Tags
| venice
26/08/2021
นักท่องเที่ยวต้องจ่ายค่าเข้าเมือง ‘เวนิส’ ตั้งแต่ปี 2022
หนึ่งในเมืองยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่าง ‘เวนิส’ (Venice) ในประเทศอิตาลี กำลังจะเก็บค่าเข้าเมืองจากนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป ทั้งนี้เวนิสจะเริ่มดำเนินการเก็บค่าเข้าเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนระหว่างวัน (แบบเช้าไป-เย็นกลับ) ที่จะต้องมีคิวอาร์โค้ดสำหรับสแกนที่ด่านเก็บค่าเข้าเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้อและจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อได้รับคิวอาร์โค้ด แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแบบค้างคืนในเวนิส ซึ่งทางโรงแรมจะคิดค่าภาษีเมืองที่ต้องจ่ายล่วงหน้าพร้อมกับค่าห้องพักอยู่แล้ว แต่แนวคิดนี้ไม่ค่อยเป็นที่พอใจของชาวเวนิสสักเท่าไหร่ หลายคนบอกว่าจะการมีด่านเก็บค่าเข้าเมืองจะทำให้เวนิสมีสภาพไม่ต่างจากสวนสนุก อีกทั้งบางคนยังตั้งคำถามว่าการเก็บค่าเข้าเมืองเป็นเรื่องถูกกฎหมายหรือไม่ “มันขัดต่อรัฐธรรมนูญและฝ่าฝืนกฏหมายของยุโรป มันเป็นเรื่องน่าอายสำหรับเมืองเวนิส ทั้งสำหรับชาวเวนิสเองและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน” มาร์โก กัสปารีเน็ตติ สภาเทศบาลเมืองเวนิส กล่าว การเก็บค่าเข้าเมืองเวนิสได้รับการเสนอมาตั้งแต่ปี 2018 และจะเริ่มบังคับถูกใช้ในปี 2022 หลังจากที่เลื่อนมาจากกำหนดเดิมในเดือนพฤษภาคม 2019 เนื่องมาจากนักท่องเที่ยวที่บางตาลงจากโรคระบาดโควิด-19 ส่วนค่าเข้าเมืองที่นักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายนั้นก็อยู่ระหว่าง 3 ยูโร ถึง 10 ยูโร ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเวลาของปี โดยจากข้อมูลตัวเลขก่อนหน้าที่จะเกิดโรคโควิด-19 เวนิสมีนักท่องเที่ยวราวปีละ 30 ล้านคน และประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์เป็นการท่องเที่ยวแบบวันเดียวเครดิตภาพและอ้างอิงhttps://rb.gy/ndtqol พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสทีมคอนเทนต์ BT | 1873 days ago
Read More23/04/2020
ชมภาพโลกที่ไร้มลพิษและอากาศบริสุทธิ์จากทั่วโลก หลังมาตรการล็อกดาวน์ Covid-19
ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน Beartai ได้เคยนำเสนอรายงานข่าวเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมจากหลาย ๆ ที่ทั่วโลกที่พอจะเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่า โลกของเราได้ฉวยโอกาสที่ผู้คนกักตัวอยู่บ้านในสภาวะล็อกดาวน์ทั้งโลกถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด หยุดกิจกรรมทางสังคมและการสัญจรเกือบทั้งหมด ฟื้นตัวจากภาวะมลพิษและถูกทำลายมานานปี ซึ่งวันนี้ก็มีภาพบรรยากาศของเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกที่เป็นการเปรียบเทียบระหว่างช่วงปกติที่ไม่มีสถานการณ์ Covid-19 กับในช่วงนี้มาให้ดูกันชัด ๆ อีกครั้ง รายงานยังเปิดเผยอีกว่า ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศลดลงมากกว่า 50% ในเมืองปารีสของฝรั่งเศส แมดริดของสเปน เมืองมิลานและโรมของอิตาลี รวมถึงองค์การนาซาก็รายงานว่า มลพิษในอากาสในอเมริกาเหนือและประเทศจีนลดลงกว่า 30% อีกด้วย ประตูอินเดีย (India Gate) หรือชื่อเดิม อนุสรณ์สถานแห่งสงครามทั้งปวงของอินเดีย (All India War Memorial) ภาพบนถูกถ่ายไว้เมื่อ 17 ตุลาคมปีที่แล้วเทียบกับภาพล่าง 8 เมษายนปีนี้หลังจากการประกาศล็อกดาวน์ของประเทศอินเดีย 21 วัน สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ลงคำบรรยายภาพไว้ว่า "ช่วงเวลาที่อากาศสะอาดยาวนานที่สุดที่เคยมีมาของอินเดีย" ภาพมุมสูงของเมืองนิวเดลี เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนเมื่อปีก่อน และภาพล่าง 8 เมษายนปีนี้อีกเช่นกัน เมืองนิวเดลีจัดเป็นเมืองที่มีประชากรสูงที่สุดในโลกที่ประกาศล็อกดาวน์กับจำนวนประชากร…Vinijphat Kanyapong | 2363 days ago
Read More17/03/2020
