Connect with us

What The Fact

[รีวิว] 9 ศาสตรา: ขออนุญาตอวย แม้ไม่ได้ค่าโฆษณา

Published

on

ขอเล่าความรู้สึกแรง ๆ หลังออกจากโรงก่อนเลย

อู้หู โอ้โห ปากค้างกับความสนุกของหนังแบบเหนือคาด แบบเหนือคาดจริง ๆ ดูหน้าหนังก็ยอมรับล่ะว่างานภาพไม่เผาเอาจริงเอาจังดี ห่วงใจก็แต่เนื้อเรื่องมันจะไท๊ยไทย เช้ยเชย หรือแบบเด๊กเด็ก เพราะประวัติศาสตร์อย่างก้านกล้วย อย่างจ้ามะจ๊ะทิงจา มันเคยมีมาแล้ว!! แต่พอเปิดเรื่องก็เห็นเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อะไรแบบนั้น ถึงจะพลอตสำเร็จรูป ฮีโร่ประสบกรรมตอนเด็ก ได้รับการช่วยเหลือจากครูมวย ได้ฝึกวิชา และจับพลัดจับผลูต้องนำอาวุธวิเศษไปส่งให้เจ้าครองนครสู้กับยักษ์ แต่ทว่าการเล่าเรื่องมันแม่น แถมฉากแอคชั่นก็มันก็สนุกลื่นไหลได้ลุ้นสุด ๆ ถ้าเปรียบเป็นการแข่งเปียโน มันจะมีพวกที่เล่นพลิ้วพิศดาร กับพวกแม่นโน้ตเนี้ยบทุกเสียง ซึ่งเรื่องนี้เป็นแบบหลังเลย ถือว่าเป็นก้าวที่ดีเลยกับการปลุกแอนิเมชั่นไทย หนักพื้นฐานแน่นเรียกศรัทธามาได้โขจริง ๆ ครับ อย่างทีเคยพูดไปว่าถึงดูรอบสื่อมาแล้ว แต่ถ้าหนังจริงเข้าก็จะขอดูอีกรอบ ความรู้สึกว้าวมันชวนให้นึกถึงครั้งได้ดู องค์บาก ครั้งแรกเลยล่ะ ดูเถอะเรื่องนี้

สำหรับคนที่กลัวความลวกเอาเผากินแบบงานไทย ๆ บอกเลยครับว่าหนังใช้เวลาสร้างกว่า 4 ปี ทีมงานทั้งไทยและเทศกว่าอีก 200 คน และทุนสร้างรวมกว่า 230 ล้านบาท คือแปลกใจเลยที่พี่ ๆ ปิดข่าวงานสร้างมาเงียบมาก แล้วมาตู้ม ช็อกเลยแบบนี้ ยิ่งกับชื่อค่ายอย่าง เอ็กฟอร์แมท ฟิล์มส์ ที่ไม่คุ้นหู แถมเปรยตัวว่าเป็น วิช่วลเอเจนซี่ ที่ไม่เคยทำงานแอนิเมชั่นขนาดยาวมาก่อน ก็ดูชวนให้ฉงนเหมือนกันว่าไปซุ่มงานตอนไหนมา จึงไม่แปลกถ้าจะไม่คุ้นชื่อทั้งผู้กำกับ คนเขียนบท คือทั้งเครดิตคุ้นคนเดียว คือ สุธี แสงเสรีชน ผู้ควบคุมเพลงในหนัง หรือก็คือ ครูไก่ แห่งบ้าน AF ที่เราคงคุ้นตาดีนั่นเอง ที่มาคุมงานออร์เคสตราเต็มวงได้อลังการมาก ๆ แต่เมื่อดูเนื้องานในส่วนอื่นนอกจากเพลงก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ ยิ่งเครดิตจบเราเห็นชื่อคนไทยเกือบ 100% เป็นคนทำ ยิ่งโคตรภูมิใจเลยครับ

