Connect with us

What The Fact

[รีวิว] LOVE RAIN – หนังผีโรแมนติกปนไออุ่นท่ามกลางสายฝน

Published

on

หนังผีอีกหนึ่งเรื่องจากโปรเจ็กต์ ‘7 เรื่อง 7 สัมผัสหลอน’ ของทางค่าย LOGO Motion Pictures ที่ไปหยิบจับเอา 7 เรื่องผี ๆ ฮิต ๆ จากคลื่นวิทยุมาทำเป็นหนัง ซึ่งจากงานเรื่องอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ที่พอจะผ่านสายตาคอหนังมาแล้วนั้นก็จะเป็นอันรู้กันว่า งานหนังค่ายนี้เน้นไปทางเจาะตลาดล่างหรือกลุ่มคนชายขอบเสียส่วนใหญ่ เรียกว่าออกรสออกชาติเป็นละครช่อง 7 หรือหนังแผ่นอยู่มาก ๆ คืองานสไตล์นี้แหละที่เรตติ้งดีมาทุกยุคทุกสมัยในระดับประเทศ และแน่นอนว่าเนื้อหากับตัวละครเรื่องนี้ก็สไตล์บ้าน ๆ ไม่ค่อยมีอะไรต้องคาดหวังเยอะพอ ๆ กับหนังร่วมทุนแนว AEC ก็ถือเป็นข้อดีเหมือนกันที่คนดูหนังเองก็ไม่ต้องคิดเยอะเวลาจะซื้อตั๋วเข้าไปดู (ฮา)

เนื้อเรื่องของ Love Rain เป็นหนังรอมคอมที่พูดถึงความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ระหว่างหนุ่มนักศึกษาหน้าตาดี (บูม กิตตน์ก้อง) ใช้ชีวิตเสเพลสิงอยู่ตามร้านเหล้าหาหญิงเด้าไปวัน ๆ จนในที่สุดเขาก็โดนรีไทร์ และด้วยความที่ไม่มีเงินเลย ชีวิตก็พลิกผันให้เขาต้องไปสมัครเป็นพนักงานร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง ส่วนฝ่ายหญิง (แซมมี่ เคาวเวลล์) นั้นทำงานในร้านเสริมสวยธรรมดา ๆ ตกดึกก็พาตัวเองไปสถิตอยู่ในร้านเกมจนเป็นเซียน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าเธอคือวิญญาณเร่ร่อน รวมทั้งตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองตายเพราะอะไรด้วย เรียกว่าทั้งคู่อยู่ในสถานะที่ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อดี

ช่วงแรก ๆ ตัวหนังก็โฟกัสวนเวียนอยู่ที่พระนางที่ไม่โอเคกับสิ่งที่เป็นอยู่ อานุภาพของความเหงาเข้ามาปกคลุม ความสับสนในใจบังเกิดไม่ว่าจะคนหรือผี หนังปูแบ็กกราวด์ทั้งคู่ให้เห็นด้านอ่อนไหวของจิตใจ ความรู้สึกที่ขาดอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตได้น่าดู เพียงแต่ดันมาเริ่มทะแม่งตอนที่พยายามจะสร้างสถานการณ์บางอย่างให้พระนางได้เจอกัน และรู้สึกไม่ชอบขี้หน้ากันตั้งแต่แรก หนังพยายามปูให้ทั้งคู่ดูเป็นคู่กัดกันในช่วงแรก แต่กลับทำได้ปะดักปะเดิดมาก ๆ เรียกว่าสมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย คิดจะโผล่ก็โผล่มา คิดจะด่าอะไรก็ด่า ทั้งที่เป็นคนแปลกหน้ากัน แถมประเด็นที่หยิบยกมาผูกปมนั้นเบาโหยง ดูแล้วไม่ make sense เลยว่าทำไมเรื่องแค่นี้ต้องโมโหกันขนาดนั้นด้วย? คือตรงนี้แหละที่ทำให้มันทั้งเชย ทั้งงงงวย เป็นช่วงที่บั่นทอนความเชื่อคนดูลงไปมาก ซึ่งกลายเป็นไม่เป็นผลดีกับเวลาที่เหลือเลย สิ่งที่พอจะชโลมใจได้บ้างก็พวกตัวสมทบอย่าง น้าป๋อง กพล, ตาร์ เฟดเฟ่ และก็ เส้นด้าย สอดอStyle ที่ผลัดมาสร้างสีสันให้หนังได้บ้าง

