Connect with us

What The Fact

[รีวิว] LOVE RAIN – หนังผีโรแมนติกปนไออุ่นท่ามกลางสายฝน

Published

on

หนังผีอีกหนึ่งเรื่องจากโปรเจ็กต์ ‘7 เรื่อง 7 สัมผัสหลอน’ ของทางค่าย LOGO Motion Pictures ที่ไปหยิบจับเอา 7 เรื่องผี ๆ ฮิต ๆ จากคลื่นวิทยุมาทำเป็นหนัง ซึ่งจากงานเรื่องอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ที่พอจะผ่านสายตาคอหนังมาแล้วนั้นก็จะเป็นอันรู้กันว่า งานหนังค่ายนี้เน้นไปทางเจาะตลาดล่างหรือกลุ่มคนชายขอบเสียส่วนใหญ่ เรียกว่าออกรสออกชาติเป็นละครช่อง 7 หรือหนังแผ่นอยู่มาก ๆ คืองานสไตล์นี้แหละที่เรตติ้งดีมาทุกยุคทุกสมัยในระดับประเทศ และแน่นอนว่าเนื้อหากับตัวละครเรื่องนี้ก็สไตล์บ้าน ๆ ไม่ค่อยมีอะไรต้องคาดหวังเยอะพอ ๆ กับหนังร่วมทุนแนว AEC ก็ถือเป็นข้อดีเหมือนกันที่คนดูหนังเองก็ไม่ต้องคิดเยอะเวลาจะซื้อตั๋วเข้าไปดู (ฮา)

เนื้อเรื่องของ Love Rain เป็นหนังรอมคอมที่พูดถึงความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ระหว่างหนุ่มนักศึกษาหน้าตาดี (บูม กิตตน์ก้อง) ใช้ชีวิตเสเพลสิงอยู่ตามร้านเหล้าหาหญิงเด้าไปวัน ๆ จนในที่สุดเขาก็โดนรีไทร์ และด้วยความที่ไม่มีเงินเลย ชีวิตก็พลิกผันให้เขาต้องไปสมัครเป็นพนักงานร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง ส่วนฝ่ายหญิง (แซมมี่ เคาวเวลล์) นั้นทำงานในร้านเสริมสวยธรรมดา ๆ ตกดึกก็พาตัวเองไปสถิตอยู่ในร้านเกมจนเป็นเซียน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าเธอคือวิญญาณเร่ร่อน รวมทั้งตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองตายเพราะอะไรด้วย เรียกว่าทั้งคู่อยู่ในสถานะที่ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อดี

ช่วงแรก ๆ ตัวหนังก็โฟกัสวนเวียนอยู่ที่พระนางที่ไม่โอเคกับสิ่งที่เป็นอยู่ อานุภาพของความเหงาเข้ามาปกคลุม ความสับสนในใจบังเกิดไม่ว่าจะคนหรือผี หนังปูแบ็กกราวด์ทั้งคู่ให้เห็นด้านอ่อนไหวของจิตใจ ความรู้สึกที่ขาดอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตได้น่าดู เพียงแต่ดันมาเริ่มทะแม่งตอนที่พยายามจะสร้างสถานการณ์บางอย่างให้พระนางได้เจอกัน และรู้สึกไม่ชอบขี้หน้ากันตั้งแต่แรก หนังพยายามปูให้ทั้งคู่ดูเป็นคู่กัดกันในช่วงแรก แต่กลับทำได้ปะดักปะเดิดมาก ๆ เรียกว่าสมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย คิดจะโผล่ก็โผล่มา คิดจะด่าอะไรก็ด่า ทั้งที่เป็นคนแปลกหน้ากัน แถมประเด็นที่หยิบยกมาผูกปมนั้นเบาโหยง ดูแล้วไม่ make sense เลยว่าทำไมเรื่องแค่นี้ต้องโมโหกันขนาดนั้นด้วย? คือตรงนี้แหละที่ทำให้มันทั้งเชย ทั้งงงงวย เป็นช่วงที่บั่นทอนความเชื่อคนดูลงไปมาก ซึ่งกลายเป็นไม่เป็นผลดีกับเวลาที่เหลือเลย สิ่งที่พอจะชโลมใจได้บ้างก็พวกตัวสมทบอย่าง น้าป๋อง กพล, ตาร์ เฟดเฟ่ และก็ เส้นด้าย สอดอStyle ที่ผลัดมาสร้างสีสันให้หนังได้บ้าง