หนังเล่าเรื่อง อ๊อด (ไต้ฝุ่น KPN) ชายหนุ่มแห่งโพ้นทะเล ผู้ที่มีชีวิตวัยเยาว์แสนอาภัพ โชคดีได้ร่ำเรียนวิชามวยไทยที่สาบสูญไปกับครูมวยท่านหนึ่ง เมื่อเติบโตก็ต้องรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้อาณาจักรรามเทพนครจากเผ่ายักษ์ โดยร่วมมือกับพลพรรคเพื่อนพ้องที่บังเอิญเจอกันระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น เสี่ยวหลาน (โบว์ AF5) โจรสลัดอากาศชาวจีนหุ่นเช้ง วาตะ (มิวสิค AF4) ลิงทะโมนที่เป็นถึงเจ้าชายของนครวานรที่ถูกยักษ์ทำลาย รวมถึง อสูรสีชาด (ชัย ศิริชัย) ยักษ์สีแดงร่างใหญ่ใจดีผู้ได้ชื่อว่ายักษ์ทรยศ อ๊อดต้องนำศาสตราวุธในตำนานที่พ่อของเขาเสี่ยงชีวิตนำหนีออกมาก่อนเมืองจะถูกทำลาย นำกลับไปให้รัชทายาทของอาณาจักรรามเทพนครซึ่งถูกจับกุมไว้เพื่อใช้ในการกอบกู้อาณาจักร

เนื้อเรื่องได้รับการช่วยแก้ไขโดย Bryan Edward Hill ที่ปรึกษาด้านการเล่าเรื่องจากฮอลลีวู้ด ที่ช่วยให้เนื้อหามีความเป็นสากล จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังจสามารถตีตลาดต่างชาติได้สบาย เพราะวิธีเล่าเป็นสากล เมื่อนำเอกลักษณ์แบบไทยไปใส่มันก็เลยไม่ดูฝืนดูแปลกแยกนัก ทั้งพวกสถาปัตยกรรม หรือคัทซีนเล่าเรื่องในอดีตที่ใช้ภาพลายฉลุแบบหนังใหญ่มาทำก็ดูสวยดูเนียน ผ่านการคิดมาอย่างดี ถึงขนาดว่าตอนนี้หนังขายให้จีนได้แล้ว และกำลังจะขายให้ทางอเมริกาต่อด้วย นับเป็นโปรเจ็กต์มองใหญ่ของค่าย เอ็กฟอร์แมท ฟิล์มส์ และก้าวสำคัญของแอนิเมชั่นไทยเลยด้วยครับ

สิ่งที่ต้องชื่นชมนอกจากเล่าเรื่องที่แม่นจังหวะ กับฉากแอคชั่นที่คิดมาได้ละเอียด ตัวละครนำพาคนดูไปสู่ฉากใหญ่ ๆ  ได้ตื่นตาทั้งหมด ทั้งเกาะไกลโพ้นทะเล การต่อสู้กลางอากาศด้วยเรือเหาะจนผ่านหุบเหว หรือแม้แต่การสู้กับราชายักษ์ก็ปูมาได้อย่างตื่นเต้นมีหักมุมหลอกคนดูด้วย

สิ่งที่น่าชมมากอีกอย่างคือการ ดีไซน์เหล่าตัวละคร ทั้งภาพลักษณ์ภายนอกที่บอกเลยว่าโคตรเท่ เท่ยันตัวประกอบ มีพวกการแปลงโฉมอัปเกรดหรือแปลงร่างที่เท่มาก ๆ ด้วย คือต่อยอดไปพวกสินค้าอื่น ๆ ได้สบายมาก ทั้งฟิกเกอร์ เกมคอนโซล บอร์ดเกม หรืออะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง เพราะงานดีไซน์มันสากลและแข็งแรงมาก ๆ แม้แนวการทำโมเดลจะดูมีแรงบรรดาลใจจากแอนิเมชั่นฝรั่งอย่างพวก Star Wars มามากกว่าการผสมเอกลักษณ์ตะวันออกสไตล์ญี่ปุ่น แต่หนังก็ผสมกลืนทั้งสองแบบมาได้อย่างพิถีพิถันทีเดียว  นี่ยังควรนับเรื่องการออกแบบภาพภายนอกกับบุคลิกและเส้นเรื่องที่สอดคล้องกันเป็นหนึ่งอีก คือต้องยอมใจกับทีมงานเขาจริง ๆ ว่าทุ่มเทและคิดกันละเอียดมาก ๆ ไม่มีการดูถูกเอาเปรียบคนดูแน่นอน

