ย้อนอดีตหฤโหด วันที่ฉลามโจมตีมนุษย์รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ 150 คนโดนกินต่อหน้าต่อตา

เอ่ยชื่อ “ฉลาม” ขึ้นมา ภาพที่ผุดขึ้นมาก็คือสัตว์น้ำที่มีฟันแหลมคมและกินมนุษย์เป็นอาหาร และนี่คือภาพจำที่ฝังอยู่ในจิตสำนึกของมนุษย์ทุกผู้ทุกคน ฮอลลีวูดถึงได้สร้างหนังเกี่ยวกับฉลามกินคนขึ้นมาได้เรื่อย ๆ แล้วแทบทุกเรื่องก็กวาดกำไรได้อย่างน่าพอใจ แม้ทุกวันนี้ เราแทบไม่ได้ยินข่าวคนถูกฉลามโจมตีกันมานานแล้ว น่าจะเพราะสาเหตุหนึ่งที่ฉลามกลายเป็นอาหารอันโอชะของคนเสียแทน สถิติตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา มีเหตุการณ์คนโดนฉลามโจมตีแค่ 72 รายต่อปีเท่านั้น แต่เรื่องที่จะเล่านี้คือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบันทึกว่า เป็นคืนวันที่มนุษย์โดนฉลามโจมตีรุนแรงมากที่สุดตั้งแต่เคยเกิดมา มีคนตกเป็นเหยื่อฉลามทั้งเป็นถึง 150 ชีวิต

The USS Indianapolis

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันที่ 28 กรกฎาคม 1945 เรือลาดตระเวณหนัก The USS Indianapolis รับหน้าที่ขนส่งแร่ยูเรเนียมไปยังฐานทัพเรือสหรัฐฯ บนเกาะติเนียน ในมหาสมุทรแปซิฟิก แร่นี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของระเบิดนิวเคลียร์ที่จะใช้ในปฏิบัติการถล่มฮิโรชิมา หลังเสร็จสิ้นภารกิจส่งมอบแล้ว เรืออินเดียนาโปลิสก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไปคือ อ่าวเลย์เต ในฟิลิปปินส์ เพื่อไปรวมพลกับเรือพิฆาต USS IDAHO เพื่อเตรียมพร้อมในการบุกเข้าโจมตีญี่ปุ่น

ในเที่ยวนี้ อินเดียนาโปลิส ล่องมาลำเดียวโดยไร้กองกำลังคุ้มกัน เดินทางด้วยความเร็ว 17 น็อต (31 กม./ชม.) ฝ่าคลื่นที่สูง 5 – 6 ฟุตบนมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นการเดินทางที่ไม่ต้องเร่งรีบ ไร้ซึ่งความกดดันใด ๆ ลูกเรือต่างก็ผ่อนคลาย บางคนก็เล่นไพ่กัน บางคนก็อ่านหนังสือ บางคนก็ไปสนทนากับหลวงพ่อ โธมัส คอนเวย์ บาทหลวงประจำเรือ

