่านปากสมาชิกวงและผู้เกี่ยวข้องในวงการดนตรีได้อย่างลงตัว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในเรื่องราวที่คู่ขนานกับเนื้อหา

เพลงที่แม้จะไม่ใช่ภาษาอังกฤษแต่ดนตรีก็สามารถทำลายกำแพงภาษาจนวงเอ็กซ์ เจแปนครองใจชาวร็อคทั้งปฐพี กอปรกับงานถ่ายภาพของ ฌอน เคอร์บี (Sean Kirby) กับ จอห์น มาริงกูอิน (John Maringouin) ที่สามารถจับจดเหตุการณ์ตรงหน้าทั้งภาพการแสดงคอนเสิร์ต เบื้องหลังการจัดงาน รวมถึงชีวิตส่วนตัวได้อย่างประณีตทั้งการถ่ายสโลว์โมชั่นและการวางเฟรมภาพได้อย่างงดงาม ถือเป็นการบันทึกความจริงได้อย่างเปี่ยมคุณค่าทางศิลปะ รวมถึงการตัดต่อซึ่งมาริงกูอินได้ร่วมตัดต่อกับ มาโกะ คามิตซุนะ (Mako Kamitsuna) ก็ทำหน้าที่เรียงร้อยเหตุการณ์ในช่วง 30 กว่าปีให้กลายเป็นดั่งเพลย์ลิสต์ในคอนเสิร์ตที่ร้อนแรงและซาบซึ้งของวง เอ็กซ์ เจแปน โดยอาศัยท่วงทำนองของเพลงเป็นดั่งบรรทัดในการวางฟุตเตจภาพที่ประหนึ่งโน้ตที่ร้อยเรียงจนกลายเป็นบทเพลงแห่งชีวิตที่มีทั้งตื่นเต้น ตื้นตันและแสนเจ็บปวด จนเราอาจฟังเพลงของพวกเขาด้วยมุมมองที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ภาพสโลว์โมชันการตีกลองของโยชิกิที่แสนตราตรึง

ท่วงทำนองของเพลงเป็นดั่งบรรทัดในการวางฟุตเตจภาพที่ประหนึ่งโน้ตที่ร้อยเรียงจนกลายเป็นบทเพลงแห่งชีวิต

We Are X จะเข้าฉายแบบจำกัดโรงวันที่ 23 มีนาคม 2560 นี้ รายละเอียดการฉายติดตามได้ที่เพจ Documentary Club

ภาพในอดีตกลับมามีชีวิตด้วยการตัดต่อ

ยากเหลือเกินที่ขณะดูจะไม่ทำท่านี้

แสดงความคิดเห็น

การ์ตูน

เตรียมต่อกันดั้มอีกครั้ง!!! ประกาศอนิเมะ Gundam Build Divers ภาคใหม่ของซีรีส์ Gundam Build Fighters

Published

on

มาดูรายละเอียดของภาคนี้กันเลย

ใครยังชื่นชอบกับความสนุกของซีรีส์ Gundam Build Fighters นี่คือข่าวดีที่ทุกท่านรอคอย เมื่อทางสตูดิโอ Surise ได้เปิดเผยเว็บไซต์เพื่อประกาศภาคใหม่ของซีรีส์นี้ในชื่อว่า Gundam Build Divers โดยจะออกฉายทางช่อง TV Tokyo ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ และทางช่อง Gundam.info ได้ปล่อยอารัมภบทของอนิเมะภาคนี้ออกมาถ้าพร้อมกันแล้วเราไปชมกันเลย!!!

