Connect with us

What The Fact

[รีวิว] Escape Room: ประทับใจอยากให้มีภาคต่อ

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

คนแปลกหน้า 6 คน ได้รับกล่องลึกลับพร้อมกุญแจที่เชื้อเชิญพวกเขามาไขปริศนาห้องกลไกปิดตายหลากหลายห้อง เพื่อพิชิตเงินรางวัลมหาศาล หากแต่ว่าสิ่งที่ต้องนำมาเสี่ยงอาจหมายถึงชีวิตของพวกเขา ในตอนที่ไม่อาจหันหลังกลับ พวกเขาต้องร่วมมือเล่นเกมเพื่อเอาชีวิตรอดจากห้องนรกเหล่านี้ และค้นหาความจริงที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

เป็นหนึ่งในหนังเบอร์รองที่มีหน้าหนังน่าสนใจทีเดียวในเดือนนี้ กับแนวเกมไขปริศนา (Puzzle) เอาชีวิตรอดและหาความจริงเบื้องหลังไปพร้อมกัน ดูพลอตแนวนี้ก็ชวนนึกถึงพวกเกมแนว point & click ไขปริศนาที่ฮิตกันอยู่ช่วงหนึ่งในคอมพิวเตอร์ แล้วปัจจุบันก็โดดมาลงในมือถือให้เล่นกันหลายต่อหลายเกม ยิ่งสมัยนี้มีถึงขนาดเป็นร้านเกมที่สามารถชวนเพื่อนเข้าไปแก้ปริศนาห้องปิดตายซึ่งต้องออกมาในเวลาที่กำหนดด้วย และหากมองไปในโลกของภาพยนตร์ก็มีหนังเจ๋ง ๆ ที่นึกออกไว ๆ ในแนวนี้อย่าง Cube (1997) Saw (2004) และ Exam (2009) ล้วนแล้วแต่เป็นหนังที่สร้างแฟนกลุ่มเฉพาะอย่างเหนียวแน่นทั้งสิ้นและแน่นอน Escape Room ก็นำอารมณ์ความรู้สึกท้าทายแบบนั้นมาสู่ผู้ชมผ่านตัวละครที่แตกต่างกันทั้ง 6 คนได้อย่างน่าสนใจ

นี่เป็นหนังเรื่องที่ 3 สำหรับ อดัม โรบิเทล ผู้กำกับที่เป็นที่รู้จักกับหนังสยองขวัญภาพติดตาอย่าง The Taking of Deborah Logan (2014) และ Insidious: The Last Key (2018) โดยส่วนสำคัญกับหนังแนวนี้คงต้องดูไปถึงบท ที่ได้มือเขียนบทอย่าง บรากี้ เอฟ. สชูต กับ มาเรีย เมลนิค มาร่วมกันเขียน ซึ่งผลงานที่ชัดเจนสุดของ สชูต คือ Season of the Witch (2010) หนัง นิโคลัส เคจ ปะทะแม่มดยุคกลางที่เลือนลางในความทรงจำเราเหลือเกิน ส่วนเมลนิคนั้นมีเครดิตในการเขียนบทซีรีส์อย่าง American Gods ที่พอคุ้นหูคุ้นตาอยู่บ้าง

แต่ความเหนือคาดก็มาตรงที่ว่าหนังมีความละเอียดในเชิงบทสูงกว่าที่คิดไว้เยอะ ซึ่งบทนี้เองมักจะเป็นจุดอ่อนในหนังแนวนี้ที่ชอบมีรูโหว่ของพลอตให้เห็นมากน้อยต่างกันไป แต่กับ Escape Room ถือว่าทีมเขียนบททำการบ้านมาดีจนน่าชื่นชม ทั้งบทพูดคำคมที่น่าจดจำในช่วงต้นเรื่อง การปูพื้นตัวละครที่แตกต่างกันถึง 6 คน แล้วค่อย ๆ เรียงร้อยเผยปูมหลังผ่านการร่วมเล่นเกมได้อย่างน่าสนใจ เป็นลีลาการเล่าที่ดึงผู้ชมเข้าไปหา เข้าไปสงสัย อยากรู้ความเป็นมาของผู้เล่นแต่ละคน ที่ถูกผูกกับปริศนาในเกมอย่างลึกซึ้ง และไม้เด็ดของหนังก็คงเป็นทางลงหรือบทสรุปของเรื่อง ที่ว่ากันแล้วมักเป็นจุดตายของหนังไฮคอนเซ็ปต์หลาย ๆ เรื่องเสียด้วยซ้ำ แต่กับ Escape Room นั้นถือว่ามีทางลงที่สวยดีทีเดียว ทั้งผูกโยงกับคำใบ้ของตัวละครตอนต้นเรื่อง ทั้งการเชื่อมโยงที่เปิดกว้างและท้าทายไอเดียผู้ชมว่าหากมีภาคต่อจะสนุกขนาดไหน