Japanese Navy I-58 Submarine AFV Club -SE73507
เรือดำน้ำญี่ปุ่น I-58

บ่อยครั้ง ที่เหตุการณ์สงบราบเรียบมักจะตามมาด้วยวิกฤตการณ์รุนแรงเกินคาด เช่นเดียวกับชะตากรรมของอินเดียนาโปลิส หลังจากลูกเรือเข้าพักผ่อนกันหมดแล้ว เวลาผ่านพ้นเที่ยงคืนมาได้ไม่นานนัก ทุกคนก็สะดุ้งตื่นด้วยเสียงระเบิดดัง และตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ที่มาของเสียงและแรงปะทะนั่นคือตอร์ปิโดที่ยิงมาจากเรือดำน้ำญี่ปุ่น I-58 ซึ่งยิงมาทั้งหมด 6 ลูก เข้าเป้าไป 2 ลูก ลูกแรกตรงเข้าโดนส่วนหัวเรือด้านขวาอย่างจัง ทำให้ถังบรรจุเชื้อเพลิงขนาด 3,500 แกลลอน ลุกเป็นไฟ เปลวเพลิงสูงขึ้นไปในอากาศหลายร้อยฟุต ไม่จบแค่นั้น ลูกที่ 2 ตรงเข้าโดนกลางลำเรือ ลูกนี้โดนเข้าที่ห้องเก็บดินปืน ซึ่งนับเป็นจุดอ่อนสุดของลำเรือ เพราะทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องรุนแรง เกิดระเบิดต่อ ๆ กันไปหลายจุดภายในลำเรือ ผลก็คือเรืออินเดียนาโปลิสหักครึ่งทันที แล้วเหตุที่ว่าเรืออินเดียนาโปลิสยังคงเคลื่อนที่อยู่ในขณะนั้น ทำให้น้ำทะเลจำนวนมหาศาลทะลักเข้าลำเรืออย่างรวดเร็ว ยิ่งเร่งให้อินเดียนาโปลิสจมลงภายในเวลาเพียงแค่ 12 นาที (ไททานิคจมภายในเวลา 2 ชั่วโมง 40 นาที) หลังเรือจมลงสู่ก้นทะเล ก็เอาชีวิตลูกเรือเกือบ 300 คน ดำดิ่งลงไปกับเรือด้วย เหลือรอดชีวิตกว่า 900 คน จากทั้งหมด 1,196 คน ต้องลอยคอพยายามเอาชีวิตรอด

หน้าตาของฉลามครีบขาว

แต่นี่ยังไม่ใช่เรื่องราวเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตพวกเขาทั้ง 900 คน เพราะสิ่งที่ตามมานั้น คือเรื่องราวสุดสยอง ถ้าใครที่รอดชีวิตไปได้จากเหตุการณ์นี้ ก็จะต้องจดจำเหตุการณ์สยองนี้ไปจนวันตาย เพราะพวกเขาต้องเผชิญกับความน่ากลัวที่สุดของมัจจุราชแห่งท้องทะเล ที่พวกเขาได้กลายเป็นเหยื่ออันโอชะ เหมือนกับอาหารบุฟเฟต์มารอเสิร์ฟพวกมันถึงที่ให้กินกันแบบอิ่มจุใจไปกันถ้วนทั่วทุกตัว

เช้าวันที่ 30 กรกฎาคม บรรดาลูกเรือที่รอดชีวิตส่วนใหญ่ลอยคอกันอยู่ บางคนก็โชคดีหน่อยได้อยู่บนเรือชูชีพ ซึ่งมีเพียงไม่กี่ลำ คนที่อยู่บนเรือชูชีพ ก็พยายามช่วยเหลือคนที่ยังรอดชีวิต ด้วยการถอดชุดชูชีพจากร่างศพ เอามามอบให้คนที่ยังรอดอยู่เพื่อช่วยต่อชีวิตให้พวกเขา เหล่าผู้ที่รอดชีวิตต่างก็ว่ายน้ำมารวมตัวกันเป็นกลุ่ม กลุ่มเล็กบ้างใหญ่บ้าง บางกลุ่มก็รวมตัวกันถึง 300 คน หลายคนก็เริ่มอ่อนล้ากับการพยายามลอยตัวเป็นเวลานาน แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สาเหตุที่จะคร่าชีวิตพวกเขา แต่กลับเป็นฉลามผู้หิวโหยต่างหาก ที่เริ่มมาเยี่ยมเยียนเหล่าผู้รอดชีวิต