คลิปตัวอย่าง

รายละเอียดทีมงานผู้สร้าง

  • Planning: Sunrise
  • Director: Watada Shinya
  • Original Work: Yatate Hajime, Tomino Yoshiyuki
  • Series Composition: Kimura Noboru
  • Original Character Designs: Harakazu Hiro
  • Character Designs: Toida Shuri
  • Mechanical Designs: Okawara Kunio, Ebikawa Kanetake, Akutsu Junichi, Ishigaki Junya,
  • Gyoubu Ippei, Teraoka Kenji, Terashima Shinya, Yanase Takayuki, Washio Naohiro
  • Action Director: Obari Masami
  • Chief Mecha Animators: Kusumegi Shinya, Uda Sakiko
  • Art: Studio Naya
  • Music: Kimura Hideakira
  • Planning Cooperation: Bandai Hobby Division
  • Production Cooperation: ADK
  • Production: TV Tokyo, Sunrise, Sotsu

รายชื่อตัวละครและนักพากย์

Mikami Riku (ชื่อ Diver : Riku) พากย์เสียงโดย Kobayashi Yusuke

Hidaka Yuio (ชื่อ Diver : Yukky) พากย์เสียงโดย Fujiwara Natsumi

Momoka Yashiro (ชื่อ Diver : Momo) พากย์เสียงโดย Hieda Nene

Sera พากย์เสียงโดย Terui Haruka

Kujou Kyouya พากย์เสียงโดย Kasama Jun

Rommel พากย์เสียงโดยง Hayami Sho

เนื้อเรื่องย่อ

The Gunpla Force Battle Tournament เป็นงานใหญ่ของ GBN ที่จะจัดขึ้นเพียงปีละครั้ง โดยศึกสุดท้ายเป็นการต่อสู้ระหว่าง Avalon นำโดยแชมป์การแข่งขัน Kujo Kyota และกองยานที่ 7 นำโดย Rommel เริ่มต้นเมื่อ Kyoya ได้นำ Gundam AGE II Magnum เข้าสู่สนามรบด้วยพลังที่แข็งแกร่ง !!!

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://natalie.mu/และ https://www.animenewsnetwork.com/และ https://myanimelist.net/

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

บังเอิญหรือตั้งใจ? ชุดเกราะตัวร้ายใน Black Panther เหมือนชุดเกราะของ “เบจิต้า” ใน Dragon Ball Z

ไมเคิล บี จอร์แดน เป็นแฟนอนิเมะตัวยง และอาจทำให้ชุดเกราะของเขาใน Black Panther ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก Dragon Ball Z

Published

on

ผู้ใช้ Twitter นามว่า @Shorty2Die4 ได้สังเกตเห็นสิ่งที่น่าสนใจในเกราะของ Killmonger ตัวร้ายในภาพยนตร์ Black Panther ซึ่งรับบทโดย ไมเคิล บี จอร์แดน และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันก็จะเห็นได้ว่าเหมือนกับชุดเกราะของ “เบจิต้า” ตัวละครจาก Dragon Ball Z อนิเมะที่แฟนๆทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่างานดีไซน์ชุดดังกล่าวอาจเหมือนกับชุดของ “เบจิต้า” อย่างไม่ตั้งใจ แต่ถ้าพิจารณาจากที่ ไมเคิล บี จอร์แดน ผู้ซึ่งทุ่มเทรับบท Killmonger อย่างสุดตัว และเป็นผู้หลงใหลในอนิเมะเอามากๆ แล้วนั้น ก็อาจแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่เขามีต่อการออกแบบตัวละคร Killmonger นี้ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าการออกแบบจะแตกต่างจากในเวอร์ชั่นคอมมิคค่อนข้างมาก แต่วัตถุประสงค์หลักและแรงผลักดันของตัวละครนี้ยังคงเหมือนเดิม 

ไมเคิล บี จอร์แดน มีชื่อเสียงมากจากภาพยนตร์อินดี้ฟอร์มดีอย่าง Chronicle ของผู้กำกับ จอร์ช แทรงก์, Fruitvale Station ของ ไรอัน คู๊กเลอร์ และได้ร่วมงานกับ จอร์ช แทรงก์ อีกครั้งใน Fantastic Four แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์

