Connect with us

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิว] Mr.Robot season 3.0


  • สร้างสรรค์โดย : แซม เอสเมล
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ชื่นชอบหนังหรือซีรีส์แนวทริลเลอร์จารกรรมข้อมูล หักเหลี่ยมเฉือนคม
  • ออกอากาศทาง :สตรีมมิ่ง 2 ซีซั่นแรกและซีซัน 3 แบบหลังออกอากาศที่สหรัฐอเมริกา 24 ชั่วโมงทาง iflix 

พอร์เตีย ดับเบิลเดย์ ในบท แองเจลา


เมื่อแผนการร้ายของ ดาร์คอาร์มี่ กลุ่มแฮกเกอร์ทมิฬที่นำโดย ไวต์โรส (บีดีหว่อง) เริ่มรุดหน้า เอลเลียต (เรมี มาเล็ค) แฮคเกอร์ผู้แพ้สังคมต้องต่อกรกับ มิสเตอร์โรบอต (คริสเตียน สเลเตอร์) และ ไทเรล (มาร์ติน วอลสตรอม) เพื่อหยุดแผนวินาศกรรมที่อาจคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างมหาศาล ด้าน ดาร์ลีน (คาร์ลี ไชคิน) น้องสาวของเขาก็ยอมเป็นสายสืบให้ ดอม (เกรซ กัมเมอร์) เอฟบีไอสาวที่หวังโค่นผู้ชักใยเหตุการณ์ไฟว์ไนน์ มหาวินาศกรรมข้อมูลที่ เอลเลียต มีส่วนรู้เห็นและยังเปลี่ยนชีวิตของ แองเจลา (พอร์เตีย ดับเบิลเดย์) คนที่เขาแคร์ที่สุดแต่คราวนี้เธออาจไม่ได้เป็นมิตรเหมือนที่ผ่านมา

ย้อนรอย Mr.Robot 2 ซีซันแรก
ซีซัน 1  ชีวิตเอลเลียตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมื่อได้รับการชักชวนจาก มิสเตอร์โรบอต ให้เข้าร่วมจารกรรมข้อมูลของบริษัทอีคอร์ปที่เคยทำให้พ่อของเขาต้องตาย  ซีซัน 2 หลังเหตุวินาศกรรมข้อมูลของอีคอร์ป ทำเศรษฐกิจสหรัฐชะงัก ทำให้ ดอร์ม เอฟบีไอสาวมุ่งหาผู้รับผิดชอบ แต่งานนี้ชีวิตของทุกคนต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อกลุ่มดาร์คอาร์มี่ฉวยโอกาสนี้ทำลายเศรษฐกิจสหรัฐและพร้อมกำจัดทุกคนที่ขวางทางพวกมัน 

คริสเตียน สเลเตอร์ ในบทมิสเตอร์ โรบอต, เรมี่ มาเล็ค ในบท เอลเลียต และ มาร์ติน วอลสตรอมใน บทไทเรล

คาร์ลี ไชคิน ในบท ดาร์ลีน และ เกรซ กัมเมอร์ ในบท ดอม


เรื่องราวสุดซับซ้อนถ่ายทอดอย่างล้ำลึก  

ยอมรับอย่างหนึ่งว่าตอนเห็นเรื่องย่อของมิสเตอร์โรบอตที่กล่าวถึงแฮคเกอร์แล้วมีการวินาศกรรมข้อมูล ในใจแอบกลัวเหมือนกันว่าจะดูไม่รู้เรื่อง แต่เพียงเปิดดูตอนแรกของซีซันแรกเท่านั้น คาแรกเตอร์ต่อต้านสังคมและการใช้ชีวิตสองด้านที่ต่างกันสุดขั้วของตัวละคร เอลเลียต อัลเดอร์สัน ก็ตรึงความสนใจได้อยู่หมัดทั้งความขัดแย้งสุดขั้วที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แต่กลับหาทางจารกรรมเพื่อแก้แค้นบริษัทชั่วร้าย

