Connect with us

What The Fact

[รีวิว] Hotel Transylvania 3: แอนิเมชันสามัญประจำบ้านที่เหมาะกับทุกครัวเรือน

สนับสนุนเนื้อหาโดย

กลับมาอีกครั้งสำหรับแอนิเมชันภาคต่อสุดฮาจากค่าย Sony Pictures กับการผจญภัยของแก๊งปีศาจที่เราคุ้นหน้ากันดี โดยในภาคนี้เป็นเรื่องราวที่แก๊งท่านแดร็ค (อดัม แซนด์เลอร์) ได้ไปพักผ่อนในทริปล่องเรือสัตว์ประหลาดสุดหรูเป็นการเอาท์ติ้งหลังจากทำงานในโรงแรมมานาน ซึ่งแดร็กคิวล่าก็รู้สึกเหงาและต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง และในทริปนี้เองที่ท่านเคราท์ของเราดันไปตกหลุมรักกับกัปตันเรือสาวสวย เอริกา (เซเลนา โกเมซ)

ในภาค 3 นี้เรียกว่าเป็นพลอตรสชาติใหม่ ๆ โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแดร็คกับลูกสาวเมวิส ซึ่งภาคก่อน ๆ จะเห็นพ่อแดร็คหวงลูกสาวมากเวลาจะมีรักกับใครหรือว่ามีลูก แต่ในภาคนี้จะสลับบทบาทกันบ้างแล้ว และเมวิสลูกสาวก็จะหันมาห่วงพ่อของเธอแทนเมื่อ พ่อของเธอกำลังจะเกิดปิ๊งรักครั้งใหม่ และนอกจากความห่วงใยตามประสาพ่อลูกแล้ว ยังปะปนมาด้วยความสงสัยและระหวาดระแวงกับผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตของพ่อเธอด้วยเช่นกัน

จริง ๆ Hotel Transylvania เป็นหนึ่งในหนังแฟรนไชส์ที่พูดจับเรื่องประเด็นครอบครัวมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลย ซึ่งในภาคนี้มันพูดถึงมุมมองในเรื่องของความรักที่คนเราสามารถมีรักได้เสมอ รวมทั้งมุมมองของความเท่าเทียมกัน พลอตเรื่องมันอาจเป็นหนังเด็กที่เล่าง่าย ๆ แต่มันมีวิธีถ่ายทอดที่ทำให้ผู้ใหญ่เข้าถึงเมสเซจหนังได้ด้วย ช่วงครึ่งแรกของหนังอาจเนือย ๆ บ้าง กับมุกฮาบ้างแป้กบ้าง บรรยากาศของหนังเรื่องนี้อาจไม่แฝงความโหดร้ายเหมือน Ferdinand แต่ระหว่างทางที่ตัวละครมีพัฒนาการและมุมมองนั้น ต้องบอกว่าทรงพลัง ไม่ขี้เหร่เลย หนังมีจุดพีคที่ดีและหาทางลงได้สมูท ดูแล้วฟีลกู้ดและอิ่มเอิบหัวใจดี

นอกจากนี้ งานโปรดักชันก็ถือว่าเป็นจุดเด่นที่ยังทำได้ดีเยี่ยมเหมือนเคย การออกแบบท่วงท่าของตัวละคร มีความยูนีคและง่ายเหลือเกินที่จะเรียกเสียงฮาได้เรื่อย ๆ เพราะลายเซนต์มีความทะเล้น ขี้เล่นอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเติมเต็มให้ Hotel Transylvania 3: A Monster Vacation ตอบโจทย์การเป็นหนังแอนิเมชันแฟรนไชส์ที่เหมาะกับการไปดูกันเป็นครอบครัวและหมู่คณะอย่างยิ่ง

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

คำวิจารณ์แรก Bumblebee : สนุก, จับใจ, ได้ฟีลยุค 80

Published

on

Bumblebee ภาพยนตร์ภาคแยกของ Transformers ได้รับคำวิจารณ์จากรอบสื่อมวลชนแล้ว โดยนักวิจารณ์หลายคนได้แสดงความชื่นชอบในภาพยนตร์เรื่องนี้ (ไม่มีสปอยนะ)