โดยหนึ่งในอาวุธไม้ตายของหนังที่ต้องบอกว่าดีงามคือเกมปริศนาในแต่ละห้องนั่นเอง มันมีทั้งเวลาที่บีบบังคับ ความกดดันของผู้ร่วมเล่นเกม ตัวปริศนาที่ต้องอาศัยทั้งการสังเกต ความคิดนอกกรอบ พลังกาย และโชค ในแบบที่ว่าดูไปก็ลุ้นร่วมคิดไปกับตัวละคร อยากให้ผ่านให้รอดให้ได้ ซึ่งสนุกมากราวกับได้เล่นเกมนี้เอง ยิ่งระดับความอันตรายของเกมแต่ละห้องเพิ่มสูงขึ้น ความน่าค้นหาและเอาใจช่วยก็ยิ่งทวีคูณ มันให้อารมณ์เหมือน Saw ในแบบที่แฟนตาซีกว่าและสยดสยองน้อยกว่า ซึ่งคงเหมาะกับคนดูกลุ่มกว้างขึ้นด้วย เอาเข้าจริงแค่ฉากเปิดเรื่องเราก็เกร็งปัสสาวะเหนียวแล้วล่ะ ณ จังหวะนั้นรู้เลยว่าหลังจากนี้หนังต้องทำให้เรากระเพาะปัสสาวะอักเสบแหง ๆ แล้วก็ไม่เสียความตั้งใจนั้นเลย

ด้านนักแสดงก็ได้ดาราตัวสมทบจากหลากหลายวงการมาร่วมเล่น ดูเหมือนจะไม่ค่อยน่าชื่นชม แต่กลับเป็นว่าการที่ดาราแต่ละคนไม่ดังมาก ทำให้เราอินกับตัวละครแปลกหน้าเหล่านี้ได้ง่ายด้วย ที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ก็มีเช่น เทย์เลอร์ รัสเซลล์ จากซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ Lost in Space, เดบาร่าห์ แอน โวลล์ ที่คุ้นหน้าในซีรีส์ค่ายมาร์เวล Daredevil และซีรีส์ชั้นดีอย่าง True Blood, โลแกน มิลเลอร์ จากหนัง Scouts Guide to the Zombie Apocalypse (2015) และ ไทเลอร์ ลาไบน์ จากหนังอินดี้ดูสนุกอย่าง Tucker and Dale vs Evil (2010) ซึ่งแต่ละคนแบกรับนิสัยและปฏิกิริยาตอบรับกับเกมที่ต่างกัน อันเป็นเคมีที่ทำให้เราดูหนังด้วยความสนุกขึ้นอย่างพอดิบพอดีกับแนวหนังแอคชั่น ไม่จัดจ้านจนต้องชิงออสการ์ แต่ก็อินไปด้วยได้มากพอ

อย่างสุดท้ายที่ชอบเลยคือโปรดักชั่นดีไซน์ ทั้งตัวเกม และอาร์ตของห้องแต่ละห้องมีความละเมียดตั้งใจ ที่เห็นชัดเลยอย่างห้องที่ตีลังกากลับหัวนี่คือเจ๋งเลย ยังไม่นับอาร์ตในห้องหลัง ๆ ที่แปลกประหลาด งานภาพที่ไม่น่าเบื่อ กล้องเล่นกับเอกลักษณ์ของห้องแต่ละห้องได้สนุกมากด้วย ข้อด้อยที่พอจับได้อย่างชัดเจนหนึ่งเดียวของหนังคือซีจีหลายฉากที่ดูลอย ๆ อยู่ แต่ก็ไม่ได้ขัดตาจนทำลายความดีงามอื่น ๆ ของหนัง แต่ก็เป็นเรื่องที่หยิบยกมาพูดได้หากจะมองหาจุดไม่ดีของหนัง ซึ่งว่าไปก็จิ๊บจ๊อยมากเหมือนกันเพราะมันไม่ใช่หนังโชว์ซีจีอยู่แล้ว

โดยสรุปนี่เป็นหนังหน้าตาชั้นรอง แต่มีของดีที่พอเหมาะ มีความทะเยอทะยานที่ไม่ทำลายตัวเอง และมีความบันเทิงที่ไม่ เอ๊ะ? ระหว่างชม นานทีปีหนจะมีทีนะครับ สายพัซเซิลไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวง

ปริศนาห้องลับต้องใช้เวลา แต่ซื้อตั๋วหนังทุกเรตราคานั้นฉับไว คลิ้กได้ที่รูปเลยจ้า

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

“6 สิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น” ใน Avengers: Endgame

Published

on

Avengers: Endgame ใกล้จะเข้าฉายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งแฟน ๆ ต่างตั้งคำถามว่า บทสรุปของ Marvel Cinematic Universe Phase 3 จะเป็นอย่างไร ?

