Connect with us

ภาพยนตร์

[รีวิว] ALITA Battle Angel – งานไซไฟแอ็คชั่นเอามันส์ ตัดปรัชญาแล้วอัดอดรีนาลีน

ALITA Battle Angel

9.4

ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

งานสมบูรณ์ของงานสร้าง

10.0/10

ความแปลกใหม่

9.5/10

ความสนุก

10.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

10.0/10

จุดเด่น

  • หนังมาพร้อมงานสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ชั้นยอด
  • ฉากแอ็คชั่นดีงาม มันส์ทุกซีน
  • คาแรกเตอร์ อลิตา คือทำคนดูหนุ่มๆหลงรักได้ไม่ยาก
  • งานภาพสุดยอด ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ

จุดสังเกต

  • หนังมองข้ามตรรกะในการเล่าเรื่อง
  • ปรัชญาจากมังงะต้นฉบับคือถูกพูดถึงแบบผิวเผิน
  • บทหนังไม่ได้ให้ข้อมูลมากพอให้เรารู้สึกร่วมกับตัวละครนัก
หลังได้รับการประกอบร่างชุบชีวิตจาก ดร. ไดสัน อิโด (คริสตอฟ วอล์ซ) คุณหมอผู้เปี่ยมเมตตาของเหล่าไซบอร์กทั้งหลาย อลิตา (โรซา ซาลาซาร์) ไซบอร์กสาวไร้ความทรงจำพยายามตามหาตัวตนของเธอในอดีต โดยอุปสรรคของเธอคือเหล่าไซบอร์กชั่วช้าในบัญชาของ เวคเตอร์ (มาเฮอร์ชาลา อาลี) เจ้าของทีมมอเตอร์บอลผู้ทรงอิทธิพลในตลาดมืดซื้อขายอะไหล่ไซบอร์กเถื่อน จนอลิตาต้องออกโรงปกป้องทุกชีวิตในเมืองเศษเหล็กไม่ให้ถูกสังหารขโมยชิ้นส่วนและในขณะที่เธอค้นหาตัวตน เธอกลับอยากเป็นมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆหลังตกหลุมรัก ฮิวโก้ (คีแอน จอห์นสัน) ชายหนุ่มนักหาอะไหล่ไซบอร์กที่เก็บความลับบางอย่างจากเธอ 

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

แรกสุดที่เราได้ยินข่าวประกาศสร้าง ALITA Battle Angel ที่ชูรสความตื่นเต้นด้วยการพ่วงชื่อของ เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับโคตรเว่อร์ เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ ที่ให้ความสนใจถึงขนาดจะกำกับเองด้วยความรักในมังงะต้นฉบับเรื่อง GUNNM (กันมุ) หรือชื่อไทย เพชฌฆาตไซบอร์ก ของ ยูกิโตะ คิชิโระ ที่ผสานเรื่องราวแนวแอ็คชั่นไซไฟ ไซเบอร์พังก์ ตัวละครฮีโร่หญิงเท่ๆเข้ากับปรัชญาที่ตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ในโลก “ดิสโทเปีย” หรือโลกหลังล่มสลายได้อย่างคมคาย จนต่อมาโครงการสร้างก็ถูกสานต่อโดยคาเมรอนขอเป็นโปรดิวเซอร์และส่งไม้ต่อให้ โรเบิร์ต โรดริเกวซ ผู้กำกับหนังแอ็คชั่นเปี่ยมลูกบ้ามากุมบังเหียนแทนจนผลลัพธ์ที่ได้คืองานไซไฟ ไซเบอร์พังก์ที่มีงานวิช่วลแบบอัดอดรีนาลีนลงในทุกซีนของฉากแอ็คชั่น โดยขอเบาวอลลุ่มด้านปรัชญาลงให้เหลือเพียงเบาบางแล้วอัดลูกบ้าให้งานสตันต์และงานวิช่วลเอฟเฟกต์แบบสุดลิ่มทิ่มประตู โดยเฉพาะการออกแบบตัว อลิตา นางเอกของเรื่องที่ตอนเผยโฉมครั้งแรกก็ทำให้คนดูตื่นตะลึงในการออกแบบคาแรคเตอร์ที่เอาเพียงคอนเซปต์จากฉบับญี่ปุ่นแล้วบิดให้แตกต่างด้วยรูปหน้าแบบสาวละตินโดยมีต้นแบบเป็นนางเอกสาว โรซา ซาลาซาร์ นางเอกหนังชุด The Maze Runner ซึ่งก็ได้รับเสียงวิจารณ์ที่แตกเป็นสองฝั่งโดยเฉพาะเสียงสวดยับจากแฟนมังงะต้นฉบับแต่หากมองในมุมของคนดูหนังก็ต้องยอมรับเลยว่า ALITA Battle Angel คือหนังไซไฟแอ็คชั่นที่บันเทิงอย่างมหาศาลจริงๆ

