Connect with us

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิว] Mr.Robot season 3.0


  • สร้างสรรค์โดย : แซม เอสเมล
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ชื่นชอบหนังหรือซีรีส์แนวทริลเลอร์จารกรรมข้อมูล หักเหลี่ยมเฉือนคม
  • ออกอากาศทาง :สตรีมมิ่ง 2 ซีซั่นแรกและซีซัน 3 แบบหลังออกอากาศที่สหรัฐอเมริกา 24 ชั่วโมงทาง iflix 

พอร์เตีย ดับเบิลเดย์ ในบท แองเจลา


เมื่อแผนการร้ายของ ดาร์คอาร์มี่ กลุ่มแฮกเกอร์ทมิฬที่นำโดย ไวต์โรส (บีดีหว่อง) เริ่มรุดหน้า เอลเลียต (เรมี มาเล็ค) แฮคเกอร์ผู้แพ้สังคมต้องต่อกรกับ มิสเตอร์โรบอต (คริสเตียน สเลเตอร์) และ ไทเรล (มาร์ติน วอลสตรอม) เพื่อหยุดแผนวินาศกรรมที่อาจคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างมหาศาล ด้าน ดาร์ลีน (คาร์ลี ไชคิน) น้องสาวของเขาก็ยอมเป็นสายสืบให้ ดอม (เกรซ กัมเมอร์) เอฟบีไอสาวที่หวังโค่นผู้ชักใยเหตุการณ์ไฟว์ไนน์ มหาวินาศกรรมข้อมูลที่ เอลเลียต มีส่วนรู้เห็นและยังเปลี่ยนชีวิตของ แองเจลา (พอร์เตีย ดับเบิลเดย์) คนที่เขาแคร์ที่สุดแต่คราวนี้เธออาจไม่ได้เป็นมิตรเหมือนที่ผ่านมา

ย้อนรอย Mr.Robot 2 ซีซันแรก
ซีซัน 1  ชีวิตเอลเลียตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมื่อได้รับการชักชวนจาก มิสเตอร์โรบอต ให้เข้าร่วมจารกรรมข้อมูลของบริษัทอีคอร์ปที่เคยทำให้พ่อของเขาต้องตาย  ซีซัน 2 หลังเหตุวินาศกรรมข้อมูลของอีคอร์ป ทำเศรษฐกิจสหรัฐชะงัก ทำให้ ดอร์ม เอฟบีไอสาวมุ่งหาผู้รับผิดชอบ แต่งานนี้ชีวิตของทุกคนต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อกลุ่มดาร์คอาร์มี่ฉวยโอกาสนี้ทำลายเศรษฐกิจสหรัฐและพร้อมกำจัดทุกคนที่ขวางทางพวกมัน 

คริสเตียน สเลเตอร์ ในบทมิสเตอร์ โรบอต, เรมี่ มาเล็ค ในบท เอลเลียต และ มาร์ติน วอลสตรอมใน บทไทเรล

คาร์ลี ไชคิน ในบท ดาร์ลีน และ เกรซ กัมเมอร์ ในบท ดอม


เรื่องราวสุดซับซ้อนถ่ายทอดอย่างล้ำลึก  

ยอมรับอย่างหนึ่งว่าตอนเห็นเรื่องย่อของมิสเตอร์โรบอตที่กล่าวถึงแฮคเกอร์แล้วมีการวินาศกรรมข้อมูล ในใจแอบกลัวเหมือนกันว่าจะดูไม่รู้เรื่อง แต่เพียงเปิดดูตอนแรกของซีซันแรกเท่านั้น คาแรกเตอร์ต่อต้านสังคมและการใช้ชีวิตสองด้านที่ต่างกันสุดขั้วของตัวละคร เอลเลียต อัลเดอร์สัน ก็ตรึงความสนใจได้อยู่หมัดทั้งความขัดแย้งสุดขั้วที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แต่กลับหาทางจารกรรมเพื่อแก้แค้นบริษัทชั่วร้าย

โดยเรื่องราวที่ดำเนินไปในแต่ละซีซันยังสามารถทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครได้อย่างน่าเชื่อถือ จากแฮคเกอร์ที่เป็นโรคตื่นตระหนักในการเข้าสังคมที่คนดูจะได้เห็นที่มาที่ไปในซีซันแรก สู่การปรับตัวปรับจิตใจตนเองในซีซันสอง แล้วกลายเป็นคนธรรมดาที่อยากกอบกู้โลกในซีซันสาม ซึ่งนอกจากพัฒนาการของตัวละครแล้ว ขอบเขตของเรื่องราวก็ดูจะกว้างขึ้นเรื่อยๆจากเรื่องการจารกรรมข้อมูลหนี้สินบริษัทยักษ์ใหญ่แล้วตัวซีรีส์ยังเชื่อมโยงไปพูดถึงการเมืองของโลกได้อย่างเฉียบคม โดยเฉพาะซีซันสามที่ถึงขนาดบอกว่าจีนมีส่วนในการผลักดัน โดนัลด์ ทรัมป์ ให้กลายเป็นประธานาธิบดีด้วยการล็อบบี้สื่อ (ฮ่าาา)

นอกจากตัวละครหลักอย่าง เอลเลียต แล้วตัวละครฝั่งสาวๆเองก็น่าสนใจไม่น้อยเช่น แองเจลา ที่เคยเป็นเพื่อนกันด้วยความเห็นใจที่ต่างฝ่ายต่างเสียพ่อและแม่จากความชั่วร้ายของอีคอร์ปเหมือนกัน แต่ แองเจลา ก็ไม่ได้เป็นตัวละครที่เป็นแค่เหยื่อเท่านั้นหลายครั้งตัวละครของเธอยังเข้าสู่พื้นที่สีเทา เพราะในช่วงท้ายของซีซันแรกเธอถึงกับได้เข้าไปทำงานในบริษัทอีคอร์ปและเริ่มเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นคนเย็นชามากขึ้น

หรือ ตัวละครอย่าง ดอร์ม เอฟบีไอสาวแกร่งฉลาดทันเกมแต่มีมุมเหงาที่ทำให้เธอกลายเป็นคนบ้างาน และดาร์ลีนน้องสาวที่ตามรอยพี่ชายแต่กลับพาตัวเองไปอยู่จุดที่ยากเกินหันหลังกลับ หรือแม้แต่ตัวละคร โจแอนนา (สเตฟานี คอเนลูสเซน) ภรรยาที่คอยผลักดันให้ไทเรลทำทุกอย่างเพื่อก้าวสู่อำนาจ ทำให้บทบาทผู้หญิงในซีรีส์เรื่องนี้สามารถเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราวได้ไม่แพ้ผู้ชายเลย


สเตฟานี คอเนลูสเซน ในบท โจแอนนา

บีดี หว่อง ในบทไวท์โรส


ทีมนักแสดงสุดเจ๋ง      

ต้องยอมรับในการแสดงของ เรมี่ มาเล็ค ที่สามารถถ่ายทอดบุคลิกทั้งดราม่าอาการทางจิตและปฏิภาณไหวพริบในการเอาตัวรอดที่คนดูพร้อมลุ้นตามแบบหืดขึ้นคอ รวมถึงการสร้างตัวละครขั้วตรงข้ามที่น่าสนใจหลายตัว โดยเฉพาะ ไวต์โรส ที่แสดงโดยนักแสดงเอเชีย บีดีหว่อง นักแสดงอีกคนที่สามารถคว้ารางวัลเอมมี่อวอร์ดจากซีรีส์ชุดนี้ไปได้อย่างไร้ข้อกังขา ด้วยการรับบทสองบทบาทที่เหมือนเหรียญสองด้านแต่นอกจากบท ไวต์โรส กะเทยหัวหน้าแฮคเกอร์กลุ่มดาร์คอาร์มี่ของจีนแล้ว ผมก็ไม่สามารถบอกได้จริงๆว่าอีกบทบาทของเขาสร้างเซอร์ไพรส์แค่ไหนอยากให้ติดตามชมกันเอง

ด้านนักแสดงสาว พอร์เตีย ดับเบิลเดย์ ก็ได้โชว์ความสามารถไม่แพ้กันทั้งการค่อยเปลี่ยนตัวละคร แองเจลา จากสาวน้อยไร้เดียงสาสู่คนที่ความแค้นเริ่มทำให้ตามืดบอดและพร้อมทำลายทุกอย่างแม้ผู้บริสุทธิ์ต้องตายก็ตาม นอกจากนี้ เกรซ กัมเมอร์ ในบท ดอม เอฟบีไอสาวก็สามารถตรึงคนดูด้วยใบหน้าซีดเผือดอย่างคนทุ่มเทกับงานเพื่อกลบความเหงาในใจได้อย่างโดดเด่น


โชว์เหนือด้วยเทคนิคการถ่ายทำ

สิ่งที่มิสเตอร์โรบอต โดดเด่นมากสำหรับนักวิจารณ์คือการออกแบบงานถ่ายภาพโดย ทอดด์ แคมป์เบล ทั้งการวางตำแหน่งตัวละครไว้ริมขอบล่างของภาพแบบแหกกฎการถ่ายภาพทั้งมวลเพื่อสื่อถึงความอึดอัด หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนมุมกล้องเพื่อแสดงภาวะอำนาจตัวละครในสองซีซันที่ผ่านมา สำหรับซีซันสามงานภาพของแคมป์เบลก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดยเฉพาะตอนที่ 5 อย่าง Runtime Error ที่ถ่ายทำแบบลองเทคทั้งตอนทำเอาคนดูอ้าปากค้างเลยทีเดียว


ตัวอย่างภาพจากตอน Run Time Error ตอนที่ 5 ของซีซัน 3

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!