Connect with us

ที่เที่ยว-ที่กิน

ร้านอาหารข้างทางเตรียมตัว Michelin Star จะมาให้ดาวในไทยแล้ว!

Published

on

“วันนี้ไปยืนเข้าแถวรอซื้อตำปู ร้านส้มตำเจ๊แดง ระดับ 2 ดาวมิชลิน กันเถอะ” 

ประโยคข้างต้นอาจไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไปครับ (ถึงจะดูเว้อเว่ออยู่ก็เถอะนะ) เพราะวันนี้ได้มีการเปิดตัวความร่วมมือระหว่าง มิชลิน ไกด์ กับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ในฐานะพาร์ทเนอร์หลักฝั่งไทย ในการจัดทำ มิชลิน ไกด์ ไทยแลนด์ สำหรับการประเมินร้านอาหารและที่พักในไทยอย่างเป็นทางการแล้วครับ โดยจะทำการให้คะแนนกันนับตั้งแต่วันนี้ไป และจะออกหนังสือ มิชลิน ไกด์ บางกอก สำหรับปี 2018 ในช่วงปลายปีนี้ ทั้งฉบับภาษาไทยและอังกฤษ รวมถึงทั้งรูปแบบเล่มหนังสือและแบบดิจิตอลดาวน์โหลดด้วย

สำหรับประเทศไทยนั้นนับเป็นประเทศที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อจากสิงคโปร์ และประเทศที่ 6 ของเอเชียที่จะมีคู่มือมิชลินไกด์เป็นของตนเองครับ ก่อนหน้านี้ในไทยแม้จะมีร้านระดับดาวมิชลินมาตั้ง แต่ก็มักเป็นร้านสาขาหรือเชฟจากร้านเดิมมาเปิด ไม่ใช่ร้านต้นตำรับที่ได้ดาวจริง ๆ อย่างเช่น ร้าน Nahm ที่เชฟ เดวิด ธอมป์สัน ซึ่งเคยได้รับดาวมิชลินจากร้าน Nahm ที่กรุงลอนดอนมาเปิดสาขาในไทยครับ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เราจะมีร้านระดับดาวมิชลินจริง ๆ ในประเทศไทย

บรรยากาศร้าน Nahm

จากข้อมูลในงานเปิดตัวนั้น ร้านอาหารทั้งหลายได้รับสิทธิ์อย่างถ้วนทั่วครับ ไม่จำกัดเพียงร้านอาหารใหญ่ ภัตตาคาร โรงแรมดังเท่านั้น แม้แต่ร้านอาหารข้างทางหรือ สตรีทฟู้ดของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลกเองก็จะได้รับสิทธิ์นั้นด้วย ซึ่งปกติในแต่ละปีมิชลินก็จะส่งนักชิมที่ซื่อตรงต่อการให้คะแนน ตามคำขวัญที่ว่า “ดาวมิชลินนั้นเราประเมินจากอาหารในจาน และเพียงแค่เนื้อแท้แห่งอาหารนั้นเท่านั้น” เรียกว่าไม่สนใจว่าตัวร้านนั้นจะตั้งอยู่ในทำเลที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร จัดตกแต่งบรรยากาศเยี่ยมขนาดไหน ดูแค่ตัวอาหารจริง ๆ เท่านั้นว่าอร่อยหรือไม่ ส่วนการคัดเลือกร้านนั้นนอกจากชื่อเสียงเดิมแล้วก็ยังมาจากคำแนะนำจากผู้อ่านทั่วโลกที่ส่งจดหมายและอีเมลราวกว่าปีละ 45,000 ฉบับมาเป็นแนวทางด้วย

จึงเป็นโอกาสแบบยิ่งยวดสำหรับกิจการท่องเที่ยวของไทย ทั้งที่พักและร้านอาหารครับ ที่จะยกระดับสู่ระดับโลกอย่างเป็นทางการ ผ่านเกณฑ์การประเมินที่คนทั่วโลกเชื่อถืออย่าง มิชลิน ไกด์

ใครที่รักการไล่ล่าหาร้านอาหารอร่อย หรือเรียกให้ง่ายว่าสายกิน น่าจะเคยได้ยินการให้คะแนนความอร่อยระดับโลกอย่าง ดาวมิชลิน หรือ มิชลิน สตาร์ (Michelin Star) มาบ้างครับ ยิ่งใครอ่านการ์ตูนหรือดูหนังเกี่ยวกับอาหารนี่น่าจะเจอบ่อยเลย เพราะเป็นเหมือนการประกาศความเก่งของเชฟคนนั้น ๆ อย่างรวดเร็วด้วย แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นชินวันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จัก มิชลิน ไกด์ และมิชลิน สตาร์ กันไว้ครับ

มิชลิน ไกด์?