โดยเรื่องราวที่ดำเนินไปในแต่ละซีซันยังสามารถทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครได้อย่างน่าเชื่อถือ จากแฮคเกอร์ที่เป็นโรคตื่นตระหนักในการเข้าสังคมที่คนดูจะได้เห็นที่มาที่ไปในซีซันแรก สู่การปรับตัวปรับจิตใจตนเองในซีซันสอง แล้วกลายเป็นคนธรรมดาที่อยากกอบกู้โลกในซีซันสาม ซึ่งนอกจากพัฒนาการของตัวละครแล้ว ขอบเขตของเรื่องราวก็ดูจะกว้างขึ้นเรื่อยๆจากเรื่องการจารกรรมข้อมูลหนี้สินบริษัทยักษ์ใหญ่แล้วตัวซีรีส์ยังเชื่อมโยงไปพูดถึงการเมืองของโลกได้อย่างเฉียบคม โดยเฉพาะซีซันสามที่ถึงขนาดบอกว่าจีนมีส่วนในการผลักดัน โดนัลด์ ทรัมป์ ให้กลายเป็นประธานาธิบดีด้วยการล็อบบี้สื่อ (ฮ่าาา)

นอกจากตัวละครหลักอย่าง เอลเลียต แล้วตัวละครฝั่งสาวๆเองก็น่าสนใจไม่น้อยเช่น แองเจลา ที่เคยเป็นเพื่อนกันด้วยความเห็นใจที่ต่างฝ่ายต่างเสียพ่อและแม่จากความชั่วร้ายของอีคอร์ปเหมือนกัน แต่ แองเจลา ก็ไม่ได้เป็นตัวละครที่เป็นแค่เหยื่อเท่านั้นหลายครั้งตัวละครของเธอยังเข้าสู่พื้นที่สีเทา เพราะในช่วงท้ายของซีซันแรกเธอถึงกับได้เข้าไปทำงานในบริษัทอีคอร์ปและเริ่มเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นคนเย็นชามากขึ้น

หรือ ตัวละครอย่าง ดอร์ม เอฟบีไอสาวแกร่งฉลาดทันเกมแต่มีมุมเหงาที่ทำให้เธอกลายเป็นคนบ้างาน และดาร์ลีนน้องสาวที่ตามรอยพี่ชายแต่กลับพาตัวเองไปอยู่จุดที่ยากเกินหันหลังกลับ หรือแม้แต่ตัวละคร โจแอนนา (สเตฟานี คอเนลูสเซน) ภรรยาที่คอยผลักดันให้ไทเรลทำทุกอย่างเพื่อก้าวสู่อำนาจ ทำให้บทบาทผู้หญิงในซีรีส์เรื่องนี้สามารถเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราวได้ไม่แพ้ผู้ชายเลย


สเตฟานี คอเนลูสเซน ในบท โจแอนนา

บีดี หว่อง ในบทไวท์โรส


ทีมนักแสดงสุดเจ๋ง      

ต้องยอมรับในการแสดงของ เรมี่ มาเล็ค ที่สามารถถ่ายทอดบุคลิกทั้งดราม่าอาการทางจิตและปฏิภาณไหวพริบในการเอาตัวรอดที่คนดูพร้อมลุ้นตามแบบหืดขึ้นคอ รวมถึงการสร้างตัวละครขั้วตรงข้ามที่น่าสนใจหลายตัว โดยเฉพาะ ไวต์โรส ที่แสดงโดยนักแสดงเอเชีย บีดีหว่อง นักแสดงอีกคนที่สามารถคว้ารางวัลเอมมี่อวอร์ดจากซีรีส์ชุดนี้ไปได้อย่างไร้ข้อกังขา ด้วยการรับบทสองบทบาทที่เหมือนเหรียญสองด้านแต่นอกจากบท ไวต์โรส กะเทยหัวหน้าแฮคเกอร์กลุ่มดาร์คอาร์มี่ของจีนแล้ว ผมก็ไม่สามารถบอกได้จริงๆว่าอีกบทบาทของเขาสร้างเซอร์ไพรส์แค่ไหนอยากให้ติดตามชมกันเอง

ด้านนักแสดงสาว พอร์เตีย ดับเบิลเดย์ ก็ได้โชว์ความสามารถไม่แพ้กันทั้งการค่อยเปลี่ยนตัวละคร แองเจลา จากสาวน้อยไร้เดียงสาสู่คนที่ความแค้นเริ่มทำให้ตามืดบอดและพร้อมทำลายทุกอย่างแม้ผู้บริสุทธิ์ต้องตายก็ตาม นอกจากนี้ เกรซ กัมเมอร์ ในบท ดอม เอฟบีไอสาวก็สามารถตรึงคนดูด้วยใบหน้าซีดเผือดอย่างคนทุ่มเทกับงานเพื่อกลบความเหงาในใจได้อย่างโดดเด่น