ส่วนที่ควรปรับปรุง ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ที่เห็นชัดมาก คือเสียงบรรยายในพวกฉากคัทซีนดูธรรมดา ไม่ชวนให้น่าติดตาม เสียงไร้อารมณ์พอสมควร ยังดีว่าไม่ใช่ส่วนหลักของการเล่าเรื่องไม่งั้นหนังคงไร้ชีวิตดูน่าเบื่อมาก ๆ ส่วนต่อมาคือแม้ดนตรีประกอบจะทำได้ดีงามมาตรฐานฮอลลีวู้ด แต่ทว่าเพลงประกอบของ วงสลอตแมชชีน ในเรื่องนี้ออกจะโดดไป เสียงแหลมเล็กของ เฟิร์ส นักร้องนำดูไม่ค่อยเข้ากับตัวเรื่อง ยิ่งการมิกซ์ใส่ในหนังก็ทอนพลังของเพลงลงไปอีก ก็ยังดีว่าในหนังใช้เพียงเพลง รุ้ง เข้ามาประกอบเพลงเดียวช่วงกลางเรื่องเท่านั้น

อาจด้วยเส้นเรื่องที่ชงมาแอคชั่นซึ่งทำได้ดีมาก เข้าใจเรื่องชัดเจน แต่ก็เสียดายส่วนดราม่าบางอย่างที่หนังไม่มีเวลาให้มันมากนักจนทำให้มันดูหลวม ๆ ลงไปอย่างเรื่องราวของ พรานทมิฬ ซึ่งเป็นตัวละครหนึ่งที่มีเสน่ห์มากเช่นกัน กับการตัดสรุปบางอย่างก็ให้เวลาน้อยไปจนดูเหมือนจบเรื่องง่ายเกินไป ทั้งที่จริงคิดละเอียด ๆ มันมีคำตอบดี ๆ อยู่ในเรื่องแล้วเพียงเวลาในการขยี้น้อยไปเท่านั้น

และสุดท้ายงานภาพแม้จะงามหยดแต่การสื่อในส่วนของอารมณ์โดยเฉพาะการใช้ดวงตานั้น เรียกว่ายังแข็ง ขาดชีวิตไปพอสมควร อยากให้เล่นกับดวงตาได้มากกว่านี้อย่างน้อยก็ประกายตาของตัวเอกที่น่าจะช่วยให้บางฉากไม่ดูเป็นผีเป็นวิญญาณได้อีกเยอะ และในส่วนของการแอนิเมทช่วงต่อสู้ที่ทำได้สุดยอดนั้น ก็มีบางฉากที่การเคลื่อนไหวไวจนดูหลุดดูไม่เข้าใจ บางช่วงมีอาการเหมือนเฟรมเรตไม่สูงพอทำให้ภาพดูกระตุก

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนที่ล้วนพัฒนาแก้ไขต่อไปได้ทั้งสิ้น และพูดตามตรงถึงจะเห็นจุดผิดพลาดมากเพียงใด แต่ก็ขอยอมมองข้ามทั้งหมดจริง ๆ  เพราะสุดท้าย หนังมันสนุกมาก มันประทับใจมาก และมันเอาคนดูอยู่จริง ๆ ครับ คุณไม่จำเป็นต้องไปดูเพราะชอบหนังไทยเลยสำหรับเรื่องนี้ เพราะถ้าคุณชอบดูหนังสนุก ๆ มันก็เป็นเหตุผลที่มากพอแล้วที่คุณต้องดูหนังเรื่องนี้

หนังเข้าฉายวันที่ 11 มกราคมนี้ครับ ผมก็จะไปดูวันแรกอีกรอบเหมือนกัน

แสดงความคิดเห็น

การ์ตูน

เตรียมต่อกันดั้มอีกครั้ง!!! ประกาศอนิเมะ Gundam Build Divers ภาคใหม่ของซีรีส์ Gundam Build Fighters

Published

on

มาดูรายละเอียดของภาคนี้กันเลย

ใครยังชื่นชอบกับความสนุกของซีรีส์ Gundam Build Fighters นี่คือข่าวดีที่ทุกท่านรอคอย เมื่อทางสตูดิโอ Surise ได้เปิดเผยเว็บไซต์เพื่อประกาศภาคใหม่ของซีรีส์นี้ในชื่อว่า Gundam Build Divers โดยจะออกฉายทางช่อง TV Tokyo ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ และทางช่อง Gundam.info ได้ปล่อยอารัมภบทของอนิเมะภาคนี้ออกมาถ้าพร้อมกันแล้วเราไปชมกันเลย!!!