เจ้า มิชลิน ไกด์ นี้ ก็กำเนิดขึ้นจากบริษัทยางรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสชื่อเดียวกันอย่าง มิชลิน ที่บ้านเราคุ้นเคยนี่ล่ะครับ ในปี ค.ศ. 1900 เจ้าของบริษัทอย่างสองพี่น้อง อองเดร และเอดูอาร์ มิชลิน (André & Édouard Michelin) ได้ริเริ่มแผนการตลาดส่งเสริมกระตุ้นยอดขายยาง โดยคิดหาวิธีให้คนใช้รถออกเดินทางกันมากขึ้น เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มต้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ครับ รถยนต์ไม่ได้เป็นที่แพร่หลายมีทุกบ้านแบบในปัจจุบัน แถมการเดินทางก็ยังยากลำบากมาก พวกเขาก็เลยออกคู่มือ มิชลิน ไกด์ (Michelin Guide) แนะนำการเดินทางด้วยรถยนต์ออกมา มีเอกลักษณ์เป็นเล่มสีแดงที่มีความหนาถึง 400 หน้า ซึ่งบรรจุข้อมูลมากมาย อาทิ วิธีการเปลี่ยนยางล้อรถ สถานที่ตั้งสถานีบริการน้ำมัน ร้านอาหาร และที่พักแรม ฯลฯ เพื่อแจกให้กับผู้ขับขี่ยานยนต์ โดยแรกเริ่มไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ความซวยที่ทำให้ทุกวันนี้เราต้องเสียตังค์ซื้อ มิชลิน ไกด์ แสนแพงนั้น ก็มาจาก 20 ปีถัดมาหลังจากอองเดรได้ออกคู่มือเล่มแรก เขาก็พบว่าตัวแทนจำหน่ายยางบางเจ้าเอาคู่มือนี้ไปรองขาเก้าอี้เสียอย่างนั้น เขาก็พลันคิดขึ้นมาว่า “พอแจกฟรี คนมักไม่เห็นคุณค่าแบบนี้นี่เอง” ปีนั้นเขาจึงได้ตั้งราคาขายเจ้ามิชลิน ไกด์นี้ขึ้นครั้งแรก แต่จะขายก็ต้องเพิ่มความพิเศษจากฉบับก่อนที่แจกฟรีเสียหน่อย จึงตัดโฆษณาทั้งหลายออก แล้วมีการจัดอันดับร้านอาหารขึ้นครั้งแรกจนมาเป็นมิชลิน ไกด์ที่กลายเป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับนักชิมอาหารทั่วโลกอย่างในปัจจุบันนี่เอง

มิชลิน สตาร์?

เรื่องที่หลายคนอาจเข้าใจผิดคือ ไม่ใช่ทุกร้านที่อยู่ในมิชลิน ไกด์นั้นจะได้ดาวครับ ในคู่มืออาจมีร้านแนะนำจำนวนมากแต่มีไม่ถึง 5% ของทั้งหมดครับที่จะได้ดาวมิชลินในแต่ละปี ดาวมิชลินนั้นก็เป็นระดับผลประเมินที่จะมอบให้ร้านที่เด็ดดวงนั้น ๆ โดยมีตั้งแต่ระดับ 1 ดาว ไปจนถึง 3 ดาว และแต่ละดาวก็มีความหมายดังนี้

  • 1 ดาว หมายถึง ร้านนั้นอาหารรสเลิศ มีมาตรฐานสูง คุ้มค่าสำหรับการแวะระหว่างทาง
  • 2 ดาว หมายถึง ร้านนั้นมีอาหารที่รสเลิศ มีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ ขนาดที่ว่ามันคุ้มค่าพอที่จะเปลี่ยนออกนอกเส้นทางเพื่อแวะไปชิม
  • 3 ดาว หมายถึง ร้านนั้นมีอาหารรสเลิศ ขนาดที่ว่าถึงไม่มีเหตุอะไรให้ไปแถวนั้น แต่ก็คุ้มค่าพอที่จะต้องไปทานสักครั้งในชีวิต เพราะเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และประสบการณ์การทานที่ไม่อาจเอาอะไรมาแลกได้

ส่วนการประเมินนั้น จะมาจากผู้ประเมินที่ส่งตรงจากมิชลิน พวกเขาจะทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระไม่โดนบีบบังคับใด ๆ เนื่องจากมีสถานะเป็นพนักงานของมิชลินที่ไม่สามารถรับเงินจากที่อื่นได้ และเพื่อป้องกันการอคติพวกเขาจะต้องไม่เปิดเผยตัว และเข้าใช้บริการเช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไปเท่านั้น ด้านเกณฑ์ให้คะแนนพวกเขาจะผ่านการฝึกอบรมจากโรงเรียนการโรงแรมจนมีความเข้าใจในการประเมินอย่างดี

ในปี ๆ หนึ่งพวกเขาต้องเดินทางเป็นระยะทางเฉลี่ยกว่า 30,000 กิโลเมตร เพื่อชิมอาหารราว 250 มื้อในร้านอาหาร และนอนในที่พักกว่า 160 แห่ง เพื่อทำการคัดสรรร้านอาหารและโรงแรมที่ดีที่สุดจำแนกตามประเภทของความสะดวกสบายและราคา ซึ่งการประเมินนั้นไม่ได้จบเพียงครั้งเดียวแต่พวกเขาจะกลับมาประเมินซ้ำ ๆ อีกหลายครั้ง ต่างเวลาไป เพื่อดูมาตรฐานความคงเส้นคงวา ทำให้ปี ๆ หนึ่งอาจมีร้านที่ผ่านการประเมินได้ดาวไปเพียงสิบกว่าร้านเท่านั้น ดังนั้นการได้แค่ดาวเดียวจากมิชลินก็ถือว่าพิเศษมากแล้วครับ

ก็หวังว่าจะมีร้านอาหารไทยแท้ที่ได้การประเมินในระดับ 3 ดาวเป็นเกียรติภูมิประเทศ เจ๊ร้านข้างทางทั้งหลายเตรียมตัวไว้นะครับไม่แน่ว่าคุณอาจจะมีสร้อยท้ายว่า ดาวมิชลิน ก็เป็นได้

ใครสนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.michelin.co.th กดไลค์เฟซบุ๊กเพจ MichelinGuideThailand หรือติดตามผ่าน #MichelinGuideBangkok ได้เช่นกันครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ที่เที่ยว-ที่กิน

กระทำความอาร์ต ณ. Bangkok Screening Room สวรรค์สำหรับคอหนังอินดี้

Published

on

วันศุกร์-วันสุขแบบนี้ แอดขอปลีกกายมาหาหนังดีๆในโรงภาพยนตร์ทางเลือกเล็กๆ แต่บรรยากาศได้ใจอย่าง Bangkok Screening Room หน่อยดีกว่า ซึ่งแค่สาวเท้าผ่านประตูเหล็กเข้ามาก็ประทับใจกับเคาน์เตอร์ที่มีป้ายไฟเป็นชื่อโรงเด่นสง่าให้อารมณ์โรงหนังอาร์ตเฮาส์ในต่างประเทศจริงๆ

บรรยากาศหน้าโรง

หน้า counter มีถุงผ้าน่ารักๆให้ละลายทรัพย์กันตั้งแต่หน้าประตูเลยเชียว

จุดหมายวันนี้ของเราคือ CODA อยากดูมว๊ากกก

ตั๋วหนังที่นี่จะเป็นลักษณะบิลเงินสดแบบนี้ สนนราคา 300 บาทต่อที่นั่ง

นอกจากหนังดีๆแล้ว บรรยากาศหน้าโรงนี่เข้าขั้นสวรรค์ของคนชอบบรรยากาศโรงหนังบูธีค ทั้งร้านอาหาร บาร์ นั่งได้ชิลล์ๆ ยาวๆ แบบออกมาถกเรื่องหนังกันก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

