Connect with us

What The Fact

[รีวิว] 9 ศาสตรา: ขออนุญาตอวย แม้ไม่ได้ค่าโฆษณา

Published

on

ขอเล่าความรู้สึกแรง ๆ หลังออกจากโรงก่อนเลย

อู้หู โอ้โห ปากค้างกับความสนุกของหนังแบบเหนือคาด แบบเหนือคาดจริง ๆ ดูหน้าหนังก็ยอมรับล่ะว่างานภาพไม่เผาเอาจริงเอาจังดี ห่วงใจก็แต่เนื้อเรื่องมันจะไท๊ยไทย เช้ยเชย หรือแบบเด๊กเด็ก เพราะประวัติศาสตร์อย่างก้านกล้วย อย่างจ้ามะจ๊ะทิงจา มันเคยมีมาแล้ว!! แต่พอเปิดเรื่องก็เห็นเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อะไรแบบนั้น ถึงจะพลอตสำเร็จรูป ฮีโร่ประสบกรรมตอนเด็ก ได้รับการช่วยเหลือจากครูมวย ได้ฝึกวิชา และจับพลัดจับผลูต้องนำอาวุธวิเศษไปส่งให้เจ้าครองนครสู้กับยักษ์ แต่ทว่าการเล่าเรื่องมันแม่น แถมฉากแอคชั่นก็มันก็สนุกลื่นไหลได้ลุ้นสุด ๆ ถ้าเปรียบเป็นการแข่งเปียโน มันจะมีพวกที่เล่นพลิ้วพิศดาร กับพวกแม่นโน้ตเนี้ยบทุกเสียง ซึ่งเรื่องนี้เป็นแบบหลังเลย ถือว่าเป็นก้าวที่ดีเลยกับการปลุกแอนิเมชั่นไทย หนักพื้นฐานแน่นเรียกศรัทธามาได้โขจริง ๆ ครับ อย่างทีเคยพูดไปว่าถึงดูรอบสื่อมาแล้ว แต่ถ้าหนังจริงเข้าก็จะขอดูอีกรอบ ความรู้สึกว้าวมันชวนให้นึกถึงครั้งได้ดู องค์บาก ครั้งแรกเลยล่ะ ดูเถอะเรื่องนี้

สำหรับคนที่กลัวความลวกเอาเผากินแบบงานไทย ๆ บอกเลยครับว่าหนังใช้เวลาสร้างกว่า 4 ปี ทีมงานทั้งไทยและเทศกว่าอีก 200 คน และทุนสร้างรวมกว่า 230 ล้านบาท คือแปลกใจเลยที่พี่ ๆ ปิดข่าวงานสร้างมาเงียบมาก แล้วมาตู้ม ช็อกเลยแบบนี้ ยิ่งกับชื่อค่ายอย่าง เอ็กฟอร์แมท ฟิล์มส์ ที่ไม่คุ้นหู แถมเปรยตัวว่าเป็น วิช่วลเอเจนซี่ ที่ไม่เคยทำงานแอนิเมชั่นขนาดยาวมาก่อน ก็ดูชวนให้ฉงนเหมือนกันว่าไปซุ่มงานตอนไหนมา จึงไม่แปลกถ้าจะไม่คุ้นชื่อทั้งผู้กำกับ คนเขียนบท คือทั้งเครดิตคุ้นคนเดียว คือ สุธี แสงเสรีชน ผู้ควบคุมเพลงในหนัง หรือก็คือ ครูไก่ แห่งบ้าน AF ที่เราคงคุ้นตาดีนั่นเอง ที่มาคุมงานออร์เคสตราเต็มวงได้อลังการมาก ๆ แต่เมื่อดูเนื้องานในส่วนอื่นนอกจากเพลงก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ ยิ่งเครดิตจบเราเห็นชื่อคนไทยเกือบ 100% เป็นคนทำ ยิ่งโคตรภูมิใจเลยครับ