คลิปตัวอย่าง

รายละเอียดทีมงานผู้สร้าง

  • Planning: Sunrise
  • Director: Watada Shinya
  • Original Work: Yatate Hajime, Tomino Yoshiyuki
  • Series Composition: Kimura Noboru
  • Original Character Designs: Harakazu Hiro
  • Character Designs: Toida Shuri
  • Mechanical Designs: Okawara Kunio, Ebikawa Kanetake, Akutsu Junichi, Ishigaki Junya,
  • Gyoubu Ippei, Teraoka Kenji, Terashima Shinya, Yanase Takayuki, Washio Naohiro
  • Action Director: Obari Masami
  • Chief Mecha Animators: Kusumegi Shinya, Uda Sakiko
  • Art: Studio Naya
  • Music: Kimura Hideakira
  • Planning Cooperation: Bandai Hobby Division
  • Production Cooperation: ADK
  • Production: TV Tokyo, Sunrise, Sotsu

รายชื่อตัวละครและนักพากย์

Mikami Riku (ชื่อ Diver : Riku) พากย์เสียงโดย Kobayashi Yusuke

Hidaka Yuio (ชื่อ Diver : Yukky) พากย์เสียงโดย Fujiwara Natsumi

Momoka Yashiro (ชื่อ Diver : Momo) พากย์เสียงโดย Hieda Nene

Sera พากย์เสียงโดย Terui Haruka

Kujou Kyouya พากย์เสียงโดย Kasama Jun

Rommel พากย์เสียงโดยง Hayami Sho

เนื้อเรื่องย่อ

The Gunpla Force Battle Tournament เป็นงานใหญ่ของ GBN ที่จะจัดขึ้นเพียงปีละครั้ง โดยศึกสุดท้ายเป็นการต่อสู้ระหว่าง Avalon นำโดยแชมป์การแข่งขัน Kujo Kyota และกองยานที่ 7 นำโดย Rommel เริ่มต้นเมื่อ Kyoya ได้นำ Gundam AGE II Magnum เข้าสู่สนามรบด้วยพลังที่แข็งแกร่ง !!!

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://natalie.mu/และ https://www.animenewsnetwork.com/และ https://myanimelist.net/

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

บังเอิญหรือตั้งใจ? ชุดเกราะตัวร้ายใน Black Panther เหมือนชุดเกราะของ “เบจิต้า” ใน Dragon Ball Z

ไมเคิล บี จอร์แดน เป็นแฟนอนิเมะตัวยง และอาจทำให้ชุดเกราะของเขาใน Black Panther ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก Dragon Ball Z

Published

on

ผู้ใช้ Twitter นามว่า @Shorty2Die4 ได้สังเกตเห็นสิ่งที่น่าสนใจในเกราะของ Killmonger ตัวร้ายในภาพยนตร์ Black Panther ซึ่งรับบทโดย ไมเคิล บี จอร์แดน และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันก็จะเห็นได้ว่าเหมือนกับชุดเกราะของ “เบจิต้า” ตัวละครจาก Dragon Ball Z อนิเมะที่แฟนๆทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่างานดีไซน์ชุดดังกล่าวอาจเหมือนกับชุดของ “เบจิต้า” อย่างไม่ตั้งใจ แต่ถ้าพิจารณาจากที่ ไมเคิล บี จอร์แดน ผู้ซึ่งทุ่มเทรับบท Killmonger อย่างสุดตัว และเป็นผู้หลงใหลในอนิเมะเอามากๆ แล้วนั้น ก็อาจแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่เขามีต่อการออกแบบตัวละคร Killmonger นี้ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าการออกแบบจะแตกต่างจากในเวอร์ชั่นคอมมิคค่อนข้างมาก แต่วัตถุประสงค์หลักและแรงผลักดันของตัวละครนี้ยังคงเหมือนเดิม 

