Connect with us

What The Fact

[รีวิว] ตีสาม After Shock: ผีสยองฮา แรงบันดาลใจมาเต็ม

Published

on

หนังผี 3 ตอน เน้นจังหวะสะดุ้ง เน้นหลอนแบบตีความ และเน้นฮาสยอง อาจไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์ในแง่การผลิต แถมแรงบันดาลใจก็ค่อนข้างชัด แต่ก็เป็นหนังไทยที่ใช้ได้เลยสำหรับคอสยองขวัญ และยังพอน่าให้เชียร์มากกว่าให้ด่าครับ

ในช่วงหนึ่งหนังแนวรวมเรื่องสั้นหลายตอนเป็นที่นิยมมากในไทย ตั้งแต่เรื่อง ผีสามบาท (2544) ที่น่าจะเป็นหนังไทยเรื่องแรก ๆ ที่จะปลุกกระแสแนวนี้ขึ้นมา ก่อนจะมาเปรี้ยงปร้างในยุค GTH อย่าง สี่แพร่ง (2551) และห้าแพร่ง (2552) โดยหนึ่งในค่ายที่ส่งหนังผีไทยเข้าสู่ตลาดมากที่สุดคงไม่พ้นค่ายเก่าแก่อย่าง ไฟว์สตาร์ฯ ที่ส่งหนังชุด ตีสาม 3D (2555) มาชิมลาง แล้วปล่อยภาคต่อมาใน ตีสาม คืนสาม 3D (2557) จากนั้นจึงนำตอนที่ดังที่สุดใน ตีสาม 3D อย่างตอน O.T. มาขยายเป็นหนังยาวในชื่อ O.T ผี OVERTIME (2557) แล้วหลังจากนั้นหนังผีชุด ตีสาม ก็เงียบหายไป

จนในที่สุดไฟว์สตาร์ฯ ก็ได้ปลุกผีในชื่อชุด ตีสาม กลับมาอีกครั้งในภาค ตีสาม After Shock  โดยครั้งนี้นำเรื่องราวมาเรียงร้อย 3 ตอนด้วยกัน คือ

  • ทางด่วน (กำกับโดย ใหม่-ภวัต พนังคศิริ จากนาคปรก และละคร บุพเพสันนิวาส นำแสดงโดย พั้นช์-วรกาญจน์ โรจนวัชร )

พิม (พั้นช์) พนักงานสาวเก็บค่าทางด่วนที่ติดโซเชียล เธอมักต้องทำงานอยู่เพียงลำพังกลางดึก แต่เพราะคลิปที่เธอปล่อยแฉนางแบบดังคนหนึ่งทำให้คืนนี้มีบางอย่างแตกต่างไป

  • แรกพบศพตาย (กำกับโดย ปิงธรรมนูญ สกุลบุญถนอม จาก ตายโหง ตายเฮี้ยน นำแสดงโดย ป๊อก -ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์, เชอรีน-ณัฐจารี หรเวชกุล, น้ำชา -รณัฐ ยูสานนท์)

แทน (ป๊อก) ศิลปินหนุ่มช่างซ่อมภาพวาด เขาเพิ่งหยุดความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ ออย (เชอรีน) และกลับไปใช้ชีวิตแบบหนุ่มโสดที่คอยเที่ยวกลางคืนไปกับเพื่อนสนิท กระทั่งคืนหนึ่งตอนตีสาม เขาก็ได้พบกับ นภัส (น้ำชา) หญิงสาวลึกลับที่นำบางอย่างที่ทั้งเย้ายวนและน่าสยดสยองมาสู่เขา

  • กอง-ผี-ปีศาจ (กำกับโดย กังฟู-นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ จาก กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว (ใครจำได้มั่งที่หม่ำเล่นกับลิง) นำแสดงโดย สิงโต นำโชค, อุ๋ย-นที เอกวิจิตร, ซาร่า-นลิน โฮลเลอร์)

