[รีวิวหนังสือ] Back to the 90’s – คู่มือหนังยุค 90’s ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ Cinephile ยุคเก๋าจะต้องหลงรัก!

Back to the 90's by Vintage Motion
รูปเล่มภายนอก+การออกแบบ
9
เลย์เอาท์ภายใน+ภาพประกอบ
9
เนื้อหาภายใน
10
ความสะดวกในการสั่งซื้อ
8
ราคาและความคุ้มค่า
9
จุดเด่น
รูปเล่มสวยมาก เหมาะแก่การเก็บเป็นคอลเล็กชัน
หนังสือหนาอยู่ น่าจะถูกใจนักอ่านสายแข็งที่ชอบหนังสือหนา ๆ
ภาพประกอบหัวเรื่องที่เป็นภาพจากในหนังปีต่าง ๆ ก็สวยมาก ๆ
เรื่องราวข้างในอ่านเพลินและข้อมูลแน่นเลยแหละ ใครติดตามเพจน่าจะคุ้นเคยกันดี
มีของแถมเป็นมินิโปสเตอร์ขนาดเท่าตัวเล่มด้วย
จุดสังเกต
แอบราคาสูงอยู่เหมือนกัน (เพราะว่า Limited Edition) แต่คิดว่าคนรักหนังตัวจริงน่าจะไม่ลังเลมาก
ไม่มีขายตามร้านหนังสือทั่วไป และน่าจะใกล้หมดแล้วด้วย (ไม่รู้ว่าจะมีพิมพ์ล็อตใหม่ออกมาอีกหรือเปล่า)
9
ผมเชื่อเหลือเกินว่า คนรักหนังในวัยผม หรือพี่ ๆ ที่อายุมากกว่าผม ย่อมเคยได้สัมผัสกับช่วงเวลาที่หลายคนต่างขนานนามว่าเป็น “อีกช่วงเวลาทองของวงการฮอลลีวูด” แม้ว่าเอาจริง ๆ ยุค 90’s ก็ไม่ได้เก่าแบบคร่ำคร่าขนาดนั้น แต่ด้วยความที่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนังฮอลลีวูดเองก็กำลังเดินทางไปสู่ความเป็นยุคใหม่ และในช่วง 10 ปีนั้นก็มีหนังคุณภาพออกมานับหลายร้อยเรื่อง ซึ่งในที่สุดเมื่อกาลเวลาผ่านมาจนถึงตอนนี้ หนังเหล่านั้นก็กลายเป็นความทรงจำดี ๆ ที่คนในยุคนั้นเองนึกแล้วก็ชื่นใจ ส่วนคนที่ไม่ทันยุคนั้น ก็คงสัมผัสกลิ่นอายอะไรบางอย่างที่คงค้างอยู่ในหนังได้บ้างไม่มากก็น้อย

เมื่อเดือนเมษายน เพจเล่าเรื่องหนังเก่าเจ๋ง ๆ อย่างเพจ Vintage Motion ก็เลยไปร่วมมือกับ Spacebar ZINE หรือ Spacebar Design Studio เจ้าของสตูดิโอออกแบบดีไซน์และสิ่งพิมพ์ทางเลือก นำเอาเนื้อหาหนังเก่า ๆ ที่สโคปเฉพาะช่วงยุค 90’s แบบเน้น ๆ ที่เคยลงในเพจ และที่เขียนขึ้นมาใหม่มารวมกันเป็นหนังสือที่ชื่อว่า Back to the 90’s By Vintage Motion โดยเปิดรอบ Pre-Order ให้จองในราคาพิเศษรอบแรกไปแล้ว ก่อนจะเปิดรอบปกติ (ในราคาปกติ) ให้ได้สั่งซื้อกัน ในจำนวนการพิมพ์ที่ Limited Edition มาก ๆ

