[รีวิว] โนราห์ – แฟนตาซีของศิลปินพื้นบ้านแดนใต้
Our score
7.6

โนราห์

จุดเด่น

  1. ทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์โนราห์มากขึ้น
  2. เพิ่มความน่าสนใจด้วยแฟนตาซี
  3. เจด แองเจลินา โฟรม็องโต้ คืออาหารตาที่เพลินมาก

จุดสังเกต

  1. ซีจีอาจยังไม่เนียนเท่าไหร่นัก
  2. เนื้อเรื่องขาดตรรกะและไม่ต่อเนื่องอยู่บ้าง
  3. ในส่วนโรแมนซ์ยังไม่น่าเชื่อถือนัก
  • คุณภาพงานสร้าง

    7.5

  • เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

    7.5

  • ความแปลกใหม่

    8.0

  • ความสนุก

    7.5

  • ความคุ้มค่าตั๋ว

    7.5

Play video

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

หลังติดตามครอบครัวมาพัทลุงเพื่อซื้อที่ดิน นอร์ร่า (เจด แองเจลินา โฟรม็องโต้) สาวลูกครึ่งก็มีอันได้ข้ามเวลาหลังไปเก็บยอดเทริดในบ้านเก่าของครูมโนราห์ที่พ่อของเธอมีแผนจะรื้อถอน จนโชคชะตาได้พาเธอไปพบกับ สิงหร (ไพศาล ขุนหนู) ชายหนุ่มที่ชีวิตมีเพียงการฝึกนาฏศิลป์ มโนราห์ และไม่เคยออกนอกเกาะสีชัง จนกระทั่งได้ค้นพบชาติกำเนิดว่าที่แท้ตนเองคือหลานแท้ๆของ พระยาสายฟ้าฟาด เจ้าเมืองบางแก้วที่กำลังเร่งหาชาตรีผู้จะสืบสานนาฏศิลป์ท้องถิ่นเข้าวังหลวง แต่เนื่องจากชาตร่ผู้สืบสานนาฏศิลป์จะต้องรักษาพรหมจรรย์ ทำให้สิงหรต้องตัดสินใจเลือกระหว่างหัวใจที่มีแต่นอร์ร่า หรือ สืบสานโนราห์ไว้สืบไป

 

ยอมรับเลยว่าทึ่งกับไอเดียในการทำหนังของ เอกชัย ศรีวิชัย มาตั้งแต่ เทริด (2558) เพราะ เอกชัย มิได้สักแต่จะเอาศิลปะแดนใต้อย่าง โนราห์ มาขายแบบทื่อๆ แต่ถูกบอกเล่าโดยวิพากษ์ศิลปะผ่านการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และความขัดแย้งของศิลปะสองแนว โดยในเทริดได้บอกเล่าเรื่องราวของพ่อ-ลูกที่ขัดแย้งในอุดมการณ์เมื่อพ่อต้องการให้ลูกชายสืบสานคณะโนราห์แต่ลูกชายกลับต้องการเดินทางสายนักดนตรี ซึ่งหาก “เทริด” เป็นการนำเพียงกระผีกของโนราห์ตั้งแต่ชื่อเรื่องที่นำมาเพียงเครื่องสวมในการแสดงโนราห์มาเปรียบเทียบเรื่องตัวตนของคนใต้ที่นับถือครอบครัวเหนืออื่นใดเท่านั้น มาคราวนี้ที่หนังใช้ชื่อเรื่องว่า ‘โนราห์’ ก็ดูจะทะเยอทะยานไม่น้อยในการบอกเล่าภาพใหญ่ทั้งประวัติความเป็นมาของศิลปะโนราห์ มาผสมกับแฟนตาซีข้ามเวลาที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือให้เราติดตามนางเอกไปเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมและความเป็นมาของ โนราห์กันแบบระยะประชิด

ส่วนหนึ่งของความดีงามคงต้องยกให้ บทภาพยนตร์ของ ภาคภูมิ วงศ์จินดา ที่ร่วมงานกับ เอกชัย ศรีวิชัย มาตั้งแต่ ฟอร์มาลีนแมน รักเธอเท่าฟ้า (2547) ในฐานะผู้กำกับจนถึงเรื่อง เทริด งานประเดิมกำกับชิ้นแรกของเขาก็ยังได้ ภาคภูมิ มาช่วยเขียนบท ซึ่งใน โนราห์ เราจะเห็นไอเดียดีๆเต็มไปหมด โดยนอกจากบิ๊กไอเดียอย่างเรื่องการข้ามเวลาของนอร์ร่าเพื่อเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ไปเรียนรู้ความเป็นมาของโนราห์แล้ว การคิดกลไกในการเล่าเรื่องหลายอย่างก็น่าสนใจทั้งการเริ่มเรื่องด้วยอรัมภบทการเดินทางมาถึงเกาะสีชังของแม่ศรีมาลาที่ทำอย่างกับหนังไกรทองมีจระเข้โผล่มางาบ ก่อนพราน สน เดอะสตาร์จะเป่ามนตร์ปู๊ดเดียว จระเข้หายเกลี้ยงเพื่อปูพื้นว่าสิงหร พระเอกของเรามาอยู่บนเกาะสีชังได้อย่างไรแล้วตัดไปที่การมาถึงพัทลุงของ นอร์ร่าและครอบครัวเป็นการปูพื้นตัวละครที่น่าสนใจทีเดียว