อู๋ (อุ๋ย) และทีมงานถ่ายทำทีวีไดเร็ก รวมตัววางแผนการบางอย่างเพื่อแกล้งและเอาคืนความเอาแต่ใจของผู้กำกับโฆษณาทีวีอย่าง แซม (สิงโต) แต่ระหว่างถ่ายทำนอกจากผีป้าเจ้าของโรงถ่ายที่เดินทั่วสตูดิโอแล้ว ทีมงานยังได้ข่าวจากไลน์ว่าแซมเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ระหว่างทางที่จะมาถึงสตูดิโอ  อู๋จะบอกทีมงานยังไงในเมื่อแซมก็อยู่ที่นี่ทำงานกับพวกเขามาตั้งแต่กลางดึกแล้ว

ต้องยอมรับว่าได้กลิ่นบางอย่างจากหนังต่างค่ายเช่น สี่แพร่ง และ ห้าแพร่ง ทั้งตอน ทางด่วน ที่เอาไปเทียบได้กับตอน เหงา ผสมกับ เที่ยวบิน 224 ในหนัง สี่แพร่ง แม้การเผชิญผีตัวต่อตัวของพิมในพื้นที่กึ่งปิดแบบทางด่วน และด้วยโปรดักชั่นเข้ม ๆ ที่ผู้กำกับภวัตทำได้ดีจะดูน่าสนใจอยู่พอสมควร แต่ก็เทียบความเข้มข้นที่ พลอย เฌอมาลย์ ซึ่งบังเอิญรับบท พิม แอร์ฮอสเตสสาวที่ต้องเผชิญกับผีเจ้าหญิงบนเครื่องบินไม่ได้เลย โดยเฉพาะความล้มเหลวในการหลอกคนดูเรื่องตัวตนของผีที่พยายามลวงว่าคือใคร (ซึ่งเห็นร่องรอยในบทพูดอยู่) แต่ก็พลาดตั้งแต่ต้นเรื่อง แถมยังเป็นตอนที่ซีจีดูย่ำแย่ที่สุดด้วย

ตอน กอง-ผี-ปีศาจ ที่ชื่อตอนไปคล้ายหนัง คน-ผี-ปีศาจ ของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล และเนื้อหายังไปคล้ายตอน คนกอง ในหนัง ห้าแพร่ง ของ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ราวกับจงใจล้อเลียนด้วย เป็นตอนปิดท้ายที่เอามาเน้นฮาสยอง ทั้งยังค่อนข้างล้อพล็อตแนวเรื่องสั้นของโต้ง-บรรจงอย่างชัดเจน แต่ความจัดเจนในการตัดต่อ ทั้งจังหวะการเล่นส่วนฮาและส่วนสยองก็ยังไม่ลงตัวนัก การเฉลยตอนจบเลยไม่มีลุ้นอะไรเท่าไหร่ (สังเกตว่าเป็นปัญหาที่คนทำหนังไม่เชื่อตัวบทหนัง จึงไม่ทำงานร่วมกัน เช่นเดียวกับตอนทางด่วน)

ส่วนตอน แรกพบศพตาย นั้นแม้จะดูได้แรงบันดาลใจจากงานของ จุนจิ อิโตะ อย่าง โทมิเอะ และ ผลโลหิต มา แต่ก็สร้างสไตล์ของตัวเองได้น่าสนใจที่สุดเมื่อเทียบกับทุกตอน ทั้งด้านดีไซน์และเนื้อหา สัญญะต่าง ๆ ที่ดูคิดมาละเอียดด้วย และแม้จะมีปัญหาที่ไม่ค่อยเคลียร์ในแง่การตีความตอนจบนัก แต่ก็ยังต้องยอมรับว่าเป็นหนังผีไทยที่โดดเด่นเรื่องหนึ่ง เป็นตอนที่เอาใจเชียร์ครับ

