Connect with us

ภาพยนตร์

[รีวิว] Pokémon Detective Pikachu โปเกมอน ยอดนักสืบ พิคาชู – โปเกมอนโผล่เพียบ โดนใจเด็กน้อยแน่นอน

Pokémon Detective Pikachu

8.1

ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

คุณภาพงานสร้าง

9.0/10

ความแปลกใหม่

7.5/10

ความสนุก

8.0/10

ความคุ้มค่าตั๋ว

8.5/10

จุดเด่น

  • หนังมีโปเกมอนเยอะมาก แฟนๆรักแน่นอน
  • เสียงไรอัน เรย์โนลด์ เพิ่มเสน่ห์ให้ พิคาชู ได้ดีเลย

จุดสังเกต

  • หนังมีความเด็กน้อยสูงมาก ปมต่างๆคลี่คลายได้ง่ายเหลือเกิน
  • ปมดราม่า ไม่ค่อยไปกับโลกของโปเกมอนนัก
ทิม (จัสติซ สมิธ) หนุ่มนักประกันจำต้องเดินทางสู่ไรม์ซิตี้หลังได้ัรับข่าวอุบัติเหตุของพ่อ จนได้พบกับ พิคาชู (พากย์โดย ไรอัน เรย์โนลด์) โปเกมอนประจำตัวของพ่อ และลูซี่ (แคธรีน นิวตั้น) นักข่าวสาวไฟแรง พวกเขาแท้็กทีมออกตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับการทดลองดัดแปลงพันธุกรรมโปเกมอนที่สั่นคลอนสันติสุขระหว่างมนุษย์กับเหล่าโปเกมอน ที่สำคัญเกมตามล่าความจริงครั้งนี้ยังมีชีวิตของพ่อทิมเป็นเดิมพัน

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

จากมันสมองของ ซะโตชิ ทะจิริ ประธานบริษัทโปเกมอน ที่ให้กำเนิดโปเกมอน หรือ พ็อคเกตมอนสเตอร์ ตั้งแต่รูปแบบเกมบอยเมื่อปี 1996 จนแตกหน่อต่อยอดกลายเป็นทั้งมังงะ อนิเมะซีรีส์ การ์ดเกม ฯลฯ จนถือเป็นคอนเทนต์ที่ทำรายได้ให้ นินเทนโด ได้เป็นอันดับสองรองจาก มาริโอ และคาแรกเตอร์หมื่นล้านประจำเกมอย่างเจ้า พิคาชู มอนสเตอร์สีเหลืองที่รูปร่างคล้ายกระรอกผสมแมวก็ระบาดสร้างความคลั่งไคล้ไปทั่วโลกดังจะเห็นได้จากสินค้าที่ซื้อสิทธิเมอร์แชนไดส์มากมาย จนสามารถมีเกมของตัวเองในชื่อ Detective Pikachu วางขายเมื่อปี 2016 ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและได้กลายเป็นต้นธารให้กับหนัง Pokemon Detective Pikachu ฉบับนี้อีกด้วย

ตัวหนังได้ ร็อบ เลตเทอร์แมน ซึ่งผลงานทั้งอนิเมชั่นดังอย่าง Shark Tales (2004) และ Monsters vs. Aliens (2009)  และหนังไลฟ์แอ็คชั่นสุดฮิตอย่าง Goosebumps (2015) มากุมบังเหียน ซึ่งดูจากชื่อก็น่าจะพอเชื่อมือได้ว่าจะถ่ายทอดโลกแฟนตาซีออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจแน่นอน ซึ่งผลลัพธ์ก็ไม่ผิดจากที่คาดหวังนัก คือต้องยอมรับว่า ร็อบ ให้ทุกอย่างที่คนดูอยากเห็นโดยเฉพาะเหล่า พ็อคเกตมอนสเตอร์ ที่ถอดแบบมาจากเกมและสื่อต่างๆในจักรวาลโปเกมอนชนิดที่ว่าเห็นหน้าปุ๊บเหล่าเทรนเนอร์มีกรี๊ดแน่นอน ยิ่งได้กระแสจากเกม Pokemon Go! เกม AR ที่ฮิตระเบิดสร้างปรากฎการณ์คนเดินตกท่อ-รถหวิดประสานงาทั่วโลกเมื่อ2-3 ปีก่อนด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้โลกของโปเกมอนใกล้ชิดกับเหล่าเกมเมอร์มากขึ้น และก็เหล่าคาแรกเตอร์สุดน่ารักของโปเกมอนนี่แหละคือข้อดีหลักซึ่งก็กลายเป็นว่าตัวหนังทำออกมาดูเด็กน้อยมากๆ จนอาจให้คะแนนความเด็กน้อยทะลุปรอทยิ่งกว่าอนิเมะซีรีส์เสียอีกนะ 555