บรรยากาศของหนังเริ่มมาเผยให้เห็นมุมโรแมนติกในครึ่งหลังของเรื่อง ซึ่งมันก็ทำออกมาได้บ้าน ๆ ดูง่ายและพอจะยิ้มจะแอบฟินกันไปได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในส่วนของเคมีพระนางนั้นค่อนข้างไปได้ดีมีเสน่ห์ทั้งคู่ ส่วนตัวผมชอบอินเนอร์ของ แซมมี่ มากเลย ดูแล้วกลมกลืนเป็นตัวละครดี แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่า พาร์ทการตัดต่อเดินเรื่องหรือจังหวะหนังที่ยำออกมานั้นทำได้น่าผิดหวัง มันออกขาด ๆ เกิน ๆ ตลอดจนแอบกระซิบเบา ๆ ได้ว่า ‘เละ’ ถ้าไม่เกรงใจก็เรียกว่างานหยาบงานเผากันตลอดรายทางจนพาลเสียมู้ดไปเลย อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมของมาตรฐานหนังเมนสตรีมตามหัวเมือง นี่คือหนังที่ไม่ต้องการการคาดหวังใด ๆ มันก็เป็นหนังอารมณ์สยองขวัญขำ ๆ ที่พอดูกล้อมแกล้มเอาบันเทิงได้อยู่ แต่ถ้ามองในมุมตลาดหนัง Love Rain ในเวอร์ชันไทย ก็ถือว่ามันได้ตามมาตรฐานหนังของคนชายขอบอยู่แล้ว ผมมั่นใจเลยว่าฟีดแบ็กมันจะดี เพราะงานสไตล์นี้มันได้รับการยอมรับจากฐานคนดูที่เหนียวแน่นอย่างปฏิเสธไม่ได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement

What The Fact

[รีวิว] Illang: The Wolf Brigade: จากแอนิเมชั่นดังญี่ปุ่นสู่มือผู้กำกับเกาหลีในฉบับคนแสดง

Published

on

By

เรื่องย่อ

ปี 2029 เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ตัดสินใจพยายามรวมชาติเพื่อเพิ่มศักยภาพประเทศให้สามารถต้านภัยคุกคามของทั้งฝั่งจีนและญี่ปุ่น รวมถึงอเมริกาที่พยายามขัดขวางการรวมชาติของเกาหลีด้วยโดยการสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายชื่อว่า เซ็ค ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงเกาหลีที่ไม่ยอมรับการรวมชาติ ฝั่งรัฐบาลเกาหลีก็ไม่ยอมแพ้ได้ตั้งหน่วยรบเฉพาะกิจในนาม กองพันหมาป่า ขึ้น ออกปฏิบัติการในชุดเกราะเหล็กและอาวุธสงคราม ช่วงเวลาพ้นมาหลังเหตุการณ์ที่กองพันหมาป่าบุกรังเซ็คผิดพลาดจนสังหารเด็กสาวตายผู้บริสุทธิ์ตายไป พระเอกของเรา อิมจุงคยอค (คังดองวอน) หนึ่งในหน่วยเฉพาะกิจได้กลายเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงอย่าง ฮาน ที่ต้องการให้จุงคยอคเป็นเหยื่อการใส่ร้ายเพื่อยุบหน่วยเฉพาะกิจเสีย เพราะจุงคยอคมีความใจอ่อนต่อเหยื่อต่างจากคนอื่นในหน่วยของเขา เหตุการณ์นี้ดึงทั้งฝ่ายผู้ก่อการร้าย ฝ่ายหน่ยเฉพาะกิจ และหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ เข้ามาพัวพันอิรุงตุงนังด้วยผลประโยชน์ที่แตกต่าง แล้วเหตุการณ์จะจบลงอย่างไรต้องติดตาม