สรุป

โดยรวม ตีสาม After Shock เป็นงานที่มีแรงบันดาลใจชัดเจนพอสมควร และพยายาม C&D ด้วยจิตใจที่เปี่ยมความหวังดีความทุ่มเท อันจะเห็นได้จากโปรดักชั่นที่พอใช้ได้เมื่อเทียบกับหนังไทย ทว่าอาจจะยังบ่มเพาะได้ไม่ดีพอ นานพอ จนทำให้ไม่อาจหลุดภาพของแรงบันดาลใจพ้น ก็นับเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่อยากให้กำลังใจคนทำพัฒนาต่อไปครับ

หนังเข้าฉาย 15 มีนาคมนี้ครับ

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

ภาพยนตร์ Joker ได้ชื่อที่จะในงานสร้างว่า “Romeo” : อาจเริ่มถ่ายทำ ก.ย. นี้

ภาพยนตร์ Joker ของผู้กำกับ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ กำลังรวมทีมงานสร้างในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

Published

on

THS รายงานว่า ภาพยนตร์ Joker ของผู้กำกับ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ (ไตรภาค The Hangover) จะเริ่มถ่ายที่นิวยอร์ก ในเดือนกันยายน 2018 นี้ โดยจะใช้ชื่อในการถ่ายทำว่า Romeo

แหล่งข่าวได้อ้างว่า ท็อดด์ ฟิลลิปส์ ได้ดึงผู้กำกับภาพ ลอว์เรนซ์ แชร์ (ไตรภาค The Hangover, War Dog) มาร่วมงานอีกครั้ง พร้อมด้วยผู้ออกแบบงานสร้าง มาร์ก ฟรายด์เบิร์ก (Noah, Selma), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายรางวัลออสการ์ มาร์ก บริดจ์ส (Phantom Thread) และผู้กำกับการคัดเลือกนักแสดง เชย์นา มาร์โกวิตซ์ (Ocean’s 8) จะมารับหน้าที่แคสติ้งนักแสดงสำหรับภาพยนตร์ Joker เรื่องนี้

มีข่าวลือว่า วาคีน ฟินิกซ์ จะมารับบท Joker

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Joker จะเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล DC Dark หรือ DC Black ซึ่งจะมีเส้นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับจักรวาล DCEU (DC Extended Universe)

จักรวาล DC Dark หรือ DC Black จะเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างไม่มาก เมื่อเทียบกับ DCEU โดยภาพยนตร์ Joker ของ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ เรื่องนี้ใช้ทุนสร้างเพียง 55 ล้านเหรียญเท่านั้น

อีกทั้งยังมีรายงานว่า Joker จะดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากคอมมิค The Killing Joke ในตำนาน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเรื่องราวการต่อกรระหว่าง Joker และ Batman ที่โหดร้ายและมืดหม่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Joker ในคอมมิค The Killing Joke

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

แร็พคุก ! แร็พคุก ! หนุ่มอายุ 18  โพสต์เพลงแร็พลง icloud ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี

Published

on

พวกเขาหาว่าผมเป็นพวกมือยิงในโรงเรียน นี่มันโคตรเจ็บเลยว่ะ

    นักเรียนไฮสคูลในสหรัฐนายหนึ่งถูกตัดสินให้จำคุก10ปี เนื่องจากข้อหา ข่มขวัญว่าจะก่อเหตุร้ายในโรงเรียน ผ่านเพลงแร็พของเขา

    ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไมเคิล ชมิดท์(Michael Schmitt) ได้อัดเพลงฟรีสไตล์แร็พ ที่มีท่อนร้องเจ็บๆ ประมาณว่าเธอมาดูดไอ้จ้อนของฉันได้นะหรือ เดี๋ยวหัวเธอก็จะปริแตกแบบเปลือกไข่นั่นแหละ,อีนังบ้า!