ไมเคิล บี จอร์แดน มีชื่อเสียงมากจากภาพยนตร์อินดี้ฟอร์มดีอย่าง Chronicle ของผู้กำกับ จอร์ช แทรงก์, Fruitvale Station ของ ไรอัน คู๊กเลอร์ และได้ร่วมงานกับ จอร์ช แทรงก์ อีกครั้งใน Fantastic Four แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์

ต่อมาเขาได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับ ไรอัน คู๊กเลอร์ อีกครั้งใน Creed ที่ทำให้เขาได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก มาจนถึง Black Panther ซึ่งตัวละคร Killmonger ที่เขาได้สวมบทบาทนั้น กลายเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแฟรนไชส์ MCU (Marvel Cinematic Universe) ไปเสียแล้ว

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว] Bird Mini Marathon หลากสีสันแห่งเสียงดนตรีในมาราธอนแห่งชีวิต

Published

on

หากจะเปรียบเส้นทางชีวิตของศิลปินคนหนึ่งเหมือนดั่งการวิ่งมาราธอนแล้ว คงจะไม่มีใครเหมาะเท่าพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ อีกแล้ว

กว่า 25 ปีในวงการบันเทิง และ วัยที่กำลังก้าวเข้าสู่ “แซยิด” พี่เบิร์ดก็ยังคงไม่หยุดวิ่ง อีกทั้งยังมีเรี่ยวแรงที่จะวิ่งด้วยลีลาที่แปลกใหม่ไปกว่าเดิมอีกต่างหาก

Bird Mini Marathon เป็นอัลบั้มที่ 17 ในชีวิตพี่เบิร์ดและเป็น Project ที่ร่วมงานกับศิลปินรุ่นน้อง รุ่นลูกหลากค่าย หลายสไตล์ดนตรี โดยมี พูนศักดิ์ จตุระบุล หรือ อ๊อฟ BIG ASS เป็น Executive Producer 

แนวคิดของงานเพลงชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก 8 สเตจของความรู้สึกที่นักวิ่งมาราธอนทุกคนต้องเผชิญ ดังนั้นทั้งอัลบั้มจึงมี 8 เพลงและแต่ละเพลงจะมีศิลปินที่มาทำเพลงให้พี่เบิร์ด แตกต่างกันไปตามสไตล์ของแต่ละศิลปินโดยมีเนื้อหาและท่วงทำนองของเพลงตามแต่ละสเตจของการวิ่งมาราธอน ได้แก่

  1.  พี่เปิดให้” Bird X Boom Boom Cash มาพร้อมดนตรีแนว EDM

  2. “ผู้ต้องหา” Bird x Labanoon กับแนวดนตรีไทยป็อปร็อค

  3. “Okay” Bird x Urboy Tj  กับดนตรีแนวฮิพฮอพ

  4. “ชีวิตเดี่ยว” Bird x Getsunova  กับดนตรีแนวป๊อบร็อค

  5. “พริบตา” Bird x Stamp กับดนตรีป๊อบที่มีกีตาร์โปร่งเป็นพระเอก

  6.  “กำแพง” Bird x Polycat  แน่นอนว่าต้องมาพร้อมดนตรีซินธ์ป๊อบกลิ่นอายยุค 80

  7.  “กว่าจักรวาล” Bird x Atom กับดนตรีแนวป๊อบที่มีกลิ่นอายของโซล

  8. “สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้น” Bird x Big Ass กับดนตรีสโลว์ร็อค

ลองดู ลองฟัง Teaser ของอัลบั้มนี้กันก่อนครับ

Bird Thongchai X 8 ArtistsOFFICIAL TEASER

คราวนี้เราไปดูแต่ละเพลงกันครับ


พี่เปิดให้” Bird X Boom Boom Cash

เปิดกันแบบตื๊ดๆ ด้วยดนตรีสไตล์ EDM จาก Boom Boom Cash เหมาะแก่การออกสตาร์ท มินิ มาราธอนครั้งนี้  พี่เบิร์ดร้องได้สนุก ท่อนฮุคร้องคู่กับหมิว นักร้องนำของวง และมีท่อนแร็พที่ร้องโดยสามหนุ่มในวง เนื้อหาของเพลงปลุกพลังใจให้ลุกขึ้นสู้เพื่อความฝัน

