Connect with us

ทีวี-ซีรีส์ต่างประเทศ

[รีวิวซีรีส์]The Flash Season 4

  • ผู้สร้างสรรค์ : เกร็ก เบอร์แลนติ, กีออฟ จอห์นส์ และ แอนดรู ไครส์เบิร์ก
  • ออกอากาศทาง : สถานีซีดับเบิลยู และรับชมหลังอเมริกาเพียง 24 ชั่วโมงทุกสัปดาห์พร้อมซับไตเติลภาษาไทยทาง Iflix
  • เหมาะสำหรับ ผู้ชื่นชอบซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ และซีรีส์แนวไซไฟ 

หลังซิสโก้ เคตลิน และโจ พยายามดึง แบรี่ กลับมาจาก สปีดฟอร์ซ คุกกาลเวลาที่เขายอมเสียสละตนเองเพื่อคงสมดุลและปกป้องเซนทรัลซิตี้ แต่ผลจากการกลับมาของเขากลับทำให้เกิดเหล่าเมตาฮิวแมนใหม่ขึ้นมาจากการชักใยของ ทิงค์เกอร์ (นีล แซนดิแลนด์) เมตาฮิวแมนตัวร้ายรายใหม่ นอกจากแบรี่ต้องคอยกำจัดเมตาฮิวแมนและสาวให้ถึงตัวผู้บงการแล้ว ยังต้องมาลุ้นกันอีกว่าแบรี่กับไอริสจะได้แต่งงานกันหรือมีอะไรมาพรากพวกเขาไปตลอดกาลอีกหรือไม่


 

แคนดิซ แพตตัน เป็น ไอริส เวสต์ คู่หมั้นของแบรี่

นีล แซนดิแลนด์ เป็น ทิงค์เกอร์ (Thinker) วายร้ายในซีซั่นที่ 4 นี้


ย้อนรอยเหตุการณ์ 3 ซีซันที่ผ่านมา
ซีซัน 1:อุบัติเหตุจากการระเบิดของเครื่องเร่งอนุภาคได้เปลี่ยน แบรี อัลเลน (แกรนต์ กัสติน) เจ้าหน้าที่นิติเวช แห่งเซนทรัล ซิติ้ ให้มีความเร็วเหนือมนุษย์ และได้ออกปฏิบัติการในนาม เดอะแฟลช โดยได้รับการช่วยเหลือจาก ดร.เฮนรี เวลส์ (ทอม คาวานาห์)  ซิสโก้ (คาร์ลอส วาลเดส) และ เคตลิน สโนว์ (เดเนียล พานาเบเคอร์) ร่วมกันทำภารกิจเพื่อกอบกู้เซนทรัล ซิตี้จากรีเวิร์สแฟลช เจ้าแห่งความเร็วที่เคยฆ่าแม่ของเขาและ เหล่าเมตาฮิวแมน ตัวร้าย โดยต้องปิดบังตัวตนจาก ไอริส เวสต์ (แคนดิซ แพตตัน) และ โจ เวสต์(เจสซี แอล มาร์ติน) ครอบครัวบุญธรรมของเขา/  ซีซัน 2 : หลังกำจัด รีเวิร์สแฟลช แล้ว แบรี่ อัลเลน หรือ เดอะแฟลชพร้อมทีมต้องต่อกรกับ ซูม เจ้าแห่งความเร็วจอมโหดจากมิติคู่ขนานที่เดินทางมาเพื่อฆ่าเดอะแฟลชและทุกคนที่แบรี่รักเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง แต่โชคดีที่แบรี่และทีมได้รับความช่วยเหลือจาก แฮรี่ (ทอม คาวานาห์) และ เจสซี (ไวโอเลต บีนส์) พันธมิตรจากโลกคู่ขนาน รวมถึง เจย์ แกร์ริค (เทดดี เซียส์) เดอะแฟลช จากโลกคู่ขนาน /ซีซัน 3: ผลจากการที่แบรี่พยายามย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนอดีตเพื่อช่วยชีวิตแม่ ทำให้เกิด “แฟลชพอยต์” ซึ่งความปั่นป่วนในช่วงเวลาดังกล่าวนอกจากจะทำให้เขาต้องต่อกรกับ ซาวิตาร์ วายร้ายรายใหม่แล้ว ยังส่งผลให้ชีวิตคนรอบข้างปั่นป่วนโดยเฉพาะ เคตลิน สโนว์ ที่เริ่มค้นพบด้านมืดตัวเองในนาม คิลเลอร์ฟรอสต์ ที่พร้อมจะร่วมมือกับ ซาวิตาร์เพื่อพรากชีวิตของไอริส และกำจัดเดอะแฟลชไปได้อย่างถาวร แต่งานนี้ แบรี่ ไม่ได้สู้เพียงลำพังเพราะ วอลลี่ เวสต์  (เคียแนน ลอนส์เดล) น้องชายของไอริสพร้อมจะร่วมปฎิบัติการในนาม คิดแฟลช ด้วย      

