Connect with us

ภาพยนตร์

[รีวิว]โคตรพยัคฆ์หยินหยาง – หนังเฉินหลงรับตรุษจีนที่เรารอคอย

โคตรพยัคฆ์หยินหยาง

7.7

ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

งานสมบูรณ์ของงานสร้าง

8.0/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

ความสนุก

8.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

8.0/10

จุดเด่น

  • หนังเล่าเรื่องสนุก เหมาะกับครอบครัวไปดูรับตรุษจีน
  • สเปเชียลเอฟเฟกต์ ทำเนียนดีมาก
  • การมีเฉินหลงอยู่ในหนัง ถือเป็นสิ่งล้ำค่าที่ทุกคนควรดูบนจอมาก

จุดสังเกต

  • พลอตเรื่อง อีรุงตุงนังไปหน่อย
เมื่อสาวงามถูกปีศาจจับตัวไปดูดวิญญาณ ก็เป็นหน้าที่ของ พู่ซงหลิง (เฉินหลง) นักล่าปีศาจเจ้าของพู่กันวิเศษจับอสูร และ เฟย (หลิน โป๋หง) มือขวาที่ซงหลิงจำใจรับเป็นศิษย์ แต่ภารกิจกลับยากยิ่งขึ้นหลังได้พบกับ ซีเซีย (หร่วน จิงเทียน) หนุ่มนักล่าปีศาจผู้มีอดีตผูกพันกับ เสี่ยวเซี้ยน (จง ฉู่ชี่) ปีศาจที่เป็นตัวการจับเด็กสาวหวังดูดวิญญาณ งานนี้ พู่ซงหลิง ต้องหาทางปราบปีศาจและปลดปล่อยบรรดาเหยื่อสาวก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป  

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

ความจริงแล้วต้องนับเป็นนิมิตรหมายอันดีที่โรงหนังได้มีโอกาสต้อนรับหนังเฉินหลงฉลองเทศกาลตรุษจีนเหมือนตอนผมเด็กๆ เพราะต้องยอมรับว่า หนังของเฉินหลงเหมาะมากสำหรับครอบครัวที่ต้องการหาหนังสนุกๆและปลอดภัยสำหรับเด็กดูกันในวันเที่ยวของเทศกาลตรุษจีน ซึ่ง โคตรพยัคฆ์หยินหยาง ก็ดูจะเอาใจกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัวเป็นพิเศษทั้งการออกแบบคาแรคเตอร์ปีศาจต่างๆให้มีความน่ารักแบบหวังขายของเล่นจากหนังต่อได้เลย พ่วงด้วยเรื่องราวอันสนุกสนานสอดแทรกมุกตลกและข้อคิดเตือนใจควบคู่ไปกับงานโชว์สเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ที่เทียบกับระดับฮอลลีวูดได้เลย

ว่ากันโดยเนื้อเรื่องแล้วต้องบอกก่อนว่าตัวหนังมีึความอีรุงตุงนังตามประสาหนังจีนพอสมควร โดยหนังมีทั้งพลอดหลักอย่างการตามล่าปีศาจที่จับตัวหญิงสาวไปดูดวิญญาณ เล่าควบคู่ไปกับอภิมหาพลอตรองที่มีทั้งพลอดโศกนาฏกรรมความรักของคนกับปีศาจ มีทั้งซีนสอดแทรกเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ระบบข้าราชการ เรื่อยไปจนถึงเรื่องราวความปรารถนาของปีศาจหมูที่หลงรักลาตัวเมีย จนมีหลายช่วงที่พลอตรองมหาศาลขนาดนี้ฉุดหนังจนเดินเรื่องช้าเกินเหตุไปบ้างเหมือนกัน แต่ยังดีที่ เจีย หยาน ผู้กำกับหนังยังพอกำกับทิศทางหนังให้ออกมาไม่น่าเบื่อเกินไป โดยเสิร์ฟทั้งฉากแอ็คชั่นกำลังภายในที่ดีไซน์มาอย่างดีและบรรดาซีนโชว์สเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ต่างๆออกมาได้อย่างกลมกล่อม จนเราพอจะลืมๆตรรกะที่หนังแทบไม่สนใจไปได้ตลอดรอดฝั่ง