โดยบทหนังที่ เลอิตา คาโลกราดิส ร่วมเขียนกับคาเมรอนและโรดริเกวซ หยิบองค์ประกอบของเรื่องราวจาก กันมุ มาเพียงผิวเผิน คือมันมีทุกองค์ประกอบนั่นแหละครับโดยนอกจากตัวละครที่นำมาจากต้นฉบับแล้วก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆทั้ง เมืองซาเล็ม นครลอยฟ้า ที่เป็นตัวแทนของชนชั้น, ฮันเตอร์ วอร์ริเออร์ นักล่าค่าหัว รวมถึง มอเตอร์บอล กีฬาบอลมหาโหดสุดเถื่อนเลือดสาดที่เหมือนได้แรงบันดาลใจจากหนัง Rollerball (1975) ก็ยังตามมาเซอร์วิสแฟนๆมังงะกันเต็มที่ เพียงแต่เป็นการหยิบมาใช้เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจด้านภาพมากกว่าจะมาเป็นตัวแทนของปรัชญาแบบในต้นฉบับ

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าบทหนังเหมือนรองรับงานภาพสุดบ้าพลังที่ โรเบิร์ต โรดริเกวซ และ บิล โพ๊ป ผู้กำกับภาพร่วมกันรังสรรค์ขึ้นได้อย่างวิจิตรและชวนตื่นตา จนบางทีหนังก็มองข้ามพื้นฐานของการเล่าเรื่องอย่างการสร้างตัวละครให้คนดูจดจำและอยากเอาใจช่วย เพราะทั้งเรื่องเราก็ได้รู้จัก อลิตา เพียงผิวเผินแค่ว่าเป็นไซบอร์กนักรบ ส่วน ฮิวโก้ ก็เป็นเด็กแสบที่อลิตาหลงรัก ส่วน ดร.อิโด ที่เหมือนจะมีปมอดีตเรื่องลูกสาวก็กลับมีเวลาในหนังน้อยเกินกว่าจะได้มีซีนดราม่าที่น่าจดจำ นอกจากนี้หนังยังเพิ่มช่องโหว่ให้ตัวละครที่สร้างใหม่โดยเฉพาะตัวละคร ชิเร็น ของ เจนนิเฟอร์ คอเนลลี ที่ตอนแรกเหมือนจะมีบทบาทสำคัญแต่ไปๆมาๆกลับเป็นตัวละครที่มีผลกับเรื่องน้อยที่สุดเลย หรืออย่างการที่หนังไม่ปูที่มาที่ไปของ โนว่า ตัวร้ายสำคัญของเรื่องมากไปกว่าการไปเข้าสิงตัววิกเตอร์ของ มาเฮอร์ชาลา อาลี ทำให้แทนที่ โนว่า จะกลายเป็นตัวร้ายตัวเอ้ที่คนดูจะจดจำในฐานะบอสใหญ่ กลับกลายเป็นตัวผู้ร้ายที่แทบไร้ตัวตนเพราะในหนังเองก็ดันมีไซบอร์กผู้ร้ายตัวโหดๆเยอะไปหมด จนทำให้การเล่าเรื่องในหนังอีรุงตุงนังไปหมดเพราะพยายามจะปูที่มาของ อลิตา ที่มีการดัดแปลงจากต้นฉบับไปพอสมควรควบคู่ไปกับฉากแอ็คชั่นที่ โรดริเกวซ ดีไซน์ให้มีความน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าการที่จะคำนึงถึงตรรกะของเรื่องราวและแนวคิดด้านปรัชญาของเรื่องราวนั่นเอง