บรรยากาศของหนังเริ่มมาเผยให้เห็นมุมโรแมนติกในครึ่งหลังของเรื่อง ซึ่งมันก็ทำออกมาได้บ้าน ๆ ดูง่ายและพอจะยิ้มจะแอบฟินกันไปได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในส่วนของเคมีพระนางนั้นค่อนข้างไปได้ดีมีเสน่ห์ทั้งคู่ ส่วนตัวผมชอบอินเนอร์ของ แซมมี่ มากเลย ดูแล้วกลมกลืนเป็นตัวละครดี แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่า พาร์ทการตัดต่อเดินเรื่องหรือจังหวะหนังที่ยำออกมานั้นทำได้น่าผิดหวัง มันออกขาด ๆ เกิน ๆ ตลอดจนแอบกระซิบเบา ๆ ได้ว่า ‘เละ’ ถ้าไม่เกรงใจก็เรียกว่างานหยาบงานเผากันตลอดรายทางจนพาลเสียมู้ดไปเลย อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมของมาตรฐานหนังเมนสตรีมตามหัวเมือง นี่คือหนังที่ไม่ต้องการการคาดหวังใด ๆ มันก็เป็นหนังอารมณ์สยองขวัญขำ ๆ ที่พอดูกล้อมแกล้มเอาบันเทิงได้อยู่ แต่ถ้ามองในมุมตลาดหนัง Love Rain ในเวอร์ชันไทย ก็ถือว่ามันได้ตามมาตรฐานหนังของคนชายขอบอยู่แล้ว ผมมั่นใจเลยว่าฟีดแบ็กมันจะดี เพราะงานสไตล์นี้มันได้รับการยอมรับจากฐานคนดูที่เหนียวแน่นอย่างปฏิเสธไม่ได้

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement

What The Fact

10 อันดับ Box Office (10-12 ส.ค.) : ฉลามยักษ์ The Meg ขึ้นอันดับ 1 กวาดรายได้ทั่วโลก 141 ล้านเหรียญ

The Meg ทำรายได้เปิดตัวอันดับที่ 1 อยู่ที่ 44.5 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 141.5 ล้านเหรียญ

Published

on

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา The Meg ทำรายได้เปิดตัวอันดับที่ 1 อยู่ที่ 44.5 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 141.5 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 130 ล้านเหรียญ ซึ่ง The Meg นั้นเป็นภาพยนตร์ฉลายยักษ์ทุนสูงเรื่องแรกในรอบเกือบ 20 ปีที่ทำรายได้สูงในระดับนี้

ภาพยนตร์ฉลามทุนสูงก่อนหน้านี้คือ Deep Blue Sea (1999) ผลงานกำกับของ เรนนี ฮาร์ลิน (Die Hard 2: Die Harder และ Cliffhanger) ที่ทำรายได้ไปทั่วโลกไป 164 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 60 ล้านเหรียญ ส่วน The Shallows (2016) ก็เป็นภาพยนตร์ฉลามฟอร์มกลางที่ประสบความสำเร็จในยุคหลัง ด้วยรายได้ทั่วโลก 119 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 17 ล้านเหรียญ

ทางด้าน Mission: Impossible – Fallout ทำรายได้ในสัปดาห์ที่ 3 อยู่ที่ 20 ล้านเหรียญ โดยรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 437.6 ล้านเหรียญ ซึ่งยังห่างจาก Mission: Impossible – Ghost Protocol ที่ทำรายได้ทั่วโลกสูงสุดในแฟรนไชส์ อยู่ที่ 694.7 ล้านเหรียญ

และ Disney’s Christopher Robin ก็ทำรายได้เพิ่มไปอีก 12.4 ล้านเหรียญ แต่ยรายได้ทั่วโลกนั้นไม่สูงนัก อยู่ที่ 62.1 ล้านเหรียญ โดยส่วนหนึ่งอาจมาจากการถูกห้ามฉายในประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : The Meg

44.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 44.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 97 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 141.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 130 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : Mission: Impossible – Fallout

20 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 162 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 275.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 427.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 178 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Disney’s Christopher Robin

12.4 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 50 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 12.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 62.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Slender Man

11.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 11.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : BlacKkKlansman

10.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 10.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 400,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 11.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 15 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Spy Who Dumped Me

6.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 24.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 1.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 26.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 40 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Mamma Mia : Here We Go Again!