นอกจากนี้ภาคภูมิยังอุตส่าห์หาความเชื่อมโยงตรรกะการข้ามเวลาของนอร์ร่า เข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบัน ด้วยการให้เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงวันไหว้ครู 3 วันของคณะโนราห์ เชื่อมเข้ากับเหตุการณ์ในอดีตที่นอร์ร่า ในฐานะคนนอกทั้งในเชิงชาติพันธุ์หรือคนจากโลกอนาคตได้ไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของโนราห์ โดยมีเรื่องราวโรแมนติกระหว่างสิงหรและเธอเป็นตัวชูรสซึ่งก็ถือเป็นกลวิธีในการเล่าเรื่องที่เปี่ยมชั้นเชิงอยู่ไม่น้อย

แต่แล้วสิ่งที่หนังดูจะหนักมือไปหน่อยคงเป็นการถ่ายทอดอุดมการณ์ของเรื่องโดยแทบไม่สนใจความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ในเรื่อง เช่นการเริ่มเรื่องยุคปัจจุบันที่ให้คนต่างชาติ (พ่อนอร์รา) เข้ามาซื้อที่ดินแล้วประกาศกร้าวว่าจะทำลายเรือนของครูโนราห์ที่ชาวบ้านนับถือทิ้ง ที่ไม่ได้สานต่อเรื่องราวในส่วนนี้อีกเลยหลังนอร์ร่าเดินทางข้ามเวลา และหนังก็ยัดนักแสดงคนเดียวกันมาเล่นเป็นปุโรหิตฝรั่งชั่วที่หวังลบนาฏศิลป์โนราห์ออกจากประวัติศาสตร์ หรือกระทั่งใส่ฉากเหวอๆเมื่ออยู่ดีๆหนังก็ดันใส่เหตุการณ์สมมติหากโลกนี้ไม่มีโนราห์ ให้กลายเป็นวิบากกรรมที่นอร์ร่าต้องเผชิญซะงั้น เลยทำให้หนังขาดความลื่นไหลในการดำเนินเรื่องอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว รวมไปถึงแผลใหญ่สุดคือการที่หนังให้เหตุผลไม่มากพอว่า นอร์ร่า และ สิงหร มารักกันได้ยังไง และยิ่งความรักของทั้งคู่ไม่น่าเชื่อถือพอ บทสรุปของหนังเลยไม่ได้ซาบซึ้งอย่างที่ผู้กำกับหวังนัก

ด้านนักแสดง บอกตามตรงว่าถ้าไม่ใช่แฟนโนราห์ก็คงรู้จักเพียงแค่ เอกชัย ศรีวิชัย สน เดอะสตาร์ บอล วงกลม หรือกระทั่งลูกบุญธรรมของเอกชัยอย่าง ไพศาล ขุนหนู เพราะเอาเข้าจริง แม้หนังจะพยายามขายว่าได้รวบรวมศิลปินโนราห์ไว้มากมายแต่ก็มาเพียงบทสมทบและไม่ได้ร้องโนราห์แต่อย่างใด และนักแสดงนำแต่ละคนก็ให้การแสดงในระดับที่ไม่ได้เหนือความคาดหมายนัก แต่ที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์และมองว่า เอกชัย ตาถึงจริงๆคือ เจด แองเจลินา โฟรม็องโต้ แชมป์กีฬาขี่ม้าเยาวชนวัยเพียง 15 ปีแต่มีความงามที่ลงตัวมาก แม้ช่วงแรกการพูดภาษาไทยไม่ชัดของเธอจะเป็นอุปสรรคในการฟังเล็กน้อย แต่ไปๆมาๆไอ้การพูดไม่ชัดกลับยิ่งตอกย้ำสภาวะคนนอกของไทยได้เด่นชัดขึ้นไปอีีก และคงไม่เกินเลยว่าหากหนังขาดการมีอยู่ของ เจด ตัวหนังคงเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์และตำนานทางใต้ที่ถูกบอกเล่าให้เข้าใจง่ายแต่เข้าถึงยากจนขาดความบันเทิงไปไม่น้อยทีเดียว

ว่ากันแบบท่าต่อท่าแล้ว โนราห์ ก็ถือเป็นหนังที่มีความน่าสนใจและทำให้เราสนใจที่มาที่ไปของศิลปะภาคใต้ได้ดีทีเดียว อีกทั้งการมี เจด แองเจลินา โฟรม็องโต้ ในเรื่องก็ช่วยให้ดูหนังที่บอกเล่าอุดมการณ์ชาวใต้ผ่านสายตาศิลปินสายอนุรักษ์ได้บันเทิงขึ้นมากทีเดียว

สัมผัสความเป็นมาและมหัศจรรย์แห่งรักข้ามภพ ซื้อตั๋วได้ทันทีแค่คลิกภาพด้านล่างนี้ได้เลย