ตำแหน่งที่เรืออินเดียนาโปลิสจม

เดิมทีฉลามพวกนี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เรืออินเดียนาโปลิสจมลง แต่พวกมันว่ายมาตามเสียงระเบิด พอมาถึงบริเวณนี้ก็ได้รับการกระตุ้นความสนใจจากขาหลายร้อยคู่ที่กวัดแกว่งอยู่ใต้น้ำ และสำคัญที่สุดคือเลือดจากบรรดาลูกเรือที่บาดเจ็บ นั่นคือสิ่งที่เรียกร้องความสนใจพวกมันได้ดีสุด แล้วบรรดาฉลามที่ว่ายมารวมตัวกันนี่ก็มากันหลากหลายพันธุ์เสียด้วย แต่พันธุ์ที่ได้ชื่อว่าดุร้ายที่สุดในทะเลเปิดนี้ก็คือ ฉลามครีบขาว (oceanic whitetip) มีจุดเด่นที่ปลายสุดของครีบเป็นสีขาว หลักฐานนี้มาจากคำยืนยันของผู้รอดชีวิตว่าได้เห็นปลาฉลามครีบขาวโจมตีเพื่อนทหาร และมักเข้าจู่โจมเหยื่อในระยะใกล้กับผิวน้ำ

คืนแรกที่เหล่าฉลามเข้าจู่โจมนั้น พวกมันเริ่มจากกัดกินซากศพก่อน แต่แค่นั้นสร้างความแตกตื่นให้กับผู้รอดชีวิตที่อยู่ใกล้ ๆ นั้นได้แล้ว พวกเขาต่างพากันตะเกียกตะกายพาตัวเองออกห่างจากฉลาม แต่พอมีการเคลื่อนไหวรุนแรงก็ยิ่งดึงดูดความสนใจพวกมันมากขึ้นไปอีก ซึ่งฉลามมีต่อมรับการเคลื่อนไหวทั่วตัวหลายจุด และสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวได้จากระยะไกลหลายร้อยเมตร พอรับรู้ถึงแรงเคลื่อนไหว ฉลามก็เลือกผละจากซากศพหันมาหาคนเป็นแทน โดยเฉพาะคนที่บาดเจ็บและมีแผลเลือดไหลอยู่ พอเห็นว่าคนที่บาดเจ็บมีสภาพเป็นตัวล่อเป้า บรรดาเพื่อนต่างก็ผละหนีห่างกันเป็นแถว เพราะคาดว่าถ้าอยู่ใกล้คนที่มีแผลเลือดไหลเหล่านี้ จะล่อฉลามมาหาแล้วตัวเองจะกลายเป็นเหยื่อไปด้วย พอมีเพื่อนทหารเสียชีวิต เหล่าผู้รอดชีวิตก็ช่วยกันผลักร่างออกไปไกล ๆ เพื่อหวังว่าจะเป็นเหยื่อดึงดูดความสนใจของฉลามให้ออกไปไกลตัว ส่วนผู้ที่ยังรอดชีวิตบางคนก็กลัวจนประสาทกิน ลำพังแค่ต้องลอยคอไปวัน ๆ โดยไม่รู้อนาคตก็หดหู่พอแล้ว ยังต้องมาเจอฉลามว่ายวนอยู่รอบ ๆ ตัวแบบนี้ ก็กลัวจนขี้ขึ้นสมองไปถึงขั้นกินอาหารไม่ได้ ทั้งที่พวกเขาสามารถหาอาหารได้บ้าง จากที่ลอยมากับซากเรือ พอแบ่งปันกันให้ประทังชีวิตได้ไปวัน ๆ

กลุ่มผู้รอดชีวิตส่วนหนึ่ง

มีผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งดีใจเจอเนื้อกระป๋องลอยน้ำมา ก็รีบเปิดกระป๋องจะกินกัน แต่กลับกลายเป็นว่ากลิ่นจากเนื้อกระป๋องก็ไปดึงความสนใจให้ฝูงฉลามมาว่ายวนอยู่รอบตัว ไม่ต้องคิดใคร่ครวญอีกต่อไป พวกเขารีบปาเนื้อกระป๋องออกไปไกล ยอมอดกินดีกว่าที่ตัวเองจะกลายเป็นอาหารปลาฉลามเสียแทน