5.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 103.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 177 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 280.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : The Equalizer 2

5.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 89.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 10.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 99.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 62 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Hotel Transylvania 3: Summer Vacation

5.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 5)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 146.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 231.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 378.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 80 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : Ant-Man and the Wasp

4 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 203.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 245.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 448.9 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 162 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บันเทิง

รีวิวแรก BNK48 : GIRLS DON’T CRY

Published

on

เบาะแสแรกเมื่อ 27 ธ.ค. 60 ครั้งแรกที่เต๋อ นวพล กล่าวถึงวง BNK48 วันที่ 2 ก.พ. 61 เวลา 11.42 น. กับข้อความ “48 . a documentary” วันที่ 9 พ.ค. 2561 เวลาประมาณ 20:27 น. ทวิตเตอร์ @ter_nawapol ได้ทวิตข้อความ “BNK48 – the documentary” วันที่ 23 มิ.ย. 2561 เวลา 19:10 น. เพจ Nawapol Thamrongrattanarit ก็ได้โพสต์ภาพ ฮาร์ดดิสก์ จำนวน 14 ตัว มีกระดาษแปะ พร้อมข้อความเขียนแตกต่างกันไป วันที่ 20 ก.ค. 2561 เวลา 19.00 น. จากชื่อโครงการที่เข้าใจง่ายๆ ว่า BNK48 – the documentary มาเป็นชื่อหนัง BNK48 : GIRLS DON’T CRY 23 ก.ค. 2561 ตัวอย่างแรก 26 ก.ค. 2561 ตัวอย่างที่สอง เมื่อวาน 11 ส.ค. 2561 เพจ Salmon House ได้โพสต์วีดีโอ รีวิวแรก BNK48 : GIRLS DON’T CRY จากพี่ๆ ในแวดวงต่างๆ อาทิเช่น

 

 

บนความเจ็บปวด บนความซ้อมเยอะ บนความลุ้นว่าจะติดเซ็นไหม บนความอะไรหลายๆ อย่างมากๆ กว่ามันจะออกมาเป็นเพลงที่เราร้อง ….
ทราย เจริญปุระ

 

ผมว่าถ้าเด็กมาดู เด็กวัยรุ่น เด็กในวัยนี้วัยเท่ากัน เค้าจะได้เห็นความเป็นผู้ใหญ่ของเด็กกลุ่มหนึ่งในวัยเดียวกับเค้า มันมีการเติบโตทางความคิด เพราะผมว่าไอ้สิ่งแวดล้อมที่เค้าเจอเนี่ยมันไม่ใช่สิ่งแวดล้อมของเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่เจอ ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องแต่ง มันโคตรจริง
หนุ่มเมืองจันท์

 

เห็นความเป็นมนุษย์ของแต่ล่ะคน เห็นความขัดแย้ง เห็นการแข่งขัน เห็นความเป็นเพื่อน
โตมร ศุขปรีชา

 

รู้สึกว่าได้รู้จัก BNK48 ในด้านที่ลึกขึ้น ซึ่งลึกมาก
ชิง ชิง

 

เค้าไม่ได้เป็นสมาชิก วง BNK48 เท่านั้น แต่ว่าเราเห็นเขาในฐานะของมนุษย์คนหนึ่ง มนุษย์หลายๆ คนที่มีความรู้สึก มีหัวใจ คล้ายๆ กับเรานี่แหละ มันก็เลยกลายเป็นว่าเราเอาใจช่วย ….
นิ้วกลม

16 สิงหาคม 2561 พร้อมกันทั่วประเทศ อดใจรอชมแทบจะไม่ไหวแล้วครับ

 

BNK48 : GIRLS DON’T CRY – First Review

 

เต๋อ นวพล ทวิตเผยภาพแรก BNK48 – the documentary

เต๋อ นวพล ทวิตเผยภาพแรก BNK48 – the documentary

 

ฮาร์ดดิสก์ 14 ตัว กับ BNK48 – the documentary จาก เต๋อ นวพล

ฮาร์ดดิสก์ 14 ตัว กับ BNK48 – the documentary จาก เต๋อ นวพล

 

ส่องข้อความบนโปสเตอร์ BNK48 : Girl Don’t Cry

ส่องข้อความบนโปสเตอร์ BNK48 : Girl Don’t Cry

 

ไม่ให้รอนาน .. มาแล้ว Official Trailer BNK48 : GIRLS DON’T CRY

ไม่ให้รอนาน .. มาแล้ว Official Trailer BNK48 : GIRLS DON’T CRY

 

ที่มา : salmonhousetv

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์]Insatiable ชิงรักหักมงกุฎ – ไม่ลึกซึ้งด้านทีนบูลลีย์แต่อร่อยเวอร์

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย ลอเรน กัสซิส
  • เหมาะสำหรับ ผู้ชื่นชอบซีรีส์วัยรุ่นไฮสคูลแสบๆ หรือคนชอบหนังแบบ Mean Girls
  • สตรีมมิงทาง Netflix