พูดถึงเฉินหลงก็ต้องบอกว่าการได้ดู โคตรพยัคฆ์หยินหยาง เป็นการพิสูจน์ได้เลยว่าทำไมใครๆก็รักเขา เพราะในขณะที่เราได้ดูคิวบู๊และมุกตลกแบบเฉินหลงที่เราคุ้นเคยแล้ว ยังสังเกตได้เลยว่า เฉินหลง พยายามให้ซีนนักแสดงหน้าใหม่ๆได้แจ้งเกิดในหนังมากมายทั้ง หลิน โป๋หง และ หร่วน จิงเทียน สองหนุ่มหล่อที่ได้โชว์สเน่ห์สองสไตล์ ฝ่ายแรกหล่อละมุน เกลี้ยงเกลา ในขณะที่ฝ่ายหลังน่าจะได้ใจสาวๆที่มีสเป็คเป็นหนุ่มเซอร์เครางามแน่นอน ส่วนหนุ่มๆอย่าเพิ่งน้อยใจเพราะหนังมี จง ฉู่ชี่ มารับบทปีศาจแสนสวย สุดเย้ายวนจนเชื่อได้ว่าถ้าเธอต้องการดูดวิญญาณคงไม่มีหนุ่มคนไหนกล้าปฏิเสธเธอแน่นอน ฮ่าาาาาา

 

และตบท้ายขอพูดถึงงานพากย์ของทีมพันธมิตรที่โดยส่วนตัวคิดว่านี่คืองานคืนฟอร์มที่แท้จริง เพราะทั้งการพากย์ตามบทก็ทำได้ดี แถมการพากย์นอกบทยังเท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน จนสงสัยว่างานพากย์นี่เพิ่งเสร็จเมื่อสัปดาห์ก่อนใช่ม้ย ฮ่าาา  เพราะแม้แต่เรื่องฝุ่น PM 2.5 ทางทีมก็ยังเอามาขยี้ได้อย่างเจ็บแสบจริงๆ จนการดูพากย์ไทยน่าจะสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ตรุษจีนปีนี้เริ่มต้นปีอย่างมีความสุขแน่นอน

รับอั่งเปา..มันส์..ฮา จากเฉินหลง คลิกดูรอบซื้อตั๋วได้เลยจ้า

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

FRIEND ZONE จัดรอบพิเศษขอบคุณแฟนคลับฉลองรายได้ 100 ล้าน มุ่งสู่ 190 ล้าน!

Published

on

By

โคตรพยัคฆ์หยินหยาง

7.7

ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

งานสมบูรณ์ของงานสร้าง

8.0/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

ความสนุก

8.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

8.0/10

จุดเด่น

  • หนังเล่าเรื่องสนุก เหมาะกับครอบครัวไปดูรับตรุษจีน
  • สเปเชียลเอฟเฟกต์ ทำเนียนดีมาก
  • การมีเฉินหลงอยู่ในหนัง ถือเป็นสิ่งล้ำค่าที่ทุกคนควรดูบนจอมาก

จุดสังเกต

  • พลอตเรื่อง อีรุงตุงนังไปหน่อย

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ เป็นวันแรกที่ภาพยนตร์โรแมนติก คอเมดี้ จาก GDH อย่าง FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน เข้าฉาย

21 กุมภาพันธ์ 7 วันหลังจากนั้นพวกเขากวาดรายได้ในกรุงเทพฯ ไปราว ๆ 80 ล้านบาท และหากรวมทั่วประเทศจะอยู่ทีประมาณ 140 ล้านบาท

เพื่อฉลองความสำเร็จนี้ทีมงานจึงจัดฉายรอบพิเศษ ‘FRIEND ZONE ข้ามเส้น 100 ล้าน.. เอาหร่อยเก้าซิบ(190 ล้าน)’ เพื่อขอบคุณทุกคน ซึ่งตั๋ว SOLD OUT ภายใน 10 ชั่วโมง… และรอบพิเศษที่ว่าจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

เริ่มแรกภาพยนตร์จะฉายประมาณ 13.00 น. ก่อนจะจบที่ราว ๆ 15.00 น. โดยที่ตั๋วทุกใบจะได้รับเสื้อลิมิเต็ด อิดิชั่น จากนั้นทีมนักแสดงและผู้กำกับก็จะเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ชม นำโดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ พร้อมด้วย เจสัน ยัง, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และ ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