แม้ว่าส่วนตัวผมเองจะดูแลเพจ Beartai-What The Fact อยู่ แต่ก็ต้องบอกว่าก็ติดตามเพจ Vintage Motion อยู่เหมือนกันนะ 555 ด้วยความที่เพจนี้เป็นเพจที่เล่าเรื่องหนังที่มีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือ นอกจากจะมีความลึกของข้อมูลแล้ว ตัวบทความในเพจเองก็มักจะมีกลิ่นอายของหนังในยุคนั้นอย่างชัดเจนด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ลังเล ซื้อหนังสือเล่มนี้มาทำการรีวิวแบบซื้อเอง รีวิวเอง (แต่กว่าจะได้รีวิว ได้ข่าวว่าหนังสือตอนนี้ก็ใกล้จะหมดแล้วนะ 555)

เพราะฉะนั้นวันนี้เลยถือโอกาสหยิบมารีวิวกันแบบเต็ม ๆ ซักที!

แพ็กเกจ

หนังสือถูกนอนมานิ่ง ๆ ในกล่องที่ค่อนข้างพอดีกับตัวหนังสือเลยครับ คือใหญ่กว่าไม่มาก ซึ่งถูกปิดด้วยเทปกาวมาอย่างแน่นหนา เมื่อแกะกล่องแล้วจะพบกับหนังสือที่ถูกห่อด้วยพลาสติกมาอีกชั้น นอนนิ่งในกล่องขนาดพอดีเป๊ะ แม้ว่าตัวหนังสือจะพอดีกับกล่องจนไม่สามารถห่อบับเบิลได้

แต่ก็ทดแทนด้วยการสอดชิ้นกระดาษจั่วปังยาว 2 ชิ้นไว้ที่ด้านบนและล่างของตัวเล่มเพื่อจัดให้หนังสืออยู่กับที่ ไม่หลวมโพรกจนอาจทำให้หนังสือกระทบกระเทือนได้ ซึ่งน่าประทับใจว่า เมื่อผมแกะออกมาแล้ว ตัวหนังสือเองแทบไม่ได้รับความเสียหายเลย เนียนกริ๊บมาก ๆ

รูปเล่มภายนอก – ของแถม

เรียกได้ว่ารูปเล่มถือเป็นจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้เลยนะครับ ตัวหนังสือจริง ๆ จะมาพร้อมกับกล่องสวม ซึ่งพอเป็นกล่องสวม บวกกับไอเดียที่เนื้อหาพูดถึงหนังยุค 90’s แบบเน้น ๆ เพราะฉะนั้นทาง Spacebar ZINE ก็เลยดีไซน์ตัวรูปเล่มออกมาในสไตล์ “Home Video Box Set” เป็นเหมือนกับแพ็กเกจ “ม้วนวิดีโอหนัง VHS” ด้านหน้าก็จะมีรูปภาพประกอบที่คัดมาจากหนังเรื่องต่าง ๆ ที่โดดเด่นในยุค 90’s ซึ่งแม้ว่าตัวรูปเล่มจะใหญ่และหนากว่าม้วน VHS ของจริงมาก แต่ตัวดีไซน์ตั้งแต่กล่องสวมจนถึงปกหน้า สันปก และปกนี่เรียกได้ว่าอ้างอิงกลิ่นอายของม้วนวิดีโอหนัง+กล่องสวมมาแบบเป๊ะ ๆ เลย

และเพื่อให้ได้ฟีลแบบสุด ๆ ด้านหลังของปกสวมก็เลยจะมีรูปม้วนวีดิโอด้วย ซึ่งพอดึงหนังสือออกมาแล้ว เราก็จะได้เห็นตัวรูปเล่มที่ออกแบบมาในโทนเดียวกัน แต่เปลี่ยนจากกล่องสีดำเป็นปกสีครีม ๆ แทน อีกอย่างที่ต้องพูดถึงก็คือความหนาของรูปเล่มครับ ความหนาก็ไม่หนามาก แค่ 495 หน้า เกือบ ๆ 500 หน้าเท่านั้นเอง 555 และรูปเล่มใหญ่กว่าพ็อกเก็ตบุ๊กทั่วไปขนาด A5 พอสมควรเลยแหละ ถือว่าค่อนข้างหนักพอสมควรถ้าจะพกพาไปอ่านข้างนอก