Peter Debruge จาก Variety

หลังจากได้ชม Transformers มา 5 ภาค ผู้ชมอาจไม่อยากเห็น ไมเคิล เบย์ มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับอีกแล้ว ถึงแม้จะต้องให้เครดิต ไมเคิล เบย์ ที่ทำให้ของเล่นของ Hasbro ชุดนี้ กลายเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ทำรายไปทั่วโลกไปมหาศาล ก็ตาม

แต่ Bumblebee นั้นแตกต่างออกไป มันเป็นภาพยนตร์ที่แฟน ๆ อนิเมชันในยุค 1980 เฝ้ารอมาอย่างยาวนาน

Jim Vejvoda จาก IGN

Bumblebee มีเรื่องราวการผจญภัยที่เข้าถึงอารมณ์ เริ่มจากหญิงสาวที่ไปพบหุ่นยนต์ ตามมาด้วยช่วงที่หมือนการตามหาลูกสุนัขที่หายไป ถึงแม้มันจะดูจริงใจ แต่ก็มีความอันตรายในตัวมาก การที่ผู้กำกับใช้แบ็คกราวน์จากอนิเมชันเมื่อยุค 1980 นั้น ช่วยให้ตัว Bumblebee แสดงออกทางสีหน้าและภาษากายได้ตรงกับอารมณ์ในแต่ละสถานการณ์ และเข้าใจได้ง่าย

Liz Shannon Miller จาก Indie Wire

ฺBumblebee ของผู้กำกับ ทราวิส ไนท์ มีฉากหุ่นยนต์ยักษ์ต่อสู้กันอยู่หลายฉาก และในฉากนั้น ๆ คุณจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งการถ่ายภาพและตัดต่อยังช่วยให้ผู้ชมสนุกกับมันมากขึ้นด้วย

William Bibbiani จาก The Wrap

Bumblebee ที่กำกับโดย ทราวิส ไนท์ (Kubo and the Two Strings) เหมือนได้ย้อนกลับไปหาอนิเมชันเมื่อปี 1986 มีการเล่าเรื่องและตัวละครที่น่าจดจำ ซึ่งทำให้กลายเป็นภาคที่ดีที่สุดในแฟรนไชส์ เป็นภาพยนตร์ที่น่าพึงพอใจ และมีฉากแอ็คชันที่สนุกสำหรับทั้งครอบครัว

Justin Lowe จาก THR

เปิดจักรวาล Transformers ในทิศทางใหม่ มีการขับเคลื่อนตัวละครที่ลึกซึ้งมากขึ้น ผู้เขียนบท คริสทีนา ฮอดสัน (กำลังจะได้เขียนบท Bird of Prey ภาคต่อของ Suicide Squad) เล่นกับความสามารถของเหล่าหุ่นยนต์โดยตรง และมีความเป็น coming-of-age ระหว่าง Charlie และ Bumblebee มาก อีกทั้งยังใส่รายละเอียดให้ดูน่าตื่นตาเช่นเดียวกับภาพยนตร์ต้นฉบับเมื่อปี 2007 และมีความเป็นภาพยนตร์เด็กแบบคลาสสิกตามที่ผู้อำนวยการสร้าง สตีเวน สปีลเบิร์ก ชื่นชอบ

จากคำวิจารณ์ส่วนใหญ่นั้น ดูเหมือนว่า Bumblebee อาจจะยังไม่ใช่ภาพยนตร์ในระดับสุดยอด แต่ก็เป็นภาพยนตร์ที่ดีมากเรื่องหนึ่ง และดีมากกว่าภาคก่อน ๆ ที่ ไมเคิล เบย์ กำกับอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าแปลกมากในการทำให้แฟรนไชส์เดินหน้าต่อไปได้ คือการต้องย้อนกลับไปหาจิตวิญญาณของภาพยนตร์ในยุค 1980

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงคำวิจารณ์จากรอบสื่อมวลชนในต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งตัวภาพยนตร์จริงจะถูกใจท่านมากน้อยเพียงไร โปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการรับชม Bumblebee ซึ่งจะเข้าฉายในวันที่ 20 ธันวาคม 2018 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว] หอแต๋วแตก: แหกต่อไม่รอแล้วนะ