ผลพลอยได้จากอิตาลีปิดประเทศ น้ำในคลองเวนิสกลับมาใสราวกับกระจก
อิตาลีเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 หนักที่สุดในยุโรป เป็นผลให้รัฐบาลต้องออกคำสั่ง "ล็อกดาวน์" ประเทศ ขอให้ประชาชนเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ธุรกิจห้างร้านหยุดทำการ รถยนต์หยุดออกมาวิ่งขวักไขว่บนถนน แต่ท่ามกลางวิกฤตการณ์นี้ก็ยังมีผลพลอยได้ในทางบวกให้พอมองเห็นได้บ้าง อย่างหนึ่งก็คือน้ำในคลองเวนิสได้กลับมาใสราวกับกระจกอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เพราะอย่างที่ทั่วโลกรู้กันดีว่าคลองเวนิสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศอิตาลี ภาพที่ทุกคนชินตาคือคลองเวนิสจะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวในเรือกอนโดลา ถ้าในสถานการณ์ปกติแล้ว เดือนมีนาคมนี้จะเป็นเดือนที่คลองเวนิสหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวกว่า 700,000 คน และเป็นสาเหตุหลักในการปล่อยมลภาวะลงสู่ลำคลองเวนิส พอคลองเวนิสร้างนักท่องเที่ยว ก็เลยเป็นโอกาสที่น้ำในลำคลองจะได้ฟื้นตัวตามธรรมชาติกลับมาสดใสอย่างในภาพที่มีชาวอิตาลีโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ https://twitter.com/FolinAlberto/status/1238808084375633920 หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น La Nuova di Venezia e Mestre ยังให้ความเห็นว่า น้ำใสขนาดนี้สามารถลงไปอาบได้เลย ไม่เพียงแค่น้ำในคลองเวนิสจะกลับมาใส แต่สภาพอากาศในอิตาลียังดีขึ้นมากอีกด้วย เมื่อธุรกิจและผู้คนต่างหยุดนิ่งงดกิจกรรมทางสังคมทุกอย่าง กระบวนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ลดลงไปด้วย หน่วยงานทางอากาศของยุโรป ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทาง the Washington Post ให้เห็นว่า ช่วงเวลาระหว่างวันที่ 1 มกราคม มาจนถึงวันที่ 12 มีนาคม นั้น ความเข้มข้นของ ไนโตรเจน ไดออกไซด์ ที่ปล่อยมาจากจากรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมเข้าสู่สภาพอากาศเหนือทวีปยุโรปลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสภาพอากาศเหนือประเทศอิตาลี เราสามารถดูได้จากภาพประกอบจากดาวเทียม the ESA’s…สุชยา เกษจำรัส | 2400 days ago
Read MorePR Partners
See All12/10/2026
ทีมคอนเทนต์ BT | 12 hours ago
ซีพีเอฟ ร่วมมือคอมมูนิตี้ออกกำลังกาย เจาะอินไซต์ผู้บริโภคที่เน้นโภชนาการและความสะดวก
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ขยายกลยุทธ์การตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ผ่านการร่วมมือกับกลุ่มคอมมูนิตี้ออกกำลังกายหลากหลายประเภท เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการควบคู่กับความสะดวกในชีวิตประจำวัน ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคด้านสุขภาพและอาหาร จากผลสำรวจ Voice of the Consumer Survey 2025 – Thailand Snapshot โดย PwC ระบุว่า 43% ของผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลักในการเลือกซื้ออาหาร ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านความสะดวกยังคงมีอิทธิพลสูง โดย 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามซื้ออาหารปรุงสำเร็จอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง09/10/2026
“กระทิง พูนผล” กลั่นบทเรียนจากความล้มเหลวตลอดเส้นทางชีวิต สู่หนังสือ “Unbeatable”
"กระทิง" เรืองโรจน์ พูนผล เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ "Unbeatable วิธีบ่มเพาะตัวตนและจิตใจของ ‘ผู้ไม่ยอมแพ้’ ในทุกสถานการณ์" จากสำนักพิมพ์ KOOB ภายใต้แนวคิด "ต่อให้โลกโหดร้ายแค่ไหน ฉันจะไม่พ่ายแพ้" ต่อยอดจากหนังสือเล่มแรก "Move Heaven and Earth" ด้วยการกลั่นบทเรียนจากความล้มเหลว ตลอดเส้นทางการทำงานมาเป็นคู่มือลงมือทำที่วางระบบคิดเป็นพีระมิด 3 ระดับ ตั้งแต่การจัดการปัญหาและอารมณ์รายวัน การเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านตัวตน พร้อมต่อยอดทักษะ "Unbeatable" ผ่านชุมชนออนไลน์ ให้เป็นทักษะที่จำเป็นในปี 2570 สำหรับคนไทยที่ต้องรับมือกับโลกที่ผันผวน หนังสือเปิดให้สั่งจองแล้ว นายเรืองโรจน์ พูนผล ผู้ร่วมก่อตั้ง H.O.W. (House of Wisdom) เปิดเผยว่า "Unbeatable" เป็นหนังสือที่ตั้งใจให้ผู้อ่านนำไปลงมือทำได้จริง เนื้อหากว่า 200 หน้า แบ่งเป็น 10 บท เขียนในรูปแบบ How-To ที่ผู้อ่านฝึกได้ทีละขั้น ต่อยอดจากหนังสือเล่มแรก "Move Heaven and…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 3 days ago