ชูการ์ ลินด์ เบียร์ด รับบท เบคกี้ ชาร์ป หรือ ฮัซซาร์ด สาวดวงซวยที่พลังพิเศษทำให้เธอแพร่กระจายความโชคร้ายไปทั่วเซนทรัลซิตี้

เจสซี แอล มาร์ติน รับบท โจ เวสต์ พ่อของไอริสและวอลลี่ ที่รัก แบรี่ เหมือนลูกชายแท้ๆ


โดดเด่นด้วยหลักการของฟิสิกส์

สิ่งที่ทำให้ซีรีส์ The Flash โดดเด่นที่สุดคือการที่มันอ้างอิงหลักฟิสิกส์ที่ไม่ใช่แค่การเพิ่มความเร็วให้กับ แบรี่ ออกปฏิบัติการในนาม เดอะ แฟลช เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการอธิบายปรากฎการณ์ในเรื่องโดยใช้ศาสตร์แห่งฟิสิกส์ ทั้งเรื่องเวลา ความร้อน ความเย็น หรือแม้กระทั่งสิ่งนามธรรมที่จับต้องไม่ได้อย่าง โชคชะตาอีกด้วย  และซีซั่น 4 ก็ดูจะเล่นเอาล่อเอาเถิดกับหลักฟิสิกส์เสียตั้งแต่ต้น ด้วยการให้เหล่าทีมแฟลชคิดค้นวิธีการนำดีเอ็นเอของแบรี่ไปใช้หาตัวเขาในสปีดฟอร์ซ โดยอาศัย สปีดฟอร์ซบาซูกาจากซีซันที่แล้วมาใช้

หรืออย่าง Luck Be A Lady ตอนที่สามของซีซันนี้ที่กล่าวถึง เบคกี้ ชาร์ป หรือ ฮัซซาร์ด สาวที่แพร่ความซวยให้เซนทรัลซิตี้ ตัวซีรีส์เองก็ยังเปรียบเปรยความซวยว่าเป็นเพียงความผิดปกติของควอนตั้ม และแก้ได้ด้วยการสร้างสมดุลให้ควอนตั้มหยุดทำงานเท่านั้น  ซึ่งถือว่า The Flash แม้จะดำเนินมาถึงซีซันที่ 4 แต่ก็ยังคงความเข้มข้นของเนื้อหาและความสนุกที่คนดูคุ้นเคยได้เป็นอย่างดี แถมยังมีปมให้เราต้องตามลุ้นกันต่อหลายปม ทั้งความสัมพันธ์ของแบรี่ กับ ไอริส ว่าจะได้แต่งงานกันมั้ย หรือ เคตลิน สโนว์ จะกลายเป็น คิลเลอร์ฟรอสต์ แล้วหักหลังทีมแฟลชแบบซีซันที่แล้วหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อภาคนี้ The Flash ต้องมาต่อกรกับ ทิงค์เกอร์ วายร้ายที่ชักใยการกลับมาของเขา


เดเนียล พานาเบเคอร์ รับบท เคตลิน สโนว์ หรือ คิลเลอร์ ฟรอสต์

ทุกตอนของ The Flash มักไม่ลืมจะใส่บทสนทนาที่นำหลักการทางฟิสิกส์มาพูดถึงได้อย่างน่าสนใจ