แพตตี้ (เดบบี ไรอัน) สาวอ้วนที่เป็นเหยื่อของสังคมไฮสคูลอันโหดร้าย ที่ไขมันดูจะเป็นกรรมที่เบียดชีวิตนางไปทุกด้านทั้งเจอหนุ่มสุดฮอตเทแบบไม่เหลือเยื่อใย แถมนอกจากต้องเจ็บตัวหลังวางมวยกับขี้เมาหน้าเซเว่นเพื่อปกป้องขนมอันเป็นที่รักแล้วยังต้องมาเจ็บใจเจอตาขี้เมาฟ้องกลับฐานทำร้ายร่างกาย แต่ในโชคร้ายนางก็เหมือนถูกหวย ด้วยว่านางกินอะไรไม่ได้นอกจากอาหารเหลวตลอด 3 สัปดาห์ทำให้หุ่นนางผอมเพรียวจนหนุ่มๆต้องเหลียว อีกทั้งยังได้ บ็อบ อาร์มสตรอง (ดัลลาส โรเบิร์ตส์)ทนายหนุ่มหล่อสไตล์แด็ดดี้ที่มาช่วยเรื่องคดีแล้วยังคิดจะปั้นให้ แพตตี้ กลายเป็นนางงามสุดปังอีกต่างหาก งานนี้บรรดาชะนีและหนุ่มที่เคยร้ายกับนางเตรียมตัวให้ดี เพราะแพตตี้คนนี้จะกลายเป็น #คนสวยแบบวร้ายวร้าย

จะว่าไปคอซีรีส์ของเน็ตฟลิกซ์ก็คงรู้จักซีรีส์วัยรุ่นดังๆอย่าง 13 Reasons Why หรือ Riverdale ดีอยู่แล้ว โดยจุดเด่นของทั้งสองเรื่องคงหนีไม่พ้นการหยิบจับประเด็นการทำร้ายกันในโรงเรียนไฮสคูลที่เป็นปัญหาเรื้อรังของอเมริกา และแน่นอนว่าจากเทรลเลอร์ของ Insatiable ก็ดูจะมาทางเดียวกันโดยเฉพาะการนำเสนอตัวละครแพตตี้ที่เป็นสาวเคยตุ้ยนุ้ย อับอายกับรูปร่างตัวเองจนเป็นปมฝังใจ เรียกได้ว่าเห็นตัวอย่างนี่ได้กลิ่นหนังสะท้อนปัญหาวัยรุ่นมาอีกแล้ว แต่หลังปล่อยสตรีมมิ่ง 12 ตอนไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 สิงหาคม 2561)  ปรากฏว่าสื่อทั้งหลายในอเมริกาต่างรุมจวกถึงการดำเนินเรื่องและสร้างตัวละครของ Insatiable ที่นำเสนอความอ้วนของแพตตี้ในเชิงเหยียดหยามมากกว่าจะเป็นการพลิกฟื้นเห็นคุณค่าในตัวเองจนหลายสื่อถึงกับตีตราให้เป็นซีรีส์ที่น่ารังเกียจที่สุดสำหรับรายการวัยรุ่นอเมริกัน เนื่องจากเนื้อหาจริงๆแล้วมันแทบนำเสนอมุมมองต่อวัยรุ่นที่มีน้ำหนักเกินไม่ได้ต่างจากหนังวัยรุ่นอเมริกันเรื่องอื่น แต่เอาล่ะ WHAT THE FACT จะขอยืนข้างคนดูแล้วพิสูจน์ซีรีส์ทั้ง 12 ตอนด้วยตัวเอง