ว่ากันถึงฉากแอ็คชั่นก็ต้องยอมรับว่าหาก คาเมรอน ต้องการให้ ALITA Battle Angel ออกมาเป็นหนังแอ็คชั่น ไซไฟ บันเทิงๆก็ถือว่า โรเบิร์ต โรดริเกวซ คือตัวเลือกที่ใช่แล้วล่ะ เราจะได้เห็นการเนรมิตรเมืองเศษเหล็กที่เหมือนจำลอง เม็กซิโก หลังโลกล่มสลาย รวมถึงฉากที่น่าจดจำมากมายโดยเฉพาะฉาก มอเตอร์บอลที่โดดเด่นทั้งแง่งานสร้างและการดีไซน์ฉากแอ็คชั่นที่ตื่นตาตื่นเต้นจนหัวใจเต้นรัว เรียกง่ายๆว่าสิ่งที่โดดเด่นมากๆสำหรับ ALITA Battle Angel ก็คือฉากแอ็คชั่นนี่แหละที่มาเยอะ มาถี่ และทำได้ดีดูสนุกทุกฉากจริงๆ จนสามารถชดเชยตรรกะพังๆของหนังได้สบายๆ

ส่วนการดีไซน์คาแรกเตอร์และการกำกับส่วนอนิเมชั่นต้องชื่นชมเป็นพิเศษอยู่เหมือนกันนะ เพราะตลอด 2 ชั่วโมงกว่าๆที่คนดูจะต้องอยู่กับตัวละครอนิเมชั่นที่อยู่ท่ามกลางคนแสดงกลับไม่รู้สึกขัดเขินการออกแบบการเคลื่อนไหว แววตา และเสียงพากย์ของ โรซา ซาลาซาร์ ทำให้ อลิตา เป็นตัวละครนางเอกที่สเน่ห์มากและไม่ดูการ์ตูนเหมือนตอนแรกที่เห็นในตัวอย่างหนัง ซึ่งถือเป็นวิวัฒนาการหนึ่งในการเล่าเรื่องแบบผสานเทคโนโลยีเข้ากับศิลปะการเล่าเรื่องทั้งภาพและเสียงได้อย่างกลมกลืนจริงๆ ส่วนการแสดงของนักแสดงสมทบมองว่า คริสตอฟ วอล์ซ และ มาเฮอร์ชาลา อาลี ได้ทำให้ตัวละครของพวกเขาดูมีเลือดเนื้อ เพราะแม้มีเวลาไม่มากแต่ คริสตอฟ วอล์ซ ก็ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในการปูความเป็นพ่อให้ตัวละคร ดร.อิโต ส่วน มาเฮอร์ชาลา อาลี นี่น่าสงสารสุดเลยเพราะนอกจากจะต้องเป็นผู้ร้ายแบนๆแล้ว ยังถูกยัดบทผีเข้าที่ทำนักแสดงหลายคนกลายเป็นเจ้าอวดมานักต่อนัก แต่เขาก็สามารถใช้บุคลิกเท่ๆและแอ็คติ้งเทพๆทำให้ตัวละครน่าจดจำได้เป็นอย่างดี

เอาเป็นว่าใครอยากหาหนังมันส์ๆดูสนุก ไม่คิดมาก มีฉากแอ็คชั่นให้เลือดสูบฉีด ALITA Battle Angel คือตัวเลือกที่ใช่เลยล่ะ แถมเข้าช่วงวาเลนไทน์ ให้คนดูกลุ่ม “เหม็นความรัก” ได้ลี้ภัยเข้าโรงไปมันส์กันอีก เยี่ยมไปเลย ฮ่าาาาา

มันส์กับ ALITA Battle Angel ได้ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ว คลิกที่รูปเพื่อดูรอบได้เลย

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

FRIEND ZONE จัดรอบพิเศษขอบคุณแฟนคลับฉลองรายได้ 100 ล้าน มุ่งสู่ 190 ล้าน!