ปก Flash Comic #1


ย้อนตำนานเจ้าแห่งความเร็ว

ฉบับคอมิค

เดิมที The Flash เป็นคอมิกดังของค่าย ดีซี โดยเล่มแรกใช้ชื่อว่า Flash Comics # 1 โดยใส่วันที่บนปกล่วงหน้าเป็น มกราคมปี 1940 ทั้งที่วางแผนเดือนพฤศจิกายนปี 1939  เพื่อเล่นกันธีมการเดินทางข้ามเวลาในเรื่อง และด้วยเรื่องราวสนุกสนานของฮีโร่หนุ่มที่มีความไวเหนือมนุษย์ทำให้ฉบับคอมิกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยมีตัวละครถึง 4 ตัวที่ได้ใช้ชื่อ เดอะแฟลช ได้แก่ เจย์ แกร์ริก นักกรีฑาประจำวิทยาลัย, แบรี่ อัลเลน เจ้าหน้าที่นิติเวช, วอลลี เวสต์ หลานชายของไอริส และ บาร์ต อัลเลน หลานชายของแบรี่  แต่ตัวละครที่ผู้อ่านคอมิกชื่นชอบที่สุดก็ยังคงเป็น แบรี่ อัลเลน จนต่อมาเมื่อมีการดัดแปลง The Flash เป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์หรือแม้แต่การไปปรากฏตัวในหนังใหญ่อย่าง Justice League ก็ยังคงใช้ตัวละครแบรี่ อัลเลน เป็นตัวละครนำ


ซีรีส์ Legends of the Superheroes (1979) การปรากฎตัวในรูปแบบไลฟ์แอ็คชั่นครั้งแรกของ The Flash

จอห์น เวสลีย์ ชิป รับบท แบรี่ อัลเลน ในซีรีส์ The Flash ปี 1990


 ฉบับซีรีส์

ในปี 1978 – 1979 ตัวละคร The Flash ได้ปรากฏกายในการ์ตูนชุด Challenge of the Superfriends  ที่ได้รวมตัวซูเปอร์ฮีโร่วัยรุ่นของดีซีมาต่อกรกับเหล่าร้าย โดยในซีรีส์นี้ The Flash ได้ต่อสู้กับ กัปตันโคลด์ และ กอริลล่ากร็อด และทางฮาน่า บาร์บาร่า ได้ต่อยอดความสำเร็จมาสร้าง Legend of the Superheroes ซีรีส์ไลฟ์แอ็คชั่นรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่

ในปี 1990 ได้มีการดัดแปลง The Flash เป็นซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ความยาว 22 ตอน โดยได้ จอห์น เวสลีย์ ชิป มาแสดงเป็น แบรี่ อัลเลน แต่เนื่องจากทำเรตติ้งไม่ค่อยดีนักเลยถูกยกเลิกหลังออกอากาศได้เพียงซีซันเดียว


แกรนต์ กัสติน รับบท แบรี่ อัลเลน ในซีรีส์ The Flash


การออกสตาร์ทครั้งใหม่ของ แบรี่ อัลเลน

แน่นอนว่าก่อนวอเนอร์บราเธอร์สจะตัดสินใจสร้างซีรีส์ The Flash ฉบับใหม่ก็จำเป็นต้องมีการโยนหินถามทาง โดยเริ่มจากการให้ แบรี่ อัลเลนไปปรากฏตัวในตอน The Scientist ของซีรีส์ Arrow ซีซันที่ 2 ก่อนและสำหรับผู้ที่มารับบทแบรี่ อัลเลน หรือ The Flash เวอร์ชั่นใหม่นี้ก็คือ แกรนต์ กัสติน ดาราหนุ่มหล่อแถมเสียงดีจากซีรีส์มิวสิคัล Glee ซีซัน 3 ที่ได้ฉายเสน่ห์แบบหนุ่มเนิร์ดแต่แอบซ่อนความฮอตได้อย่างแพรวพราวจน The Flash ได้มีซีรีส์เป็นของตัวเองในปี 2014 และได้ไปรับบทรับเชิญในซีรีส์ฮีโร่ของดีซีทั้ง Arrow, Supergirl และ Legend of Tomorrow


คาร์ลอส วาลเดส เป็น ซิสโก้ หรือ ไวบ์

เคียแนน ลอนส์เดล รับบท วอลลี่ เวสต์ หรือ คิดแฟลช


จอห์น เวสลีย์ ชิป ผู้เคยรับบท แบรี่ อัลเลน กลับมาเป็น เฮนรี่ อัลเลน พ่อของแบรี่ และยังได้สวมชุด The Flash อีกครั้งในบท เจย์ แกริค หรือ The Flash

เริ่มใหม่แต่อ้างอิงความคลาสสิก 

หนึ่งในการรำลึกถึงซีรีส์ฉบับ 1990 คือการนำ จอห์น เวสลีย์ ชิป กลับมาเล่นเป็น เฮนรี่ อัลเลน  พ่อของแบรี่ และยังได้สวมชุด The Flash อีกครั้งในบท เจย์ แกริค หรือ The Flash แห่งโลก3 หนึ่งในโลกคู่ขนานของเรื่อง  รวมถึงการนำนักแสดงจากซีรีส์ต้นฉบับมาปรากฎบนจอเพื่อแสดงความระลึกถึงซีรีส์ต้นฉบับอีกด้วย


นอกจากนี้ในตอนที่ 17 ของ The Flash ซีซั่น 3 ซึ่งเป็นการครอสโอเวอร์ของเดอะแฟลช และซูเปอร์เกิร์ล เมื่อทั้งคู่ถูกวายร้ายตัวฉกาจกักขังไว้ในโลกแห่งหนังเพลง จนได้มีโอกาสร้องเพลง Superfriend เพื่ออ้างอิงถึงการ์ตูนซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ของดีซี ปี 1979 และยังเป็นการแสดงความสามารถด้านการร้องเพลงของนักแสดงนำอย่าง แกรนต์ กัสตินที่เคยฝากเสียงร้องและการเต้นสเตปเทพไว้ในซีรีส์ Glee อีกด้วย


โดมินิค เพอร์เซล และ เวนท์เวิร์ธ มิลเลอร์ จากซีรีส์สุดฮอตอย่าง Prison Break มาแสดงเป็น ฮีต เวฟ และ กัปตันโคลด์

นอกจากการระลึกถึงซีรีส์เวอร์ชั่นเก่าแล้ว อีกคุณูปการของThe Flash ฉบับนี้คือการนำ โดมินิค เพอร์เซล และ เวนท์เวิร์ธ มิลเลอร์ จากซีรีส์สุดฮอตอย่าง Prison Break  มาแสดงเป็น ฮีต เวฟ และ กัปตันโคลด์ สองวายร้ายที่เดอะแฟลชต้องจัดการที่นอกจากจะได้ไปปรากฎในซีรีส์ Legend of Tomorrow ซีรีส์ต่อยอดแล้ว เสียงเรียกร้องของแฟนๆพี่น้องสโกฟิล์ดได้ก่อให้เกิดซีซัน 5 ของ Prison Break ออกอากาศเดือน พฤษภาคมปี 2017


เดือน พฤศจิกายนปีนี้ เราจะได้พบ The Flash บนจอภาพยนตร์ ซึ่งได้เอซร่า มิลเลอร์ มารับบทแบรี่ อัลเลน ใน Justice League


ก้าวต่อไปของ The Flash

แน่นอนว่าความโด่งดังของซีรีส์ The Flash ทำให้ วอเนอร์ไม่ลังเลที่จะนำตัวละครนี้มารวมทีมกับซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นใน Justice League (2017) หลังโผล่มาให้เราเห็นไปบ้างแล้วใน Batman V Superman Dawn of Justices (2016)โดย The Flash ในฉบับนี้จะนำแสดงโดย เอซร่า มิลเลอร์ นักแสดงหนุ่มจาก Fantastic Beast and Where to Find Them (2016)ซึ่งก็ต้องลุ้นกันว่าจะถูกใจแฟนๆเหมือนที่แกรนต์ กัสตินทำไว้ได้หรือไม่

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!