ใครเคยดูแอนิเมชั่นของผู้กำกับ โอคิอุระ ฮิโรยุกิ ที่เป็นขวัญใจใครต่อหลายคนอย่าง Jin-Roh: The Wolf Brigade (1999) ซึ่งเป็นผลงานการเขียนบทและสร้างสรรค์จินตนาการของผู้กำกับแอนิเมชั่นชื่อก้องอย่าง โอชิอิ มาโมรุ ผู้สร้างหนังชุด Ghost in The Shell มาแล้ว คงอยากติดตามว่าเมื่อไรจะได้ถูกเอามาถ่ายทอดในฉบับคนแสดงกันบ้าง แล้วในปีนี้เองทางเน็ตฟลิกซ์ก็ได้นำแอนิเมชั่นเรื่องดังกล่าวมาฉายให้ชมกันเรียบร้อย

โดยหนังถูกดัดแปลงเป็นฉบับเกาหลีที่ถนัดงานดราม่าการเมืองหนัก ๆ เหมาะกับเนื้อหาของเรื่องที่ประยุกต์มาเป็นปัจจุบัน ทั้งยังได้ผู้กำกับชั่นยอดคนหนึ่งของเกาหลีอย่าง คิมจีอุน ซึ่งมีผลงานคุ้นหูบ้านเรามาเยอะอย่าง A Tale of Two Sisters ตู้ซ่อนผี (2003) หรืองานโกอินเตอร์อย่าง The Last Stand (2013) ที่ได้อาร์โนลด์มารับบทนำแม้อาจไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่ก็ยืนยันการยอมรับฝีมือจากฮอลลีวู้ดได้เป็นอย่างดี

และยิ่งหลังสุด คิมจีอุน เพิ่งมีหนังสายลับตัวแทนชิงออสการ์ของเกาหลีอย่าง The Age of Shadows (2016) ที่เฉือนคมเข้มข้นทั้งการหักหลังซ้อนแผนและปมดราม่าการเมืองสุดซับซ้อน ก็เป็นการันตีเข้าไปอีกว่าเขาคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในการถ่ายทอด Jin-Roh ออกมาในฉบับคนแสดง แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ หนักดราม่าเข้มข้นผลประโยชน์ซับซ้อนมีการหลอกกันไปมาสนุกสนานทีเดียว ซึ่งก็คงเหมาะกับผุ้ชมที่ชอบหนังสปาย หนังเฉือนคมเป็นหลัก เพราะส่วนของแอ๊กชั่นนั้นมีแต่ก็อาจดูเป็นส่วนเสริมเพิ่มควงามสนุกมากกว่าครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีนะ พอช่วงไหนเป็นแอ๊กชั่นก็สาดกันยาวแถมลงทุนคิดฉากสตั้นท์แบบไม่ยั้งเลยทีเดียว ทั้งขับรถสู้กัน ต่อสู้บนโซลทาวเวอร์ ฉากประท้วงหน้าพระราชวัง การใช้โดรนสังหาร หรือการสาดกระสุนของมนุษย์เกราะก็โหดได้การ

 หนังยังเด่นที่ดารานำ ซึ่งได้สตาร์ของเกาหลีมาเล่นหลายคนทั้ง คังดองวอน ที่มาร่วมงานกับ ฮันเฮียวจู อีกครั้งหลังจากเพิ่งมีผลงานกันในหนังแอ๊กชั่นอย่าง Golden Slumber เมื่อต้นปี นอกจากนี้ก็ยังมีรุ่นใหญ่อย่าง จุงวูซุง มาประกบกับดาวรุ่งอย่าง ชอย มินโฮ จากวง Shinee ด้วย ก็นับว่าเป็นสเกลหนังระดับลงโรงเป็นบล็อกบัสเตอร์ได้สบาย ๆ เลยทีเดียว

ชมมาเยอะ ขอพูดจุดด้อยของหนังบ้าง ซึ่งก็คงเป็นเรื่องของความซับซ้อนของเนื้อหาที่อาจไม่ถูกชะตาคอแอ๊กชั่นทั่วไป ยิ่งตัวละครมีมากจำชื่อแทบไม่ได้เลยยิ่งทำให้สับสนเข้าไปใหญ่เวลาใครพูดถึงใคร นอกจากนี้หนังยังเคารพต้นฉบับมาแทบจะเล่าเหมือนแอนิเมชั่นเกือบทั้งเรื่อง แต่ก็ดัดแปลงและตีความใหม่ ซึ่งบางคนอาจชอบเพราะมันกลมกล่อมขึ้นและดูจับต้องง่ายขึ้น แต่ก็มีไม่น้อยที่อาจไม่ชอบกับการที่หนังเลือกจบต่างไปแบบนี้เพราะทำลายเสน่ห์ดั้งเดิมของแอนิเมชั่นที่ว่าด้วยเรื่องหน้าทีความถูกต้อง VS ความรักความเห็นใจไปพอสมควร

ก็เป็นอีกเรื่องที่หลายคนจับตามอง ส่วนตัวมองว่าต้องดูเป็นหนังสายลับ เฉือนคมถึงจะสนุกครับ อย่างไรก็ตามนี้เป็นหนังคุณภาพจากทีมงานเกาหลีที่ไม่เสียเวลาการรับชมแน่นอนครับ

ใครสมัครเน็ตฟลิกซืไว้แล้วก้กดดูที่ลิ้งก์นี้เลย https://www.netflix.com/title/80239666

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (19-21 ต.ค.) : Halloween กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวไปเกือบ 80 ล้านเหรียญ

Published

on

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพยนตร์สยองขวัญในตำนานอย่าง Halloween ได้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ โดยในภาคล่าสุดนี้ยังสานต่อเนื้อเรื่องและกลิ่นอายความโหดแบบดั้งเดิมเอาไว้ อีกทั้งยังได้ เจมี ลี เคอร์ติส ในวัย 60 ปี ผู้เป็นดั่งไอค่อนแห่งวงการภาพยนตร์สยองขวัญ กลับมารับบทนำเช่นเดิมด้วย

Halloween (2018) ทำรายได้เปิดตัวไป 77.5 ล้านเหรียญ ทั่วโลกทำไปแล้ว 91.8 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 10 ล้านเหรียญเท่านั้น

A Star is Born ผลงานกำกับเรื่องแรกของ แบรดลีย์ คูเปอร์ เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ม้ามืดในปีนี้ โดยเก็บรายได้ในสหรัฐฯไปแล้ว 126.4 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 201.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 36 ล้านเหรียญ

แต่ในขณะเดียวกัน First Man ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่อาจได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาใหญ่ ๆ  ในปีนี้ ก็ทำรายได้ลดลงไปมากในสัปดาห์ที่ 2 โดยทั่วโลกทำไป 55.5 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างที่สูงถึง 59 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Halloween

77.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 77.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 14.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 91.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : A Star is Born

19.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 126.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 74.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 201.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Venom

18.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 171.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 236.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 407.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 100 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Goosebumps 2: Haunted Halloween

9.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 28.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 3.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 32.5
  • ทุนสร้าง : 35 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : First Man

8.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 30 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 25.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 55.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 59 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Hate U Give

7.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 10.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : –

อันดับที่ 7 : Smallfoot

6.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 70.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 137.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 50 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Night School

5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 17.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 84.4 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 29 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Bad Times at the El Royale

3.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 8.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 21.4
  • ทุนสร้าง : 32 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : The Old Man & the Gun

2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 4.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : –

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ฟังกันหรือยังกับเพลง Unlovable – MILD เวอร์ชั่นนี้ถึงอารมณ์กว่าเดิมหลายเท่า!!!?