แต่กระนั้นมันก็กลายเป็นดาบสองคมอยู่เหมือนกัน พอหนังจะต้องเอาใจแฟนๆโปเกมอน เพราะไหนจะต้องเช็คว่าใส่โปเกมอนดังๆมาครบหรือยัง มีฉากจับโปเกมอนมั้ยตามเช็คลิสต์แล้ว ทีมเขียนบทยังพยายามเพิ่มปมดราม่าพ่อลูกระหว่างทิมกับพ่อที่ไม่ค่อยได้เห็นหน้ากันเข้ามาก็ยิ่งทำให้ตรรกะของเรื่องราวยิ่งปั่นป่วนโดยเฉพาะแรงจูงใจที่ทิมจะไปตามหาพ่อร่วมกับ พิคาชู ที่ทำตัวเองประสาทกินตั้งแต่แรกพบก็ทำให้เราเชื่อได้ยากว่าตาทิมแกจะยอมตามน้ำไปกับพิคาชูตัวเหลือง ทั้งอาการแพนิคกับการที่ตัวเองพูดกับพิคาชูรู้เรื่องหรือการที่ตัวเองมีปมกับโปเกมอนตั้งแต่เด็ก ซึ่งจุดนี้หนังใช้แฟลชแบ็คบ่อยมากแต่คนดูกลับไม่ได้รับความกระจ่างนักว่าตกลงทิมเกลียดพ่อมั้ย หรือความจริงแล้วโปเกมอนมีความสำคัญยังไงกับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกคู่นี้ เพราะหนังต้องเอาเวลาไปให้เราพบกับเหล่าโปเกมอนต่างๆที่มาป่วนจอให้คอยกรี๊ดกร๊าดกัน เลยกลายเป็นว่าบทหนังไม่สามารถทำให้เรื่องราวดราม่าพ่อลูกกลมกลืนไปกับโลกของโปเกมอนได้อย่างแนบเนียนนัก

ยิ่งพอหนังมาในโทนสืบสวนสอบสวนแต่ปมต่างๆกลับคลี่คลายได้แบบง่ายแสนง่ายจนเหมือนทั้งคู่ไม่ได้สืบสวนอะไรเลย เพราะแป๊บนึงนักข่าวสาวก็เอาแฟ้มมาให้ หรือได้เห็นภาพโฮโลแกรมล้ำๆแสดงเหตุการณ์อุบัติเหตุของเรื่องราว แถมอยู่ดีๆยังชวนกันไปตัดรั้วพื้นที่ทดลองพันธุกรรมโปเกมอนกันเหมือนชวนไปเล่นเกม VR อีกซึ่งแม้จะต้องยอมรับว่าวิสัยทัศน์ของ ร็อบ เลตเทอร์แมน ชวนว้าวตื่นตะลึงและเซอร์วิสแฟนๆโปเกมอนได้อย่างเต็มที่ แต่หากบทหนังให้ข้อมูลหรือเพิ่มฉากที่แสดงที่มาที่ไปของเหตุการณ์หรือเพิ่มการสืบสวนสอบสวนมากกว่านี้ เชื่อว่าอารมณ์แบบเกม Detective Pikachu ที่ครองใจแฟนๆน่าจะทำให้เรื่องราวในหนังออกมาลงตัว ไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่คาแรกเตอร์น่ารักๆหรือกิมมิกจากจักรวาลโปเกมอนขนาดนี้

