Beartai Buzz 30 ปี Terminator 2 Judgement Day

30 ปี กับ 30 เกร็ดเบื้องหลัง Terminator 2 : Judgement Day

3 กรกฎาคม 1991 คือวันที่หนัง ‘Terminator 2 : Judgement Day’ หรือ ‘คนเหล็ก 2029 ภาค 2’ ออกฉายถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศและสร้างปรากฎการณ์เป็นหนังทำเงินไปทั่วโลก ซึ่งแม้จะได้ชื่อว่าเป็นหนังภาคต่อแต่เรื่องราวของเจ้าหุ่น T-800 ที่ต้องปกป้อง ซาราห์ และ จอห์น คอนเนอร์ จาก T-1000 หุ่นสังหารมหาประลัยตายยากที่เต็มไปด้วยฉากแอ็กชันอันน่าจดจำจากฝีมือการกำกับของพระบิดาแห่งความโม้อย่าง เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอยตลอดมา

วันนี้ Beartai – Buzz ขอพาทุกท่านย้อนเวลา (แบบเสื้อผ้าอยู่ครบ) อ่านเบื้องลึกเบื้องหลัง 30 เกร็ดน่ารู้และชวนทึ่งของหนังแอ็กชันสุดมันตลอดกาลเรื่องนี้

30. Edward Furlong เกืิอบไม่ได้เป็น John Conner

นอกจากพระเอกกล้ามโตอย่าง อาร์โนลด์ ชวาซเซเนกเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) แล้วภาพของเด็กหนุ่มหัวขบถผมแสกกลางหน้าใสอย่างบท จอห์น คอนเนอร์ (John Conner) ก็อยู่ในความทรงจำของคอหนังไม่แพ้กัน แต่ใครจะคิดว่าพ่อหนุ่มหน้าใสอย่าง เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง (Edward Furlong) เกิือบจะชวดบทในตำนานนี้เสียแล้ว

เนื่องจากวันที่เจ้าตัวไปแคสติงร่วมกับ ลินดา ฮามิลตัน (Linda Hamilton) ปรากฎว่าเจ้าตัวเกิดอาการเขินดาราขึ้นมาต่อหน้า มาลิ ฟินน์ (Mali Finn) ที่เป็นแคสติงไดเร็กเตอร์ (Casting Director) จนเกือบ “ถูกขีดฆ่าชื่อ” ออกจากลิสต์นักแสดงแต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะทำงานร่วมกับแอ็กติงโค้ช (Acting Coach) จนสามารถให้การแสดงแบบที่ เจมส์ คาเมรอน ต้องการได้

Beartai Buzz 30 ปี Terminator 2 Judgement Day
Edward Furlong ในบท John Conner

29. John Conner บทที่ตรงกับชีวิตของ Edward Furlong อย่างไม่น่าเชื่อ

ยังอยู่ที่เรื่องของเฟอร์ลอง เพราะในปี 2020 ที่ผ่านมาเอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลองได้ให้สัมภาษณ์กับรายการพ็อคคาสต์หนึ่งว่าชีวิตช่วงวัยรุ่นของเขาก็เป็นเด็กหนีออกจากบ้านและไปอยู่กับบ้านลุงและป้าซึ่งเหมือนกับชีวิตของตัวละครที่เขาแสดงแบบทาบกันได้สนิทเลย

28. ฉาก T-1000 พรางตัวเป๋็นทางเดินลายตารางหมากรุกเกือบไม่ได้อยู่ในบทหนัง

เจมส์ คาเมรอน เคยให้สัมภาษณ์ตอนโปรโมตหนังว่าไอเดียฉากหุ่น T-1000 พรางตัวเป็นทางเดินและเครื่องกาแฟหยอดเหรียญเคยถูกตัดออกในทรีตเมนต์แรก (ทรีตเมนต์คือการเขียนโครงเรื่องขยายก่อนจะเขียนเป็นบทหนังสมบูรณ์) เพราะตอนเขียนในยุค 80s เขายังมองไม่ออกว่าจะมีเทคโนโลยีไหนมาทำให้มันเป็นไปได้ อีกอย่างคือไอเดียนี้ดูคล้าย ‘The Thing’ หนังสยองขวัญของ จอห์น คาร์เพนเตอร์ (John Carpenter) มากไปหน่อย

Beartai Buzz 30 ปี Terminator 2 Judgement Day
ฉากพรางตัวที่เกือบไม่ได้อยู่ในหนัง

27. สตูดิโอเคยอยากให้ Arnold Schwarzenegger เป็น Kyle Reese

นับเป็นความโชคดีที่เจมส์ คาเมรอนเลือกจะขบถต่อสตูดิโอที่อยากให้ อาร์โนล์ด ชวาร์เซเนกเกอร์ รับบทพระเอกอย่าง ไคล์ รีส สำหรับหนัง ‘Terminator’ ภาคแรกแต่ด้วยเจตจำนงค์ของชวาร์เซเนกเกอร์ที่อยากจะรับบทผู้ร้ายอย่างหุ่น T-800 ดังนั้นการกลับมารับบทเดิมแต่มี ‘ความนึกคิด’มากขึ้นในภาค 2 เลยไม่ได้ขัดกับความตั้งใจของทั้งคาเมรอนและชวาร์เซเนกเกอร์แต่อย่างใด

