[รีวิว] The Last Recipe: หิว แบบหิวมากๆ หิวโคตรๆ

ถ่ายอาหารได้หิวมาก ถ่ายยังไงให้มันมีกลิ่นมีรสชาติลอยออกมาจากจอหนังได้ขนาดนี้ อ่อยยย น้ำย่อยเริงระบำเลยจ้า ส่วนที่แข็งแกร่งอีกอย่างคือหนังมันฉลาดผูกเรื่องมาก ถึงจะดูเว่อ ๆ แต่น้ำตาเอ่อได้เลยนะ เอาเป็นว่าเราคงไม่ได้ดูหนังแบบนี้ได้อีกบ่อย ๆ แน่ เพราะมันสร้างแนวทางตัวเองไว้ได้แบบใครยากเลียนแบบ ข้อแนะนำเพิ่มเติมคืออย่าท้องว่างไปดูเรื่องนี้เด็ดขาด เตือนแล้วนะ

The Last Recipe (Kirin no shita no kioku) เป็นหนังญี่ปุ่นแนวซึ้งอบอุ่นเรื่องเด่นประจำปีนี้อีกหนึ่งเรื่องเลยครับ ทั้งยังเป็นการกลับมาครั้งใหม่ของผู้กำกับรางวัลออสการ์สาขาต่างประเทศจากเรื่อง Departures (2008) อย่าง โยจิโร่ ทาคิตะ สมทบด้วยนักแสดงมือฉมังมากมายตั้งแต่ นิโนะมิยะ คาซึนาริ แห่งวงอาราชิ ที่เคยมีผลงานหนังชิงออสการ์อย่าง Letters from Iwo Jima (2006), นิชิจิมะ ฮิเดโตชิ จาก Creep (2016), อายะโนะ โกะ จาก Ajin (2017) และสาวสวย มิยาซากิ อะโอะอิ จาก If Cats disappeared from the world (2016) ด้วย

อาจไม่ใช่แนวคู่รักความรักหนุ่มสาวตามกระแสนิยม แต่ต้องบอกว่าหนังเล่าความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว และคนร่วมอาชีพได้อย่างอิ่ม จุก อุ่น ด้วยโปรดักชั่นคุณภาพสูงมาก ๆ อันจะเห็นได้จากงานภาพ และบทภาพยนตร์ที่ ฮายาชิ ทามิโอะ มือเขียนบทหนังขวัญใจผู้ชมอย่าง Fish Story (2009) และ Let’s Go JETS (2017) ได้ดัดแปลงนิยายชื่อดังของ ทานากะ เคอิจิ  มาอย่างเฉียบคม ล่อหลอก และผสมผสานจุดเด่นของหนังหลายสไตล์ ทั้งแนวครอบครัว แนวสืบสวนสอบสวน แนวอิงประวัติศาสตร์ และแนวอาหารมารวมกันได้อย่างลงตัวมาก ๆ จนเป็นลายเซ็นเฉพาะตัวของหนังที่คงหาเรื่องไหนหลังจากนี้มาเลียนแบบได้ยากครับ

หนังเล่าเรื่องของ ซาซากิ มิตสึรุ (นิโนมิยะ ) เชฟหนุ่มอัจฉริยะผู้มีลิ้นเทพสามารถจดจำรสอาหารที่เคยทานได้อย่างแม่นยำและสามารถปรุงเลียนแบบได้อย่างถูกต้อง เขามีปมที่ถูกพ่อแม่ทิ้งตั้งแต่เด็กและยังหนีครูใหญ่ผุ้มีพระคุณออกจากสถานสงเคราะห์ตั้งแต่วัยรุ่นเพราะถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำอาหาร เมื่อฝึกฝนจนเปิดร้านอาหารร่วมกับเพื่อน (อายะโนะ) ที่หนีมาด้วยกันได้ แต่ด้วยพรสวรรค์ของเขาทำให้เขาเป็นคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในอาหาร และทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเกิดจากปมไม่ไว้วางใจผู้อื่นตั้งแต่เด็กด้วย นั่นทำให้ร้านอาหารของเขาต้องปิดตัวลงและเป็นหนี้ก้อนใหญ่หลายสิบล้านเยน เขาแบกภาระหนี้ไว้ทั้งหมดและทิ้งศักดิ์ศรีพ่อครัวมาเป็นเป็น เชฟอาหารมื้อสุดท้าย ผู้ที่จะทำอาหารในความทรงจำให้กับผู้ที่อยากทานรสมือในความทรงจำเป็นครั้งสุดท้าย และสามารถว่าจ้างเขาได้ในราคาที่สูงมาก ๆ

แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลปริศนาให้ไปเมืองจีน เพื่อทำอาหารในตำนานที่สาปสูญไปแล้วของพ่อครัวชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานในแมนจูเรียนเมื่อปี 1933 นามว่า ยามากาตะ นาโอะทาโระ (นิชิจิมะ) โดยผู้ว่าจ้างเขาก็เป็นถึงผู้ทรงอิทธิพลของวงการอาหารจีนนามว่า หยาง  ด้วยเหตุนี้ ซาซากิจึงต้องเดินทางสืบรอยทางของอดีตพ่อครัวผู้ยิ่งใหญ่ผ่านผู้คนมากมายที่เคยติดตาม เพื่อทำชุดอาหารนี้ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้อะไรบางอย่างสำหรับซาซากิ และผู้ชมอย่างเราด้วย

ขอย้ำอีกครั้งคำเตือนข้อเดียวของเราคือ อย่าท้องว่างไปดูเรื่องนี้ ครับ