จริงอยู่ว่าแม้ตัวซีรีส์จะเล่าเรื่องได้เว่อร์สุดโต่งจนแทบขาดตรรกะไปหลายเรื่อง ลำพังแค่การผอมของแพตตี้ก็ดูโอเวอร์เพียงเพราะเธอกรามแตกและกินอาหารเหลวแค่ไม่กี่อาทิตย์ แต่หุ่นกลับดูฟิตเปรี๊ยะ ผอมปังได้อะไรขนาดนั้น มิหนำซ้ำนางยังขาดความมั่นใจเรื่องตัวเองเคยอ้วนจนนอยด์ กลายเป็นว่าตัวซีรีส์ก็ยังผลิตซ้ำค่านิยมเรื่องรูปร่างอยู่ดีแม้จะให้เหตุผลว่าตัวละครไม่เคยมีใครสนใจและขาดความอบอุ่นในครอบครัวมาทั้งชีวิตก็ตาม ยิ่งเมื่อเหตุการณ์ในซีรีส์ดำเนินไปสู่ช่วงหลังก็ไม่ได้มีเพียงเรื่องความผอมของแพตตี้อย่างเดียวเพราะมันยังเอาล่อเอาเถิดถึงขั้นพูดถึงการค้นพบเพศสภาพตัวเองในวัยรุ่น(หรือแม้กระทั่งตัวละครผู้ใหญ่ที่แต่งงานแล้ว)แถมลากยาวแถไปเกี่ยวกับเรื่องศาสนาและความชั่วร้ายภายในที่ดั๊นมาผูกกับเรื่องความรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียดของแพตตี้จนไม่แปลกใจที่มันถูกเหล่านักวิจารณ์สับเละ แต่หากมองในแง่ความบันเทิงก็ต้องยอมรับว่าตลอด 12 ตอนของ Insatiable คือซีรีส์ที่เรื่องราวจัดจ้าน บ้าบอคอแตกและบันเทิงแบบไม่ลดละเลยสักตอน จนเหมาะแก่การดูแล้วมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันระหว่างคนดูไม่แพ้ 13 Reasons Why หรือ Riverdale ของเน็ตฟลิกซ์เลยล่ะ

จะว่าไปสิ่งที่โดดเด่นมากๆของ Insatiable คงหนีไม่พ้นการแสดงของเหล่านักแสดงที่แม้จะไม่ดังมากแต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตนเอง ทั้ง เดบบี ไรอัน ที่มารับบทแพตตี้ ด้วยรูปลักษณ์แบบสาวฮอตหุ่นอวบอั๋นซึ่งเหมาะมากกับอดีตดาราเด็กช่องดิสนี่ย์อย่างเดบบี ที่ใช้เสน่ห์เฉพาะตัวมาดึงความสนใจจากคนดูได้ทุกซีนที่ปรากฏตัว ใครล่ะจะห้ามใจกับใบหน้าดูไร้เดียงสาแต่ความฮอตแบบเชพบ๊ะของนางได้ต่อให้บทลากแพตตี้ไปเจอเรื่องซวยต่างๆนานาหรือกระทั้งทำเรื่องชั่วร้าย คนดูก็พร้อมจะเอาใจช่วยเธออยู่ดี

ไม่เพียงเดบบี ไรอัน หรือเหล่านักแสดงวัยรุ่นหน้าตาดีเท่านั้น ต้องยอมรับว่า Insatiable ยังสร้างเรื่องราวและจุดขัดแย้งให้ตัวละครวัยผู้ใหญ่ได้น่าสนใจ (และแอบชวนจั๊กกะจี๋มากๆ) ทั้งบ็อบ อาร์มสตรองที่ได้ ดัลลาส โรเบิร์ต มารับบททนายสายแหววที่มุ่งปั้นแพตตี้เป็นนางงามแต่นางกลับถูกบีบจากอดีตแม่ของเด็กปั้นที่มุ่งดับฝันฮีโดยเฉพาะ ส่วนตัวละคร บ็อบ บาร์นาร์ด ที่ได้คริสโตเฟอร์ กอร์แฮม มารับบทอัยการสายถอด เอะอะถอดเสื้อโชว์กล้ามและมักเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ บ็อบ อาร์มสตรอง ก็น่าจะเป็นอาหารตาของเหล่าสาวๆได้อย่างแน่นอน ส่วน เอลิซา มิลาโน ก็รับบท คอราลี ได้อย่างมีสเน่ห์ชวนมอง และยิ่งเรื่องราวในช่วงหลังของซีรีส์เพิ่มมิติเรื่องครอบครัวเข้ามาก็ยิ่งทำให้ทั้ง 3 ตัวละครนี้ทวีความแซ่บขึ้นเรื่อยจนเกิดฉากพีคๆที่แอบบอกไปในวงเล็บแล้วว่าจั๊กกะจี๋มว๊ากมว๊าก

เมื่อหักลบกลบหนี้แล้วก็ถือว่า Insatiable คุ้มค่าแก่การอดหลับอดนอนอยู่ดีๆ แม้บทอาจจะขาดตรรกะไปบ้างแต่ต้องยอมรับว่าทั้งการสร้างตัวละครและสถานการณ์ต่างๆมันบันเทิงจนแทบลืมเวลาและไม่อาจหยุดดูได้เลย เอาล่ะอย่ามัวเสียเวลากดรีโมต (หรือกด App) ดูได้เลยทางเน็ตฟลิกซ์

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!