ก่อนหน้านี้ Marvel Studios ได้ปล่อยตัวอย่างออกมาเพื่อเรียกระแสจากผู้ชม และตามมาด้วยคำให้สัมภาษณ์จาก 2 ผู้กำกับ พี่น้องรุสโซ ว่า Avengers: Endgame อาจมีความยาวถึง 3 ชั่วโมง เพื่อที่จะดำเนินเรื่องให้สู่บทสุดท้ายของภาพยนตร์โดยสมบูรณ์

เรามาดู 6 เหตุการณ์สำคัญที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เพื่อให้ Avengers: Endgame กลายเป็นบทสรุปสุดยิ่งใหญ่ของ Marvel Cinematic Universe และเป็นการส่งไม้ต่อไปยัง Phase 4 ต่อไป

1. Captain America และ Iron Man สงบศึกกัน

Captain America และ Iron Man เป็น 2 ตัวละครหลักของแฟรนไชส์ MCU มากนานถึง 10 ปี ถึงแม้ว่าจะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่ทั้ง 2 คน ก็ไม่เคยเกลียดกันเลยจริง ๆ

นับจากเกิดความขัดแย้งใน Captain America: Civil War แล้วนั้น 3 ต่อมาใน Avengers: Infinity War ทั้ง 2 คน ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย และนั่นหมายความว่า Avengers: Endgame จะเป็นการขมวดปมให้ทั้ง 2 ตัวละคร ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

2. Thanos ต้องตาย

ถึงแม้ว่า Thanos จะทำในสิ่งที่ตัวร้ายน้อยคนนักใน MCU (Marvel Cinematic Universe) จะทำได้สำเร็จ แต่เพื่อให้ MCU เดินหน้าต่อไปได้ และเพื่อให้อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของ Thanos ยังคงเป็นประเด็นสำคัญทางสังคมต่อไป การที่จะเลือกให้ Thanos ต้องสลายหายไปก็อาจเป็นการปิดฉากตัวละครนี้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีอย่างที่ควรจะเป็น

3. จักรวาลต้องได้รับการแก้ไข

ถึงแม้ว่าจะมีทฤษฎีมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่อไปหลังจาก Avengers: Endgame แต่สิ่งที่สำคัญคือการทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์หรือสมดุลอย่างที่ Thanos เฝ้าหวัง แต่มันก็คือธรรมชาติของทุกสิ่ง

ทฤษฏีที่แฟน ๆ ค่อนข้างมั่นใจมากที่สุดคือ การย้อนเวลากลับไปช่วง Avengers ภาคแรก เพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่ถึงกระนั้น Marvel Studios ก็ยังมิได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

4. เกิดอะไรขึ้นกับคนที่สลายหายไป …ต่อไป

แฟน ๆ จำนวนมากเชื่อว่า ผู้ที่สูญสลายไปเป็นฝุ่นใน Avengers: Infinity War จะกลับมามีชีวิตตามปกติอีกครั้ง เนื่่องจากพวกเขาเหล่านั้นอาจไปอยู่ใน Soul Stone

ถ้าหากทีม Avengers สามารถลบล้างสิ่งที่ Thanos ทำไปแล้วได้จริง (หมายถึงการล้างชีวิตครี่งหนึ่งของทั้งจักรวาล) มันก็จะตอบโจทย์สำคัญของ Avengers: Endgame ได้เป็นอย่างดี

5. บอกลาตัวละครที่คุ้นเคยมานานถึง 10 ปี

ชัดเจนแล้วว่า ตัวละครบางตัวจะบอกลาไป หลังจาก Avengers: Endgame ได้จบสิ้นลง และนั่นหมายความว่าภาพยนตร์เรื่องจะเป็นการบอกลาตัวละครที่อยู่ร่วมกับแฟรนไชส์นี้มานานถึง 10 ปี ไม่ว่าจะเป็น Captain America (คริส อีแวนส์), Iron Man (รอเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) และ Thor (คริส เฮมสวอร์ธ)