โชว์เหนือด้วยเทคนิคการถ่ายทำ

สิ่งที่มิสเตอร์โรบอต โดดเด่นมากสำหรับนักวิจารณ์คือการออกแบบงานถ่ายภาพโดย ทอดด์ แคมป์เบล ทั้งการวางตำแหน่งตัวละครไว้ริมขอบล่างของภาพแบบแหกกฎการถ่ายภาพทั้งมวลเพื่อสื่อถึงความอึดอัด หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนมุมกล้องเพื่อแสดงภาวะอำนาจตัวละครในสองซีซันที่ผ่านมา สำหรับซีซันสามงานภาพของแคมป์เบลก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดยเฉพาะตอนที่ 5 อย่าง Runtime Error ที่ถ่ายทำแบบลองเทคทั้งตอนทำเอาคนดูอ้าปากค้างเลยทีเดียว


ตัวอย่างภาพจากตอน Run Time Error ตอนที่ 5 ของซีซัน 3

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ทีวี-ซีรีส์

เปิดตัวอย่างแรก YOU ซีรีส์ดาร์คโรแมนติกที่ทั้งระทึกและชวนใจสั่นของ Netflix

Published

on

ปี 2018 นับเป็นปีที่ Netflix ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับหนังและซีรีส์แนววัยรุ่นที่มีทั้งโรแมนติกและระทึกขวัญ และแน่นอนส่งท้ายปลายปีแบบนี้ Netflix ก็ขอเอาใจวัยรุ่นทั่วโลกด้วยการส่ง YOU หรือชื่อไทย เธอ ซีรีส์ดาร์คโรแมนติกที่จะมาเขย่าจอด้วยเรื่องราวโรแมนติกปนอารมณ์ระทึก

YOU ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีชื่อเดียวกัน ผลงานของแคโรไลน์ เคปเนส ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับโจ (เพนน์ แบดจ์ลีย์) หนุ่มชาวนิวยอร์กผู้หมกมุ่นและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อเอาชนะใจเบ็ค (อลิซาเบ็ธ ไลล์) สาวสวยผู้จัดการร้านหนังสือที่เขาคลั่งไคล้ และทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ใครมาขัดขวางความรักของเขา แม้ว่าจะต้องฆ่าใครก็ตาม ท่ามกลางความสงสัยที่เพิ่มขึ้นทุกวันของพีช (เชย์ มิทเชล) เพื่อนสาวคนสนิทของเบ็ค ที่เริ่มหวาดระแวงในตัวโจและความรักที่มาพร้อมกับด้านมืดอันน่ากลัวของชายหนุ่มผู้นี้ เรื่องราวความรักของโจ และเบ็คจะเป็นอย่างไร และพีชจะสามารถเปิดโปงโจได้หรือไม่.. 

โดย YOU หรือชื่อไทย เธอ ที่ได้ดาราขวัญใจคอซีรี่ส์อย่างเพนน์ แบดจ์ลีย์ (Penn Badgley) นักแสดงหนุ่มชื่อดังจาก Gossip Girl อลิซาเบ็ธ เลล์ (Elizabeth Lail)  ดาราสาวจาก Once Upon A Time และ เชย์ มิทเชล (Shey Mitchell) สาวฮอตจากซีรี่ส์สุดฮิต Pretty Little Liars โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งในซีรี่ส์แนวดาร์กโรแมนติกเรื่องใหม่ล่าสุดของ Netflix ที่มีชื่อว่า “YOU ” (เธอ) โดยแฟนๆจะได้ชมกันครั้งแรก 26 ธันวาคม นี้ !

ความรักกับความหมกมุ่นมีเส้นบางๆ อันตรายกั้นอยู่ เตรียมพบกับ “เธอ (YOU)” ทาง Netflix วันที่ 26 ธันวาคม 2018 นี้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] Narcos Mexico นาร์โคส เม็กซิโก – ล่าโหดธุรกิจสายเขียวสุดโฉด

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย คาร์โล เบอร์นาร์ด และ ดั๊ก ไมโร
  • เหมาะสำหรับ แฟนซีรีส์ Narcos และผู้ชื่นชอบซีรีส์ หรือหนังอาชญากรรมผสมการเมือง
  • สตรีมมิงทาง Netflix (คลิกเพื่อรับชมได้เลย)
  • คำเตือน ซีรีส์มีฉากใช้ยาเสพย์ติดและฉากเซ็กส์ที่เห็นเรือนร่างของหญิงสาว

หลังสร้างกระแสจากป้ายเซ็นเซอร์โมเสกจนเป็นทีีฮือฮาในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ก็ได้เวลาที่เราจะมาพิสูจน์กันกับซีรีส์ Narcos Mexico ซีรีส์ที่ต่อยอดมาจาก Narcos ซีรีส์อาชญากรรมอิงประวัติศาสตร์การปราบปรามยาเสพย์ติดข้ามชาติที่สร้างติดต่อกันถึง 3 ซีซันและแน่นอนหลังจากปิดบัญชีแก๊งกาลีในซีซัน 3 ผู้สร้างก็ขอหาเรื่องราวใหม่แต่เป็นยุคสมัยที่มีความซ้อนทับกันคือการขนส่งกัญชาข้ามชายแดนเม็กซิโกมายังสหรัฐในสมัยรัฐบาล โรนัลด์ เรแกน อันมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองที่มาเกี่ยวโยงกันอย่างไม่น่าเชื่อ

โดยคราวนี้เราจะได้ติดตาม กิกิ กามาเรนา (ไมเคิล เพนยา) เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพย์ติดชั้นผู้น้อยชาวฮิสแปนิกที่ย้ายมาประจำเม็กซิโก กับภารกิจโค่น ฟีลิกซ์ กัลลาร์โด (ดิเอโก ลูนา) ตำรวจกังฉินที่ร่วมมือกับ ราฟาเอล (เตโนช ฮูเออร์ต้า) ชาวไร่สายเขียวพัฒนากัญชาเกรดใหม่และวางแผนสร้างเครือข่ายธุรกิจส่งออกกัญชาไปยังสหรัฐอเมริกาโดยอาศัยช่องทางการคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ งานนี้ กิกิ จะขวางทาง ฟีลิกซ์สำเร็จหรือไม่ต้องติดตาม

ว่ากันตามตรงเลยคงต้องบอกว่า Narcos Mexico ยึดการดำเนินเรื่องแบบเดียว Narcos 3 ซีซันแบบเป๊ะๆ ทั้งการให้ข้อมูลเชิงสารคดีที่น่าสนใจโดยปนความคิดเห็นของคนเขียนบทเพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวที่เป็นเรื่องแต่งเข้ากับประวัติศาสตร์การเมืองที่สหรัฐอเมริกาเคยมีเอี่ยวกับการแทรกแซงกิจการภายในประเทศแถบอเมริกาใต้ได้อย่างแนบเนียน แต่ในทางกลับกันใครที่อยากหาความบันเทิงจากซีรีส์โดยหวังว่ามันจะแอ็คชั่นระเบิดระเบ้อก็อาจผิดหวังได้ เพราะซีรีส์แต่ละตอนเลือกบอกเล่าเรื่องราวแบบละเอียดปูหมดกระทั่งว่า ฟีลิกซ์ ต้องติดต่อใครบ้างกว่าจะได้เส้นสายในการขนส่งกัญชาจนบางทีหากร่างกายไม่พร้อมนี่มีหลับคาจอได้เลย

แต่สิ่งที่ผิดแผกออกไปและดูเหมือนว่ามีผลต่อการชมไม่น้อย นั่นคือการสร้างตัวละครที่ดูขาวจัดอย่าง กิกิ ที่หนังทั้งปูเรื่องครอบครัวและเพิ่มคะแนนสงสารด้วยฉากโดนตำรวจดูถูกในตอนเปิดเรื่อง ส่วนผู้ร้ายอย่าง ฟีลิกซ์ ก็มุ่งแต่จะค้ายาโดยไม่สนเครื่องแบบและหน้าที่ตำรวจแม้แต่น้อย ซึ่งทำให้เสน่ห์แบบ Narcos ที่ตัวละครทั้ง 2 ฝ่ายมีความเป็นสีเทาไม่มีใครดีหรือชั่วแบบสุดขั้วเลยถูกลดทอนลงอย่างน่าเสียดาย โดยยังคงไว้ซึ่งฉากแอ็คชั่นที่มีความโหดแต่เพิ่มระดับความวินาศสันตะโรมากขึ้นและแถมสาวๆสวยๆที่พร้อมโชว์เรือนร่างเป็นอาหารตาหนุ่มๆเหมือนเดิม

ว่ากันถึงนักแสดงที่คราวนี้หนังใช้ดาราเชื้อสายอเมริกาใต้คนดังทั้ง ไมเคิล เพนยา จาก Antman และ ดิเอโก ลูนา จาก Rouge One A Star Wars Story ซึ่งก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีประมาณหนึ่งเพียงแต่สถานะดาราของพวกเขา หลายครั้งก็ทำให้เรารู้สึกว่ากำลังดูเรื่องแต่งมากกว่าเรื่องราวเชิงสารคดีหรือ Docudrama แบบ Narcos ทั้ง 3 ซีซันไปอย่างน่าเสียดาย

ในภาพรวมถือว่ายังคงสานต่อเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจแต่อาจไม่ได้เหมาะกับคนที่ต้องการหาซีรีส์แอ็คชั่นมันส์ๆเท่าไหร่นัก

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] The Haunting of Hill House – ซีรีส์สุดสะพรึงกระแสแรง

Published

on

  • สร้างสรรค์- กำกับโดย ไมค์ ฟลานาแกน 
  • เหมาะสำหรับ คนชอบหนัง-ซีรีส์ ผีหลอกวิญญาณหลอนผสมปมครอบครัว 
  • สตรีมมิงซีรีส์ทั้ง 10 ตอนทาง Netflix (คลิกเพื่อชมซีรีส์)  

หลังครอบครัวเครนได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้าน ฮิลเฮาส์ ชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้หลายครั้งจนกระทั่งคืนสุดท้ายที่ ฮิวจ์ (ธีโมที ฮัตตัน) ตัดสินใจพาลูกๆหนีออกจากบ้าน ทิ้ง โอลิเวีย (คาร์ลา กูจิโน) แม่ของลูกๆทั้ง 5 ไว้ลำพัง เหตุการณ์ผ่านไปจนกระทั่งการตายของ เนล (วิคตอเรีย เพดเรตติ) น้องสาวคนสุดท้องที่พบศพในบ้านฮิลเฮาส์ ได้พาทุกคนกลับมารวมตัวกันเพื่อไขปริศนาก่อนสิ่งลึกลับในบ้านฮิลเฮาส์จะพรากชีวิตใครไปอีก. 

The Haunting of Hill House ถือเป็นซีรีส์สยองขวัญกระแสแรงที่สุดแล้วสำหรับปี 2018 นี้ ด้วยกระแสปากต่อปากถึงความน่ากลัวในแต่ละตอนที่ไม่เน้นตุ้งแช่แต่หลอนลึกถึงขั้วอารมณ์ ซึ่งต้องชม ไมค์ ฟลานาแกน ผู้กำกับ-อำนวยการสร้างซีรีส์ชุดนี้ที่สามารถคุมทิศทางของเรื่องได้อย่างแม่นยำทั้งบทที่แข็งแรงผูกโยงเรื่องราวในครอบครัวให้เข้ากับอารมณ์สยองขวัญได้อย่างลงตัว และงานเทคนิคที่เชื่อว่าจะได้รับการพูดถึงไปอีกนาน. 

และเพื่อเป็นบทบันทึกรวมถึงกระตุ้นความอยากดู What The Fact ขอพาไปสำรวจตัวอย่างลีลาสุดหลอนบางส่วนจาก The Haunting of Hill House กันหน่อย. 

น้องแมวจรโคตรสยอง (Episode 2 : Open Casket)

ใครจะไปคิดเมื่อเจ้าหนู เชอร์ลีย์ (ลูลู วิลสัน) ไปเจอลูกแมวน่ารักใกล้รังต่อ แต่หลังเธออออดอ้อนคุณพ่อจนได้เลี้ยงแมวเหมียว เธอกลับต้องเผชิญความสยองที่จะลืมไม่ลง

สยองยังไง – อันนี้อยากให้ดูเองว่า จังหวะที่เจ้าหนูเชอร์ลีย์ พยายามเรียกให้พ่อแม่ดูปากเจ้าเหมียวมันเกิดอะไรขึ้น..?? 

พี่จะซ่อมน้องเอง (Episode 2 : Open Casket)

อันนี้เป็นฉากที่ เชอร์ลีย์ (เอลิซาเบธ รีเซอร์) รับศพของ เนล มาเพื่อแต่งศพ ซึ่งนอกจากอารมณ์วังเวงในห้องแต่งศพแล้ว มันยังบอกที่มาว่า การตายของแม่ มีส่วนทำให้ เชอร์ลีย์ กลายมาเป็นนักแต่งศพ เพื่อ ‘ซ่อม’ ร่างไร้วิญญาณให้งดงามราวคนหลับไหลอย่างมีชีวิต 

สยองยังไง– ในส่วนนี้จะมีทั้งอารมณ์ดราม่าระหว่างพี่น้อง และบทภาพยนตร์ของ ไมค์ ฟลานาแกน ยังพูดถึงความตายได้อย่างลึกซึ้ง เลยทำให้ซีนนี้ได้ทั้งความหมายเชิงปรัชญาและยังเซอร์ไพรส์ด้วยอารมณ์สยองขวัญปิดท้ายที่จะกระตุ้นให้เราอยากดูตอนต่อไป 

ธีโอ สาวสัมผัสสยอง (Episode 3 : Touch)

อันนี้ขอพูดถึงตัวละคร ธีโอดอร่า (เคต ซีเกล) น้องสาวคนกลางที่กลายมาเป็นนักจิตวิทยาเยาวชน และด้วยความที่ธีโอ มีสัมผัสพิเศษที่เวลาเอามือแตะคนหรือสิ่งของจะเห็นสิ่งลี้ลับ ดังนั้นเวลาเธอยื่นมือจะไปจับอะไร คนดูเลยหายใจไม่ทั่วท้องซะงั้น 

สยองยังไง – อันนี้ต้องชมการแสดงของ เคต ซีเกล เลยเพราะซีรีส์ไม่ได้เน้นภาพว่าเธอเห็นอะไรเวลาสัมผัสแต่การแสดงของ เคต ก็ทำให้เรารู้สึกตามได้ทุกครั้ง และยังเป็นตัวละคร LGBT ที่มีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆ. 

หนูกลัวผู้หญิงคอหัก (Episode 5 : The Bent-Neck Lady)

อันนี้จะเป็นความกลัวของหนูน้อย เนล (ไวโอเลต แม็คกรอ) ในเหตุการณ์อดีตที่ขอบอกเลยว่า แค่เห็นหน้าหนูน้อยหวาดผวาคนดูก็เกร็งแทบแย่แล้ว 

สยองยังไง – คืออันนี้ก็เป็นหลักฐานถึงความฉลาดของบทอีกนั่นแหละ เพราะ “ผู้หญิงคอหัก” ที่แท้จริงนั้น เมื่อถูกเฉลยกลับกลายเป็นการพลิกโหมดมาเล่าดราม่า โดยยังคงความน่ากลัวไว้ได้ไม่มีตกอีกนั่นแหละ. 

ไม่มีใครเห็นฉัน. (Episode 6 : Two Storms)

ในฉากงานศพของเนล ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นเหตุการณ์ในคืนเดียวยังส่งผลต่อความสัมพันธ์พี่น้อง และทำให้ทุกคนเริ่มตระหนักถึงผลลัพธ์ของบ้านฮิลเฮาส์

สยองยังไง – ขอบอกว่าตอนนี้ถ่ายแบบลองเทคจ้า คือ 50 นาทีกล้องถ่ายต่อเนื่อง แต่แบ่งเหตุการณ์ 3 ช่วง มีส่วนของ เหตุการณ์ย้อนอดีต 1 ก้อน ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการนำเทคนิคมาใช้เล่าเรื่องได้อย่างชาญฉลาดมากๆ 

ชมเบื้องหลังการถ่ายทำได้ ที่ี่นี่ 

เอาล่ะเชื่อว่า ฮาโลวีน ปีนี้ใครหาซีรีส์สยองดูแบบโต้รุ่งกับเพื่อนๆ ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงจ้า. 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!