Published

on

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้แอดมินบอกเลยว่าได้มีโอกาสเลื่อนหน้า Facebook แล้วไปเจอกับเพลงหนึ่ง ซึ่งเป็นเพลงเก่านานมาแล้ว เป็นเพลงที่แอดมินชอบมาก แต่พอมาฟังเวอร์ชั่นนี้บอกเลยว่า เห้ย!! สุดติ่งกระดิ่งแมวจริงๆ เพลงเดิม ทำนองเดิม แต่อารมณ์เพลงมันไม่เหมือนเดิม กับเพลง Unloveable ของวง MILD

หลายๆ คนคงรู้จักเพลงนี้กันดีอยู่แล้ว วันนี้ลองมาฟังเวอร์ชั่นนี้กันดู ว่าจะร้องว้าวเหมือนแอดมินไหม !!!

มาทำความรู้จักกับเพลง Unloveable สักหน่อย

เวอร์ชั่นที่เพื่อนๆ ได้ฟังด้านบนนั้น เป็นเวอร์ชั่นดั้งเดิม ที่เราเคยฟังกันมา แต่เดี๋ยว!! ใครที่เคยฟังเวอร์ชั่นนี้ แล้วร้องได้แบบจำขึ้นใจ ก็แอบมีอายุกันแล้วนะ (ฮ่าๆๆ) สำหรับเพลง Unloveable เวอร์ชั่นนี้ ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ซึ่งเพลงนี้อยู่ในอัลบั้มที่มีชื่อว่า Mild และเป็นอัลบั้มแรกของวงนี้ด้วย

ภาพตัวอย่าง อัลบั้ม MILD

รวมถึงเพลงอื่นๆ ก็อยู่ในอัลบั้มนี้เช่นกัน อาทิเช่น

1.อีกนานไหม

2.หวานเย็น

3.รักล้นใจ

4.Unloveable

5.เสร็จ

6.อีกนานไหม – เปียโน เวอร์ชั่น

7.บรรยากาศพาไป – Hidden Track

ซึ่งแต่ละเพลงที่บอกมานั้น เป็นเพลงที่ดังมากในช่วงปี พ.ศ.2551 วัยรุ่นสมัยนั้นส่วนใหญ่ แทบจะร้องเพลงในอัลบั้มนี้กันได้เกือบหมด (บอกเลยว่าแอดมินร้องได้ทุกเพลง ฮ่าๆ)

Unloveable เวอร์ชั่นนี้ฟังแล้วต้องร้องว้าว!!

เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ เวอร์ชั่นนี้ ฟังแล้วมันอินจัด ร้องได้ถึงอารมณ์เพลงดีจริงๆ แอดมินฟังครั้งแรกนี่ขนลุกเลย เพราะหนาว (ล้อเล่นนะครับฮ่าๆ) ฟังแล้วขนลุกจริงๆ เวอร์ชั่นนี้ มันมีการเล่นของจังหวะดนตรีมากขึ้น ให้ความรู้สึก เจ็บในหัวใจแบบยิ่งเจ็บยิ่งสะใจ กับความรักที่มันไม่สมหวัง (พาเศร้าอีกแล้ว) ซึ่งเวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นที่ทางเพจ นักพจญเพลง

ภาพตัวอย่าง โลโก้ นักผจญเพลง

ได้ทำขึ้นมา ในเพจพี่เขายังมีอีกหลายผลงานเพลง จากหลายศิลปินให้ฟังอีกเยอะเลยนะ ใครสนใจเข้าไปติดตามได้ที่ Facebook Page: นักผจญเพลง เข้าไปกดไลค์แล้วติดตามได้เลยจ้า


และช่วงท้ายนี้ เพลง Unloveable เวอร์ชั่นที่แอดมินนำมาให้ดูวันนี้ ชอบกันไหม ไว้โอกาสหน้า ถ้าแอดมินเจอเพลงเจ๋งๆ แบบนี้จะเอามาให้ได้ลองฟังกันอีก ดูแลสุขภาพกันด้วยนะเพื่อนๆ วันนี้ต้องขอกล่าวคำว่า

“ม้าที่ว่าแรงยังต้องแพ้ลา”

“เพราว่า ลาไปก่อน”

สวัสดีครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!