Published

on

By

ALITA Battle Angel

9.4

ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

งานสมบูรณ์ของงานสร้าง

10.0/10

ความแปลกใหม่

9.5/10

ความสนุก

10.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

10.0/10

จุดเด่น

  • หนังมาพร้อมงานสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ชั้นยอด
  • ฉากแอ็คชั่นดีงาม มันส์ทุกซีน
  • คาแรกเตอร์ อลิตา คือทำคนดูหนุ่มๆหลงรักได้ไม่ยาก
  • งานภาพสุดยอด ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ

จุดสังเกต

  • หนังมองข้ามตรรกะในการเล่าเรื่อง
  • ปรัชญาจากมังงะต้นฉบับคือถูกพูดถึงแบบผิวเผิน
  • บทหนังไม่ได้ให้ข้อมูลมากพอให้เรารู้สึกร่วมกับตัวละครนัก

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ เป็นวันแรกที่ภาพยนตร์โรแมนติก คอเมดี้ จาก GDH อย่าง FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน เข้าฉาย

21 กุมภาพันธ์ 7 วันหลังจากนั้นพวกเขากวาดรายได้ในกรุงเทพฯ ไปราว ๆ 80 ล้านบาท และหากรวมทั่วประเทศจะอยู่ทีประมาณ 140 ล้านบาท

เพื่อฉลองความสำเร็จนี้ทีมงานจึงจัดฉายรอบพิเศษ ‘FRIEND ZONE ข้ามเส้น 100 ล้าน.. เอาหร่อยเก้าซิบ(190 ล้าน)’ เพื่อขอบคุณทุกคน ซึ่งตั๋ว SOLD OUT ภายใน 10 ชั่วโมง… และรอบพิเศษที่ว่าจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

เริ่มแรกภาพยนตร์จะฉายประมาณ 13.00 น. ก่อนจะจบที่ราว ๆ 15.00 น. โดยที่ตั๋วทุกใบจะได้รับเสื้อลิมิเต็ด อิดิชั่น จากนั้นทีมนักแสดงและผู้กำกับก็จะเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ชม นำโดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ พร้อมด้วย เจสัน ยัง, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และ ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

เจสัน ยัง

นาย ณภัทร เสียงสมบุญ

เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์

ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์

ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ

คุณชยนพ ผู้กำกับเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ ตอนนี้ถือว่าทำได้เกินกว่าที่คาดไว้มาก ๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความสุขเหลือเกิน โดยมุ่งเป้าวันเสาร์นี้รายได้ในกรุงเทพมหานคร หวังให้ถึง 100 ล้าน ส่วนภาพยนตร์ก็เตรียมจะออกฉายทั่วเอเชีย 13 ประเทศ อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเก๊า, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ลาว, ฮ่องกง, พม่า และ จีน เริ่มฉายที่แรก สปป.ลาว ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์

โดยคุณน้ำฝน ศิลปินจากประเทศลาวที่ได้รับเชิญให้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ส่งคลิปมาแสดงความยินดีด้วย

น้ำฝน

เนื่องด้วยนี่เป็นรอบพิเศษ รายได้ทั้งหมดจากการฉายรอบนี้ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เป็นจำนวนเงิน 255,559 บาท

ก่อนจะปิดท้ายด้วยโชว์พิเศษจากทีมนักแสดงด้วยการร้องเพลง คิดมาก ในเวอร์ชั่น FRIEND ZONE ให้ทุกคนฟัง โดยมีวง CAPELLA เป็นแบ็คอัพ

วง CAPELLA

ยัง ยังไม่หมด! มีเซอร์ไพรส์แฟนคลับทุกคนด้วยการให้ทุกที่นั่งได้ถ่ายรูปหมู่กับนักแสดง และสามารถไปรับรูปได้เลยบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่าทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ กันถ้วนหน้าเลยละ