พุ่งทะยานออกไปแล้วไม่หันกลับมามอง ถ้าคิดว่าจะมาหยุดทุกๆ อย่างไม่ต้องลอง

หนทางข้างหน้าไม่ใช่เงินและไม่ใช่ทอง แต่มันคือความฝันที่เรานั้นอยากจะครอง


ผู้ต้องหา” Bird x Labanoon

เพลงป็อปร็อคน่ารักๆ สไตล์ลาบานูน แต่ได้พี่เบิร์ดมาร้อง “ผู้ต้องหา” ในที่นี้ หมายถึง ผู้ต้องหา “ความรัก” เหมาะอย่างยิ่งที่ให้พี่เบิร์ดผู้เป็นเจ้าของเพลง “คนไม่มีแฟน” มาร้อง เพราะเมื่อไม่มีแฟนก็อาจต้องตามหาความรักกันต่อไป

รัก.. วันนี้ฉันเพิ่งเข้าใจ  เธออยู่ที่ไหน  ฉันต้องการแค่เธอ

ไม่ว่าต้องบุกน้ำลุยไฟก็ไม่หวั่น   ฉันก็พร้อมที่จะเจอ

จะขอเป็นผู้ที่ต้องตามหาเธอเรื่อยไป


“Okay” Bird x Urboy Tj

UrboyTJ หรือ จิรายุทธ ผโลประการ ศิลปินหนุ่มวัย 25 แต่งเพลงนี้เพื่อเป็นตัวแทนในสเตจ shock ของการวิ่งมาราธอน เพื่อเป็นกำลังใจบอกกับคนที่กำลังท้อแท้ว่า Everything is gonna be ok  โดยมีท่วงทำนองแบบอิเล็คทรอนิค ฮิพฮอพและ การร้อง การมิกซ์ ตามสไตล์ของ UrboyTJ  พี่เบิร์ดวัยรุ่นมาก น่าสนใจจริงๆที่ได้ยินพี่เบิร์ดร้องเพลงในแนวนี้

เนื้อหาของเพลงเหมือนเป็นการง้อคนรักให้กลับมา และบอกว่าที่รักกลับมาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเกิดอะไร ทุกสิ่งจะยังคง Okay เหมือนเคย

ไม่ว่าจะเป็นยังไง Baby it’s okay.

ไม่ว่าจะเกิดอะไร I’ll be missing you all day

อยากให้เธอกลับมา Come back baby.

I’ll be okay as always


ชีวิตเดี่ยว” Bird x Getsunova

เป็นเพลงเศร้าที่สุดในอัลบั้มนี้แล้ว เพลงเพราะดี เมโลดี้สวย และยังคงเล่นคำตามสไตล์ของ Getsunova ชีวิตเดี่ยวในที่นี้หมายถึง การที่ทุกคนมองหาชีวิตคู่ และพยายามที่จะทำให้ “ชีวิตเดี่ยว” จบลงเสียที

การเรียบเรียงเพลงแบบน้อยๆแต่ล่องลอย เป็นเสน่ห์ของ Getsunova เมื่อได้เสียงร้องอันอบอุ่นของพี่เบิร์ดมาเติมจึงเป็นอะไรที่เศร้าลึกมาก

ความเดียวดายยังคอยทำร้าย

หวังเพียงพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย

มีมั้ยซักคนหนึ่ง

เข้ามาเปลี่ยน

ชีวิตเดี่ยวให้หายไป


พริบตา” Bird x Stamp

แสตมป์เคยร่วมงานกับพี่เบิร์ดมาก่อนในเพลง “น้ำตา” ที่เขาเขียนทั้งเนื้อร้องและทำนอง (ร่วมกับพิสิทธิ์ พัทยากรพิสุทธิ์) โดยเพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม  Simply Bird และเป็นเพลงแรกที่ทำให้แสตมป์ได้รับรางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 20 ประจำ พ.. 2550 ในสาขาเพลงยอดเยี่ยม  สำหรับแสตมป์เองก้าวนั้นก็เหมือนเป็นจุดหมายสำคัญในการวิ่งมาราธอนของเขาเช่นกัน