หนังเล่าเรื่อง อ๊อด (ไต้ฝุ่น KPN) ชายหนุ่มแห่งโพ้นทะเล ผู้ที่มีชีวิตวัยเยาว์แสนอาภัพ โชคดีได้ร่ำเรียนวิชามวยไทยที่สาบสูญไปกับครูมวยท่านหนึ่ง เมื่อเติบโตก็ต้องรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้อาณาจักรรามเทพนครจากเผ่ายักษ์ โดยร่วมมือกับพลพรรคเพื่อนพ้องที่บังเอิญเจอกันระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น เสี่ยวหลาน (โบว์ AF5) โจรสลัดอากาศชาวจีนหุ่นเช้ง วาตะ (มิวสิค AF4) ลิงทะโมนที่เป็นถึงเจ้าชายของนครวานรที่ถูกยักษ์ทำลาย รวมถึง อสูรสีชาด (ชัย ศิริชัย) ยักษ์สีแดงร่างใหญ่ใจดีผู้ได้ชื่อว่ายักษ์ทรยศ อ๊อดต้องนำศาสตราวุธในตำนานที่พ่อของเขาเสี่ยงชีวิตนำหนีออกมาก่อนเมืองจะถูกทำลาย นำกลับไปให้รัชทายาทของอาณาจักรรามเทพนครซึ่งถูกจับกุมไว้เพื่อใช้ในการกอบกู้อาณาจักร

เนื้อเรื่องได้รับการช่วยแก้ไขโดย Bryan Edward Hill ที่ปรึกษาด้านการเล่าเรื่องจากฮอลลีวู้ด ที่ช่วยให้เนื้อหามีความเป็นสากล จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังจสามารถตีตลาดต่างชาติได้สบาย เพราะวิธีเล่าเป็นสากล เมื่อนำเอกลักษณ์แบบไทยไปใส่มันก็เลยไม่ดูฝืนดูแปลกแยกนัก ทั้งพวกสถาปัตยกรรม หรือคัทซีนเล่าเรื่องในอดีตที่ใช้ภาพลายฉลุแบบหนังใหญ่มาทำก็ดูสวยดูเนียน ผ่านการคิดมาอย่างดี ถึงขนาดว่าตอนนี้หนังขายให้จีนได้แล้ว และกำลังจะขายให้ทางอเมริกาต่อด้วย นับเป็นโปรเจ็กต์มองใหญ่ของค่าย เอ็กฟอร์แมท ฟิล์มส์ และก้าวสำคัญของแอนิเมชั่นไทยเลยด้วยครับ

สิ่งที่ต้องชื่นชมนอกจากเล่าเรื่องที่แม่นจังหวะ กับฉากแอคชั่นที่คิดมาได้ละเอียด ตัวละครนำพาคนดูไปสู่ฉากใหญ่ ๆ  ได้ตื่นตาทั้งหมด ทั้งเกาะไกลโพ้นทะเล การต่อสู้กลางอากาศด้วยเรือเหาะจนผ่านหุบเหว หรือแม้แต่การสู้กับราชายักษ์ก็ปูมาได้อย่างตื่นเต้นมีหักมุมหลอกคนดูด้วย

สิ่งที่น่าชมมากอีกอย่างคือการ ดีไซน์เหล่าตัวละคร ทั้งภาพลักษณ์ภายนอกที่บอกเลยว่าโคตรเท่ เท่ยันตัวประกอบ มีพวกการแปลงโฉมอัปเกรดหรือแปลงร่างที่เท่มาก ๆ ด้วย คือต่อยอดไปพวกสินค้าอื่น ๆ ได้สบายมาก ทั้งฟิกเกอร์ เกมคอนโซล บอร์ดเกม หรืออะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง เพราะงานดีไซน์มันสากลและแข็งแรงมาก ๆ แม้แนวการทำโมเดลจะดูมีแรงบรรดาลใจจากแอนิเมชั่นฝรั่งอย่างพวก Star Wars มามากกว่าการผสมเอกลักษณ์ตะวันออกสไตล์ญี่ปุ่น แต่หนังก็ผสมกลืนทั้งสองแบบมาได้อย่างพิถีพิถันทีเดียว  นี่ยังควรนับเรื่องการออกแบบภาพภายนอกกับบุคลิกและเส้นเรื่องที่สอดคล้องกันเป็นหนึ่งอีก คือต้องยอมใจกับทีมงานเขาจริง ๆ ว่าทุ่มเทและคิดกันละเอียดมาก ๆ ไม่มีการดูถูกเอาเปรียบคนดูแน่นอน