    ถึงแม้ว่าจะไม่มีชื่อของใคร ปรากฎอยู่ในเพลงแร็พ ของ ชมิดท์ แต่ทว่า มันกลับมีชื่อโรงเรียนของเขาในนิวเจอร์ซีย์อยู่ในเนื้อเพลง  เธอมันคือนังร่าน @ jchs (ย่อมาจาก James Cold well High School) ฉันรักเธอแม้ว่าเธอจะทำฉันเจ็บ ฉันยกโทษให้เธอ และไม่มีวันที่จะทำให้เธอเจ็บนี่คือชื่อเพลงของเขา

 

 

     แต่แล้วเมื่อนักเรียนคนหนึ่งใน jchs ได้ค้นพบแทร็คแร็พเดือดนี้ และแจ้งกับทางโรงเรียน ทางโรงเรียนก็เรียกตำรวจมาทันที โดยยกหน่วย SWAT มากันเลย!

     ในขณะที่นั่งเรียนอยู่อย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ นายชมิดท์ แร็พเปอร์ก็โดนหน่วย SWAT รวบไปด้วยข้อหากุเรื่องข่มขู่ขวัญประชาชีมีโทษจำคุก5-10ปี

      19สัปดาห์ต่อมา หนุ่มอายุ18คนนี้ก็ยังคงอยู่ในคุกและรอคอยการตัดสินโทษ อันมีสาเหตุมาจากเพลง ที่เขาบอกว่า ทำขึ้นเพื่อล้อเล่นเฉยๆ

       พวกเขาหาว่าผมเป็นพวกมือยิงในโรงเรียน  นี่มันโคตรเจ็บเลยว่ะ” ชมิดท์กล่าว

มันหลอนผมมากเลยที่ผมถูกโยงเข้าหาสิ่งเลวร้ายอย่างการยิงในโรงเรียนที่เกิดขึ้นมากมายในสหรัฐ เพียงเพราะผมแต่งเพลงแร็พเพลงนี้”

     แต่ผู้อำนวยการโรงเรียน จิม เดวิน (Jim Dewin) บอกว่า โรงเรียนทำถูกแล้วที่เรียกตำรวจเขาบอกว่า เขาไม่ได้วางแผนจะทำอย่างนั้น แต่เราก็ไม่แน่ใจว่ามันจะจริงรึป่าวเดวินกล่าว

     เดวิล เกรย์ ทนายความของนายชมิดท์ กล่าวว่ามันซีเรียสที่สุดเท่าที่จะซีเรียสได้ ชีวิตของเขากำลังถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย

     ส่วนชมิดท์ก็กล่าวปิดท้ายว่ามันเหมือนกับว่าผมถูกตั้งข้อสงสัย เพียงเพราะผมโพสต์เพลงลงไป ทำไมพวกเค้าไม่ให้ผมอธิบายอะไร!”

ภาพปืนเจ้าปัญหาที่ทำให้ชมิดท์ยิ่งดูน่าสงสัยว่าจะก่อเหตุร้ายเข้าไปใหญ่

      ก็เป็นอีกข่าวหนึ่งนะครับที่เตือนให้รู้ว่าบางประเด็นมันอ่อนไหว และเราควรระมัดระวังในการทำอะไรลงไป

เด็กนักเรียนของเราโพสต์เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงลงไปใน Sound Cloud โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การฆ่าคนระเบิดหัวคนแถมยังโพสต์ภาพตัวเองกับปืนอีกต่างหาก อีกทั้งเนื้อหาเพลงยังเชื่อมโยงไปถึงเด็กผู้หญิงในโรงเรียนของเรา หากคุณลองต่อสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกันมันคือการข่มขู่เลยล่ะ ณ จุดนี้มันไม่ใช่หน้าที่ของผมเลยที่จะวางเฉยแล้วถามว่ามันมีมูลไหม? จริงหรือเปล่า?  แต่สิ่งที่เราควรทำคือต้องรีบปกป้องเหล่านักเรียนและครอบครัวของเราให้เร็วที่สุด

    จิม เดวิน ผู้อำนวยการโรงเรียน James Caldwell High School

ที่มา

http://www.nme.com/news/music/rap-song-soundcloud-18-years-michael-schmitt-2337626

https://www.buzzfeed.com/tylerkingkade/rap-song-school-lockdown-free-speech-michael-schmitt?utm_term=.xboBAvwa3#.oawdzWDp1  