เฟรนด์โซน และ แฟนคลับ

ประสบความสำเร็จจริง ๆ กับ FRIEND ZONE ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน ที่เปิดซิงเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของปี 62 ที่รายได้แตะ 100 ล้านบาท และดูจากการออกฉายที่เพิ่งผ่านไป 1 อาทิตย์ และแผนการที่จะตะลุยเอเชียแล้ว มีลุ้นกันยาว ๆ เลยละครับ

ส่วนใครที่สนใจชมภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ได้ที่นี่

คลิกอ่านรีวิวและซื้อตั๋วชมภาพยนตร์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ภาพยนตร์

[รีวิว] The Prodigy เด็ก(จอง)เวร – เด็กเปรต..แม่โง่เป็นบ้า..แต่ผวาได้ตลอด

Published

on

ALITA Battle Angel

9.4

ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

งานสมบูรณ์ของงานสร้าง

10.0/10

ความแปลกใหม่

9.5/10

ความสนุก

10.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

10.0/10

จุดเด่น

  • หนังมาพร้อมงานสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ชั้นยอด
  • ฉากแอ็คชั่นดีงาม มันส์ทุกซีน
  • คาแรกเตอร์ อลิตา คือทำคนดูหนุ่มๆหลงรักได้ไม่ยาก
  • งานภาพสุดยอด ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ

จุดสังเกต

  • หนังมองข้ามตรรกะในการเล่าเรื่อง
  • ปรัชญาจากมังงะต้นฉบับคือถูกพูดถึงแบบผิวเผิน
  • บทหนังไม่ได้ให้ข้อมูลมากพอให้เรารู้สึกร่วมกับตัวละครนัก
ใครจะไปคิดว่าเบื้องหลังหน้าใสๆซื่อๆ ไมล์ส ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ซาร่า จะซ่อนสัญชาตญาณอำมหิตไว้ หลังก่อวีรกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า ซาราห์ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าอะไรสิงสู่ให้ไมล์ส กลายเป็นเด็กจองเวร ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

ในบรรดาทำเนียบหนังเด็กผี หลายคนอดคิดถึงหนังในตำนานอย่าง The Omen ที่มีทั้งภาคต่อและภาครีเมค ที่ถูกพูดถึงว่าเป็นต้นแบบหนังเด็กเปรต ก่อนจะมีหนังแนวนี้ตามมาทั้ง Child’s Play, Apt Pupil และThe Orphan เป็นต้น และสำหรับ The Prodigy หนังก็มาในแนวทางเดียวกัน เดินตามสูตรหนังเด็กเปรต ทั้งเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดจากหนูน้อยหน้าใส การตายของสัตว์เลี้ยง หรือกระทั่งการละเมอพูดภาษาแปลกๆ แต่สิ่งที่บทหนังดูจะเดิมพันเป็นพิเศษนั่นคือ การบอกคนดูโต้งๆเลยตั้งแต่ต้นเรื่องเลยว่าวิญญาณชั่วร้ายที่มาสิงไมล์สตั้งแต่ต้นเรื่องเป็นใคร จนคนดูต้องอุทาน “อ้าว! แล้วทีนี้เราจะไปลุ้นกับการตามหาความจริงของอีแม่เด็กเปรตทำไมล่ะเนี่ย” และแม้ว่ามันจะนำไปสู่ช่องโหว่ในการดำเนินเรื่องที่เต็มไปด้วยฉากชวนสงสัยแบบคนดูต้องแอบหงุดหงิดบ้างแหละว่าทำไมอีพ่อแม่มันไม่รู้ซักที แต่ด้วยการกำกับ-เลือกใช้ภาพ และการตัดต่อก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มันทำให้คนดูลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้จริงๆ เรียกง่ายๆว่าทั้งเกาหัวแกรกๆงงกับความโง่ของตัวละครก็ดันอดไม่ได้ที่จะเอามือปิดตา หรือแอบเอากระเป๋ามากอดไว้ให้รู้สึกปลอดภัยตอนดูนั่นเอง 

ไม่เพียงแค่ฉากระทึกต่างๆจะทำได้ดี อีกจุดที่หนังกล้าทิ้งไพ่ตายคือ จุดพลิกผันแบบไม่ต้องสนใจภูมิหลังที่มาตัวละครอะไรกันแล้ว ที่สำคัญคือ ต่อให้รู้ว่าตัวละครทำสิ่งที่โง่เขลาเบาปัญญา เราก็ยังอดลุ้นตามปนเกาหัวแกรกๆว่า เฮ้ย!เอางี้เลยเหรอวะ ซึ่งตอนดูก็เกิดพุทธิปัญญาว่า อ๋อ..!มันอาจเป็นอารมณ์เดียวกับเราดูละครไทยนั้นแหละ แม้ว่ามันจะทำให้นางเอกดูโง่ๆแค่ไหนเราก็ยังอดเอาใจช่วยไม่ได้ แม้ว่าบางเหตุการณ์จะทำเอาเราอยากเรียกนางมาทดสอบไอคิวใหม่ก็ตาม  

แจ็คสัน โรเบิร์ต สก็อต หนูน้อยดวงซวยจาก IT มารับบทไมล์ส ได้หลอนชิบหายวายป่วงมาก แค่นั่งหน้านิ่งทำตาหินใส่ก็แทบฉี่ราดแล้ว ตอนต้องเปลี่ยนบุคลิกนี่ถึงกับเย็นเยียบไปทั้งตัวเลย ส่วน เทย์เลอร์ ชิลลิ่ง นางเอกซีรีส์ Orange is the new black ก็รับบท ซาร่าห์ แม่ผู้ทำทุกทางให้ลูกรอดจากการสิงสู่ได้อย่างน่าเห็นใจดี แม้บทหนังจะทำให้เธอดูเบาปัญญาปนๆไปกับอารมณ์ไบโพลาร์ ผีเข้าผีออก เดี๋ยวเชื่อเดี๋ยวไม่เชื่อก็ตามทีเถอะ แต่ทุกฉากที่เห็น ซาร่า อยู่กับ ไมล์ส คือช่วงที่คนดูไม่อาจหายใจได้ทั่วท้องจริงๆ 

โดยรวมเราอาจจัด The Prodigy เป็นหนังสยองดูไปกินพอพคอร์นไปพร้อมตะโกนด่านางเอกในใจไปได้อย่างเพลิดเพลินเชียวแหละ แต่ใครหวังจะได้ดูหนังสยองขวัญเปี่ยมตรรกะน่าเชื่อถือขอให้ผ่านไปก่อนน้องไมล์สจะทำหน้าอ้อนใส่แล้วโผล่มาแฮร่ให้คุณตกใจเล่นในโรงแล้วกัน อิอิ

ระทึกไปกับอีแม่ อย่าแคร์ถูกผิด สัมผัสความอำมหิตจาก เด็ก(จอง)เวร คลิกเลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว]Happy Death Day 2U : กลายเป็นหนังไซไฟไปซะงั้น

ภาคแรกออกฉายไปเมื่อปี 2017 ทำกำไรไปถล่มทลาย 125 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างจิ๊บ ๆ มากแค่ 4.8 ล้านเหรียญ ไม่แปลกที่มีภาค 2 ตามออกมาติด ๆ โดยทีมงานเดิมครบถ้วน ได้ทุนสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ที่ 9 ล้าน แค่สุดสัปดาห์แรกก็เก็บไปแล้ว 26 ล้านที่เหลือก็คือรอเก็บกำไรเข้ากระเป๋าอย่างเดียว คริสโตเฟอร์ แลนดอน เจ้าของเรื่องและผู้กำกับก็ประกาศเดินหน้าภาค 3 ทันที

Published

on

ALITA Battle Angel

9.4

ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

งานสมบูรณ์ของงานสร้าง

10.0/10

ความแปลกใหม่

9.5/10

ความสนุก

10.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

10.0/10

จุดเด่น

  • หนังมาพร้อมงานสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ชั้นยอด
  • ฉากแอ็คชั่นดีงาม มันส์ทุกซีน
  • คาแรกเตอร์ อลิตา คือทำคนดูหนุ่มๆหลงรักได้ไม่ยาก
  • งานภาพสุดยอด ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ

จุดสังเกต

  • หนังมองข้ามตรรกะในการเล่าเรื่อง
  • ปรัชญาจากมังงะต้นฉบับคือถูกพูดถึงแบบผิวเผิน
  • บทหนังไม่ได้ให้ข้อมูลมากพอให้เรารู้สึกร่วมกับตัวละครนัก

สนับสนุนเนื้อหาโดย

ภาคแรกออกฉายไปเมื่อปี 2017 ทำกำไรไปถล่มทลาย 125 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างจิ๊บ ๆ มากแค่ 4.8 ล้านเหรียญ ไม่แปลกที่มีภาค 2 ตามออกมาติด ๆ โดยทีมงานเดิมครบถ้วน ได้ทุนสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ที่ 9 ล้าน แค่สุดสัปดาห์แรกก็เก็บไปแล้ว 26 ล้านที่เหลือก็คือรอเก็บกำไรเข้ากระเป๋าอย่างเดียว คริสโตเฟอร์ แลนดอน เจ้าของเรื่องและผู้กำกับก็ประกาศเดินหน้าภาค 3 ทันที

ในภาค 2 นี้ เรื่องราวดำเนินต่อจากภาคแรกแบบนาทีต่อนาที หลังจากที่”ทรี”คลี่คลายปริศนาเจอผู้ที่อยู่ภายใต้หน้ากาเบบี้ และสามารถทลายวงจรวนลูปที่ติดอยู่ในวันเดิม ๆ ได้สำเร็จ แต่แล้ว “ไรอัน” เพื่อนร่วมห้องของ “คาร์เตอร์” แฟนของทรีก็โผล่เข้ามาแล้วบอกว่าเขากำลังติดอยู่ในลูปวันเดิม ๆ แล้วก็ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรหน้ากากเบบี้ ปัญหาของไรอัน ดึงความสนใจของทรีได้ แล้วทั้งหมดก็เจอต้นเหตุของวังวนว่ามาจาก “ซิซซี่” อุปกรณ์จักรกล สิ่งประดิษฐ์จากมันสมองอัจฉริยะของไรอันและแก๊ง ที่เป็นนักรียนวิทยาศาสตร์จักรกลแต่ซิซซี่ยังทำงานไม่สมบูรณ์เป็นผลให้ปล่อยคลื่นพลังงานออกมา แล้วทำให้ทรีติดอยู่ในวังวน และต่อมาก็ตัวไรอันเอง เมื่อไรอันเดินเครื่องอีกครั้งก็ดึงทรีกลับเข้าไปอยู่วังวนเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เรื่องราวกลับเปลี่ยนไปจากเดิม ฆาตกรหลังหน้ากากเบบี้ก็ไม่ใช่คนเดิมทางออกคือทรีต้องช่วยไรอันและทีมให้แก้ไขข้อผิดพลาดของ”ซิซซี่” เพื่อจะทำให้เธอหลุดออกมาจากวังวนอย่างถาวร

คริสโตเฟอร์ แลนดอน ยังคงควบหน้าที่กำกับและเขียนบทเช่นเดิม ในภาคแรกถือว่าไอเดียของคริสโตเฟอร์ บรรเจิดมากกับการเอาเรื่องราววังวนลูป ที่ตัวเอกของเรื่องติดอยู่ในวันเดิม ๆ มารวมเข้ากับหนังฆาตกรใส่หน้ากาก ซึ่งหนังก็ออกตัวอย่างเต็มที่ว่าไอ้รับอิทธิพลมาจาก GroundHog Day (1993) หนังคอมมีดี้คลาสสิกที่ตัวเอกติดอยู่ในวันเดิม ๆ จนกว่าจะพิสูจน์ตัวเองว่าปรับปรุงนิสัยเป็นคนดีได้แล้ว มาภาคนี้คริสโตเฟอร์ ใส่ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมิติทับซ้อนเข้าไป มีอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นประเด็นหลัก ก็ออกตัวชัดเจนว่าได้แรงบันดาลใจมาจากไตรภาค Back To The Future