6. ปูทางต่อไปยัง Phase 4

เมื่อ MCU Phase 3 ได้สิ้นสุดลงที่ Avengers: Endgame สิ่งที่ผู้สร้างจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ การปูทางในตอนท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปยัง Phase 4 ซึ่งอาจประกอบไปด้วยสมาชิกใหม่ของทีม Avengers และตัวร้ายชุดใหม่

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงทฤษฏีความเป็นไปได้ของเหตุการณ์สำคัญที่ควรเกิดขึ้นใน Avengers: Endgame โดยอ้างอิงจากรายงานและข่าวลือต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นจริงมากน้อยเพียงไรนั้น ต้องรอพิสูจน์ในวันที่ 24 เมษายน 2019 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : cinemablend

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

FRIEND ZONE จัดรอบพิเศษขอบคุณแฟนคลับฉลองรายได้ 100 ล้าน มุ่งสู่ 190 ล้าน!

Published

on

By

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ เป็นวันแรกที่ภาพยนตร์โรแมนติก คอเมดี้ จาก GDH อย่าง FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน เข้าฉาย

21 กุมภาพันธ์ 7 วันหลังจากนั้นพวกเขากวาดรายได้ในกรุงเทพฯ ไปราว ๆ 80 ล้านบาท และหากรวมทั่วประเทศจะอยู่ทีประมาณ 140 ล้านบาท

เพื่อฉลองความสำเร็จนี้ทีมงานจึงจัดฉายรอบพิเศษ ‘FRIEND ZONE ข้ามเส้น 100 ล้าน.. เอาหร่อยเก้าซิบ(190 ล้าน)’ เพื่อขอบคุณทุกคน ซึ่งตั๋ว SOLD OUT ภายใน 10 ชั่วโมง… และรอบพิเศษที่ว่าจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

เริ่มแรกภาพยนตร์จะฉายประมาณ 13.00 น. ก่อนจะจบที่ราว ๆ 15.00 น. โดยที่ตั๋วทุกใบจะได้รับเสื้อลิมิเต็ด อิดิชั่น จากนั้นทีมนักแสดงและผู้กำกับก็จะเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ชม นำโดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ พร้อมด้วย เจสัน ยัง, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และ ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

เจสัน ยัง

นาย ณภัทร เสียงสมบุญ

เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์

ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ

คุณชยนพ ผู้กำกับเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ ตอนนี้ถือว่าทำได้เกินกว่าที่คาดไว้มาก ๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความสุขเหลือเกิน โดยมุ่งเป้าวันเสาร์นี้รายได้ในกรุงเทพมหานคร หวังให้ถึง 100 ล้าน ส่วนภาพยนตร์ก็เตรียมจะออกฉายทั่วเอเชีย 13 ประเทศ อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ลาว, ฮ่องกง, พม่า และ จีน เริ่มฉายที่แรก สปป.ลาว ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์

โดยคุณน้ำฝน ศิลปินจากประเทศลาวที่ได้รับเชิญให้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ส่งคลิปมาแสดงความยินดีด้วย

น้ำฝน

เนื่องด้วยนี่เป็นรอบพิเศษ รายได้ทั้งหมดจากการฉายรอบนี้ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เป็นจำนวนเงิน 255,559 บาท

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโชว์พิเศษจากทีมนักแสดงด้วยการร้องเพลง คิดมาก ในเวอร์ชั่น FRIEND ZONE ให้ทุกคนฟัง โดยมีวง CAPELLA เป็นแบ็คอัพ

วง CAPELLA

ยัง ยังไม่หมด! มีเซอร์ไพรส์แฟนคลับทุกคนด้วยการให้ทุกที่นั่งได้ถ่ายรูปหมู่กับนักแสดง และสามารถไปรับรูปได้เลยบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่าทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ กันถ้วนหน้าเลยละ

เฟรนด์โซน และ แฟนคลับ

ประสบความสำเร็จจริง ๆ กับ FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน ที่เปิดซิงเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของปี 62 ที่รายได้แตะ 100 ล้านบาท และดูจากการออกฉายที่เพิ่งผ่านไป 1 อาทิตย์ และแผนการที่จะตะลุยเอเชียแล้ว มีลุ้นกันยาว ๆ เลยละครับ

ส่วนใครที่สนใจชมภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ได้ที่นี่

คลิกอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ลองของกันหน่อย! กับนมเมจิกลิ่นสาคูแคนตาลูปและกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน

Published

on

เคยมั้ยเวลาไปตู้ขายนมในร้านสะดวกซื้อก็เห็นรสเดิมๆวนไปทุกวัน จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ จืด ช็อค สตรอว์เบอร์รี่ นานๆทีจะมีรสแปลกอย่างรสแคนตาลูป รสกล้วย หรือรสกาแฟที่ตอนนี้ไม่ใช่ของแปลกแต่อย่างใด แต่ล่าสุดผมก็แอบสะดุดกับนม 2 รสชาติใหม่ ของ เมจิ ทั้งกลิ่น สาคูแคนตาลูป และ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน เรียกได้ว่าแค่อ่านชื่อก็นึกถึงขนมหวานเย็นๆแล้ว แต่รสชาติจะโดนหรือน่าลองหรือเปล่าเรามาพิสูจน์กันเลย

การออกแบบแพ็คเกจ

อันนี้ต้องชมเมจิเขานะจ๊ะ ทั้งสีสันและกราฟิกรูปแคนตาลูปและลูกมะพร้าวช่วยให้เราจินตนาการรสชาติออกได้เลยว่า กลิ่นสาคูแคนตาลูปจะได้รสหวานหอมแคนตาลูปและ กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนต้องได้กลิ่นมะพร้าวอ่อนจางๆแน่นอน

สำรวจส่วนประกอบ

ทั้ง กลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน และ กลิ่นสาคูแคนตาลูป ประกอบด้วยน้ำนมโคพร่องมันเนย 73% น้ำตาล 3.8% มันเนย 1% เวย์ผง 0.7% นมผงขาดมันเนย 0.05%  ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ส่วนผสมไม่ได้ต่างกันเลย เอาล่ะสิ ลางร้ายเริ่มมาเยือนแล้ว เพราะปกตินมที่รสชาติต่างกันจะมีปริมาณส่วนผสมที่ลดหลั่นกันไป แต่นี่อะไรเนี่ย! ส่วนผสมเหมือนกันเด๊ะๆ

ข้อมูลโภชนาการ

ไม่เพียงส่วนประกอบจะแทบก็อบวางกันมา แต่ทั้ง 2 รสชาติยังระบุข้อมูลโภชนาการเหมือนกันอีก โดยจากพลังงาน 110 กิโลแคลลอรี่ มีพลังงานจากไขมันอยู่ 25 กิโลแคลอรี่ ซึ่งก็นับว่าเยอะอยู่เหมือนกันนะ หากบริโภคก็ควรต้องออกกำลังกายกันด้วยนะครับ

แรกเปิดฟรอยด์

สิ่งที่โดดเด่นมากสำหรับนมทั้งสองรสชาติคือสีสันของนมครับ สำหรับกลิ่นสาคูแคนตาลูปจะมาในสีส้มคล้ายเนื้อแคนตาลูป ส่วนทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อนจะมาในสีชมพู ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันทำให้นึกถึงทับทิมกรอบยังไง แต่เอาเถอะ พอเป็นสีชมพูก็ดูน่ารักน่าทานคล้ายๆนมสตรอว์เบอร์รี่เหมือนกัน แต่นั่นก็มาอีกหนึ่งลางร้ายเพราะทั้งรสชาติเมื่อเปิดมาเราจะได้กลิ่นมะพร้าวเหมือนกันเด๊ะอีกแล้ว

เมื่อแรกชิม

เริ่มที่กลิ่นสาคูแคนตาลูปก่อน บอกได้เลยว่า หวานมาก และที่จินตนาการไว้ว่าจะได้กลิ่นและรสเหมือนเราได้ทานแคนตาลูปอร่อยๆ คือไม่ได้เลย รสแคนตาลูปจางมาก เพราะนอกจากรสหวานและกลิ่นที่เหมือนกะทิอบควันเทียนแล้ว ก็แทบไม่มีรสอื่นแทรกเลย

ส่วนกลิ่นทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน ก็หวานในเลเวลเดียวกันเลย มิน่าล่ะส่วนประกอบเหมือนกันซะเบอร์นั้น ยิ่งได้กลิ่นกะทิอบควันเทียนแล้วนี่ ให้ความรู้สึกเหมือนไปซื้อกะทิกล่องมาซดมากเลยครับ

สรุป

โดยส่วนตัวในฐานะคนไม่ชอบดื่มนมที่มีรสหวานจัดๆแล้วต้องบอกเลยว่า ครั้งเดียวพอ จริงๆครับสำหรับทั้ง 2 รสชาติ ไม่ได้เลย ยิ่งพอนึกถึงรสชาติน้ำกะทิอบควันเทียนที่ทั้ง 2 รสชาติมีเหมือนกันแล้วนี่ ขอบายจริงๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!