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว] Be With You: เกาหลีคัฟเวอร์ แบบ Easy Listening

Published

on

By

เรื่องย่อ

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

ก่อนที่ซูอา (รับบทโดย ซอนเยจิน) จะตายจากโลกนี้ไป เธอได้ให้คำมั่นสัญญากับ อูจิน สามีของเธอ (รับบทโดย โซจีซอบ) และ จีโฮ ลูกชายที่ยังเล็กอยู่ของเธอ (รับบทโดย คิมจีฮวัน) ว่าเธอจะกลับมาหาเขาอีกครั้งในวันที่ฝนตกแรกของปีถัดมา แม้มันจะดูเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อเธอได้ทำตามคำสัญญานั้นจริง ๆ ทว่าเธอกลับมาพร้อมกับความทรงจำที่หายไป ครั้งนี้อูจินจะรั้งเธอไว้ไม่ให้หายไปได้หรือไม่ แล้วซูอาคนที่น่าจะตายไปแล้วนี้แท้จริงคือใครหรืออะไร ติดตามเรื่องราวความรักสุดซึ้งของพวกเขาได้ในโรงภาพยนตร์จ้า

เดิมหนังเรื่องนี้เคยเป็นหนังญี่ปุ่นที่ออกฉายเรียกน้ำตาและรอยยิ้มแฟน ๆ ทั่วเอเชียมากแล้วเมื่อปี 2004 โดยดัดแปลงจากนิยายของ อิชิคาวะ ทาคุจิ ตอนนั้นก็เกิดเป็นปรากฏการณ์ตุ๊กตาไล่ฝนกลับหัวในไทยเช่นกัน ขนาดว่าดีวีดีบ็อกเซ็ตของหนังเรื่องนี้ยังแถมเจ้าตุ๊กตาไล่ฝนมาให้เลยด้วย ส่วนตัวผมชอบเวอร์ชั่นนั้นมากนะ ทั้งเนื้อหาที่แปลกใหม่ การเล่าเรื่องแบบพลิกเปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่องไปมาที่ไม่ค่อยเจอในหนังรัก และบรรยากาศฝนตกที่แสนอบอุ่น ขนาดว่ายังจำรายละเอียดของเวอร์ชั่นเดิมได้อยู่เลย ปกติหนังทั่วไปดูนาน ๆ แล้วก็ลืมแต่กับเรื่องนี้ไม่

ฉบับญี่ปุ่นแสดงนำโดย ทาเคอุจิ ยูโกะ และ นากามุระ ชิโดะ ที่อินจัดจนแต่งงานกันจริงหลังจากหนังเรื่องนี้เลยด้วย

การกลับมาครั้งนี้นับว่ามีความพิเศษมากเหมือนกัน เพราะเป็นการทิ้งห่างจากฉบับญี่ปุ่นถึง 14 ปี และได้รับการตีความใหม่จากผู้กำกับเกาหลีอย่าง ลีชางฮุน ซึ่งเป็นชาติที่ทำหนังขยี้น้ำตาได้ดีมากอีกเช่นกัน ทั้งยังได้ดาราแม่เหล็กมาก ๆ มารับบทนำทั้ง ซอนเยจิน ที่กำลังติดตาติดใจผู้ชมเน็ตฟลิกซ์ชาวเอเชียจากซีรีส์โดนเด็กเต๊าะ Something in the Rain และหนึ่งในสมบัติชาติเกาหลีเคียงคู่กับ กงยู อย่าง โซจีซอบ กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งนับตั้งแต่ซีรีส์ Delicious Proposal (2001) เรียกว่าเป็นตัวเลือกที่คัดเข้มข้นอย่างดีโดนใจสายหวานซึ้งเลยทีเดียว โดนใจขนาดไหนเอาแค่ว่าในบ้านที่เกาหลีใต้ หนังเรื่องนี้ทำลายสถิติหนังรักที่มียอดคนดูถึง 1 ล้านคนเร็วที่สุดภายใน 7 วัน ชนะเจ้าของสถิติเดิมอย่าง Architecture 101 (2012) ที่มีน้องสาวแห่งชาติอย่าง ซูจี แสดงนำ ซึ่งเคยทำได้ใน 8 วันไปด้วย