ในส่วนของ Box-Office ก็ทำเป็นบาร์แบบดูเสร็จดึกๆจะมานั่งชิล กระทำความหว่อง กับเครื่องดื่มหลากหลายต่อก็ไม่ว่ากัน

นั่งชิลเป็นแก๊งก็ได้บนโซฟาน้ำเงินสุดคูล

หน้าโรงที่แท้ทรู..อาร์ตมั้ยล่ะ?

กระจกบานใหญ่ชมวิวเมืองกันให้หว่องไปอี๊ก

อาหารและเครื่องดื่ม

ลองเมนู สปาเก็ตตี้ใส้อั่ว ที่พอใช้ได้นะ ติดมันไปนิดแต่โดยรวมก็อร่อยอยู่

กาแฟดริปนี่สิ ‘นิพพาน’ หอมมากมาพร้อมบิสกิตด้วย น่ารักเชียว

เครื่องดื่มที่นี่ก็มีหลากหลายให้เลือกสรรค์ตามความชอบให้ชิลกันเพลินๆ

บรรยากาศในโรงหนัง

บรรยากาศภายในโรงเล็กๆแต่อบอุ่น แม้ขนาดจออาจจะไม่ได้ใหญ่เหมือนโรงหนังทั่วไป แต่ความคมชัดสว่างไสวของจอและระบบเสียงนี่ไม่มีที่ติเลยครับ

ในส่วนของที่นั่ง โรงหนังของ BKKSR จะมีทั้งหมด 50 ที่นั่ง ขอบอกว่าเบาะนั่งสบายมว๊ากกก และโปรเจคเตอร์ที่ใช้ก็ให้ภาพความละเอียดระดับ 4K เลยทีเดียว

การเดินทาง

ส่วนการเดินทางก็ไม่ถึงกับต้องกล้ำกลืนสะดวกหมดทั้ง BTS และ MRT และไม่แนะนำให้นำรถส่วนตัวมานะครับเพราะหาที่จอดยากมาก

Bangkok Screening Room ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของตึก Woof Pack ชั้นเลขที่ 1/8-91 (มีร้าน 7-11 อยู่ข้างล่าง) ในซอยศาลาแดง 1 สีลม บางรัก กรุงเทพฯ

จาก MRT ลุมพินี ทางออก 2 เดินเลยมาทางโรงแรม So Sofitel ถนนพระราม 4 ประมาณ 5 นาทีเลี้ยวซ้ายเข้าซอยศาลาแดง 1 ทางขึ้นตึกจะอยู่ข้างร้าน 7-11 (ซอยสาธร 2)

จาก BTS ศาลาแดง ทางออก 4 เดินออกสะพานเชื่อมไป MRT สีลม เลี้ยวขวาตรงโรงแรมดุสิต เดินตามถนนพระราม 4 ประมาณ 10 นาที ทางขึ้นตึกจะอยู่ข้างร้าน 7-11 (ซอยสาธร 2)

เวลาเปิดทำการ

  • วันจันทร์: ปิด
  • วันอังคาร – วันศุกร์: 15.30น – เที่ยงคืน
  • วันเสาร์ – อาทิตย์ 11.00น – เที่ยงคืน

ใครสนใจดูรายละเอียดและรอบหนังได้ที่เว็บไซต์
https://bkksr.com/th/

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ที่เที่ยว-ที่กิน

งบไม่ถึง 3,000 บาทอยากได้ที่พักดีๆ ที่ระยอง จะมีที่ไหนบ้าง

เราไปดูกันเถอะว่ามีที่พักระยองติดทะเลตรงไหนบ้างที่ใช้งบไม่เกิน 3,000 บาท

Published

on

(Advertorial)