เพลง “พริบตา” เป็นตัวแทนของสเตจ สิ้นหวัง ซึ่งสำหรับพี่เบิร์ดแล้วไม่ว่าจะสิ้นหวังแค่ไหน ความหวังก็จะยังคงมีอยู่เสมอ เพลงนี้แสตมป์ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมจากญี่ปุ่น “Your Name” ที่มีดาวตกเป็นจุดสำคัญของเรื่อง และเมื่อพูดถึงดาวตกแล้วหลายคนมักนึกถึง “คำอธิษฐาน” ที่เราขอจากดาวตกโดยเชื่อว่า เราจะสมหวังดังคำปรารถนา แสตมป์เขียนเนื้อได้ดีเช่นเคย และเรียบเรียงดนตรีได้กระชับ นุ่มนวล ชวนฟัง เสียงกีตาร์โปร่งในเพลงของแสตมป์ยังคงเป็นพระเอก เพลงนี้ก็เช่นกัน

ส่วนเสียงร้องของพี่เบิร์ดนั้นก็ทำให้ดาวตกนั้นเป็นแสงแห่งความหวังที่งดงาม

ทุกครั้งที่รู้ว่าดาวตก

ถ้าหากเธอมองขึ้นฟ้า

เธอจงโปรดรับรู้ไว้ว่ามีคนนึงเอ่ยชื่อเธอ

กี่สิบร้อยพันปีก็รออยู่เสมอ

ปรารถนาเพียงเธอ กลับมาเถอะ ได้มั๊ย


กำแพง” Bird x Polycat

พี่เบิร์ดร้องเพลง Polycat คงเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิด และ อยากรู้มากว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งเลพงที่ฟังเพลินมากสำหรับอัลบั้มนี้ และสำหรับเพลงพี่เบิร์ดเลย ดนตรีซินธ์ป็อปที่มีกลิ่นยุค 80-90 ของ Polycat ยังคงสร้างความประทับใจให้เราได้เสมอ เพลงนี้ผมว่าไม่ยากสำหรับพี่เบิร์ด สิ่งที่แปลกใหม่อาจเป็นตัวดนตรี แต่สำหรับเมโลดี้ผมว่ามันเหมือนกับเพลงของพี่เบิร์ด เป็นเพลงเก่าที่ทำให้เรานึกถึงอดีตอันงดงามที่ได้ล่วงเลยผ่านมาแล้ว

เป็นเพลงที่ฟังแล้วชุ่มฉ่ำเสียงร้องของพี่เบิร์ดกับท่วงทำนองของ Polycat ไปกันได้ดีมากๆ

ถ้าได้รู้ว่ารักแท้รอตรงนั้น

ฝันว่าสักวันอยากเห็น

เอื้อมไม่ถึงก็แค่ใกล้ขึ้นอีกเพียงก้าวหนึ่ง

จะเดินเข้าไปแม้เป็น

ก้าวสุดท้ายก่อนขาดใจ

ยังไงจะไม่เสียดาย


กว่าจักรวาล” Bird x Atom

อะตอม ชนกันต์ เป็นอีกหนึ่งศิลปินหนุ่มอายุน้อย ที่มีฝีมือเกินวัย เพลงนี้อยู่ในสเตจการยืนยันที่จะไปต่อแม้จะยากลำบาก

“กว่าจักรวาล” พูดถึงพูดถึงการยอมลำบากเพื่อคนที่รัก เพราะขอเพียงมีเธอรออยู่ ต่อให้ไกลแค่ไหนก็จะไปให้ถึง อะตอมแต่งเพลงนี้ขึ้นมาจากแรงบันดาลใจเรื่องคุณแม่ ที่แม้อยู่ไกลแค่ไหนแต่ทุกสุดสัปดาห์ก็จะขับรถมาเยี่ยมลูกที่หอพักมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตอยู่เสมอมิได้ขาด  “แล้ววันหนึ่งลูกจะเข้าใจความรู้สึกนี้ในวันที่มีลูก เราจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือลำบากเลย ขอเพียงได้มาเห็นหน้าก็พอ” นี่คือคำตอบที่แม่ให้กับอะตอม