เจสัน ยัง

นาย ณภัทร เสียงสมบุญ

เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์

ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ

คุณชยนพ ผู้กำกับเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ ตอนนี้ถือว่าทำได้เกินกว่าที่คาดไว้มาก ๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความสุขเหลือเกิน โดยมุ่งเป้าวันเสาร์นี้รายได้ในกรุงเทพมหานคร หวังให้ถึง 100 ล้าน ส่วนภาพยนตร์ก็เตรียมจะออกฉายทั่วเอเชีย 13 ประเทศ อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ลาว, ฮ่องกง, พม่า และ จีน เริ่มฉายที่แรก สปป.ลาว ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์

โดยคุณน้ำฝน ศิลปินจากประเทศลาวที่ได้รับเชิญให้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ส่งคลิปมาแสดงความยินดีด้วย

น้ำฝน

เนื่องด้วยนี่เป็นรอบพิเศษ รายได้ทั้งหมดจากการฉายรอบนี้ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เป็นจำนวนเงิน 255,559 บาท

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโชว์พิเศษจากทีมนักแสดงด้วยการร้องเพลง คิดมาก ในเวอร์ชั่น FRIEND ZONE ให้ทุกคนฟัง โดยมีวง CAPELLA เป็นแบ็คอัพ

วง CAPELLA

ยัง ยังไม่หมด! มีเซอร์ไพรส์แฟนคลับทุกคนด้วยการให้ทุกที่นั่งได้ถ่ายรูปหมู่กับนักแสดง และสามารถไปรับรูปได้เลยบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่าทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ กันถ้วนหน้าเลยละ

เฟรนด์โซน และ แฟนคลับ

ประสบความสำเร็จจริง ๆ กับ FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน ที่เปิดซิงเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของปี 62 ที่รายได้แตะ 100 ล้านบาท และดูจากการออกฉายที่เพิ่งผ่านไป 1 อาทิตย์ และแผนการที่จะตะลุยเอเชียแล้ว มีลุ้นกันยาว ๆ เลยละครับ

ส่วนใครที่สนใจชมภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ได้ที่นี่

คลิกอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ภาพยนตร์

[รีวิว] The Prodigy เด็ก(จอง)เวร – เด็กเปรต..แม่โง่เป็นบ้า..แต่ผวาได้ตลอด

Published

on

โคตรพยัคฆ์หยินหยาง

7.7

ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

งานสมบูรณ์ของงานสร้าง

8.0/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

ความสนุก

8.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

8.0/10

จุดเด่น

  • หนังเล่าเรื่องสนุก เหมาะกับครอบครัวไปดูรับตรุษจีน
  • สเปเชียลเอฟเฟกต์ ทำเนียนดีมาก
  • การมีเฉินหลงอยู่ในหนัง ถือเป็นสิ่งล้ำค่าที่ทุกคนควรดูบนจอมาก

จุดสังเกต

  • พลอตเรื่อง อีรุงตุงนังไปหน่อย
ใครจะไปคิดว่าเบื้องหลังหน้าใสๆซื่อๆ ไมล์ส ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ซาร่า จะซ่อนสัญชาตญาณอำมหิตไว้ หลังก่อวีรกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า ซาราห์ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าอะไรสิงสู่ให้ไมล์ส กลายเป็นเด็กจองเวร ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

ในบรรดาทำเนียบหนังเด็กผี หลายคนอดคิดถึงหนังในตำนานอย่าง The Omen ที่มีทั้งภาคต่อและภาครีเมค ที่ถูกพูดถึงว่าเป็นต้นแบบหนังเด็กเปรต ก่อนจะมีหนังแนวนี้ตามมาทั้ง Child’s Play, Apt Pupil และThe Orphan เป็นต้น และสำหรับ The Prodigy หนังก็มาในแนวทางเดียวกัน เดินตามสูตรหนังเด็กเปรต ทั้งเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดจากหนูน้อยหน้าใส การตายของสัตว์เลี้ยง หรือกระทั่งการละเมอพูดภาษาแปลกๆ แต่สิ่งที่บทหนังดูจะเดิมพันเป็นพิเศษนั่นคือ การบอกคนดูโต้งๆเลยตั้งแต่ต้นเรื่องเลยว่าวิญญาณชั่วร้ายที่มาสิงไมล์สตั้งแต่ต้นเรื่องเป็นใคร จนคนดูต้องอุทาน “อ้าว! แล้วทีนี้เราจะไปลุ้นกับการตามหาความจริงของอีแม่เด็กเปรตทำไมล่ะเนี่ย” และแม้ว่ามันจะนำไปสู่ช่องโหว่ในการดำเนินเรื่องที่เต็มไปด้วยฉากชวนสงสัยแบบคนดูต้องแอบหงุดหงิดบ้างแหละว่าทำไมอีพ่อแม่มันไม่รู้ซักที แต่ด้วยการกำกับ-เลือกใช้ภาพ และการตัดต่อก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มันทำให้คนดูลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้จริงๆ เรียกง่ายๆว่าทั้งเกาหัวแกรกๆงงกับความโง่ของตัวละครก็ดันอดไม่ได้ที่จะเอามือปิดตา หรือแอบเอากระเป๋ามากอดไว้ให้รู้สึกปลอดภัยตอนดูนั่นเอง 