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

ในที่สุดก็เดินมาถึงบทสรุปของหนึ่งในหนัง cult ที่ต่อยอดจนเป็นแฟรนไชส์มาได้ยาวนานถึง 6 ภาค สำหรับ หอแต๋วแตก (แหกต่อไม่รอแล้วนะ) ซึ่งท้าวความเดิมจากภาคที่แล้ว (แหกนะคะ) ที่เจ๊การ์ตูน (อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์) ได้ดีไปกับสามีฝรั่ง แต่แก๊งของเจ๊แต๋ว (จตุรงค์ พลบูรณ์) ก็ต้องกลับมาเผชิญเรื่องราววุ่น ๆ อีกครั้ง เมื่อ เจ๊พะยูน (ติ๊ก กลิ่นสี) คู่ปรับเก่าของเจ๊แต๋วที่ถูกจับเข้าคุกในภาค 2 (แหกกระเจิง) เพิ่งพ้นคุกออกมาพอดี พร้อมกับ ขนเพชร เพื่อนใหม่ที่ติดสอยห้อยตามออกมาด้วย นั่นทำให้ การพบกันครั้งนี้ของเจ๊แต๋วและเจ๊พะยูน เต็มไปด้วยแรงอาฆาต อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสับสนอลหม่านมาคุที่กำลังก่อตัวขึ้น ก็มีจดหมายลึกลับจากชาวอินเดีย ที่แจ้งว่าเหล่าเจ๊ ๆ เป็นกลุ่มผู้โชคดีที่ได้รับคฤหาสน์หลังงาม ซึ่งทั้งหมดก็ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า คฤหาสน์ลึกลับนั้นมีบางสิ่งซ่อนอยู่ นอกจากนี้ แพนเค้ก (โก๊ะตี๋ อารามบอย) เองก็กำลังจะได้ไปเกิดใหม่ แต่มีเงื่อนไข 5 ประการที่ต้องทำให้ได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเรื่องราวอันวุ่นวายของ หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ

ตัวหนังยังคงความหนาแน่นของเส้นเรื่อง ที่ปะปนกันหลายเส้นเช่นเคย ก่อนจะมาบรรจบกันที่คฤหาสน์ลึกลับ โดยหนังถือว่าเปิดองก์แรกมาได้ดูสนุก มุกฮาไหลลื่นดี แม้ว่าจะเป็นมุขใต้สะดือซะส่วนใหญ่ คำหยาบสรรพัดสัตว์ออกมาเพ่นพ่านอยู่เรื่อย ๆ แต่ก็ได้หลายฮาอยู่ แม้ส่วนหนึ่งก็เชื่อว่าเพราะเป็นรอบสื่อฯ ด้วย เพราะในรอบนี้มีสาวสองมาดูเยอะ อารมณ์วี๊ดว๊ายเหมือนดูเดี่ยวพี่โน๊ต ที่หากซื้อตั๋วเข้าไปดูแกตัวเป็น ๆ บรรยากาศทั้งหมดก็จะยิ่งผลักให้โชว์ดูสนุกขึ้นกว่านั่งดูยูทูบคนเดียว

หนังทำได้ดีประมาณหนึ่งในช่วงที่แก๊งเจ๊แต๋วต้องหนีผีสาง กับสีสันจากการตัดสลับเส้นเรื่องที่ตัวละครมีปมกันหลายคู่ ก็ทำให้หนังไม่เลี่ยนมาก ซึ่งถ้าไม่อคติมากเกินไป ทำใจสบาย เคลียร์สมองโล่ง ๆ ก่อนไปดู ก็ถือว่าหนังดูได้เพลินอยู่ อาจไม่สร้างสรรค์ แต่อย่างน้อยพี่แกก็สรรหา ดึงจุดเด่นของหนังแฟรนไชส์นี้ออกมาเล่นได้เช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นมุกเสียดสังคม หรือมุกจิกกัดตัวเอง อันนี้ก็ดูแสบ ๆ คัน ๆ ดี ซีจีอาจจะดีกว่าช่อง 7 นิดหน่อย ประมาณนาคี แต่ด้วยความที่มันอยู่ในหนังหอแต๋วแตก คนดูก็ไม่คิดอะไรมาก เพราะอย่างที่บอก เขาไม่ได้คิดอะไรก่อนจะดูหนังเรื่องนี้อยู่แล้ว เขามาเอาความฮาแบบไม่มีสาระ ซึ่งหนังแม่งก็ตอบทุกโจทย์ในประเด็นนี้แบบครบเครื่อง (ฮา)

