Connect with us

อื่นๆ

วิดีโอ “เด็กธรรมดากับเด็กชาวซีเรีย” ทำหลายคนใจสลาย

วิดีโอเริ่มต้นอย่างธรรมดาและเรียบง่ายด้วยภาพของเด็กสาวสองคนตื่นนอน แต่ละคนก็ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ

วิดีโอเริ่มต้นอย่างธรรมดาและเรียบง่ายด้วยภาพของเด็กสาวสองคนตื่นนอน แต่ละคนก็ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ

เว้นเพียงแต่เด็กคนหนึ่ง ขีวิตเธอไม่ธรรมดาและเรียบง่ายอย่างนั้น

วิดีโอจาก Amnesty International Australia นี้ แสดงให้เห็นความแตกต่างในการดำเนินชีวิตระหว่างเด็กหญิงธรรมดากับเด็กหญิงในซีเรีย

ด้านหนึ่ง เด็กหญิงชาวออสเตรเลียนั่งบนโต๊ะพร้อมกับมีถ้วยที่เต็มไปด้วยซีเรียลอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนที่แม่ผู้มีใบหน้าอันเฉยชาจะกอดเธอและส่งกล่องนมให้

อีกด้านหนึ่ง เด็กหญิงชาวซีเรียนั่งลงนโต๊ะ ใกล้ๆกันนั้นคือถ้วยอันว่างเปล่า ในขณะที่ใบหน้าของผู้เป็นแม่แสดงให้เห็นถึงความเครียดที่ไม่มีอาหารอะไรให้กับลูกสาวได้อย่างชัดเจน

external

คุณพ่อของเด็กหญิงชาวออสเตรเลียแตะที่หัวของลูกสาวเบาๆก่อนที่เขาจะคว้ากุญแจรถและเดินออกจากประตูบ้านไป เพื่อขับรถไปซื้อนมให้กับลูกสาว

คุณพ่อของเด็กหญิงชาวซีเรียต้องสวมใส่บูทหนักๆ พร้อมกับปิดจมูกและปากด้วยเศษผ้า ก่อนที่จะกอดลูกสาวอย่างแนบแน่นและผละตัวออกไปจากบ้านที่ดูแสนจะธรรมดาที่เสียหายจากแรงระเบิด เพื่อไปหาอาหารมาให้กับลูกสาว

วิดีโอก็ตัดภาพมาที่ข่าวการระเบิดและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสูญเสียขา ตามมาด้วยชายอีกคนหนึ่งที่สะอื้นไห้อยู่เหนือร่างของลูกตนที่โรงพยาบาล

ตั้งแต่ที่วิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ใน Facebook Page ของ Amnesty เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม 2015 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมกว่า 11,370,000 คน

พร้อมด้วยคำอธิบายใต้วิดีโอว่า

“ไม่มีสิ่งใดเลยที่เรียบง่ายสำหรับผู้ที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดในซีเรีย”

วิดีโอถูกโพสต์โดย Eddie O’Loughlin ผู้ดำรงตำแหน่ง Digital Fundraising Program Coordinator ของ Amnesty และแพร่หลายไปทั่วผ่านสื่อต่างๆทางโซเชียล และการค้นหาในเว็บเบราว์เซอร์

Eddie O’Loughlin กล่าวว่า “มันสะท้อนภาพผู้คนเป็นล้านคนทั่วทุกมุมโลก : ผู้เป็นพ่อที่ดูลังเลใจก่อนที่เขาจะออกจากบ้านไป อ้อมกอดที่เขามอบให้แก่ลูกสาวประหนึ่งว่าอาจจะเป็นกอดสุดท้ายแล้วหรือไม่ นี่คือใจความหลักของวิดีโอแสดงให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานของประชาขนชาวซีเรียในขณะที่อีกซีกโลกกำลังมีความสุขกับชีวิตที่แสนธรรมดา”

วีดีโอนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่เชิญชวนให้ผู้คนให้ความสนใจและร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาที่พักที่ปลอดภัยแต่ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ความรุนแรง

Amnesty กล่าวว่า วิดีโออันมหัศจรรย์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดทีมงานที่ประกอบไปด้วย Kevin Lim ผู้กำกับ, Tracey-Lee Permall ผู้อำนวยการสร้าง และ Anna Fawcett ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร ที่สละเวลามาถ่ายทำให้โดยไม่คิดเงินแต่อย่างใด

ที่มา : www.news.com.au

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น