ต่อมาเขาได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับ ไรอัน คู๊กเลอร์ อีกครั้งใน Creed ที่ทำให้เขาได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก มาจนถึง Black Panther ซึ่งตัวละคร Killmonger ที่เขาได้สวมบทบาทนั้น กลายเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแฟรนไชส์ MCU (Marvel Cinematic Universe) ไปเสียแล้ว

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว] Bird Mini Marathon หลากสีสันแห่งเสียงดนตรีในมาราธอนแห่งชีวิต

Published

on

หากจะเปรียบเส้นทางชีวิตของศิลปินคนหนึ่งเหมือนดั่งการวิ่งมาราธอนแล้ว คงจะไม่มีใครเหมาะเท่าพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ อีกแล้ว

กว่า 25 ปีในวงการบันเทิง และ วัยที่กำลังก้าวเข้าสู่ “แซยิด” พี่เบิร์ดก็ยังคงไม่หยุดวิ่ง อีกทั้งยังมีเรี่ยวแรงที่จะวิ่งด้วยลีลาที่แปลกใหม่ไปกว่าเดิมอีกต่างหาก

Bird Mini Marathon เป็นอัลบั้มที่ 17 ในชีวิตพี่เบิร์ดและเป็น Project ที่ร่วมงานกับศิลปินรุ่นน้อง รุ่นลูกหลากค่าย หลายสไตล์ดนตรี โดยมี พูนศักดิ์ จตุระบุล หรือ อ๊อฟ BIG ASS เป็น Executive Producer 

แนวคิดของงานเพลงชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก 8 สเตจของความรู้สึกที่นักวิ่งมาราธอนทุกคนต้องเผชิญ ดังนั้นทั้งอัลบั้มจึงมี 8 เพลงและแต่ละเพลงจะมีศิลปินที่มาทำเพลงให้พี่เบิร์ด แตกต่างกันไปตามสไตล์ของแต่ละศิลปินโดยมีเนื้อหาและท่วงทำนองของเพลงตามแต่ละสเตจของการวิ่งมาราธอน ได้แก่

  1.  พี่เปิดให้” Bird X Boom Boom Cash มาพร้อมดนตรีแนว EDM

  2. “ผู้ต้องหา” Bird x Labanoon กับแนวดนตรีไทยป็อปร็อค

  3. “Okay” Bird x Urboy Tj  กับดนตรีแนวฮิพฮอพ

  4. “ชีวิตเดี่ยว” Bird x Getsunova  กับดนตรีแนวป๊อบร็อค

  5. “พริบตา” Bird x Stamp กับดนตรีป๊อบที่มีกีตาร์โปร่งเป็นพระเอก

  6.  “กำแพง” Bird x Polycat  แน่นอนว่าต้องมาพร้อมดนตรีซินธ์ป๊อบกลิ่นอายยุค 80

  7.  “กว่าจักรวาล” Bird x Atom กับดนตรีแนวป๊อบที่มีกลิ่นอายของโซล

  8. “สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้น” Bird x Big Ass กับดนตรีสโลว์ร็อค

ลองดู ลองฟัง Teaser ของอัลบั้มนี้กันก่อนครับ

Bird Thongchai X 8 ArtistsOFFICIAL TEASER

คราวนี้เราไปดูแต่ละเพลงกันครับ


พี่เปิดให้” Bird X Boom Boom Cash

เปิดกันแบบตื๊ดๆ ด้วยดนตรีสไตล์ EDM จาก Boom Boom Cash เหมาะแก่การออกสตาร์ท มินิ มาราธอนครั้งนี้  พี่เบิร์ดร้องได้สนุก ท่อนฮุคร้องคู่กับหมิว นักร้องนำของวง และมีท่อนแร็พที่ร้องโดยสามหนุ่มในวง เนื้อหาของเพลงปลุกพลังใจให้ลุกขึ้นสู้เพื่อความฝัน

พุ่งทะยานออกไปแล้วไม่หันกลับมามอง ถ้าคิดว่าจะมาหยุดทุกๆ อย่างไม่ต้องลอง

หนทางข้างหน้าไม่ใช่เงินและไม่ใช่ทอง แต่มันคือความฝันที่เรานั้นอยากจะครอง


ผู้ต้องหา” Bird x Labanoon

เพลงป็อปร็อคน่ารักๆ สไตล์ลาบานูน แต่ได้พี่เบิร์ดมาร้อง “ผู้ต้องหา” ในที่นี้ หมายถึง ผู้ต้องหา “ความรัก” เหมาะอย่างยิ่งที่ให้พี่เบิร์ดผู้เป็นเจ้าของเพลง “คนไม่มีแฟน” มาร้อง เพราะเมื่อไม่มีแฟนก็อาจต้องตามหาความรักกันต่อไป

รัก.. วันนี้ฉันเพิ่งเข้าใจ  เธออยู่ที่ไหน  ฉันต้องการแค่เธอ

ไม่ว่าต้องบุกน้ำลุยไฟก็ไม่หวั่น   ฉันก็พร้อมที่จะเจอ

จะขอเป็นผู้ที่ต้องตามหาเธอเรื่อยไป


“Okay” Bird x Urboy Tj

UrboyTJ หรือ จิรายุทธ ผโลประการ ศิลปินหนุ่มวัย 25 แต่งเพลงนี้เพื่อเป็นตัวแทนในสเตจ shock ของการวิ่งมาราธอน เพื่อเป็นกำลังใจบอกกับคนที่กำลังท้อแท้ว่า Everything is gonna be ok  โดยมีท่วงทำนองแบบอิเล็คทรอนิค ฮิพฮอพและ การร้อง การมิกซ์ ตามสไตล์ของ UrboyTJ  พี่เบิร์ดวัยรุ่นมาก น่าสนใจจริงๆที่ได้ยินพี่เบิร์ดร้องเพลงในแนวนี้

เนื้อหาของเพลงเหมือนเป็นการง้อคนรักให้กลับมา และบอกว่าที่รักกลับมาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเกิดอะไร ทุกสิ่งจะยังคง Okay เหมือนเคย

ไม่ว่าจะเป็นยังไง Baby it’s okay.

ไม่ว่าจะเกิดอะไร I’ll be missing you all day

อยากให้เธอกลับมา Come back baby.

I’ll be okay as always


ชีวิตเดี่ยว” Bird x Getsunova

เป็นเพลงเศร้าที่สุดในอัลบั้มนี้แล้ว เพลงเพราะดี เมโลดี้สวย และยังคงเล่นคำตามสไตล์ของ Getsunova ชีวิตเดี่ยวในที่นี้หมายถึง การที่ทุกคนมองหาชีวิตคู่ และพยายามที่จะทำให้ “ชีวิตเดี่ยว” จบลงเสียที

การเรียบเรียงเพลงแบบน้อยๆแต่ล่องลอย เป็นเสน่ห์ของ Getsunova เมื่อได้เสียงร้องอันอบอุ่นของพี่เบิร์ดมาเติมจึงเป็นอะไรที่เศร้าลึกมาก

ความเดียวดายยังคอยทำร้าย

หวังเพียงพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย

มีมั้ยซักคนหนึ่ง

เข้ามาเปลี่ยน

ชีวิตเดี่ยวให้หายไป


พริบตา” Bird x Stamp

แสตมป์เคยร่วมงานกับพี่เบิร์ดมาก่อนในเพลง “น้ำตา” ที่เขาเขียนทั้งเนื้อร้องและทำนอง (ร่วมกับพิสิทธิ์ พัทยากรพิสุทธิ์) โดยเพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม  Simply Bird และเป็นเพลงแรกที่ทำให้แสตมป์ได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 20 ประจำ พ.. 2550 ในสาขาเพลงยอดเยี่ยม  สำหรับแสตมป์เองก้าวนั้นก็เหมือนเป็นจุดหมายสำคัญในการวิ่งมาราธอนของเขาเช่นกัน