ความซวยของเหล่าผู้รอดชีวิตยังไม่จบลงแค่นั้น พวกเขาต้องประคองตัวให้รอดชีวิตไปแต่ละวัน ในขณะที่ยังคงมีฝูงฉลามว่ายเวียนวนอยู่รอบตัว วันคืนผ่านไปโดยที่ไร้สัญญาณความช่วยเหลือ สิ่งหนึ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ หน่วยข่าวกรองของกองทัพเรือ ดักฟังสัญญาณวิทยุของกองทัพญี่ปุ่นได้ ถอดข้อความได้ว่า เรือดำน้ำญี่ปุ่นได้ยิงตอร์ปิโดเข้าใส่เรืออินเดียนาโปลิสได้สำเร็จ มีการบรรยายรายละเอียดด้วยว่า เรืออินเดียนาโปลิสจมลงอย่างไร แต่เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองคาดเดากันไปเองว่า นี่คือข้อความลวง ที่กองทัพญี่ปุ่นแกล้งปล่อยออกมาล่อให้เรือกู้ภัยอเมริกันไปทำการช่วยเหลือ เพื่อเรือญี่ปุ่นจะได้ดักซุ่มโจมตี เป็นความซวยซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเหล่าผู้รอดชีวิตจากอินเดียนาโปลิสเสียจริง

วันเวลาผ่านไปเหล่าผู้รอดชีวิตก็เริ่มเรียนรู้สัญชาตญาณการโจมตีของฉลามว่า ตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด หรืออยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงน้อยที่สุด คือคนที่อยู่ตรงกลางกลุ่ม ในขณะที่คนที่อยู่ตามวงนอกของกลุ่มจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะโดนฉลามโจมตีก่อน และคนที่เสี่ยงจะโดนโจมตีมากสุด ก็คือคนที่ลอยคออยู่คนเดียวนอกกลุ่ม

ภาพแรกของซากเรืออินเดียนาโปลิสที่จมอยู่ก้นทะเลกว่า 70 ปี

ลอยคอกันมาจนวันที่ 3 คนที่รอดชีวิตก็ต้องทนทุกข์กับความหนาวเย็นสุดขั้วในตอนกลางคืน แล้วก็ร้อนแทบสุกในตอนกลางวัน หลายคนเริ่มทนไม่ไหวก็ปล่อยร่างตัวเองจมดิ่งสู่เบื้องล่างไป บางคนก็เริ่มเกิดอาการหลอน ดื่มน้ำทะเลอย่างกระหาย ไม่นานก็ตายไปเพราะพิษจากเกลือในน้ำทะเล บางคนที่ดื่มน้ำทะเลเข้าไปมาก ถึงไม่ตายก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง น้ำลายฟูมปาก ดิ้นทุรนทุรายเรียกความสนใจจากฉลามมากขึ้นไปอีก กลายเป็นตัวอันตรายต่อบรรดาเพื่อน ๆ รอบข้าง บางคนก็ต้องช็อกที่ได้เห็นเพื่อนที่ลอยคออยู่ข้าง ๆ ต้องโดนฉลามลากลงใต้น้ำไปต่อหน้าต่อตา

เอ็ดการ์ แฮร์เรล (Edgar Harrell) หนึ่งในผู้รอดชีวิตที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2021 ด้วยวัย 96 ปี แฮร์เรลย้อนเล่าความทรงจำในคืนวันหฤโหดให้ The Sun ฟังว่า ตอนนั้นเขาอายุได้ 20 ปีเท่านั้น เขาต้องเห็นเพื่อนกลายเป็นเหยื่อฉลามทั้งเป็น

“มันเป็นเสียงร้องที่ชวนขนลุกเอามาก ๆ กับการได้เห็นเพื่อนทหารโดนลากลงไปใต้ผิวน้ำ สิ่งที่เราได้เห็นในแต่ละวันก็คือ เพื่อนทหารโดนฉลามกินทั้งเป็น ทุกวัน ทุกคืน”
กลุ่มของแฮร์เรลลอยตัวกันอยู่ 80 คนในวันแรก พอวันที่ 3 ก็เหลือกันแค่เพียง 17 คน ลอยคอลุ้นกันต่อไป ว่าใครจะโดนฉลามลากลงใต้น้ำเป็นรายต่อไป