ส่วนที่ควรปรับปรุง ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ที่เห็นชัดมาก คือเสียงบรรยายในพวกฉากคัทซีนดูธรรมดา ไม่ชวนให้น่าติดตาม เสียงไร้อารมณ์พอสมควร ยังดีว่าไม่ใช่ส่วนหลักของการเล่าเรื่องไม่งั้นหนังคงไร้ชีวิตดูน่าเบื่อมาก ๆ ส่วนต่อมาคือแม้ดนตรีประกอบจะทำได้ดีงามมาตรฐานฮอลลีวู้ด แต่ทว่าเพลงประกอบของ วงสลอตแมชชีน ในเรื่องนี้ออกจะโดดไป เสียงแหลมเล็กของ เฟิร์ส นักร้องนำดูไม่ค่อยเข้ากับตัวเรื่อง ยิ่งการมิกซ์ใส่ในหนังก็ทอนพลังของเพลงลงไปอีก ก็ยังดีว่าในหนังใช้เพียงเพลง รุ้ง เข้ามาประกอบเพลงเดียวช่วงกลางเรื่องเท่านั้น

อาจด้วยเส้นเรื่องที่ชงมาแอคชั่นซึ่งทำได้ดีมาก เข้าใจเรื่องชัดเจน แต่ก็เสียดายส่วนดราม่าบางอย่างที่หนังไม่มีเวลาให้มันมากนักจนทำให้มันดูหลวม ๆ ลงไปอย่างเรื่องราวของ พรานทมิฬ ซึ่งเป็นตัวละครหนึ่งที่มีเสน่ห์มากเช่นกัน กับการตัดสรุปบางอย่างก็ให้เวลาน้อยไปจนดูเหมือนจบเรื่องง่ายเกินไป ทั้งที่จริงคิดละเอียด ๆ มันมีคำตอบดี ๆ อยู่ในเรื่องแล้วเพียงเวลาในการขยี้น้อยไปเท่านั้น

และสุดท้ายงานภาพแม้จะงามหยดแต่การสื่อในส่วนของอารมณ์โดยเฉพาะการใช้ดวงตานั้น เรียกว่ายังแข็ง ขาดชีวิตไปพอสมควร อยากให้เล่นกับดวงตาได้มากกว่านี้อย่างน้อยก็ประกายตาของตัวเอกที่น่าจะช่วยให้บางฉากไม่ดูเป็นผีเป็นวิญญาณได้อีกเยอะ และในส่วนของการแอนิเมทช่วงต่อสู้ที่ทำได้สุดยอดนั้น ก็มีบางฉากที่การเคลื่อนไหวไวจนดูหลุดดูไม่เข้าใจ บางช่วงมีอาการเหมือนเฟรมเรตไม่สูงพอทำให้ภาพดูกระตุก

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนที่ล้วนพัฒนาแก้ไขต่อไปได้ทั้งสิ้น และพูดตามตรงถึงจะเห็นจุดผิดพลาดมากเพียงใด แต่ก็ขอยอมมองข้ามทั้งหมดจริง ๆ  เพราะสุดท้าย หนังมันสนุกมาก มันประทับใจมาก และมันเอาคนดูอยู่จริง ๆ ครับ คุณไม่จำเป็นต้องไปดูเพราะชอบหนังไทยเลยสำหรับเรื่องนี้ เพราะถ้าคุณชอบดูหนังสนุก ๆ มันก็เป็นเหตุผลที่มากพอแล้วที่คุณต้องดูหนังเรื่องนี้

หนังเข้าฉายวันที่ 11 มกราคมนี้ครับ ผมก็จะไปดูวันแรกอีกรอบเหมือนกัน

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

10 อันดับ Box Office (25-27 พ.ค.) : Solo ทะยานได้ไม่ไกล, Infinity War กวาดไปเกือบ 2 พันล้านเหรียญแล้ว

เริ่มออกบินแล้วสำหรับปฐมบทแห่ง Han Solo ผู้โด่งดังในตำนาน Star Wars แต่อาจยังไปได้ไม่ไกลนัก

Published

on

ดูเหมือนว่า Solo: A Star Wars Story ภาพยนตร์ภาคแยกเรื่องที่ 2 ในแฟรนไชส์ Star Wars จะได้รับความสนใจจากแฟนๆน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐอเมริกา (ตรงกับวัน Memorial Day หรือวันระลึกถึงทหารผ่านศึก) ไป 83.3 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่า Rogue One: A Star Wars Story ที่ทำได้ 155 ล้านเหรียญ

ทางด้าน Deadpool 2 ก็ทำรายได้ลดลงกว่าครึ่งจากสัปดาห์แรก โดยรายรับในสหรัฐอเมริการวมอยู่ที่ 207.4 ล้านเหรียญ ซึ่งยังตามหลังภาคแรกที่ทำไป 236.9 ล้านเหรียญ ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

และสำหรับ Avengers: Infinity War นั้น ถึงแม้จะทรายได้ในสหรัฐอเมริกาไปเพียง 16.5 ล้านเหรียญ แต่รายได้ทั่วโลกนั้นสูงถึง 1.9 พันล้านเหรียญ ซึ่งกำลังจะกลายเป็นภาพยนตร์ซัมเมอร์เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำรายได้ถึง 2 พันล้านเหรียญ และเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่ทำรายได้ถึง 2 พันล้านเหรียญ ต่อจาก Avatar (2.79 พันล้านเหรียญ), Titanic (2.19 พันล้านเหรียญ) และ Star Wars: The Force Awakens (2.07 พันล้านเหรียญ)

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Solo: A Star Wars Story

83.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 83.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 65 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 148.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 250 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : Deadpool 2

42.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 207.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 279.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 487.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 110 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Avengers: Infinity War

16.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 621.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 1,283 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 1,904 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 300 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Book Club

12.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 31.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : Life of the Party

5.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 39.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 5.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 45 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 30 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : Breaking In

4 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 35.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 37.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 6 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Show Dogs

3.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 10.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 1.2 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 11.9 ล้านเหรียญ ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : –

อันดับที่ 8 : Overboard

3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 41.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 12 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 53.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 12 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : A Quiet Place

2.2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 8)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 180 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 131.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 311.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 17 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : RBG

1.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 5.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : –

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

บทสรุปมหากาพย์สุดคัลท์! Sharknado 6 (ภาคสุดท้าย) จะเกี่ยวกับ “การเดินทางย้อนเวลา”

เมื่อปีก่อน Sharknado 5: Global Swarming ได้เปิดเผยเป็นนัยว่า แฟรนไชส์ชุดนี้กำลังจะถึงจุดสิ้นสุดเสียที 

Published

on

ช่อง Syfy ได้เปิดเผยชื่อย่างเป็นาทางการของ Sharknado 6 ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายของแฟรนไชส์คัลท์แอ็คชั่นชุดนี้ นั่นคือ The Last Sharknado: It’s About Time โดยเลื่อนกำหนดฉายจาก 25 กรกฎาคม 2018 เป็นวันที่ 19 สิงหาคม 2018 นี้

ใน The Last Sharknado: It’s About Time นั้น Fin จะต้องเดินทางย้อนเวลาเพื่อลบล้างความเสียหายที่เกิดขึ้นใน Sharknado 5 โดยการหยุดยั้ง Sharknado ตั้งแต่ภาคแรกเลยทีเดียว

