Connect with us

What The Fact

[รีวิว] Farewell Song เพลงรักเราสามคน: เราต่างเดินทางเพื่อค้นคำตอบในหัวใจตัวเอง

Farewell Song เพลงรักเราสามคน: เราต่างเดินทางเพื่อค้นคำตอบในหัวใจตัวเอง

Farewell Song เพลงรักเราสามคน

116 Min.
7.9

คุณภาพงานสร้าง

8.5/10

คุณภาพการแสดง

8.5/10

ความสมบูรณ์ของบท

7.5/10

ความสนุกน่าติดตาม

7.5/10

คุ้มเวลา ค่าตั๋ว

7.5/10

จุดเด่น

  • ใช้เพลงดันพลอตได้ดีมาก เพลงก็เพราะมาก ๆ ด้วย
  • ภาพและการวางกล้องการเล่าเรื่อง สวยมาก อินเตอร์มาก
  • นักแสดงชั้นยอดมารวมกัน

จุดสังเกต

  • หนังเล่าผ่านบทสนทนาน้อย อาจอืดไปง่วงไปสำหรับบางคน
สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ เพราะความรักไม่ได้มีที่ว่างพอสำหรับ 3 คน Farewell Song เป็นเรื่องราวของฮารุ และ เลโอะ ที่ได้ร่วมกันฟอร์มวงดนตรีแนวอินดี้ชื่อ ฮารุเลโอ (HaruLeo) แล้วก็เริ่มกลายเป็นวงที่โด่งดังขึ้นมา ทั้งสองตัดสินใจออกทัวร์แสดงคอนเสิร์ต ตอนนั้นเองก็ได้พบกับ ชิมะ อดีตโฮสต์เก่า ที่มาขอสมัครเป็นผู้ช่วยวง ด้วยเหตุผลว่า เขาชอบเพลงที่ฮารุเป็นคนแต่ง ทั้งสามออกทัวร์ไปด้วยกัน พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจ ระหว่างที่วงมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ วันหนึ่ง ฮารุ และ เลโอะ ก็ตัดสินใจจะยุบวง ฮารุเลโอะ ออกทัวร์แสดงคอนเสิร์ตด้วยกัน เป็นครั้งสุดท้ายที่ ฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด พร้อมกับความรู้สึกแท้จริงที่ค่อยๆเปิดเผย

หนังญี่ปุ่นแนวดราม่าที่ใช้วงดนตรีเป็นแกน ยังเป็นอีกสายทางหนึ่งที่มีแฟน ๆ หนังติดตามชื่นชอบ นึกไว ๆ ที่ให้ความรู้สึกใกล้ ๆ เรื่องนี้ที่มีนักร้องนำเป็นผู้หญิง ก็คงมีหนังอย่าง NANA (2005) Midnight Sun 24 ชม.ขอรักเธอทุกวัน (2006) Solanin (2010) เพลงนี้ของเราสอง เป็นต้น ใครชื่นชอบดราม่าผ่านเพลงเพราะ ๆ แนวนี้ก็น่าจะชอบเรื่องนี้ด้วยเช่นกันครับ หรือถ้าหนังไทยหลายคนคงนึกถึงอย่าง เรา สองสาม คน ก็เป็นบรรยากาศคล้าย ๆ กันครับ