ไม่เพียงแค่ฉากระทึกต่างๆจะทำได้ดี อีกจุดที่หนังกล้าทิ้งไพ่ตายคือ จุดพลิกผันแบบไม่ต้องสนใจภูมิหลังที่มาตัวละครอะไรกันแล้ว ที่สำคัญคือ ต่อให้รู้ว่าตัวละครทำสิ่งที่โง่เขลาเบาปัญญา เราก็ยังอดลุ้นตามปนเกาหัวแกรกๆว่า เฮ้ย!เอางี้เลยเหรอวะ ซึ่งตอนดูก็เกิดพุทธิปัญญาว่า อ๋อ..!มันอาจเป็นอารมณ์เดียวกับเราดูละครไทยนั้นแหละ แม้ว่ามันจะทำให้นางเอกดูโง่ๆแค่ไหนเราก็ยังอดเอาใจช่วยไม่ได้ แม้ว่าบางเหตุการณ์จะทำเอาเราอยากเรียกนางมาทดสอบไอคิวใหม่ก็ตาม  

แจ็คสัน โรเบิร์ต สก็อต หนูน้อยดวงซวยจาก IT มารับบทไมล์ส ได้หลอนชิบหายวายป่วงมาก แค่นั่งหน้านิ่งทำตาหินใส่ก็แทบฉี่ราดแล้ว ตอนต้องเปลี่ยนบุคลิกนี่ถึงกับเย็นเยียบไปทั้งตัวเลย ส่วน เทย์เลอร์ ชิลลิ่ง นางเอกซีรีส์ Orange is the new black ก็รับบท ซาร่าห์ แม่ผู้ทำทุกทางให้ลูกรอดจากการสิงสู่ได้อย่างน่าเห็นใจดี แม้บทหนังจะทำให้เธอดูเบาปัญญาปนๆไปกับอารมณ์ไบโพลาร์ ผีเข้าผีออก เดี๋ยวเชื่อเดี๋ยวไม่เชื่อก็ตามทีเถอะ แต่ทุกฉากที่เห็น ซาร่า อยู่กับ ไมล์ส คือช่วงที่คนดูไม่อาจหายใจได้ทั่วท้องจริงๆ 

โดยรวมเราอาจจัด The Prodigy เป็นหนังสยองดูไปกินพอพคอร์นไปพร้อมตะโกนด่านางเอกในใจไปได้อย่างเพลิดเพลินเชียวแหละ แต่ใครหวังจะได้ดูหนังสยองขวัญเปี่ยมตรรกะน่าเชื่อถือขอให้ผ่านไปก่อนน้องไมล์สจะทำหน้าอ้อนใส่แล้วโผล่มาแฮร่ให้คุณตกใจเล่นในโรงแล้วกัน อิอิ

ระทึกไปกับอีแม่ อย่าแคร์ถูกผิด สัมผัสความอำมหิตจาก เด็ก(จอง)เวร คลิกเลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว]Happy Death Day 2U : กลายเป็นหนังไซไฟไปซะงั้น

ภาคแรกออกฉายไปเมื่อปี 2017 ทำกำไรไปถล่มทลาย 125 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างจิ๊บ ๆ มากแค่ 4.8 ล้านเหรียญ ไม่แปลกที่มีภาค 2 ตามออกมาติด ๆ โดยทีมงานเดิมครบถ้วน ได้ทุนสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ที่ 9 ล้าน แค่สุดสัปดาห์แรกก็เก็บไปแล้ว 26 ล้านที่เหลือก็คือรอเก็บกำไรเข้ากระเป๋าอย่างเดียว คริสโตเฟอร์ แลนดอน เจ้าของเรื่องและผู้กำกับก็ประกาศเดินหน้าภาค 3 ทันที