26. Arnold Schwarzenegger เคยขอควบ 2 บทแต่โดน James Cameron เบรกไว้ก่อน

ด้วยสปีริตนักแสดงของอาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ เขาเคยเสนอตัวรับบททั้ง T-800 และ T-1000 แต่เจมส์ คาเมรอนคิดแล้วว่าแนวคิดนี้มันดูขี้งกเอ้ย..สุดโต่งไปหน่อยแถมอาจจะยังทำให้การถ่ายทำล่าช้าเพราะต้องมานั่งเมกอัปชวาร์เซเนกเกอร์คนเดียวทั้ง 2 บท

25. เกือบ “พังค์พลาด”เอา Billy Idol มารับบท T-1000

เดิมทีบท T-1000 หุ่นเหล็กหลอมเหลวทางเจมส์ คาเมรอนวางบทนี้ไว้ให้นักร้องเพลงพังค์อย่าง บิลลี ไอดอล (Billy Idol) แต่แล้วพอบิลลีเกิด “พังค์พลาด” ประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถถ่ายทำได้ไอเดียนี้เลยถูกพับไป

Beartai Buzz 30 ปี Terminator 2 Judgement Day
Billy Idol ที่เกือบได้เป็น T-1000

24. เมกอัปคนเหล็กใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมง + ล้างออกอีก 1 ชั่วโมง

อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์บอกเองเลยว่าตอนถ่ายทำ ‘Terminator : Judgement Day’ เขาต้องเริ่มให้ช่างแต่งหน้าเอฟเฟกต์คนเหล็กปะติดชิ้นส่วนให้ดูเหมิือนหุ่นยนต์หุ้มหนังมนุษย์ตั้งแต่บ่าย 3 ถึง 2 ทุ่มครึ่งรวมเวลาคือ 5 ชั่วโมงและต้องวนเวียนกับการแต่งหน้าแบบนี้ถึง 43 วัน และพอถ่ายทำเสร็จตอน 6 โมงเช้าทีมเมกอัปต้องใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมงในการเคลียร์เมกอัปเอฟเฟกต์ต่าง ๆ

Beartai Buzz 30 ปี Terminator 2 Judgement Day
เมกอัพเอฟเฟกต์ที่ใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมง

23. Robert Patrick ได้สวมแค่กางเกงลิงตัวเดียวพร้อมถูกวาดตารางเต็มตัว

เพื่อให้ทีมวิชวลเอฟเฟกต์สามารถสร้างผิวหนังดิจิทัลเหล็กหลอมเหลวนักแสดงอย่างโรเบิร์ต แพตทริกเลยต้องสวมใส่แค่กางเกงในสีขาวตัวเดียวแล้วถูกทีมงานวาดตารางขนาด 2X2 ทั่วตัวอย่างกับจะให้ใครมาเล่นหมากรุกบนตัวเขายังไงยังงั้นซึ่งตารางที่ว่าก็เพื่อเป็นจุดมาร์กให้ทีมงานเอาไปสร้างวิชวลเอฟเฟกต์ในคอมพิวเตอร์ต่อไป

Beartai Buzz 30 ปี Terminator 2 Judgement Day
ภาพโรเบิร์ต แพตทริกในกองถ่าย

22. ใช้เวลา 8 สัปดาห์เพื่อสร้างเอฟเฟต์ภาพทุก 5 วินาทีในแต่ละช็อต

‘Terminator 2 : Judgement Day’ ถูกจารึกในฐานะหนังที่เป็นหัวหอกด้านการปฏัวัติด้านวิชวลเอฟเฟกต์ในวงการภาพยนตร์ ซึ่งในหนังมีซีนที่ต้องใช้วิชวลเอฟเฟกต์คอมพิวเตอร์ 47 ช็อตซึ่งหากเทียบกับหนังสเกลใหญ่อย่างหนังซูเปอร์ฮีโรมาร์เวลก็ถือว่าน้อยนิดมาก ๆ แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนั้นทางไอแอลเอ็ม (ILM-Industrial Light and Magic) ใช้เวลาในการสร้างเอฟเฟกต์แต่ละช็๋อตในคอมพิวเตอร์ถึง 8 สัปดาห์เพื่อให้ภาพบนจอเพียง 5 วินาทีในแต่ละช็อตออกมาสมจริงที่สุด

21. ฉากเปิดแพงกว่าหนังทั้งเรื่อง

ฉากนิวเคลียร์ล้างโลกตอนต้นเรื่องของหนังใช้ทุนสร้างมากกว่าหนัง ‘The Terminator’ ที่ออกฉายปี 1984 ที่ใช้ทุนสร้างเพียง 6.4 ล้านเหรียญ

อ่านต่อกดหน้า 2 ได้เลย