ส่วนตัวปกหลังก็จะมีข้อความเกริ่นถึงตัวหนังสือ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีความเหมือน “Synopsis” หรือเรื่องย่อของหนัง ที่มักจะเขียนไว้ที่ด้านหลังของวีดิโอเสมอ ๆ รวมถึงส่วนอื่น ๆ ของตัวเล่มก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นพวกโลโก VHS หรือ Dolby Surround หรือ Label ชื่อเรื่องวีดิโอที่อยู่บนสันของกล่องสวม ที่เชื่อว่า คนที่เคยมีความทรงจำกับวีดิโอเทป เคยเดินไปเช่าม้วนวีดิโอเทปที่ร้านเช่า หรือเคยดึงม้วนเทปจากกล่องแล้วยัดใส่เครื่องเล่นวีดิโอเห็นแล้วต้องอมยิ้มแน่นอน

และในทุก ๆ เล่มที่สั่งซื้อ จะมี Mini-Poster ที่พิมพ์บนกระดาษแบบเดียวกับที่ใช้พิมพ์ปก แทรกแถมเข้าไปกับกล่องสวมด้วย ซึ่งตัวมินิโปสเตอร์ขนาดเกือบเท่ากับตัวหนังสือนี้ มีแบบเดียวถ้วน คือเป็นภาพประกอบภาพสุดท้ายของเล่ม ก็คือปี 1999 นั่นเอง (The Matrix ภาคแรกฉายปี 1999 นะครับ) โดยถ้าแกะห่อพลาสติกแล้วดึงหนังสือออกมา ก็จะแทรกอยู่ในกล่องสวมเลย จะเอาไปติดบอร์ดหรือใส่กรอบก็แล้วแต่สะดวก

รูปเล่มภายใน – เลย์เอาต์

รูปเล่มภายในถือว่าค่อนข้างเรียบง่าย เหมือนพ็อกเก็ตบุ๊คทั่ว ๆ ไปเลยครับ คือมีคำนำ มีสารบัญ ภาพประกอบ หัวเรื่อง และวางเลย์เอาต์แบบมาตรฐานของพ็อกเก็ตบุ๊กทั่ว ๆ ไปเลย ถ้าพูดกันซื่อ ๆ ก็คือ ตอนแรกที่เปิดดูรูปเล่มและเห็นตัวหนังสือที่ใช้ฟอนต์ TH Sarabun (เฉพาะตัว Text) เยอะ ๆ ผมก็แอบแหยงนิด ๆ (ขนาดว่าตัวผมชอบอ่านหนังสือ และชอบหนังสือหนา ๆ อยู่แล้วนะ 555) แต่เอาจริง ๆ ตัวหนังสือเยอะ ๆ ก็ไม่ได้ทำให้อ่านยากอะไร การวางเลย์เอาต์ถือว่าสวยงามตามมาตรฐานพ็อกเก็ตบุ๊กทั่วไปครับ

สำหรับตัวภาพประกอบภายใน จะแทรกไว้ด้วยภาพประกอบสุดแนวฝีมือการวาดโดย wawawawin ซึ่งอยู่ในหัวเรื่องของแต่ละปี โดยเป็นภาพประกอบที่อ้างอิงจากภาพโปสเตอร์และภาพจากในหนังแต่ละเรื่องของแต่ละปี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์จากการนำภาพในหนังมาใช้

ซึ่งส่วนตัวผมเองก็ยอมรับว่า แอบเสียดายนิด ๆ ที่ไม่ได้มีภาพโปสเตอร์หรือภาพประกอบอื่น ๆ จากหนังเข้ามาใส่เพื่อประกอบหนังแต่ละเรื่อง เผื่อว่าอ่านแล้วจะได้อ๋อว่าเป็นหนังเรื่องอะไรที่เคยผ่านตา (หรือดูไปแล้วแต่จำไม่ได้) บ้าง แต่ถ้าจะมองเรื่องลิขสิทธิ์ที่ตอนนี้ก็ถือว่าแรงอยู่เหมือนกัน อันนี้ก็เป็นอะไรที่โอเค เข้าใจได้ครับ


(รีวิวยังมีต่อหน้า 2 นะครับ ไม่เชื่อก็ลองคลิกดู)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save