The Last Sharknado: It’s About Time ยังคงกำกับโดย แอนโทนี ซี. เฟอร์แรนต์ (Sharknado 1-5) พร้อมด้วยเหล่าคนดังหลายคนจะมาร่วมปรากฏตัว เข่น นีล เดอแกรส ไทสัน นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชื่อดัง เป็นต้น

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

แนะนำหนังแอ็คชั่น-ไซไฟ รวมดาราแถวหน้า Hotel Artemis

Published

on

อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่รวมความมันส์ที่สุด โหดที่สุด เดือดที่สุด ไฮเทคที่สุด และดาราฝีมือดีที่สุดไว้รวมกัน สำหรับ HOTEL ARTEMIS โฮเทล อาร์ทิมิส โรงแรมโคตรมหาโจร” ภาพยนตร์แอคชั่น-ไซไฟพล็อตแหวกน่าจับตา เมื่อโรงแรมกลางนครลอสแอนเจลลิสได้ซุกซ่อนสถานพยาบาลลับสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาไว้รักษาอาการบาดเจ็บให้เฉพาะโคตรคนอาชญากรตัวเอ้ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ

ทั้งนี้ โฮเทล อาร์ทิมิส ได้มี “เดอะ เนอร์ส” (โจดี้ ฟอสเตอร์) เป็นผู้คอยดูแลรักษาอาการบาดเจ็บของแก๊งอาชญากร และเป็นผู้ควบคุมผ่านกฎเหล็ก 12 ข้อ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าฝ่าฝืน ซึ่งก่อนที่คอหนังชาวไทยจะได้ไปบุกโลก โฮเทล อาร์ทิมิส ก็ต้องทำความรู้จักกับอาชญากรตัวท็อปขาใหญ่เจ้าประจำ ระวังตัวให้ดี! เพราะความพีคกำลังจะบังเกิด!

 

“โจดี้ ฟอสเตอร์” คุณแม่ใจเดือดขาลุยจาก FLIGHT PLAN เป็น “เดอะ เนอร์ส” นางพยาบาลผู้คุมกฎแห่งโรงแรมโคตรมหาโจร

 

เดฟ บาติสต้า แดรกซ์ เอเลี่ยนจอมพลังจาก GUARDIANS OF THE GALAXY เป็น เอเวอเรสต์ ไอ้ยักษ์บุรุษพยาบาล

 

เจฟฟ์ โกลด์บลัม แกรนด์มาสเตอร์ตัวแสบจาก THOR : RAGNAROK เป็น เดอะ วูล์ฟ คิง มาเฟียตัวพ่อที่อาชญากรด้วยกันยังยำเกรง

 

สเตอร์ลิ่ง เค. บราวน์ ท่านอาของทีชาล่าจาก BLACK PANTHER เป็น ไวกิกิ หัวหน้าแก๊งปล้นใต้หน้ากาก

 

 

ชาร์ลี เดย์ นักวิทยาศาสตร์จอมละโมบ จาก Pacific Rim : Uprising เป็น อะคาพัลโก วายร้ายเซียนวางแผน

 

โซเฟีย โบเทลลา เอเลี่ยนสาวนักรบจาก STAR TREK BEYOND เป็น นีซ เจ้าหญิงนักฆ่า เพชฌฆาตสังหารตามใบสั่ง

 

 

แซคคารี่ ควินโต้ กัปตันสป๊อคจาก STAR TREK เป็น ครอสบี้ ลูกชายหัวร้อนของเจ้าพ่อเดอะ วูล์ฟ คิง

 

เตรียมเช็กอินประสบการณ์นองเลือดระดับ 5 ดาว โคตรนักฆ่าปะทะมหาโจร มาเฟียตัวพ่อจะดวลอาชญากรมือฉกาจ HOTEL ARTEMIS โฮเทล อาร์ทิมิส โรงแรมโคตรมหาโจร” : 14 มิถุนายนนี้ในโรงภาพยนตร์

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!