ภาพยนตร์จากเกมที่คนดูและนักวิจารณ์ต่างเทคะแนนว่าแย่ที่สุด

Assassin’s Creed นักวิจารณ์ให้มะเขือเน่า 18% ฝั่งคนดูให้เททิ้ง 42% ถ้าเล่นเกมมาก็พอดูได้แต่ถ้าไม่รู้จักเกมเลยมาดูคงไม่ชอบ

Assassin's Creed

ถ้าเรื่องราวที่แต่งขึ้นมาใหม่มันอาจจะทำให้เกมไม่สนุก ถ้าอย่างนั้นก็สร้างเรื่องราวในภาพยนตร์ให้เชื่อมกับเกมไปเลย อย่างที่ภาพยนตร์ ‘Assassin’s Creed’ ทำ กับเรื่องราวการย้อนเวลากลับไปในยุคอดีตผ่านความทรงจำของผู้ร่วมสายเลือดในยุคนั้น ที่ตัวภาพยนตร์พยายามเชื่อมโยงหลาย ๆ สิ่งเข้ากับเกม ซึ่งคนที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนมาดูอาจจะงงและเข้าไม่ถึงเท่าคนที่เล่นเกมมาแล้ว แต่ถึงแบบนั้นภาพยนตร์ก็ไม่ถูกใจทั้งฝั่งนักวิจารณ์กว่า 225 สำนักที่ให้ให้มะเขือเน่า 18% ส่วนฝั่งคนดูเกิน 50,000 คนให้เททิ้ง 42% ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างให้ความเห็นที่คล้ายกันว่า ตัวภาพยนตร์รีบเล่าเนื้อหาและงุนงงกับเหตุการณ์รวมถึงบทที่ไม่น่าสนใจ ซึ่งคนที่ไม่ได้เล่นเกมมาจะงงในทันที “ภาพยนตร์ ‘Assassin’s Creed’ ไม่อนุญาตให้เราถือคอนโทรลเลอร์เพราะมันคือภาพยนตร์ แต่คุณก็ต้องการดูต่อว่าเรื่องราวจะคลี่คลายอย่างไรต่อไป” อีกคนบอกว่า “การเล่าเรื่องจาก 2 ช่วงเวลาทำให้เรื่องน่าสนใจ แต่บทสนทนาที่คลุมเครืองุนงงมากเกินไป และมักคลุมเครืออย่างยิ่งขึ้นในตอนท้าย ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ยากจะติดตาม โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เล่นเกมมาก่อน” ส่วนฝั่งผู้ชมให้ความเห็นว่า “90% ของหนังเสียเวลาไปกับการอธิบายเครื่องย้อนเวลา ในขณะที่ฉากแอ็กชันช่วงยุคอดีตทำได้ยอดเยี่ยมมาก ตัวละครค่อนข้างงี่เง่าเรื่องมากจนคนดูไม่ชอบ” อีกคนบอกว่า “แม้หนังจะรักษาเรื่องราวที่อิงกับเกมได้ดีและยอดเยี่ยม แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ขาดตัวละครและบทสนทนาที่น่าสนใจ” ตัวภาพยนตร์อ้างอิงในเกมได้ดีแต่ถ้าคุณไม่เคยเล่นเกมนี้ก่อนบอกเลยว่างงแน่นอน

Assassin's Creed

Doom นักวิจารณ์ให้มะเขือเน่า 18% ฝั่งคนดูให้เททิ้ง 34% TheRock ก็ช่วยให้หนังสนุกขึ้นไม่ได้

Doom

ย้อนกลับไปในอดีตที่ ‘The Rock’ หรือ ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson)  นักมวยปล้ำชื่อดังที่ผันตัวเองมาเป็นนักแสดงและกำลังสร้างชื่อในวงการ หนึ่งในภาพยนตร์ที่เขาแสดงนั้นมีภาพยนตร์จากเกมเรื่อง ‘Doom’ อยู่ด้วย โดยเรื่องราวในภาพยนตร์จะเล่าถึงสถานีบนดาวอังคารที่ขาดการติดต่อจนต้องส่งหน่วยพิเศษไปดู ซึ่งเนื้อหานั้นจะอ้างอิงมาจากเกม ‘Doom 3’ ที่อ้างอิงมาได้ดีและมี ‘The Rock’ แต่ก็ไม่ช่วยให้ภาพยนตร์เรื่องนี้พ้นจากคะแนนมะเขือเน่าจากนักวิจารณ์จาก 138 สำนักให้มะเขือเน่า 18% ส่วนฝั่งคนดูเกิน 250,000 คนเทคะแนนแง่ลบให้จนได้คะแนนเททิ้งที่ 34% โดยฝั่งนักวิจารณ์ก็ให้ความคิดไปหลายทางทั้งชอบไม่ชอบ เพราะเนื้อหาในภาพยนตร์มันซ้ำซากไม่มีอะไรใหม่เช่น “เรื่องนี้สนุกแต่ไม่สนุกเท่าเล่นเกม Doom ด้วยตัวเอง” อีกคนบอกว่า “ฉันแนะนำให้กลับบ้านเปิดเกม ‘Doom’ เล่น จะมีความสนุกกว่าจ่ายเงินไปดูเรื่องนี้” ส่วนฝั่งคนดูที่มีทั้งชอบและไม่ชอบบอกว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ในตอนแรกที่ดูเหมือนมันจะเป็นการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ ที่มีตัวละครซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างดี แต่ไม่นานหลังจากนั้นมันก็กลายเป็นนักฆ่าสัตว์ประหลาดแบบสุ่ม เดี๋ยวก่อนนะ มันทำให้ผมนึกถึงอะไรบางอย่าง ใช่แล้วผมนึกถึงเกม ‘Doom’ นั่นเอง” อีกคนบอกว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบจะฆ่าอาชีพนักแสดงของ ‘The Rock’ โชคดีที่มันไม่แย่ในแง่ของภาพยนตร์แอ็กชัน” ถ้าคุณชอบ ‘The Rock’ และอยากหาภาพยนตร์สัตว์ประหลาดก็ดูได้เลย

Doom

Street Fighter นักวิจารณ์ให้มะเขือเน่า 13% ฝั่งคนดูให้เททิ้ง 20% สาบานว่านี่คือหนังจากเกม

Street Fighter

ย้อนเวลากลับไปในช่วงยุค 90s ภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในตอนนั้น คือภาพยนตร์แนวอเมริกันฮีโรข้าคนเดียวลุยทั้งกองทัพ ซึ่งสิ่งนั้นก็ส่งผลถึงภาพยนตร์ที่สร้างจากเกมอย่าง ‘Street Fighter’ ที่ตัวภาพยนตร์เปลี่ยนเนื้อหาของเกมทั้งหมดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนตัวพระเอกไปจนถึงการจัดตัวละครต่าง ๆ ในเกมให้มาอยู่ในหนัง จนกลายเป็นหนังแอ็กชันระเบิดภูเขาเผากระท่อมถล่มตึกที่แฟนเกมในยุคนั้นไม่ชอบ ขนาดฝั่งนักวิจารณ์ 40 สำนักให้มะเขือเน่า 13% ส่วนฝั่งคนดูเกิน 50,000 ให้เททิ้ง 20% โดยฝั่งนักวิจารณ์บอกว่า “ตอนนั้นฉันอายุเพียง 11 ปี ฉันก็ยังรู้เลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันแย่ในแง่ของภาพยนตร์ที่สร้างจากเกม  ในขณะที่เกมนั้นช่างเหลือเชื่อ” อีกคนบอกว่า “ฉากศิลปะการต่อสู้ที่ตัดต่อได้ไม่ดี แถมบทของตัวละครก็แบ่งกันมั่วไม่ค่อยน่าสนใจ” ส่วนทางฝั่งคนดูให้ความเห็นว่า “หลังจากที่เคยดูเรื่องนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้วในโรงภาพยนตร์ มันก็ยังคงเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยจ่ายเงินเพื่อดู อาจเป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกมที่แย่ที่สุดในยุค 90s เลย” อีกคนบอกว่า “ไม่เหมือนวิดีโอเกมเลย” ซึ่งทั้งสองฝั่งต่างลงความเห็นว่าตัวภาพยนตร์นั้นก็เป็นแนวแอ็กชันทั่วไปที่มีอยู่เกลื่อนตลาดในยุคนั้น แถมด้วยเนื้อหาที่ไม่ต้องกับในเกมเข้าไปอีก เลยทำให้เรื่องนี้ถูกสาปส่งจากแฟน ๆ เกม

Street Fighter

Tomb Raider นักวิจารณ์ให้มะเขือเน่า 52% ฝั่งคนดูให้เททิ้ง 55% เกือบดีแต่ก็ยังไม่ดี

Tomb Raider

เชื่อว่าหลายคนที่รู้จักซีรีส์เกม ‘Tomb Raider’ คงจะคุ้นเคยกับภาพยนตร์ ‘Tomb Raider’ ทั้งสองภาค ที่ได้นักแสดงเจ้าบทบาทอย่าง แอนเจลีนา โจลี (Angelina Jolie) มาแสดง ที่ก็ได้รับเสียงตอบรับในทางลบจากแฟน ๆ กับมะเขือเน่า 20% กับคะแนนเททิ้งจากคนดูไป 47% ขณะที่ ‘Tomb Raider’ ฉบับใหม่ที่ฉายในปี 2018 กับเรื่องราวที่เล่าใหม่ โดยอ้างอิงเนื้อเรื่องในเกม ‘Tomb Raider’ ฉบับปี 2013 มาสร้าง กับการตามหาเรื่องราวของเกาะลึกลับเพื่อสานต่องานของพ่อ ที่เรื่องราวตรงกับในเกมแค่ช่วงแรก ก่อนที่เนื้อหาจะถูกเปลี่ยนจนแฟน ๆ รับไม่ได้ จนทำให้ภาพยนตร์ได้คะแนนจากฝั่งนักวิจารณ์ 321 สำนักให้มะเขือเน่า 52% ขณะที่ฝั่งคนดูกว่า 10,000 คนให้เททิ้ง 55% ซึ่งเกือบทั้งหมดบอกว่า ‘Tomb Raider’ ฉบับนี้ดีกว่าของเก่า และชื่นชม อลิเซีย วิกันเดอร์ (Alicia Vikander) ว่าเล่นสมบทบาท “มันไม่สมบูรณ์แบบ แต่มีความบันเทิงเพียงพอที่จะไปดูรอบตั๋วครึ่งราคา” อีกคนบอกว่า ‘ผู้กำกับคนเขียนบทน่าจะคุยกับทีมพัฒนามากกว่านี้ เรื่องราวในภาพยนตร์จะได้ดีกว่านี้” ส่วนฝั่งคนดูที่เทคะแนนทิ้งก็บ่นเรื่องเนื้อหา ที่เปลี่ยนแปลงจากเกมหลายจุด แต่ก็สิ่งดีงามเดียวกันคือนักแสดง “ตัวหนังอาจไม่ใช่การดัดแปลงที่แฟน ๆ ของเกมอาจใฝ่ฝัน แต่มันก็ยังคงเป็นหนังแอ็กชันผจญภัยที่สนุกสนาน” อีกคนบอกว่า “เทคนิคพิเศษ 1.0  เสียง 0.5 การแสดง 0.5 เนื้อเรื่อง 1.0” ตัวภาพยนตร์ดูสนุกกว่าฉบับเก่า ตัวละครเป็นมนุษย์สมจริงมากขึ้น แต่ถ้าเนื้อเรื่องคล้ายเกมจะดีกว่านี้

Tomb Raider

Alone in the Dark นักวิจารณ์ให้มะเขือเน่า 1% ฝั่งคนดูให้เททิ้ง 11% ที่สุดภาพยนตร์ที่สร้างจากเกม

Alone in the Dark

ปิดท้ายกับภาพยนตร์จากเกมที่ได้คะแนนต่ำที่สุดที่เคยมีมา กับคะแนนจากนักวิจารณ์ 123 สำนักให้มะเขือเน่า 1% กับฝั่งคนดูกว่า 50,000 คนให้เททิ้ง 11% เรียกว่าต่ำเตี้ยกว่านี้ไม่มีอีกแล้วกับภาพยนตร์เรื่อง ‘Alone in the Dark’ ที่ตัวภาพยนตร์จะเล่าถึงนักสืบเรื่องลึกลับที่ตามสืบเกี่ยวกับปีศาจโบราณที่พยายามจะคืนชีพ ตัวภาพยนตร์อ้างอิงเรื่องราวตามในเกมเพียงบางส่วน ซึ่งแม้แต่คนที่เล่นเกมซีรีส์นี้มาแล้วมาดูก็คงจะหาความสนุกของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เจอ ซึ่งทางฝั่งนักวิจารณ์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าภาพยนตร์นั้นไม่สนุก เนื้อเรื่องขาดความน่าสนใจ และไม่มีความเกี่ยวเนื่องอะไรกับเกมเลยนอกจากชื่อตัวละคร ซึ่งจากการหาข้อมูลในฝังนักวิจารณ์ ไม่มีผู้ให้คะแนนมะเขือดีเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งทั้งหมดจะเต็มไปด้วยคำติติงอย่างบทภาพยนตร์ที่น่าเบื่อ บทพูดที่แย่ ฉากเนื้อหาที่ไม่ตรงกับเกม จนมีแต่เสียงติติงอย่าง “นี่เป็นการสร้างภาพยนตร์ที่ไร้ประสิทธิภาพที่สุด ที่คุณสามารถรับชมได้ในโรงภาพยนตร์” หรือ “ใครที่เลือกดูหนังเรื่องนี้ คุณจะอยู่คนเดียวในความมืดมิดสมชื่อ เพราะโรงหนังส่วนใหญ่จะว่างเปล่า” ส่วนฝั่งคนดูที่เทคะแนนด้านลบก็ให้เสียงวิจารณ์แง่ลบเหมือนกันอย่าง “ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกมไม่ค่อยจะดีนัก แต่เอาเถอะ นี่เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยดูมาในรอบหลายปี” อีกคนบอกว่า “แย่” บางคนก็ “ZZZ zzz ZZZ zz” แล้วก็ “น่าเบื่อ น่าเบื่อ น่าเบื่อ” เรียกว่าหาดีแทบไม่ได้เลยทั้งในแง่ของภาพยนตร์ที่สร้างจากเกม หรือแม้แต่ภาพยนตร์ทั่วไปที่ยังหาความสนุกไม่เจอ ใครที่อยากรู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ดีแบบนั้นจริง ๆ หรือเปล่า ต้องไปหามาดูแล้วคุณจะรู้ว่ามันจริงอย่างที่เขาว่ากันทุกอย่าง

Alone in the Dark

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 9 ภาพยนตร์ที่สร้างจากเกม ที่ได้คะแนนมะเขือเน่าจากฝั่งนักวิจารณ์และคะแนนเททิ้งจากฝั่งคนดูที่เห็นตรงกัน ซึ่งเอาจริง ๆ ยังมีภาพยนตร์จากเกมที่ได้คะแนนในแง่ลบตรงกันทั้งสองฝ่ายอีกหลายเรื่อง เอาไว้มีโอกาสเราจะหยิบยกมาพูดถึง และเราต้องขอย้ำอีกครั้งว่าบทวิจารณ์การให้คะแนนนั้น ไม่สามารถเป็นตัวชี้วัดว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นสนุกรึไม่  เพราะเรื่องที่คนอื่นบอกว่าแย่ไม่สนุกได้คะแนนวิจารณ์แง่ลบ อาจจะสนุกของเราก็ได้ใครจะรู้ ดังนั้นสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แต่แค่เอาคำวิจารณ์มาเป็นตัวตัดสินเล็กน้อยก่อนไปดู แต่อย่าเพิ่งตัดสินว่ามันไม่ดีก่อนดู ใครสนใจเรื่องไหนก็ไปหามาดูกัน แล้วคุณจะรู้ว่าตัวเองอยู่ฝั่งไหนในภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ จะให้มะเขือดีหรือเน่าขึ้นอยู่กับคุณเป็นคนตัดสิน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก