ผลพลอยได้จากอิตาลีปิดประเทศ น้ำในคลองเวนิสกลับมาใสราวกับกระจก

อิตาลีเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 หนักที่สุดในยุโรป เป็นผลให้รัฐบาลต้องออกคำสั่ง “ล็อกดาวน์” ประเทศ ขอให้ประชาชนเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ธุรกิจห้างร้านหยุดทำการ รถยนต์หยุดออกมาวิ่งขวักไขว่บนถนน แต่ท่ามกลางวิกฤตการณ์นี้ก็ยังมีผลพลอยได้ในทางบวกให้พอมองเห็นได้บ้าง

อย่างหนึ่งก็คือน้ำในคลองเวนิสได้กลับมาใสราวกับกระจกอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เพราะอย่างที่ทั่วโลกรู้กันดีว่าคลองเวนิสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศอิตาลี ภาพที่ทุกคนชินตาคือคลองเวนิสจะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวในเรือกอนโดลา ถ้าในสถานการณ์ปกติแล้ว เดือนมีนาคมนี้จะเป็นเดือนที่คลองเวนิสหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวกว่า 700,000 คน และเป็นสาเหตุหลักในการปล่อยมลภาวะลงสู่ลำคลองเวนิส พอคลองเวนิสร้างนักท่องเที่ยว ก็เลยเป็นโอกาสที่น้ำในลำคลองจะได้ฟื้นตัวตามธรรมชาติกลับมาสดใสอย่างในภาพที่มีชาวอิตาลีโพสต์ผ่านทวิตเตอร์

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น La Nuova di Venezia e Mestre ยังให้ความเห็นว่า น้ำใสขนาดนี้สามารถลงไปอาบได้เลย

ไม่เพียงแค่น้ำในคลองเวนิสจะกลับมาใส แต่สภาพอากาศในอิตาลียังดีขึ้นมากอีกด้วย เมื่อธุรกิจและผู้คนต่างหยุดนิ่งงดกิจกรรมทางสังคมทุกอย่าง กระบวนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ลดลงไปด้วย หน่วยงานทางอากาศของยุโรป ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทาง the Washington Post ให้เห็นว่า ช่วงเวลาระหว่างวันที่ 1 มกราคม มาจนถึงวันที่ 12 มีนาคม นั้น ความเข้มข้นของ ไนโตรเจน ไดออกไซด์ ที่ปล่อยมาจากจากรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมเข้าสู่สภาพอากาศเหนือทวีปยุโรปลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสภาพอากาศเหนือประเทศอิตาลี เราสามารถดูได้จากภาพประกอบจากดาวเทียม the ESA’s Sentinel-5P

เอ็มมานูเอล มาเซตติ ผู้เชี่ยวชาญทางสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ประจำมหาวิทยาลัยจอร์เจีย ให้ความเห็นว่า
“ผมว่าสาเหตุส่วนหนึ่งคือรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลนั้นหายไปจากท้องถนน ผมคาดหวังจริง ๆ ว่ามลภาวะจะลดลงไปอีกมากจากนี้ ความหนาแน่นของอนุภาคมลพิษที่ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศก็จะกระจายตัวกันออกไปบ้าง ถูกดูดกลืนไปบ้างในไม่กี่วันจากนี้ล่ะ แล้วชาวอิตาลีก็จะได้มีความสุขกับสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดในช่วงนี้”

อ้างอิง