เพลง “พริบตา” เป็นตัวแทนของสเตจ สิ้นหวัง ซึ่งสำหรับพี่เบิร์ดแล้วไม่ว่าจะสิ้นหวังแค่ไหน ความหวังก็จะยังคงมีอยู่เสมอ เพลงนี้แสตมป์ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมจากญี่ปุ่น “Your Name” ที่มีดาวตกเป็นจุดสำคัญของเรื่อง และเมื่อพูดถึงดาวตกแล้วหลายคนมักนึกถึง “คำอธิษฐาน” ที่เราขอจากดาวตกโดยเชื่อว่า เราจะสมหวังดังคำปรารถนา แสตมป์เขียนเนื้อได้ดีเช่นเคย และเรียบเรียงดนตรีได้กระชับ นุ่มนวล ชวนฟัง เสียงกีตาร์โปร่งในเพลงของแสตมป์ยังคงเป็นพระเอก เพลงนี้ก็เช่นกัน

ส่วนเสียงร้องของพี่เบิร์ดนั้นก็ทำให้ดาวตกนั้นเป็นแสงแห่งความหวังที่งดงาม

ทุกครั้งที่รู้ว่าดาวตก

ถ้าหากเธอมองขึ้นฟ้า

เธอจงโปรดรับรู้ไว้ว่ามีคนนึงเอ่ยชื่อเธอ

กี่สิบร้อยพันปีก็รออยู่เสมอ

ปรารถนาเพียงเธอ กลับมาเถอะ ได้มั๊ย


กำแพง” Bird x Polycat

พี่เบิร์ดร้องเพลง Polycat คงเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิด และ อยากรู้มากว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งเลพงที่ฟังเพลินมากสำหรับอัลบั้มนี้ และสำหรับเพลงพี่เบิร์ดเลย ดนตรีซินธ์ป็อปที่มีกลิ่นยุค 80-90 ของ Polycat ยังคงสร้างความประทับใจให้เราได้เสมอ เพลงนี้ผมว่าไม่ยากสำหรับพี่เบิร์ด สิ่งที่แปลกใหม่อาจเป็นตัวดนตรี แต่สำหรับเมโลดี้ผมว่ามันเหมือนกับเพลงของพี่เบิร์ด เป็นเพลงเก่าที่ทำให้เรานึกถึงอดีตอันงดงามที่ได้ล่วงเลยผ่านมาแล้ว

เป็นเพลงที่ฟังแล้วชุ่มฉ่ำเสียงร้องของพี่เบิร์ดกับท่วงทำนองของ Polycat ไปกันได้ดีมากๆ

ถ้าได้รู้ว่ารักแท้รอตรงนั้น

ฝันว่าสักวันอยากเห็น

เอื้อมไม่ถึงก็แค่ใกล้ขึ้นอีกเพียงก้าวหนึ่ง

จะเดินเข้าไปแม้เป็น

ก้าวสุดท้ายก่อนขาดใจ

ยังไงจะไม่เสียดาย


กว่าจักรวาล” Bird x Atom

อะตอม ชนกันต์ เป็นอีกหนึ่งศิลปินหนุ่มอายุน้อย ที่มีฝีมือเกินวัย เพลงนี้อยู่ในสเตจการยืนยันที่จะไปต่อแม้จะยากลำบาก

“กว่าจักรวาล” พูดถึงพูดถึงการยอมลำบากเพื่อคนที่รัก เพราะขอเพียงมีเธอรออยู่ ต่อให้ไกลแค่ไหนก็จะไปให้ถึง อะตอมแต่งเพลงนี้ขึ้นมาจากแรงบันดาลใจเรื่องคุณแม่ ที่แม้อยู่ไกลแค่ไหนแต่ทุกสุดสัปดาห์ก็จะขับรถมาเยี่ยมลูกที่หอพักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตอยู่เสมอมิได้ขาด  “แล้ววันหนึ่งลูกจะเข้าใจความรู้สึกนี้ในวันที่มีลูก เราจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือลำบากเลย ขอเพียงได้มาเห็นหน้าก็พอ” นี่คือคำตอบที่แม่ให้กับอะตอม