Published

on

โคตรพยัคฆ์หยินหยาง

7.7

ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

งานสมบูรณ์ของงานสร้าง

8.0/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

ความสนุก

8.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

8.0/10

จุดเด่น

  • หนังเล่าเรื่องสนุก เหมาะกับครอบครัวไปดูรับตรุษจีน
  • สเปเชียลเอฟเฟกต์ ทำเนียนดีมาก
  • การมีเฉินหลงอยู่ในหนัง ถือเป็นสิ่งล้ำค่าที่ทุกคนควรดูบนจอมาก

จุดสังเกต

  • พลอตเรื่อง อีรุงตุงนังไปหน่อย

สนับสนุนเนื้อหาโดย

ภาคแรกออกฉายไปเมื่อปี 2017 ทำกำไรไปถล่มทลาย 125 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างจิ๊บ ๆ มากแค่ 4.8 ล้านเหรียญ ไม่แปลกที่มีภาค 2 ตามออกมาติด ๆ โดยทีมงานเดิมครบถ้วน ได้ทุนสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ที่ 9 ล้าน แค่สุดสัปดาห์แรกก็เก็บไปแล้ว 26 ล้านที่เหลือก็คือรอเก็บกำไรเข้ากระเป๋าอย่างเดียว คริสโตเฟอร์ แลนดอน เจ้าของเรื่องและผู้กำกับก็ประกาศเดินหน้าภาค 3 ทันที

ในภาค 2 นี้ เรื่องราวดำเนินต่อจากภาคแรกแบบนาทีต่อนาที หลังจากที่”ทรี”คลี่คลายปริศนาเจอผู้ที่อยู่ภายใต้หน้ากาเบบี้ และสามารถทลายวงจรวนลูปที่ติดอยู่ในวันเดิม ๆ ได้สำเร็จ แต่แล้ว “ไรอัน” เพื่อนร่วมห้องของ “คาร์เตอร์” แฟนของทรีก็โผล่เข้ามาแล้วบอกว่าเขากำลังติดอยู่ในลูปวันเดิม ๆ แล้วก็ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรหน้ากากเบบี้ ปัญหาของไรอัน ดึงความสนใจของทรีได้ แล้วทั้งหมดก็เจอต้นเหตุของวังวนว่ามาจาก “ซิซซี่” อุปกรณ์จักรกล สิ่งประดิษฐ์จากมันสมองอัจฉริยะของไรอันและแก๊ง ที่เป็นนักรียนวิทยาศาสตร์จักรกลแต่ซิซซี่ยังทำงานไม่สมบูรณ์เป็นผลให้ปล่อยคลื่นพลังงานออกมา แล้วทำให้ทรีติดอยู่ในวังวน และต่อมาก็ตัวไรอันเอง เมื่อไรอันเดินเครื่องอีกครั้งก็ดึงทรีกลับเข้าไปอยู่วังวนเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เรื่องราวกลับเปลี่ยนไปจากเดิม ฆาตกรหลังหน้ากากเบบี้ก็ไม่ใช่คนเดิมทางออกคือทรีต้องช่วยไรอันและทีมให้แก้ไขข้อผิดพลาดของ”ซิซซี่” เพื่อจะทำให้เธอหลุดออกมาจากวังวนอย่างถาวร

คริสโตเฟอร์ แลนดอน ยังคงควบหน้าที่กำกับและเขียนบทเช่นเดิม ในภาคแรกถือว่าไอเดียของคริสโตเฟอร์ บรรเจิดมากกับการเอาเรื่องราววังวนลูป ที่ตัวเอกของเรื่องติดอยู่ในวันเดิม ๆ มารวมเข้ากับหนังฆาตกรใส่หน้ากาก ซึ่งหนังก็ออกตัวอย่างเต็มที่ว่าไอ้รับอิทธิพลมาจาก GroundHog Day (1993) หนังคอมมีดี้คลาสสิกที่ตัวเอกติดอยู่ในวันเดิม ๆ จนกว่าจะพิสูจน์ตัวเองว่าปรับปรุงนิสัยเป็นคนดีได้แล้ว มาภาคนี้คริสโตเฟอร์ ใส่ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมิติทับซ้อนเข้าไป มีอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นประเด็นหลัก ก็ออกตัวชัดเจนว่าได้แรงบันดาลใจมาจากไตรภาค Back To The Future