หอแต๋วแตกยังคงคอนเซปต์หนังพี่พชร์แก ความตลกโปกฮาติดเรทอวัยวะเบื้องล่าง ความแหยะ ความแหวะ ฉีกแข้งฉีกขาจนลุ้นกลัวไข่โผล่ และที่ขาดไม่ได้คืองานความเชื่อและมุกล้อเลียนคนที่กำลังเป็นข่าว และที่สำคัญคือเรื่องคอสตูม บอกเลยว่าออกมาแต่ละฉากทำครางฮือทั้งนั้น เกิดมาท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยเจอคอสตูมโคตรล้นขนาดนี้มาก่อน (ฮา)

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ทุ่ม 200 ล้าน!เปิดตัว MVHUB บริการสตรีมมิงน้องใหม่จาก MVTV พร้อมเปิดให้บริการปลายเดือนมกราคม 62

Published

on

หากใครเติบโตมาในยุคต้น 90 ย่อมคุ้นเคยกันดีกับหนังจีนชุดอย่าง เปาบุ้นจิ้น มังกรหยก เจ้าพ่อตลาดหุ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคอนเทนต์ดังๆ ทั้งนั้น โดยบริษัทที่ถือว่าครองลิขสิทธิ์คอนเทนต์หนัง-ซีรีส์จีนมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้น MVTV สื่อดีๆที่หาคอนเทนต์หลากหลายมาเอาใจคอหนังจีนเสมอ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ยุค วีดีโอ VHS จนถึงยุค VCD และ DVD ตามลำดับรวมถึงการให้บริการผ่านช่องดาวเทียมก็เคยมาแล้ว และเพื่อให้สนองตอบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปก็ได้เวลาที่ MVTV จะทุ่มทุนถึง 200 ล้านเพื่อขยับเข้าสู่ตลาด Over The Top tv หรือบริการสตรีมมิงที่กำลังฮอตฮิตในปัจจุบัน แต่ก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักถึงที่มาของ MVTV และการตัดสินใจรุกตลาดธุรกิจสตรีมมิงในครั้งนี้กันก่อนดีกว่า

ปรับกระบวนยุทธรุกธุรกิจ Over The Top TV. (OTTtv)

นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด

นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า แกนหลักธุรกิจของกลุ่มเอ็มวีทีวีตลอดกว่า 40 ปี คือการนำเข้าและจัดจำหน่ายคอนเทนต์จากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและไต้หวัน โดยเริ่มต้นจากการพากย์เสียงภาษาไทย  แล้วส่งร้านเช่าวิดีโอในจังหวัดนครสวรรค์  ก่อนก้าวสู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง Movie Home Video  แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปสู่ VCD  DVD ทีวีดาวเทียมและทีวีดิจิทัล  แต่คอนเทนต์หลักของกลุ่มเอ็มวีทีวีที่ส่งผ่านสื่อต่างๆ ยังคงคอนเทนต์จีนเป็นหลัก และสามารถส่งไปถึงผู้ชมได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น

“กลุ่มเอ็มวีทีมีคอนเทนต์จีนที่พากย์ไทย สะสมอยู่ตลอด 40 ปีที่อยู่ในธุรกิจนี้  มากกว่า 30,000 ชั่วโมง และเมื่อผนึกรวมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่างทีวีบี ฮ่องกงและค่ายหนังในไต้หวัน ทำให้มั่นใจได้ว่าเอ็มวีทีวีมีคอนเทนต์จีน มากที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน” นายชัยยุทธกล่าว

ด้วยศักยภาพที่มีอยู่ของกลุ่มเอ็มวีทีวี จึงเป็นแรงผลักดันและเร่งพัฒนาธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บรอดแบนด์หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้เข้าถึงครัวเรือนไทยกว่า 8 ล้านครัวเรือน  และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G-4G ได้ครอบคลุมไปทั่วประเทศแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้นทาง MVTV ยังได้เปิดตัวผู้บริหารรุ่นใหม่มานำทัพ MVHUB สู้ศึกในตลาดสตรีมมิงอันดุเดือดครั้งนี้ด้วยจะเป็นใครบ้างมาชมกันเลย

(จากด้านซ้าย) นางสาววรนุช ทวีปวรเดช, นายณัฐพงษ์ โอฆะพนม, นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช และนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ

ดร.วรวุฒิ ทวีปวรเดช

  • นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) เปี่ยมประสบการณ์บริหารสื่อครบวงจรและผลิตคอนเทนต์ทุกรูปแบบ มากว่า 30 ปี มานำทีมเอ็มวีทีวี ในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการธุรกิจใหม่  บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อนำประสบการณ์และเครือข่ายทางธุรกิจมาพัฒนาธุรกิจใหม่ของบริษัท ในการสนองตอบความต้องการของผู้ชมทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
  • ดร.วรวุฒิ ทวีปวรเดช บุตรชายนายชัยยุทธ  มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  ดูแลการพัฒนาเทคโนโลยีธุรกิจออนไลน์สตรีมมิ่งและเทคโนโลยีสารสนเทศของกลุ่มบริษัท
  • นางสาววรนุช ทวีปวรเดช บุตรสาวของนายชัยยุทธ ทำงานคัดสรรภาพยนตร์และซีรี่ส์จีนที่เป็นธุรกิจหลักของครอบครัวทวีปวรเดชมาโดยตลอด รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการคอนเทนต์   ่
  • นางสาวมะลิวรรณ เดชาฤทธิ์ ประสบการณ์บริหารการตลาดและพัฒนาธุรกิจหลากหลายธุรกิจกว่า 30 ปี ทั้งธุรกิจสื่อ  ธุรกิจร้านเช่าวิดีโอ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจซุปเปอร์สโตร์ ธุรกิจไลฟ์สไตล์ ฯลฯ รับผิดชอบด้านการตลาด MVHub และพัฒนาธุรกิจในเครือเอ็มวีทีวีที่ขยายไปใน CLMV
  • นายณัฐพงษ์ โอฆะพนม ประสบการณ์ระดับบรรณาธิการข่าวบันเทิง ศิลปวัฒนธรรม ผู้กำกับละครโทรทัศน์และนักวิจารณ์ภาพยนตร์มากกว่า 20 ปี จะรับผิดชอบด้านการคัดสรรคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรี่ส์จากทุกแหล่ง

มีอะไรให้ดูบ้างใน MVHUB

สุดยอดคอนเทนต์จาก TVB 

สำหรับ MVHUB จุดเด่นที่สุดของคอนเทนต์คงหนีไม่พ้นรายโทรทัศน์จากไต้หวัน จีนและฮ่องกง โดยมีค่าย TVB เป็นหัวหอกสำคัญมีทั้งซีรีส์คลาสสิก ซีรีส์ใหม่ๆได้ดูกันแบบทันใจเลยทีเดียว

โดยกลุ่มทีวีบีฮ่องกงได้ตัดสินใจมอบสิทธิ์ให้กลุ่มเอ็มวีทีวีในการบริหารคอนเทนต์ในระบบออนไลน์สตรีมมิ่ง (Online Streaming) ในไทยและ CLMV โดยจะนำแอพพลิเคชั่น TVB Anywhere เป็นส่วนหนึ่งในแพลทฟอร์ม MVHub ด้วย  เพื่อให้บริการทั้งพากย์ไทยและเสียงภาษาจีน สำหรับคนจีนหรือคนไทยที่ต้องการรับชมเสียงภาษาจีน

บริการของกลุ่มทีวีบีฮ่องกงที่กลุ่มเอ็มวีทีวีบริหารจัดการ แบ่งเป็น 3 รูปแบบคือ

  1. ช่องรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม TVB Anywhere Drama Thai  ฉายภาพยนตร์และซีรี่ส์จีน      พากย์ไทยตลอด 24 ชั่วโมง รับชมได้ฟรี (ฟรีทูแอร์)  เริ่มออกอากาศแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา      ในระบบ C-Band สามารถรับชมบนจานดาวเทียมทุกค่าย เช่น จานพีเอสไอช่อง 113 ฯลฯ
  2. บริการ TVB Anywhere Thai Pack ภาพยนตร์และซีรี่ย์ของค่ายทีวีบี พากย์ไทยทุกเรื่องกว่า 10,000 ชั่วโมง  ผ่านระบบออนไลน์สตรีมมิ่งของ MVHub อัตราค่าสมาชิกส่วนเพิ่มจาก MVHub เพียงแค่ 200 บาทต่อเดือน สามารถรับชมคอนเทนต์จากทีวีบีฮ่องกงได้อย่างไม่จำกัด
  3. บริการ TVB Anywhere ภาษาจีน ทีวีบีฮ่องกงได้เปิดให้บริการนี้แล้วในฮ่องกง แคนาดา ฯลฯ ซึ่งเป็น ครั้งแรกที่จะเปิดให้บริการผู้ชมชาวจีนที่อยู่อาศัยในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รวมทั้ง นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาในย่านนี้ สามารถรับชมช่องรายการโทรทัศน์จากฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ ฯลฯ และภาพยนตร์และซีรี่ส์ของทีวีบีฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ หรือไต้หวัน เป็นภาษาจีน แทบจะเหมือนกับการรับชม   ในบ้านเกิด