ดูเหมือนว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่พ้นเศร้าที่สุดของอะตอม ศิลปินหนุ่มผู้ชอบเขียนเพลงเศร้าอันมีแรงบันดาลใจมากจากเรื่องเศร้าในชีวิต

 ต่อให้นานเพียงไหน

 ต่อให้ไกลกว่านั้น

 ฉันจะไปให้ถึงสักวัน

 เมื่อรักที่เธอให้ฉันยิ่งใหญ่กว่าจักรวาล


สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้น” Bird x Big Ass

สิ้นสุด คือจุดเริ่มต้นคือเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม คือการสิ้นสุดของมินิ มาราธอนครั้งนี้ ซึ่งในทางหนึ่งมันคือการ “เริ่มต้น” สำหรับการวิ่งครั้งต่อไปนั่นเอง

ขจรเดช พรมรักษา  หรือ กบ Big Ass เป็นคนแต่งเนื้อเพลงเพลงนี้ แรงบันดาลใจมากจากจุดสำคัญในชีวิตที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการทำงานที่มั่นคงอย่างการเป็นพนักงานไปรษณีย์ กับการตามความฝันในการเป็นศิลปิน สุดท้ายเพลง “เธอผู้ไม่แพ้” ของพี่เบิร์ดคือคแรงพลังสำคัญในการทำให้พี่กบผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากในชีวิตตอนนั้นมาได้ และจุดนั้นเองก็เป็น จุดสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง และ เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่นำมาสู่วันนี้ของพี่กบนั่นเอง

ดังนั้นเพลงนี้จึงเป็นเพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจผ่านท่วงทำนองในสำตล์เพลงช้าของ Big Ass และ ผ่านเสียงร้องอันอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหวังและกำลังใจของพี่เบิร์ด

สิ่งหนึ่งสิ้นสุดลงก็เพื่อ อยากให้หนึ่งสิ่งเริ่มต้นต่อไป

ยังมีอะไรอีกมากมาย บนทางยาวไกล 

ใบไม้ต้องร่วงหล่น อีกกี่ครั้ง กี่ฝนโปรยปราย

ความฝันก็ยังงอกมา อยู่ภายในใจ

ก็ความเป็นจริงหัวใจของเธฮแค่ผลัดใบ 


หากจะให้เปรียบ อัลบั้มนี้คงเป็นเหมือนกับ catwalk และพี่เบิร์ดก็เป็นนายแบบที่มีดีไซเนอร์มากหน้า หลายตา มาตัดชุด หลากสไตล์ให้ใส่ ซึ่งความพิเศษของนายแบบคนนี้อยู่ที่ความสามารถในการสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ทุกชนิดได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าเสื้อผ้าชิ้นนั้นจะสไตล์เป็นแบบไหน ดูเด็ก ดูแก่ ดูสุขุม หรือ ดูโฉบเฉี่ยว อย่างไรก็ตาม พี่เบิร์ดก็ใส่มันได้อย่างเข้าตัวและดูดีทั้งเสื้อผ้าและตัวนายแบบ

พี่เบิร์ดเป็นศิลปินตัวจริง ที่ทุ่มเทเพื่อแฟนเพลง ทุ่มเทอย่างหนัก มอบทั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อที่จะวิ่งไปสู่เส้นชัย ที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดลงตรงไหน ที่สำคัญคือ พี่เบิร์ดไม่ได้วิ่งคนเดียวหากแต่ยังพาแฟนเพลงของพี่เบิร์ดออกวิ่งไปด้วยกัน ออกไปพบ ไปเห็นกับวิวทิวทัศน์สวยงามที่แปลกตา แปลกใจอยู่เสมอ ซึ่งเราเองก็ยังคงเฝ้าดูว่า ในหลักหมายต่อไปพี่เบิร์ดจะพาเราไปยังแห่งหนใดกันนะ.

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!