ปัญหาของภาคนี้คือโทนของหนังที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก เมื่อคริสโตเฟอร์เลือกที่จะอธิบายที่ไปที่มาของสถานการณ์วนลูปว่าเกิดจากปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ มีการลงลึกเรื่องทฤษฎีมิติทับซ้อน อธิบายด้วยศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ยาก ๆ และทางออกของปัญหาจากเดิมที่มุ่งประเด็นไปที่ตัวตนของผู้ที่อยู่หลังหน้ากาก กับกลายเป็นการร่วมมือกันที่จะผลักดันให้ “ซิซซี่” ถูกแก้ไขและเดินเครื่องได้สำเร็จ ทำให้ Happy Death Day 2U มีน้ำหนักเอนเอียงไปทางหนังไซไฟ และเรื่องราวของฆาตกรสวมหน้ากากก็ถูกลดความโดดเด่นลงเป็นประเด็นรอง แม้บทหนังจะพยายามคงเสน่ห์ต่าง ๆ จากภาคแรกไว้ แต่ก็ไม่เท่าเดิม หนังยังคงมีทั้งฉากตื่นเต้นฆาตกรตามล่าเหยื่อ แต่ก็มีเพียงแค่ 2-3 ฉาก ฉากที่ทรีตายแล้วตายอีกจากเดิมที่ตายเพราะพยายามกระชากหน้ากากเบบี้ กลับกลายเป็นการฆ่าตัวตายเพื่อพยายามหาสูตรแก้ไขข้อบกพร่องของ”ซิซซี่” ซึ่งถูกเล่าออกมาในแนวขำ ๆ ทำให้บรรดามุกต่าง ๆ ในภาคนี้มากขึ้น หนังกลับมีเสียงหัวเราะเสียมากกว่าบรรยากาศชวนลุ้นของหนังสยองขวัญ

ฉะนั้นแฟนที่ติดตามมาจากภาคแรก ถ้าคาดหวังอารมณ์ขันที่เคยสอดแทรกไว้ในภาคแรก อาจจะพึงพอใจ แต่ถ้าคาดหวังอารมณ์ลุ้นระทึกกับการหนีเอาชีวิตรอดจากการตามล่าของหน้ากากเบบี้ก็จะผิดหวัง ที่ฉากเหล่านี้ลดน้อยไป เลือดน้อยลง ความโหดแทบไม่เห็น แม้จะมีการเผยตัวร้ายคนใหม่ที่อยู่เบื้องหลังหน้ากาก แต่ก็ไม่ได้ชวนให้เซอร์ไพรส์อะไรมากมาย หนังสอดแทรกดราม่าเข้ามาเล็กน้อย ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย เรื่องความผูกพันของทรีและแม่ และเมื่อเธอเปิดใจกับคาร์เตอร์ ให้ความสำคัญกับเพื่อนด้วยการให้อภัยลอรี่ แต่ก็ไม่ได้ถูกขับเน้นอารมณ์ดราม่าเหล่านี้ให้ขึ้นมาโดดเด่นนัก

แต่ถึงแม้คะแนนจากนักวิจารณ์จะได้น้อยลงจากภาคแรก รวมไปถึงรายได้ของหนังก็ไม่น่าจะไปไกลกว่าภาคแรก แต่ด้วยกำไรของหนังที่ยังคงสวยงาม ทำให้หนังได้เดินหน้าต่อไปจนครบจบไตรภาค ซึ่งหนังก็เผยทิศทางของภาค 3 ไว้ในฉากโพสต์เครดิต ที่ไม่ต้องรอนานหลังหนังจบ พอได้ดูก็เห็นชัดแล้วว่า เรื่องราวของภาค 3 ยิ่งออกทะเลไปไกลแน่นอน สรุปได้ว่า Happy Death Day 2U เสน่ห์ของหนังน้อยลงไป ออกทะเลมากขึ้น และพูดเต็มปากไม่ได้แล้วว่านี่คือ “หนังสยองขวัญ”

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!