แพลทฟอร์มเพื่อพันธมิตรสู่ CLMV

นอกจากนี้ MVHUB ยังมุ่งผลักดันคอนเทนต์ไทยที่เป็นพันธมิตรไปสู่ตลาด กันพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียตนามหรือตลาด CLMV (Cambodia Lao Myanmar Vietnam) โดยนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กล่าวว่า แพลทฟอร์ม MVHub ยังพัฒนาไว้รองรับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศไทย สามารถเข้าร่วมโครงการได้  โดยใช้จุดแข็งของกลุ่มเอ็มวีทีวีที่มีฐานของโทรทัศน์ดาวเทียมและโทรทัศน์ภาคพื้นดินในประเทศเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา ขยายคอนเท็นต์เข้าสู่ตลาดในภูมิภาคนี้ได้

“กลุ่มเอ็มวีทีวีพร้อมจะใช้ศักยภาพของทีมพากย์ที่เป็นเจ้าของภาษาเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา เพื่อทำให้ คอนเทนต์ของพันธมิตรเป็นภาษาท้องถิ่นและเข้าถึงผู้ชมในภูมิภาคนี้”

จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของแพลทฟอร์ม MVHub คือ ผู้ใช้บริการสามารถรับชมช่องรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมประมาณ 150 ช่องในระบบออนไลน์สตรีมมิ่ง โดยไม่ต้องติดตั้งจานดาวเทียม โดยช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียม มีทั้งช่องทีวีดิจิทัลครบทุกช่อง ช่องทีวีดาวเทียมของไทยที่คัดสรรคุณภาพและช่องทีวีดาวเทียมภาษาต่างประเทศ เช่น ช่องจากประเทศจีน ฮ่องกง เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมทั้ง ช่องภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซียฯลฯ

ให้บริการผ่านอุปกรณ์หลากหลายทลายข้อจำกัดในการรับชม

MVHUB ให้บริการทั้งรูปแบบแอพลิเคชั่นในระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส เพื่อดาวน์โหลดไว้บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊ค  แท็บเล็ต  โทรศัพท์มือถือทุกยี่ห้อทุกรุ่น  รวมทั้ง สมาร์ททีวีทุกรุ่น  ส่วนเครื่องรับโทรทัศน์ที่ไม่สามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น MVHub ได้โดยตรง  สามารถใช้กล่องรับสัญญาณ V2H เชื่อมต่อกับโทรทัศน์ได้

ค่าบริการเป็นมิตรกับทุกยุทธจักร

อัตราค่าบริการรายเดือน เริ่มต้นจาก 189 บาทต่อเดือนต่อหนึ่งสมาชิกและรายปีเพียง 1,890 บาทเท่ากับดูได้ 1 ปีในราคาเพียง 10 เดือนเท่านั้น และถ้าเพิ่มจำนวนสมาชิกในแอคเคาต์ก็เพิ่มเพียง 100 บาทต่อชื่อ เท่านี้ก็สามารถรับชมภาพยนตร์และซีรี่ส์จีนที่กลุ่มเอ็มวีทีวีได้ลิขสิทธิ์เผยแพร่พากย์ภาษาไทยมากกว่า 30,000 ชั่วโมงรวมถึงรายการโทรทัศน์มากมายในระบบสตรีมมิง

ซึ่งการเข้ามาของ MVHUB ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะคอหนังจีนที่น่าจะฟินไม่น้อยเลยทีเดียว โดย MVHUB จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเดือน มกราคมปี 2562 นี้

ตัวอย่างคอนเทนต์ชวนกรี๊ดของแฟนหนังจีน

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!