โดยเรื่อง Farewell Song หรือ Sayonara Kuchibiru (さよならくちびる) นี้ เป็นผลงานของ ชิโอตะ อากิฮิโกะ (Shiota Akihiko) ผู้กำกับสายดราม่าที่เคยมีผลงานคุณภาพคว้ารางวัลในบ้านเกิดมาหลายเรื่อง และผลงานแมส ๆ ที่บ้านเราก็เคยได้ชมก็มีหนังจากมังงะระดับตำนานของ เทะสึกะ โอซามุ  (Tezuka Osamu) อย่าง Dororo (2007) ด้วย ครั้งนี้เขากลับมาค้นหาความวุ่นวายในหัวใจของวัยรุ่น มิตรภาพของเพื่อนสาว รักสามเส้าอันซับซ้อน และเสียงเพลงที่สะท้อนก้องเบื้องลึกของหัวใจที่ปิดกั้นไม่เผยคำ โดยได้นักแสดงแถวหน้าของวงการมาร่วมงานกัน ทั้งนักแสดงเจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมปีล่าสุด คาโดวากิ มูกิ (Kadowaki Mugi) ในบท ฮารุ นักแต่งเพลงสาวผู้ไม่ค่อยแสดงออกถึงความรู้สึก อีกคนคือนักแสดงสาวเจ้าอขงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมที่มีผลงานดังทั้งในบ้านเกิดและฮอลลีวูด ที่ต้องเล่นดนตรีและร้องเพลงในหนังครั้งแรกด้วย อย่าง โคมัตสึ นานะ (Komatsu Nana) ในบท เลโอะ นักดนตรีสาวคู่หูของฮารุที่ชอบพูดอะไรตรง ๆ และเปิดเผย สุดท้ายคือผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนมิตรภาพระหว่างสองสาววง ฮารุเลโอ คือ ชิมะ อดีตนักดนตรีที่ฝันสลายเคยยุบวงไปและหันมาเป็นผู้จัดการวงแทน รับบทโดย นาริตะ เรียว (Narita Ryô) นายแบบและนักแสดงที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น

Farewell Song Mugi Kadowaki Nana Komatsu Ryô Narita

มุกิ นานะ และเรียว

หนังเปิดการเล่าเรื่องอย่างเรียบง่ายบนรถของวง ที่ทั้ง 3 ตัวละครอยู่ร่วมกัน บทสนทนาอันขัดเขินและเงียบงันระหว่างทั้งสามทำให้เรารู้สถานการณ์ของบความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นนัก และได้รู้คาแรกเตอร์ของแต่ละคนอย่างชัดเจน ฮารุ เป็นคนนิ่ง ๆ ที่เหมือนคิดอะไรในใจคนเดียวอยู่ตลอด เลโอะ มีลักษณะที่เปิดเผยกว่ากล้าพูดกล้าลุย แต่ก็เหมือนคนปากไม่ตรงกับใจแสดงออกอย่างหนึ่งทั้งที่ในใจอาจคิดอีกอย่าง สุดท้ายคือชิมะคือกาวใจที่ต้องคอยประสานอดีตสองสาวเพื่อนสนิท ให้เดินทางร่วมกันในทริปทัวร์ดนตรีสุดท้ายของวง ฮารุเลโอ บรรยากาศของหนังจึงอึนอยู่ระหว่างกลุ่มคนที่กำลังเลิกราในความสัมพันธ์ แต่ต้องเดินทางร่วมกันด้วยหน้าที่บังคับ และสำหรับผู้ชม เราจะได้รู้จากการเดินทางของพวกเขาว่า เกิดอะไรขึ้นในอดีตที่ทำให้สองเพื่อนรักต้องแตกหักยุบวง และคำถามสำคัญที่แฟน ๆ ของวงฮารุเลโอในหนัง ตลอดจนผู้ชมอย่างเรา ๆ และแม้แต่ตัวละครเองก็ยังถามอยู่ลึก ๆ ในหัวใจว่า ‘ยังพอมีโอกาสที่จะให้อภัยและกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้งได้หรือไม่’ และนั่นคือคำถามสำคัญที่ต้องค้นหาไปด้วยกันครับ

Farewell Song

สิ่งที่ชอบมากของหนังคือ ความอินเตอร์ของภาพ และการเล่าเรื่อง เหมือนดูหนังอิสระดี ๆ ที่ว่าด้วยวัยรุ่นและการเดินทาง แน่นอนแนวดนตรีอินดี้ด้วย ของฝั่งอเมริกา ยุโรป อะไรแบบนั้นเลย โดยไม่ได้ทิ้งความเป็นญี่ปุ่นไปนะ แต่มันให้ความรู้สึกที่สากลกว่าหนังญี่ปุ่นปกติด้วยนั่นเอง

Farewell Song

Farewell Song

ประการต่อมาคือการแสดงของนักแสดงทั้ง 3 คน มันคงไม่ได้เรียกว่าเคมีเข้ากันจนเด่นชัดเพราะตลอดเรื่องมันมีแต่การไม่เผชิญหน้ากัน ต่างคนต่างหลีกหนีการพูดคุยและยอมรับความจริงในหัวใจ แต่ทุกคนก็แสดงความแปลกแยกเหว่ว้าแม้จะอยู่ใกล้กัน โดยยังทิ้งความอาลัยอาวรณ์เหมือนรอคอยใครอีกคนยื่นแขนมาหาก่อนอยู่ตลอดได้อย่างดี เพราะบทสนทนามันไม่ได้มากมายแทยความในใจ พวกเขาเลยต้องใช้สีหน้าท่าทาง การตอบรับด้วยภาษากาย และสายตาในการสื่อสารมาก นอกจากฉากร้องเพลงก็ไม่ต้องแปลกใจเลยที่ฉากอื่น ๆ จะเป็นพื้นที่ของความเงียบเสียส่วนใหญ่

Farewell Song

ด้วยเหตุนี้การสื่อสารเรื่องราวในหัวใจใจจริง ๆ จึงมักจะสื่อผ่านมาทางเนื้อหาและเสียงเพลงของทั้งสองสาว ที่แปรเปลี่ยนความหมายไปเรื่อย ๆ ทั้งที่เนื้อเพลงคงเดิม โดยเราจะค่อย ๆ เข้าใจเนื้อหามากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ผ่านหลายสถานที่หลายความทรงจำระหว่างทริปครั้งนี้ เมื่อเพลงคืออีกตัวเอก มันจึงต้องได้นักดนตรีที่เก่งพอจะมาสร้างสรรค์และตัวหนังก็ได้ โปรดิวเซอร์ดัง โมโตฮิโระ ฮาตะ มาทำเพลงหลักของหนังอย่าง เพลง Sayonara Kuchibiru (さよならくちびる) ซึ่งในหนังแปลว่า Goodbye Lips สื่อถึงจูบร่ำลาที่สะท้อนถึงความรักอาลัยและการลาจากอย่างสวยงามมาก ๆ ทั้งนี้พอหนังออกฉายเพลงนี้ก็ขึ้นไปอยู่อันดับ 2 บนชาร์ตเพลงของญี่ปุ่นทันที ใครได้ดูในหนังแล้วคงไม่แปลกใจเพราะเพลงมันอิมแพกต์เยอะมากจริง ๆ

Farewell Song

ทั้งนานะและมุกิ ได้ออกซีดีอัลบั้มขายจริงในชื่อวง HaruLeo ด้วย

นอกจากนี้ยังมีอีกสองเพลงที่ได้ นักร้องสาวฝีมือเยี่ยมอย่าง AIMYON มาแต่งให้ก็คือเพลง Tachimachi Arashi (たちまち嵐) เพลงจังหวะกลางสนุก ๆ ให้กำลังใจ ที่บอกเล่าเรื่องราวของการเผชิญหน้ากับอุปสรรคทั้งหลายไปร่วมกันกับเพื่อน ดั่งชื่อเพลงที่แปลว่า พายุที่พัดผ่านไป ดั่งจะบอกว่าถึงข้างจะเกิดอะไร พวกเราก็จะไม่เป็นไรหรอกนะ และอีกเพลงอย่าง Dare ni Datte Wake ga Aru (誰にだって訳がある) เพลงเพราะช้ามีจังหวะที่เนื้อหาสวยงามมาก ๆ อีกเพลงหนึ่ง ชื่อเพลงมีความหมายว่า เราต่างคนก็ต่างมีเรื่องราว (เหตุผล) ของแต่ละคน เพื่อบอกอีกคนหนึ่งให้เข้าใจว่าอย่าเสียใจไปเลยหากเราต้องแตกต่างและจากกันไป หรือไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็เพราะมันเป็นอย่างนั้นเองตามวิถีทางของมัน เป็นอีกเพลงที่ชอบมาก ๆ จากหนังเรื่องนี้เช่นกันครับ

หนังเพลงสวย ๆ รอบอาจไม่มาก แต่ไม่น่าพลาด ควรกดที่รูปด้านล่างอย่างไว

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น