Read More08/10/2026
เครือซีพี เตรียมจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 แสดงนวัตกรรมองค์กรและเวทีเสวนาเทคโนโลยี
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศเตรียมจัดงาน "CP Innovation Exposition 2026" (งานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9) ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” โดยเป็นการเปิดพื้นที่จัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยีเชิงอุตสาหกรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรในอุตสาหกรรมต่างๆ โครงสร้างกิจกรรมและ 8 หัวข้อการเสวนาเชิงเทคโนโลยี การจัดงานในปีนี้แบ่งออกเป็นกิจกรรมจัดแสดงผลงานและการบรรยายเชิงวิชาการ โดยกำหนดหัวข้อเสวนาหลัก 8 มิติ ได้แก่: การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและการแข่งขัน HealthyLicious ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจำนวน 90 รายการ จากหน่วยธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ใน 10 ประเทศ ครอบคลุมการปรับปรุงกระบวนการผลิต การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผลงานทั้งหมดจะเข้าร่วมการประเมินเพื่อรับรางวัล Chairman Awards ประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการจัดการประกวดโครงการ "HealthyLicious"…เอกพล ชูเชิด | 4 days ago
Read More07/10/2026
มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ร่วม ทรูปลูกปัญญา เปิดตัวแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก พร้อมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลคัดกรอง
มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยโครงการทรูปลูกปัญญา จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก (7 ตุลาคม 2569) ภายใต้แนวคิด “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อกระตุ้นการรับรู้เรื่องการตรวจคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น โดยเปิดตัวสื่อประชาสัมพันธ์ชุดใหม่ที่ได้ สุชาตา ช่วงศรี (Miss World 2025) มาร่วมถ่ายทอดข้อความรณรงค์ให้ผู้หญิงและประชาชนทั่วไปสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ สถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบันยังคงเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้หญิงทั้งระดับสากลและประเทศไทย โดยข้อมูลสถิติระบุว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 21,061 รายต่อปี คิดเป็น 23.5% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในเพศหญิง ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะที่ 1 มีอัตราการรอดชีวิตที่ระยะเวลา 10 ปี สูงถึง 95% ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจพบในระยะแรกเริ่ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการขยายเครือข่ายความร่วมมือ ในมิติของการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานสาธารณสุข โครงการนี้ได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในการกระจายข้อมูล ดังนี้: ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งต่อโอกาสให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้อย่างทั่วถึง ด้วยการบริจาคสมทบทุนมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น โดยเงินบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…เอกพล ชูเชิด | 5 days ago
Read More















