Connect with us

What The Fact

[รีวิว] Monster Hunt 2: การกลับมาของอสูรตัวน้อยที่ยังน่ารักและฮาเหมือนเดิม

การกลับมาอีกครั้งของเจ้าอสูรหัวไชเท้า วูปา ซึ่งในภาคแรกนั้นดังเป็นพลุแตกจนสร้างความฮือฮาให้วงการหนังในจีนอยู่พักใหญ่ หลังจากมีเหตุต้องแยกจาก เทียนหยินและเชี่ยวหนาน ผู้ปกครองมนุษย์ และยังไม่สามาารถกลับไปสู่โลกปีศาจได้ วูปา จึงยังอยู่ในอันตราย ขณะเดียวกันค่าหัวของวูปาก็สูงขึ้น ยิ่งทำให้อสูรน้อยต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ

ในขณะที่โลกมนุษย์ก็อยู่กันอย่างสงบสุข ทางเทียนหยินก็วางแผนที่จะออกตามหาพ่อพร้อม ๆ กับเชี่ยวหนาน และระหว่างการเดินทางนั้นเขาก็ได้พบกับ ‘ผู้การหยุน’ (โย หยาง) หัวหน้านักล่าปีศาจคนใหม่ ที่ทราบที่อยู่ของพ่อเทียนหยิน แต่ขณะเดียวกัน ผู้การหยุนก็ทำให้เทียนหยินและเชี่ยวหนานได้รู้ว่าในเวลานี้ค่าหัวล่าตัววูปานั้นได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นทวีคูณ จึงทำให้ทั้งคู่เปลี่ยนใจและออกตามหาเพื่อช่วย วูปา อีกครั้ง

ขณะที่ วูปา เอง การระหกระเหินและต้องหลบหนีอยู่ตลอดนั้น ทำให้วันหนึ่งเขาได้พบกับ ตู้ (เหลียงเฉาเหว่ย) นักพนันเจ้าสำราญที่ชีวิตเต็มไปด้วยกองหนี้ และวูปาเองก็ไม่มีที่ไป จึงทำให้ทั้งคู่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถึงอย่างนั้นจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่วันหนึ่ง วูปา และ ตู้ ได้จับผลัดจับผลูเข้าไปรับรู้แผนลับของหน่วยงานนักล่าปีศาจเข้าโดยบังเอิญ ชะตาชีวิตทั้งคู่เลยอยู่ในอันตราย

Monster Hunt ในภาคนี้ก็ยังคงรักษาจุดเด่นความเป็นแฟนตาซีซึ่งผสมผสานระหว่างภาคซีจีกับหนังกำลังภายในได้น่าดูเหมือนเคย เรียกว่าใครไม่เคยดูภาคแรกมาก่อนก็คงประทับใจในจุดนี้มาก โดยเฉพาะคาแร็คเตอร์น่ารัก ๆ ของวูปา ถึงแม้ว่าลักษณะของมันเมื่อเทียบกับไอคอนของฝั่งญี่ปุ่นหรืออเมริกาแล้วมันอาจจะเป็นมาสค็อตแบบจีน ๆ ที่มองได้ทั้งน่ารักกับแอบน่ากลัวนิด ๆ แต่เมื่อมองรวม ๆ กับอสูรตัวอื่น ๆ แล้วก็ถือว่าโอเค สำหรับผมวูปามันสะท้อนบุคลิกของเด็กผู้ชายชาวจีนได้ชัดเจนเลย

หนังในภาคนี้ยังดูแล้วบันเทิงอยู่ตลอดทั้งเรื่อง มีมุขยิงมาเป็นระยะ และฟอร์มของ เหลียวเฉาเว่ย ในเรื่องนี้ดีงาม เป็นสีสันของหนังเรื่องนี้แบบน้อง ๆ จอห์นนี เด็ปป์ เลย เพียงแต่ในช่วงไคลแม็กซ์อาจจะไม่พีคอย่างที่คิด และหลายช่วงก็ยืดเรื่องเกินไปหน่อย หากจับได้กระชับกว่านี้จะสวยมาก แต่อีกตัวละครที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ บทบาทของ ต้าเผิง นักประดิษฐ์สติเฟื่องที่โผล่มาสร้างสีสันให้ฮากันได้หลายดอก

Monster Hunt 2 ภาคนี้มันอาจไม่ได้ปังเหมือนกับภาคแรก แต่ก็เป็นหนังครอบครัวที่ดูสนุกทุกเพศวัยรับเทศกาลตรุษจีนนี้ สอดแทรกแง่คิดในเรื่องความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์และเพื่อนร่วมโลก การยืนอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กัน ซึ่งเมสเซจตรงนี้ก็ทำออกมาได้ดี ไม่แพ้หนังแอนิเมชันจากฝั่งฮอลลีวูด เชื่อเหลือเกินว่าอีกไม่กี่ปีงานแอนิเมชันของฝั่งพี่จีนน่าจะลงตัวทั้งในเรื่องการดีไซน์แคแร็คเตอร์และตัวตนที่ดูมุ้งมิ้งน่ารักในแบบสไตล์สากลได้สบาย

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น