ปัญหาของภาคนี้คือโทนของหนังที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก เมื่อคริสโตเฟอร์เลือกที่จะอธิบายที่ไปที่มาของสถานการณ์วนลูปว่าเกิดจากปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ มีการลงลึกเรื่องทฤษฎีมิติทับซ้อน อธิบายด้วยศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ยาก ๆ และทางออกของปัญหาจากเดิมที่มุ่งประเด็นไปที่ตัวตนของผู้ที่อยู่หลังหน้ากาก กับกลายเป็นการร่วมมือกันที่จะผลักดันให้ “ซิซซี่” ถูกแก้ไขและเดินเครื่องได้สำเร็จ ทำให้ Happy Death Day 2U มีน้ำหนักเอนเอียงไปทางหนังไซไฟ และเรื่องราวของฆาตกรสวมหน้ากากก็ถูกลดความโดดเด่นลงเป็นประเด็นรอง แม้บทหนังจะพยายามคงเสน่ห์ต่าง ๆ จากภาคแรกไว้ แต่ก็ไม่เท่าเดิม หนังยังคงมีทั้งฉากตื่นเต้นฆาตกรตามล่าเหยื่อ แต่ก็มีเพียงแค่ 2-3 ฉาก ฉากที่ทรีตายแล้วตายอีกจากเดิมที่ตายเพราะพยายามกระชากหน้ากากเบบี้ กลับกลายเป็นการฆ่าตัวตายเพื่อพยายามหาสูตรแก้ไขข้อบกพร่องของ”ซิซซี่” ซึ่งถูกเล่าออกมาในแนวขำ ๆ ทำให้บรรดามุกต่าง ๆ ในภาคนี้มากขึ้น หนังกลับมีเสียงหัวเราะเสียมากกว่าบรรยากาศชวนลุ้นของหนังสยองขวัญ

ฉะนั้นแฟนที่ติดตามมาจากภาคแรก ถ้าคาดหวังอารมณ์ขันที่เคยสอดแทรกไว้ในภาคแรก อาจจะพึงพอใจ แต่ถ้าคาดหวังอารมณ์ลุ้นระทึกกับการหนีเอาชีวิตรอดจากการตามล่าของหน้ากากเบบี้ก็จะผิดหวัง ที่ฉากเหล่านี้ลดน้อยไป เลือดน้อยลง ความโหดแทบไม่เห็น แม้จะมีการเผยตัวร้ายคนใหม่ที่อยู่เบื้องหลังหน้ากาก แต่ก็ไม่ได้ชวนให้เซอร์ไพรส์อะไรมากมาย หนังสอดแทรกดราม่าเข้ามาเล็กน้อย ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย เรื่องความผูกพันของทรีและแม่ และเมื่อเธอเปิดใจกับคาร์เตอร์ ให้ความสำคัญกับเพื่อนด้วยการให้อภัยลอรี่ แต่ก็ไม่ได้ถูกขับเน้นอารมณ์ดราม่าเหล่านี้ให้ขึ้นมาโดดเด่นนัก

แต่ถึงแม้คะแนนจากนักวิจารณ์จะได้น้อยลงจากภาคแรก รวมไปถึงรายได้ของหนังก็ไม่น่าจะไปไกลกว่าภาคแรก แต่ด้วยกำไรของหนังที่ยังคงสวยงาม ทำให้หนังได้เดินหน้าต่อไปจนครบจบไตรภาค ซึ่งหนังก็เผยทิศทางของภาค 3 ไว้ในฉากโพสต์เครดิต ที่ไม่ต้องรอนานหลังหนังจบ พอได้ดูก็เห็นชัดแล้วว่า เรื่องราวของภาค 3 ยิ่งออกทะเลไปไกลแน่นอน สรุปได้ว่า Happy Death Day 2U เสน่ห์ของหนังน้อยลงไป ออกทะเลมากขึ้น และพูดเต็มปากไม่ได้แล้วว่านี่คือ “หนังสยองขวัญ”

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!