ระยอง เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกาะเสม็ด หาดแม่รำพึง หาดแสงจันทร์ แหลมแม่พิมพ์ วัดประดู่ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณได้เลือกมากมาย รับรองว่ามาที่นี่คุณจะได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าแน่นอน และหากคุณกำลังมองที่พักที่ราคาประหยัด มีความปลอดภัย บริการที่ครบครันล่ะก็ วันนี้เราไปดูกันเถอะว่ามีที่พักระยองติดทะเลตรงไหนบ้างที่ใช้งบไม่เกิน 3,000 บาท

1. เอวาธารา รีสอร์ท (AVATARA RESORT)

ห้องพักสไตล์คลาสสิก เรียบง่ายแต่หรูหรา สัมผัสหาดทรายขาวละเอียด วิวสวย ๆ จากริมทะเลรับลมเย็น ๆ เน้นสะดวกสบายในราคาประหยัดเริ่มต้นเพียง 2,xxx บาทเท่านั้นเอง

ที่นี่มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้คุณ รวมถึงพนักงานต้อนรับบริการตลอด 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นคุณจะเข้าพักเวลาไหนก็ได้ รวมถึงบริการซักรีดและซักแห้ง ที่เก็บสัมภาระ และยังมีบริการทัวร์ต่าง ๆ พร้อมบริการอำนวยความสะดวกให้คุณได้เลือกใช้บริการมากมาย สำหรับภายในห้องพักจะมีมินิบาร์ ตู้เย็น ตู้เซฟ ไดร์เป่าผมครบครัน สำหรับบริการส่วนกลางจะมีร้านกาแฟและร้านอาหาร ตู้นิรภัย และ wifi ไว้ให้บริการด้วยเช่นกัน

  • เอวาธารา รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ 106 หมู่ 4 หาดลุงเจี๊ยบ ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 21160
  • จองที่พัก เอวาธารา รีสอร์ท คลิกที่ Traveloka

2. ลาลูนบีช รีสอร์ท

มีห้องพักสวยคลาสสิค ติดริมหาด บรรยากาศดี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน คุณต้องประทับใจในบริการ ด้วยราคาห้องพักเริ่มต้นเพียง 2,xxx บาทเท่านั้น

ที่นี่ยังมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ร้านอาหารพร้อมบริการทุกมื้ออาหาร ยังสามารถเช็คอินก่อนเวลาได้อีกด้วย และมี wifi ให้บริการทั่วบริเวณรีสอร์ท มีบริการหนังสือพิมพ์ที่ล็อบบี้ให้ได้ติดตามข่าวสาร สำหรับห้องพักจะเป็นห้องปลอดบุหรี่เพื่อสุขภาพของผู้เข้าพัก พร้อมด้วยโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องชงชา/กาแฟ ตู้เซฟ ทุกห้อง

  • ลาลูนบีช รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ 62 หมู่ 4 อ่าววงเดือน เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง 21160
  • จองที่พัก ลาลูนบีช รีสอร์ท คลิกที่ Traveloka

3. Bar and Bed Resort

เป็นที่พักระยองแบบบ้านพัก ให้ความเป็นส่วนตัว ติดหาดทรายสวย น้ำทะเลใสสะอาดตา มีบาร์และอาหารแสนอร่อยไว้บริการ ราคาเริ่มต้น 2,xxx บาท รับรองเลยว่าคุ้มค่าแน่นอน

เพียบพร้อมด้วยบริการต่าง ๆ ทั้งสระว่ายน้ำ บาร์ wifi ในบริเวณโรงแรม แถมยังมีบริการรับส่งทางเรือฟรีด้วย ส่วน ภายในห้องนั้นจะมี น้ำดื่ม ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำส่วนตัว ฝักบัว เครื่องเป่าผม เป็นต้น ที่นี่จึงถือเป็นที่พักระยองติดชายทะเลที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง

  • บาร์ แอนด์ เบด รีสอร์ทตั้งอยู่ที่ 140 หมู่4 หาดน้อยหน่า เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง 21160
  • จองที่พัก บาร์ แอนด์ เบด รีสอร์ทคลิกที่ Traveloka

4. เสม็ด คาบาน่า รีสอร์ท

ห้องพักสไตล์บังกะโล ถูกออกแบบตกแต่งแบบธรรมชาติผสมความเป็นโมเดิร์น อยู่ติดชายทะเล มีความเป็นส่วนตัวสูง บริการดีเยี่ยม ราคาเริ่มต้นที่ 2,xxx บาทเท่านั้นเอง

ที่นี่ยังให้คุณสามารถเช็คอินก่อนเวลาได้ ร้านอาหารเปิดบริการครบ 3 มื้อ และมีบริการ Wi-fi ครอบคลุมทั่วบริเวณรีสอร์ท รวมถึงเป็นพื้นที่หาดส่วนตัว และมีสระน้ำอุ่นกลางแจ้งให้ได้เล่นน้ำผ่อนคลายอย่างเป็นส่วนตัว และแน่นอนว่าภายในห้องพักเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งเครื่องปรับอากาศ ทีวี ตู้เย็น และเครื่องทำน้ำอุ่น

  • เสม็ด คาบาน่า รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ 13/20 หมู่ 4 ต.เพ อ.เมือง อ่าววงเดือน เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง 21160
  • จองที่พัก เสม็ด คาบาน่า รีสอร์ท คลิกที่ Traveloka

5. Green Bay Samed Resort

ที่พักแบบเรียบง่าย แต่ดูดี มีความสะอาด เป็นที่พักที่อยู่ติดชายทะเลในราคาสุดประหยัด ราคาเริ่มต้นเพียง 1,9xx บาทเท่านั้น
โดดเด่นด้วยการให้บริการกิจกรรมอย่างกีฬาทางน้ำ แพ็คเก็จทัวร์ บาร์และร้านอาหารรูปทรงแปลกตา และบริเวณใกล้เคียงยังมีร้านค้าไว้บริการด้วย ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานไม่แพ้โรงแรมใหญ่ ๆ อย่าง เครื่องปรับอากาศ ทีวี ตู้เย็น ไดร์เป่าผม wifi, และตู้นิรภัย

  • Green Bay Samed Resort ตั้งอยู่ที่ 36/11 หมู่ 4 ต.เพ อ.เมือง เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง 21160
  • จองที่พัก Green Bay Samed Resort คลิกที่ Traveloka

นี่แหละคือ 5 ที่พักระยองติดทะเลชิลๆ ในงบไม่เกิน 3,000 บาท ที่ใคร ๆ ก็ชื่นชมในการบริการ มีหาดทรายสวย ทะเลใส ในราคาประหยัดยิ่งจองกับ Traveloka ก็ยิ่งถูกและสะดวกสบาย จองง่ายมาก อย่ารอช้า…วันพักผ่อนที่จะถึงนี้เราไปเที่ยวระยองกันเถอะ

ดูที่พักระยองอื่นๆ ได้ที่ Traveloka

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

เทรนด์ใหม่วันนี้ กาแฟต้องกินในนา ที่ Montreux Cafe and Farm

Published

on

เบื่อร้านกาแฟในกรุงเทพฯกันยัง อยากลองหาร้านกาแฟในบรรยากาศแปลกใหม่กันดูไหม มาจิบกาแฟนั่งเล่นบนเถียงนา ชมบรรยากาศทุ่งนากัน ร้าน Montreux café and farm อยู่รังสิต – นครนายก คลอง 15 ขับรถเล่นเย็น ๆ ใจในวันหยุด ใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงร้านแล้ว ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ก็ยูเทิร์นนิดนึง มองเห็นป้ายร้านชัดเจนตรงทางเลี้ยว ขับขึ้นสะพานข้ามคลอง ยังไม่ทันได้ลงสะพานก็มองเห็นร้าน และรถจอดเรียงรายเป็นแถวยาวแล้ว นอกจากลูกค้าที่ขับรถมากันแล้ว ก็ยังมีลูกค้ากลุ่มรักสุขภาพปั่นจักรยานกันมาพอสมควร

Montreux café and farm อ่านว่า มองเทรอส์ คาเฟ่ แอนด์ ฟาร์ม เป็นร้านกาแฟไอเดียใหม่ที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากในช่วงนี้ ด้วยการผสมผสาน 2 บรรยากาศไว้ในพื้นที่เดียวกัน เดินผ่านประตูไม้สุดหรูบานใหญ่เข้าไปก็จะพบอาคารหลักเป็นเรือนกระจกติดฟิล์มดำ หลังคาทรงสูง ภายในติดแอร์เย็นฉ่ำ มีเก้าอี้โซฟาหลายชุดไว้ต้อนรับหรืออยากนั่งเคาน์เตอร์ชมวิวก็ได้ พนักงานและบาริสต้าแต่งชุดดำหรูไว้คอยบริการ มีเครื่องดื่มมากมาย ของว่างและอาหารราคาไม่แพง แก้วละ 50-60 บาทเท่านั้น ผู้เขียนไม่ถนัดกาแฟนะครับ เลยขอข้ามไปเล่าบรรยากาศด้วยภาพแทนนะ

โต๊ะกาแฟไอเดียเก๋ ใช้บานหน้าต่างเพนท์สี

ลูกค้าสามารถสั่งกาแฟและอาหารตรงโซนนี้แล้วพนักงานจะให้หมายเลขมา เราก็ไปเลือกมุมนั่งรออาหารและเครื่องดื่มตามชอบใจ ด้านหลังอาคารนี้ก็จะมีพื้นที่ให้นั่งอีกหลายจุด มีผนังน้ำตกไว้ปรับบรรยากาศให้เย็น ๆ ใจ ต้นไม้เล็กใหญ่ตกแต่งไว้สวยงามให้เป็นมุมถ่ายรูป ถัดจากโซนนี้จะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็นห้องน้ำชาย-หญิง

 

เดินเลยจากโซนนี้จะเป็นโซนนาแล้วครับ ที่เป็นจุดขายของ มองเทรอส์ คาเฟ่ แอนด์ ฟาร์ม เพราะพื้นที่ตรงนี้กว้างขวางมาก มองเห็นหลังคาโบสถ์ของวัดใกล้ ๆ นั้นเป็นฉากหลัง ตรงโซนนี้ก็จะมีอาคารหลักเช่นกัน มีเครื่องดื่มและอาหารว่างไว้บริการเช่นกัน แต่จะไม่มีตัวเลือกให้มากเหมือนอาคารด้านหน้า

ตรงนี้ก็มีบึงน้ำขนาดย่อม มีเรือให้พายเล่น มีต้นไม้กลางน้ำที่สร้างเพิงยกพื้นสองชั้นไว้ให้ไปถ่ายรูปเล่นกัน ข้ามจากบ่อน้ำนี้ไปก็เป็นนาแบ่งเป็นล็อก ๆ หลายล็อก แต่ละล็อกมีเพิงใหม่เล็ก ๆ ไว้ให้ลูกค้านั่งเล่นนอนจิบกาแฟเล่น บางเพิงก็มีฟูกหมอนให้ด้วย ใครไปก่อนก็ได้จองก่อน นอนเล่น ๆ อิ่ม ๆ แต่อาจจะมีหลับจริงก็ได้

นอกจากเพิงก็ยังมีมุมเล็ก มุมน้อย มีเนินดินที่ตกแต่งน่ารักไว้ให้ถ่ายรูปได้ด้วยเช่นกัน ช่วงนี้ต้นข้าวกำลังเขียวจัด ก็เลยได้ภาพต้นข้าวสีสวย ๆ มีหุ่นไล่กามาเป็นพรอบด้วย นอกจากโซนนาแล้ว ก็มีพื้นที่เกษตร ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงไก่ ไว้ให้ไปเยี่ยมชมหรือศึกษาการทำเกษตรพื้นบ้าน เป็นร้านกาแฟทีได้ทั้งการพักผ่อนจิบกาแฟ และเซลฟี่กับทุ่งนาขนาดย่อม ๆ เป็นอีกตัวเลือกในวันพักผ่อนที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ครับ

ปั่นจักรยานมาก็ได้นะ

Montreux café and farm (มองเทรอส์ คาเฟ่ & ฟาร์ม)

  • ตำบล บึงศาล อำเภอองครักษ์ นครนายก 26120
  • เปิดบริการ อังคาร -อาทิตย์ เวลา 09:00–19:00 ปิดทุกวันจันทร์
  • ติดต่อ 087 979 7341
  • Facebook Montreux cafe

มุมกระจุ๊กกระจิ๊กภายในร้าน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!