เอ็ดการ์ แฮร์เรล (Edgar Harrell)

เข้าถึงวันที่ 4 เวลา 11:00 น. เหมือนเทวดามาโปรดเหล่าผู้รอดชีวิต เมื่อพวกเขาได้เห็น เครื่องบินสังเกตการณ์ของกองทัพสหรัฐฯ บินวนมา คนบนเครื่องมองเห็นเหล่าผู้รอดชีวิตจากอินเดียนาโปลิสลอยคอรอความช่วยเหลือกันอยู่ เครื่องบินจึงรีบวิทยุแจ้งศูนย์บัญชาการขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง เครื่องบินที่ร่อนลงบนผิวน้ำได้ (seaplane) อีกลำก็บินมาสังเกตการณ์ใกล้ ๆ มีเรือโท เอเดรียน มาร์ก เป็นผู้บัญชาการประจำเครื่องบิน พวกเขาหย่อนแพชูชีพให้เหล่าผู้รอดชีวิต และมีอาหารมาให้ด้วย มาร์กได้รับคำสั่งให้มาหย่อนแพและอาหารให้ผู้รอดชีวิตเท่านั้น แต่พอมาร์กได้ทราบข่าวจากผู้รอดชีวิตว่าพวกเขากำลังเผชิญกับฝูงฉลามที่ยังคงว่ายวนอยู่รอบตัว มาร์กจึงไม่สนใจคำสั่งที่ได้รับมา แต่ตัดสินใจนำเครื่องลงจอดใกล้ ๆ แล้วเริ่มบินวนช้า ๆ รอบกลุ่มผู้รอดชีวิต แล้วนำตัวคนที่บาดเจ็บ และคนที่พลัดหลงจากกลุ่มที่มีโอกาสโดนฉลามจู่โจมได้สูงขึ้นเครื่องไปกับเขาก่อน

ภาพจากหนัง USS Indianapolis: Men of Courage

หลังผ่านเที่ยงคืนไปได้ไม่นาน เรือ USS Doyle ก็มาถึงที่เกิดเหตุ นี่คือเรือที่ทำหน้าที่กู้ภัยอย่างแท้จริง ทีมงานช่วยเหลือผู้รอดชีวิตทุกคนขึ้นเรืออย่างครบถ้วน เมื่อนับจำนวนผู้รอดชีวิตแล้ว ก็คงเหลือเพียง 317 นาย จากทั้งหมด 1,196 คน ส่วนหนึ่งเสียชีวิตตอนอินเดียนาโปลิสโดนตอร์ปิโดยิงถล่ม บางส่วนตายเพราะอ่อนแรง บางส่วนก็กระหายน้ำตาย และที่ตายเพราะโดนฉลามกินก็อาจจะมากถึง 150 คน นับเป็นเหตุการณ์ที่มนุษย์เราต้องเสียชีวิตจากการถูกฉลามจู่โจมที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ เหล่าผู้รอดชีวิตต่างลงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า นี่คือเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้วที่เคยเกิดขึ้นกับกองทัพเรือสหรัฐฯ

อ่านถึงตรงนี้ ต้องมีบางคนคิดว่า โอ้ว เหตุการณ์สุดระทึกแบบนี้ ทำไมฮอลลีวูดไม่เอามาสร้างเป็นหนังล่ะ คำตอบคือสร้างแล้วครับ เมื่อปี 2016 นี้เอง ในชื่อเรื่องว่า ‘USS Indianapolis: Men of Courage’ มี นิโคลาส เคจ รับบทนำ หนังก็ใช้ทุนสูงพอตัวที่ 40 ล้านเหรียญ แต่ก็เจ๊งเละเทะ ทำเงินทั่วโลกไปแค่ 2.1 ล้านเหรียญ ใครสนใจไปลองหาดูกันนะครับ

ที่มา ที่มา ที่มา ที่มา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก