Connect with us

News

มาส่องดูกายวิภาคของเหล่า Pokemon ว่าภายในจะเป็นอย่างไร

จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เชื่อว่าคำ ๆ นี้มักใช้ได้เสมอไม่ว่าจะเป็นยุคไหนสมัยใด ยิ่งในยุคสมัยนี้ที่ระบบ อินเทอร์เน็ต รวดเร็วจนเราสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมากมายจากที่นี่ แต่ถึงแบบนั้นจินตนาการก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์ขาดไปไม่ได้ และเมื่อพูดถึงวงการเกม ถ้าเราลองจินตนาการเล่น ๆ ดูว่า ถ้าเหล่า Pokemon ในเกมที่เราเล่นนั้นมีตัวตนจริง ๆ แบบในหนังเรื่อง Detective Pikachu พวกมันจะมีกายวิภาคแบบไหนกัน นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าจินตนาการ วันนี้เราเลยหยิบยก Pokemon เหล่านั้นมาฝ่าให้คุณได้ชมกัน ซึ่งต้องบอกก่อนว่านี่เป็นเพียง FanArt ที่เขียนขึ้นมาเท่านั้น ไม่สามารถใช้อ้างอิงใด ๆ ได้ โดยรูปทั้งหมดมาจาก Deviantart ที่เราหยิบยืมมาประกอบบทความ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาดูกันว่าจะมีตัวอะไรบ้าง

-Pikachu

เริ่มต้นตัวแรกจากเจ้าหนูสายฟ้า Pikachu ที่ใครหลายคนน่าจะรู้จักมันเป็นอย่างดี โดยเจ้า Pikachu นั้นคือร่างที่สองของการวิวัฒนาการในวงจรชีวิตของมัน ที่เริ่มจากการเป็นไข่ เมื่อฟักออกมาจะเป็นร่างตัวอ่อนในชื่อ Pichu ที่สามารถวิวัฒนาการเมื่อเกิดความเชื่องแก่ผู้เป็นเจ้าของ ส่วนร่างที่สามในชื่อ Raichu นั้นจะวิวัฒนาการได้จากการใช้หินสายฟ้า ในส่วนของกายวิภาคนั้น เราจะเห็นต่อมที่ใช้สร้างสายฟ้าที่แก้มของมันยาวไปถึงหู เพื่อสร้างประจุไฟฟ้าที่นอกจากที่แก้ม และเมื่อเราดูดี ๆ จะเห็นว่าต่อมสร้างกระแสไฟฟ้ามันเชื่อมต่อไปยังอวัยวะด้านล่างที่อยู่ในลำตัว เหมือนกับพวกปลาไหลไฟฟ้า รวมถึงมัดกล้ามที่แขนขาเพื่อการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และโครงสร้างของหางที่เป็นกระดูกแนวขวางที่แข็งแกร่งเพื่อใช้โจมตีศัตรูได้ด้วย

– Squirtle หรือ Zenigame

Squirtle หรือ Zenigame ที่เป็น Pokemon ซึ่งอ้างอิงมาจากเต่า แต่เจ้า Squirtle นั้นสามารถเดินสองขาได้จากกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรง ซึ่งจุดเด่นของ Squirtle อวัยวะที่สามารถเก็บกักน้ำเอาไว้ในร่างได้เมื่อยามอยู่บนบก และพ่นออกมาด้วยความรุนแรงเพื่อใช้เป็นอาวุธในการโจมตีศัตรู แถมยังมีกระดองเต่าที่หนาและคงทน ซึ่งเจ้า Squirtle สามารถหดหัวแขนขาหางเข้าไปในกระดอง เพื่อกันภัยยามถูกศัตรูโจมตี และยังใช้เป็นที่นอนในยามค่ำคืนอีกด้วย

-Charmander หรือ Hitokage

Charmander หรือ Hitokage คือ Pokemon ธาตุไฟที่มีลักษณะคล้าย ไดโนเสาร์ เดินสองขา ที่มีจุดเด่นตรงที่ไฟตรงหางที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ซึ่งเปลวไฟนั้นก็สามารถใช้เป็นตัวบ่งบอกถึงสุขภาพ และอารมณ์ของมันได้ด้วย ว่ากันว่าถ้ามันมีสุขภาพแข็งแรงไฟจะลุกสีแดง ถ้าร่างกายอ่อนแอเปลวไฟจะเบาบาง และถ้ามันโกรธเปลวไฟจะโหมแรงมาก ๆ และถ้ามันตายเปลวไฟที่หางจะดับลง และที่หลายคนสงสัย ว่าถ้าไฟที่หางของ Charmander โดนน้ำไฟจะดับไหม ? บอกเลยว่าไม่ดับแม้จะอยู่ในน้ำก็ตาม

-Bulbasaur หรือ Fushigidane

มาต่อกันที่ Pokemon ธาตุพืชหน้าตาน่ารักที่หลายคนชื่นชอบ อย่าง Bulbasaur หรือในชื่อญี่ปุ่นคือ Fushigidane เป็น Pokemon ที่เดินด้วยขาทั้งสี่ โดยมันจะเป็นลูกครึ่งระหว่างพืชและสิ่งมีชีวิต ในส่วนของขาหน้านั้นจะมีกงเล็บที่แหลมคมเพื่อใช้โจมตีศัตรู ส่วนดอกไม้ด้านหลังของมันนั้นมีมาตั้งแรกเกิด ในสภาพของดอกไม้ตูม ซึ่งภายในดอกไม้นั้นจะมีเมล็ดพืช ที่เป็นแกนกลางเหมือนหัวใจของมันที่ถูกปกป้องอย่างดี โดยเมล็ดพืชนี้จะมีหน้าที่ในการสังเคราะห์แสง เพื่อสร้างพลังงานเหมือนพืช และภายในดอกไม้ตูมนั้นจะมีแส้เถาวัลย์เพื่อใช้ต่างมือ และยังสร้างใบไม้ที่คมเหมือนใบมีดโจมตีศัตรูได้ด้วย

-Magikarp หรือ Koiking

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงอยากจะเห็นเครื่องในของเจ้า Magikarp หรือ Koiking  Pokemon ปลาที่แทบจะไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ แต่มันสามารถวิวัฒนาการเป็น Pokemon ที่แข็งแกร่งอย่าง Gyarados ได้ โดยภายข้างในของมันนั้นจะมีกะโหลกที่หนา เพื่อใช้ในการโจมตีศัตรูจากการดิ้น(ที่แทบไม่สร้างความเสียหายให้ศัตรู) ส่วนเนื้อที่ถูกคนจับมากินนั้นก็มาจากลำตัวส่วนบน และเห็นแบบนี้เจ้า  Magikarp สามารถอยู่ในน้ำที่สกปรกมาก ๆ ได้อย่างสบาย และมันยังอยู่บนบกได้โดยที่ไม่ตาย เพื่อใช้ในการย้ายที่อยู่ไปยังแหล่งน้ำที่ดีกว่า และว่ากันว่าการแยกเพศของ Magikarp ให้ดูที่หนวด โดยเพศผู้จะเป็นหนวดสีครีม ส่วนตัวเมียจะมีหนวดสีขาว

-Voltorb หรือ Biriridama

มาต่อกันที่ Pokemon ไฟฟ้าอีกหนึ่งตัวที่ใครซึ่งเล่นเกม Pokemon ในภาคแรก ๆ คงจะเข้าใจผิดคิดว่าเจ้า Voltorb หรือ Biriridama คือลูกบอล ไอเทม ที่จะมีของข้างใน แต่พอไปเก็บกลับเป็น Pokemon Voltorb ซึ่งเมื่อเราดูจากกายวิภาคของมันแล้วก็ต้องแปลกใจ เพราะมันมีส่วนผสมของเครื่องจักรภายใน และจากข้อมูลที่ได้มาบอกว่า เจ้าพวก Voltorb นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่การกำเนิดของมันนั้นยังเป็นปริศนามาจนถึงตอนนี้ ส่วนอาหารของเจ้า Voltorb คือกระแสไฟฟ้า แถมพวกมันยังขี้หงุดหงิดและชอบกลิ้งไปมาตามพื้นอีกด้วย

-Exeggcute หรือ Tamatama

Exeggcute หรือ Tamatama ในชื่อญี่ปุ่นคงเป็นอีกหนึ่ง Pokemon ที่หลายคนอยากจะเห็นเครื่องในของมันว่าเป็นอย่างไร เพราะดูจากภายนอกแล้วมันเหมือนไข่หลายใบที่ติดกัน แต่พอวิวัฒนาการดันกลายเป็นต้นมะพร้าวไปเสียอย่างนั้น ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่ไข่แต่เป็นเมล็ดพืช ที่แต่ละหัวจะติดกันด้วยกระแสจิต ซึ่งแต่ละหัวนั้นจะมีใบหน้าแบบต่าง ๆ ที่เป็นเพียงตัวหลอกเหยื่อให้งุนงง โดยมีหัวที่เป็นแกนกลางที่มีสมองเพียงหัวเดียว(หัวกลาง) และส่วนรอยร้าวบนเปลือกนั้นหมายถึงการใกล้วิวัฒนาการของมันนั่งเอง

-Omanyte หรือ Omnite

มากันที่ Pokemon โบราณอย่าง Omanyte หรือ Omnite Pokemon เก่าแก่ที่ฟื้นคืนชีพจาก Helix Fossil ซาก ฟอสซิลหอย ที่เราเก็บได้ในเกม โดยตัวของมันนั้นมีรูปร่างขนาดเล็กคล้ายกับหอยโข่ง ซึ่งความพิเศษของ Omanyte คือการควบคุมการลอยตัว โดยการจัดเก็บและปล่อยอากาศภายในเปลือกที่เหมือนฟองน้ำ และพ่นออกมาเพื่อเคลื่อนตัวในน้ำและมันจะมีหนวดในการควบคุมทิศทาง และนอกจากเก็บอากาศแล้ว ฟองน้ำด้านในยังเก็บน้ำเอาไว้ใช้เพื่อป้องกันตัวได้อีกด้วย

-Onix หรือ Iwark

เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนคงอยากเห็นเครื่องในของเจ้า Onix หรือ Iwark Pokemon หินขนาดใหญ่ที่เหมือนงู ซึ่งภายใต้ผิวหนังที่แข็งเหมือนหินนั้น ภายในคือมัดกล้ามที่หนาและมีลำไส้ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมผ่านไปถึงกระเพาะอาหารที่อยู่กลางลำตัว ส่วนภายในสมองของมันว่ากันว่าคือแม่เหล็ก ที่ทำหน้าที่เป็นเข็มทิศเวลาเคลื่อนไหวตัวใต้ดิน และมันจะดูดซับแร่ธาตุต่าง ๆ เข้าร่างกายตัวเอง เพื่อสร้างเปลือกให้แข็งแกร่ง แต่แร่ธาตุเหล่านั้นสามารถถูกน้ำชะล้าง หรือถูกพืชดูซับออกไปจากตัวมันได้(มันถึงแพ้น้ำและพืช) ขณะที่อาหารของ Onix คือดินอ่อน ๆ ที่อยู่ด้านล่างในรูที่มันอาศัยนั่นเอง

-Koffing หรือ Dogars

เมื่อพูดถึง Pokemon สายพิษยอดนิยมของผู้เล่นเกม หลายคนคงคิดถึงเจ้าลูกกลมๆสีม่วงอย่าง Koffing หรือ Dogars ในชื่อภาษาญี่ปุ่น ที่เมื่อเราดูจากกายวิภาคของมันแล้ว เราจะเห็นว่ามันมีกะโหลกที่หนา แต่ผิวหนังสีม่วงของมันนั้นกลับบางพอ ๆ กับลูกโป่ง มันจึงสามารถลอยตัวได้ในอากาศ เพราะต่อมที่สร้างพิษที่อยู่ภายในร่างเป็นตัวพยุงร่าง ส่วนท่อในร่างของมันก็มีไว้ปล่อยควันพิษเพื่อกำจัดเหยื่อ โดยก๊าซเหล่านี้จะมีกลิ่นเหม็นและเบากว่าอากาศ เมื่อโดนจะทำให้เคืองตาน้ำตาไหลจนลืมตาไม่ขึ้น นั่นคือวิธีล่าเหยื่อของมันนั่นเอง

-Jigglypuff หรือ Purin

Jigglypuff หรือ Purin คือหนึ่งใน Pokemon ตัวแสบใน การ์ตูน ที่หลายคนหลงรักกับเสียงร้องเพลงชวนหลับ ซึ่งเมื่อเราหลับเจ้า Purin จะไม่พอใจแล้วก็เอา ไมค์ ที่เป็น ปากกาเมจิก มาเขียนหน้าเราก่อนจะจากไป ซึ่งเมื่อเราดูจากกายวิภาคของมันแล้ว เราจะเห็นว่ามันมีโครงสร้างกระดูกที่ใหญ่และแข็งแรง เพื่อป้องกันอวัยวะภายใน แต่กระดูกเหล่านี้กลับพรุนและเบา บวกกับขนที่หนานุ่มของมัน จึงทำให้มันสามารถกระโดดกึ่ง ๆ ลอยในอากาศได้ และว่ากันว่าเจ้า Purin มันสามารถปรับความยาวคลื่นของเสียงตัวเอง เพื่อให้ตรงกับคลื่นสมองของเหยื่อทีมันต้องการ เพื่อให้เหยื่อหลับสนิทได้อีกด้วย

-Scyther หรือ Strike

มาต่อกันที่ Pokemon แมลงกันบ้าง กับ Scyther หรือ Strike ที่ไม่ว่าจะดูมุมไหนมันก็คือตั๊กแตนตำข้าวที่เดินสองขา ที่เมื่อดูจากกายวิภาคของมันแล้ว เราจะเห็นโครงสร้างของเปลือก(แมลงไม่มีกระดูก) ที่หนาแต่เบาเพื่อการเคลื่อนไหวที่เร็วและเข้ากับปีก และถ้าเราดูที่ช่วงหัวไหล่ถึงต้นแขน จะเห็นว่ามีมัดกล้ามคล้าย สปริง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ใบมีด ขณะที่ส่วนขาของมันจะเป็นเหมือน สปริง เหมือนที่แขน ที่ใช้ในการเคลื่อนไหวตัวที่รวดเร็ว  รวมถึงกล้ามเนื้อตรงน่องที่เป็นเหมือนกล้ามเนื้อที่รองรับขา สปริง ของมัน เรียกว่าเจ้า Strike เกิดมาเพื่อเป็นนักล่าโดยกำเนิดจริง ๆ

-Drowzee หรือ Sleepe

Drowzee หรือ Sleepe เป็น Pokemon สายพลังจิตอีกหนึ่งตัวที่ไม่ค่อยจะมีคนชอบกันนัก เพราะหน้าตาท่าทางของมันที่ไม่ค่อยน่ารัก แถมยังออกไปทางน่ากลัวนิด ๆ แต่ความสามารถของมันนั้น จัดอยู่ในกลุ่มของตัวที่ใช้งานได้ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว โดยเจ้า  Drowzee นั้นสามารถทำให้คนนอนหลับ และเข้าถึงความฝันของคน ๆ นั้นได้ และมันจะกินความฝันนั้น แล้วเปลี่ยนจากฝันดีให้กลายเป็นฝันร้าย แถมเจ้า Drowzee ยังชอบกินแต่ความฝันของเด็ก ๆ เพราะความฝันของเด็กดูสดใสอร่อยกว่าของผู้ใหญ่ที่จืด ๆ และตอนที่มันกินความฝัน มันจะอยู่เหนือหัวของคุณ และใช้งวงดูดความฝันผ่านทางจมูกของคุณ

-Graveler หรือ Golone

Graveler เป็น Pokemon เดินสองเท้ารูปร่างคล้ายก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีสี่แขน ซึ่งเมื่อเราดูกายวิภาคของมัน เราจะเห็นมัดกล้ามของมันที่ดูแข็งแรงแต่ก็ยืดหยุ่น ที่ทำให้มันขดตัวเป็นทรงกลมเพื่อใช้ในการเดินทางหรือโจมตีศัตรู พวกมันมักอาศัยบนยอดเขาและหาอาหารจำเป็นแร่ธาตุเหล็กตามโขดหิน ซึ่งมันมักจะชอบกลิ้งหล่นลงมาด้านล่าง ตัวมันจึงต้องมีความแข็งแรง  และอาหารที่กินก็ไปช่วยสร้างเปลือกให้มันนั่นเอง และเห็นแบบนี้มันสามารถระเบิดตัวเองได้โดยที่ตัวมันแทบจะไม่เป็นอะไร เพราะแรงระเบิดนั้นจะส่งเศษหินเหล็กตามตัวใส่ศัตรู และไม่นานมันก็จะกลับมาคืนร่างแข็งแรงเหมือนเดิม หลังจากปล่อยเศษหินตามตัวออกไป

-Grimer หรือ Betbeter

Grimer หรือ Betbeter เป็นอีกหนึ่ง Pokemon พิษที่หลายคนอาจจะสงสัยว่าภายในของเจ้าตัวนี้มันจะเป็นอย่างไร เพราะเมื่อดูจากภายนอกแล้วมันก็ดูเหมือนโคลนเหลว ๆ ที่มีลูกตาปากมากกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต ยิ่งเมื่อเราดูกายวิภาคของมัน เรายิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก  โดยร่างกายทั้งหมดของมันนั้นคือกากตะกอนสีม่วง ที่ประกอบไปด้วยแบคทีเรียหลากหลายชนิด ซึ่งมีศักยภาพมากพอที่จะทำให้ดินแห้งแล้งและไม่สามารถปลูกพืชได้ และด้วยความที่เจ้า Grimer มีรูปร่างคล้ายของเหลว มันจึงสามารถบีบเข้าไปในพื้นที่หรือรอยแยกได้อย่างง่ายดาย และมันก็ใช้ความสามารถนี้ในการเจาะท่อน้ำเสีย และดูดซับน้ำที่สกปรกภายในมากินเป็นอาหาร ภายในของมันจึงเป็นอย่างที่เราเห็น

-Gloom หรือ Kusaihana

ปิดท้ายท้ายสุดด้วย Pokemon พืชสายพิษอย่าง Gloom หรือ Kusaihana Pokemon พืชสายโหดที่มีพิษที่รุนแรง โดยรูปร่างของมันนั้นจะมีดอกไม้ตูมที่เป็นตุ่มกลม ๆ ที่เอาไว้เก็บและสร้างพิษ ที่ปล่อยกลิ่นเหม็นแรงพอที่จะทำให้มนุษย์เป็นลมได้ และกลิ่นนี้ก็ไปได้ไกลถึง 1.6 กิโลเมตรเลยทีเดียว ส่วนขาและแขนของมันจะเป็นรากไม้ ที่เอาไว้ดูดซับสารอาหารจากดิน และน้ำลายที่ไหลออกมาจากปากคือน้ำหวานที่เอาไว้ล่อเหยื่อที่ได้กลิ่นใหม่มาติดกับ ก่อนจะเจอพิษที่รุนแรง แถมน้ำลายที่ไหลของมันยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการทำน้ำหอมอีกด้วย และเมื่อ  Gloom รู้สึกไม่ปลอดภัย พิษจะยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้นตามอารมณ์ของมัน และนอกจากควันพิษแล้วมันยังสามารถพ่นพิษออกจากปาก ให้เหยื่อตัวชาได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องราวของ Pokemon ที่เราเอามานำเสนอ โดยข้อมูลของ Pokemon นั้นมาจาก เว็บไซต์ Bulbapedia สารานุกรม Pokemon ที่ใช้อ้างอิงข้อมูลในการเขียน ส่วนเรื่องของกายวิภาคนั้นเป็นเพียงแค่การจินตนาการของผู้เขียน ไม่ใช่เรื่องราวที่ได้รับการยอมรับจริง ๆ จากทาง Nintendo แต่แค่รู้เอาไว้ว่าถ้ามันมีจริง ๆ ต้องเป็นอะไรแบบนี้อย่างแน่นอน ส่วนใครที่อยากเห็น Pokemon ตัวอื่น ๆ ก็ไปติดตามผลงานของ Deviantart กันได้

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!