ดูเหมือนว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่พ้นเศร้าที่สุดของอะตอม ศิลปินหนุ่มผู้ชอบเขียนเพลงเศร้าอันมีแรงบันดาลใจมากจากเรื่องเศร้าในชีวิต

 ต่อให้นานเพียงไหน

 ต่อให้ไกลกว่านั้น

 ฉันจะไปให้ถึงสักวัน

 เมื่อรักที่เธอให้ฉันยิ่งใหญ่กว่าจักรวาล


สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้น” Bird x Big Ass

สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้นคือเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม คือการสิ้นสุดของมินิ มาราธอนครั้งนี้ ซึ่งในทางหนึ่งมันคือการ “เริ่มต้น” สำหรับการวิ่งครั้งต่อไปนั่นเอง

ขจรเดช พรมรักษา  หรือ กบ Big Ass เป็นคนแต่งเนื้อเพลงเพลงนี้ แรงบันดาลใจมากจากจุดสำคัญในชีวิตที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการทำงานที่มั่นคงอย่างการเป็นพนักงานไปรษณีย์ กับการตามความฝันในการเป็นศิลปิน สุดท้ายเพลง “เธอผู้ไม่แพ้” ของพี่เบิร์ดคือคแรงพลังสำคัญในการทำให้พี่กบผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากในชีวิตตอนนั้นมาได้ และจุดนั้นเองก็เป็น จุดสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง และ เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่นำมาสู่วันนี้ของพี่กบนั่นเอง

ดังนั้นเพลงนี้จึงเป็นเพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจผ่านท่วงทำนองในสำตล์เพลงช้าของ Big Ass และ ผ่านเสียงร้องอันอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหวังและกำลังใจของพี่เบิร์ด

สิ่งหนึ่งสิ้นสุดลงก็เพื่อ อยากให้หนึ่งสิ่งเริ่มต้นต่อไป

ยังมีอะไรอีกมากมาย บนทางยาวไกล 

ใบไม้ต้องร่วงหล่น อีกกี่ครั้ง กี่ฝนโปรยปราย

ความฝันก็ยังงอกมา อยู่ภายในใจ

ก็ความเป็นจริงหัวใจของเธฮแค่ผลัดใบ 


หากจะให้เปรียบ อัลบั้มนี้คงเป็นเหมือนกับ catwalk และพี่เบิร์ดก็เป็นนายแบบที่มีดีไซเนอร์มากหน้า หลายตา มาตัดชุด หลากสไตล์ให้ใส่ ซึ่งความพิเศษของนายแบบคนนี้อยู่ที่ความสามารถในการสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชนิดได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าเสื้อผ้าชิ้นนั้นจะสไตล์เป็นแบบไหน ดูเด็ก ดูแก่ ดูสุขุม หรือ ดูโฉบเฉี่ยว อย่างไรก็ตาม พี่เบิร์ดก็ใส่มันได้อย่างเข้าตัวและดูดีทั้งเสื้อผ้าและตัวนายแบบ

พี่เบิร์ดเป็นศิลปินตัวจริง ที่ทุ่มเทเพื่อแฟนเพลง ทุ่มเทอย่างหนัก มอบทั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อที่จะวิ่งไปสู่เส้นชัย ที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดลงตรงไหน ที่สำคัญคือ พี่เบิร์ดไม่ได้วิ่งคนเดียวหากแต่ยังพาแฟนเพลงของพี่เบิร์ดออกวิ่งไปด้วยกัน ออกไปพบ ไปเห็นกับวิวทิวทัศน์สวยงามที่แปลกตา แปลกใจอยู่เสมอ ซึ่งเราเองก็ยังคงเฝ้าดูว่า ในหลักหมายต่อไปพี่เบิร์ดจะพาเราไปยังแห่งหนใดกันนะ.

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!