ขอพูดถึงนักแสดงที่เป็นมนุษย์ก่อน หนังเลือกใช้นักแสดงดาวรุ่งสองคนมารับบทนำ โดยจัสติซ สมิธ โด่งดังจากซีรีส์ ฮิพฮอพมิวสิคัลทางเน็ตฟลิกซ์อย่าง The Get Down มารับบท ทิม ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าทางผู้สร้างเลือกเขามาเพื่อการแสดงอารมณ์ดราม่าโดยเฉพาะ แต่ขอโทษทีเหอะ!พอน้องจัสติซจะเข้าโหมดดราม่าทีไรหนังก็จะดึงไปทางแฟนตาซีเอะอะมะเทิ่งตลอดเวลา แถมปมดราม่ายังปูมาได้ไม่แข็งแรงพอ ผลลัพธ์เลยทำให้บางฉากพระเอกของเราเหมือนไบโพลาร์เดี๋ยวซึมเศร้าเดี๋ยวโลดเต้นจนเราปรับอารมณ์ตามไม่ถูกอยู่เหมือนกัน ส่วนอีกคนอย่าง แคธรีน นิวตั้น จากซีรีส์ HBO อย่าง Big Little Lies และหนังตลก Blockers ด้วยลุคสาวผมบลอนด์ยิ้มน่ารักก็ไม่ยากเลยที่หนุ่มๆจะตกหลุมรักเธอ โดยเฉพาะการแสดงแบบแบ๊วๆใสๆแบบนี้เหมาะมากกับหนังเด็กน้อยเรื่องนี้ก็ถือว่าทำหน้าที่อาหารตาได้ดี ส่วนเสียงพากย์ของไรอัน เรย์โนลด์ นั้นต้องบอกว่าหากใครคาดหวังความกวนในระดับของ เดดพูล ก็คงต้องผิดหวังกันล่ะ เพราะคราวนี้ถึงแม้คาแรกเตอร์จะเอื้อเหลือเกินให้มีความจังไรนิดๆ แต่ด้วยเรตหนังและโทนที่ดูเด็กน้อยก็ทำให้ไรอัน เรย์โนลด์ ต้องอั้นความกวนไว้พอสมควรแต่ก็ยังถือว่าทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีทำให้ พิคาชู มีคาแรกเตอร์น่าจดจำประหนึ่ง เดดพูล แอ๊บแบ๊วใสใสมาเจอเด็กน้อยได้อยู่นะ

เมื่อวัดข้อดีข้อเสียของหนังแล้วก็ต้องบอกว่า Pokemon Detective Pikachu อาจไม่ใช่หนังจากเกมที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยมันก็รู้จักใช้ประโยชน์ของคาแรกเตอร์น่ารักๆจากเกมมาสร้างความบันเทิงได้เป็นอย่างดี เสียดายแค่บทหนังอาจจะต้องคราฟต์มากกว่านี้ ให้รายละเอียดหรือสร้างเรื่องราวให้เหมาะกับการมีอยู่ของคาแรกเตอร์จากเกมมากกว่าแค่นำเสนอความน่ารักผ่านๆ เชื่อว่าหนังจะออกมาลงตัวมากกว่านี้ แต่เชื่อเถอะว่านี่เป็นหนังที่คุณพ่อคุณแม่น่าจะอยากพาเจ้าตัวน้อยมาสนุกกันทั้งครอบครัวในโรงภาพยนตร์แน่นอน

หนังเปิดรอบสนีคพรีวิว ดูก่อนใครวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม ตั้งแต่รอบ 14:00 น. เป็นต้นไปและเข้าฉายจริงวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!