 มาว่ากันที่ตัวหนังเวอร์ชั่นนี้ดีกว่า เอาส่วนที่ชอบก่อนเลย ทีมงานเลือกนักแสดงมาเข้าคู่กันดีมาก ทั้งโซจีซอบและซอนเยจินนั้นเหมาะมากทั้งบทตลกนิด ๆ และบทหวานบทซึ้ง ในขณะที่ด้านโปรดักชั่นก็มาตรฐานสูง ทั้งภาพและมุมกล้อง ฉากการออกแบบศิลป์ถ่ายทอดบรรยากาศฤดูฝนนั้นก็อบอุ่นตราตรึงใจมาก สมกับโปรดักชั่นแบบเกาหลี ที่เทียบกับฉบับญี่ปุ่นนั้นของเดิมจะให้ความรู้สึกสดใสซึ้งแบบไม่หม่นเศร้าเท่า นอกจากนั้นฉบับใหม่ยังคิดกิมมิกใหม่ ๆ มาทดแทนของเดิมที่เป็นตุ๊กตาไล่ฝนด้วย ก็ทำให้มีรายละเอียดที่แตกต่างพอให้น่าสนใจเพิ่มจากของเดิมได้ด้วย อีกอย่างที่เป็นข้อดีมากคือหนังดูง่ายมาก มีใส่มุกตลกผ่านตัวละครเพื่อนพระเอกที่สร้างใหม่ได้ลื่นไหลดี และวิธีการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนก็ถูกเรียบเรียงใหม่ตามลำดับเวลา และใช้การอธิบายแบบชัดเจนแบบไม่ต้องงงคิดเองกันเลย ใครที่ดูฉบับนี้เป็นฉบับแรกน่าจะชื่นชอบอย่างมาก โดยเฉพาะสาวกคอหนังคอซีรีส์เกาหลีน่าจะถูกใจกับแขกรับเชิญคุ้นหน้าคุ้นตาหลากหลายคนด้วย

ข้อเสียก็เป็นส่วนของข้อดีนั่นเอง เพราะหนังเปลี่ยนเสน่ห์แบบญี่ปุ่นที่ต้องคิดตามความรู้สึกตัวละครที่แสดงออกมาไม่ผ่านคำพูด ตามแบบพูดน้อยแต่ได้มากไปจนหมด เพราะหนังเลือกจะพูดทุกอย่างอธิบายทุกอย่างจนหมดเปลือก นอกจากนั้นการที่หนังไม่ได้หนีจากฉบับเดิมมากนัก คนที่เคยดูฉบับเดิมมาก่อนประทับใจมาก่อนก็ย่อมจะฝังใจกับฉบับเก่าในฐานะความทรงจำแรกมากกว่านั่นเอง ส่วนข้อติงอีกเล็กน้อยก็คงเป็นความชอบส่วนตัวที่ชอบการแสดงตัวลูกชายในฉบับเดิมมากกว่า ซึ่งจะดูเก็บความรู้สึกแล้วพอปล่อยความในใจออกมามันมีอิมแพกกับคนดูมากกว่า ฉบับนี้ดูน่าหงุดหงิดกับนิสัยโวยวาย และเปิดเผยมากไป ทำให้ไม่ค่อยสงสารเท่าไหร่

สรุปเป็นหนังเกาหลีที่น่าจะถูกใจใครหลายคน รวมถึงคนที่เคยชื่นชอบฉบับเดิมเมื่อ 14 ปีก่อนด้วย แนะนำเลยครับ  

ดูรอบหนัง จองตั๋ว ซื้อตั๋ว กดที่ภาพได้เลยจ้า

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!