[รีวิว] บุษบา The Secret Weapon: สายลับสาวคลั่งแค้น สานต่อลายเซ็นแบบหนัง ปีเตอร์ นพชัย

Release Date

27/08/2021

ความยาว

90 นาที

[รีวิว] บุษบา The Secret Weapon: สายลับสาวคลั่งแค้น สานต่อลายเซ็นแบบหนัง ปีเตอร์ นพชัย
Our score
6.5

บุษบา (The Secret Weapon)

จุดเด่น

  1. ดารารุ่นใหญ่ และรุ่นใหม่ ใส่ความทุ่มเทแบบน่าชื่นชม การแสดงถือว่าเป็นจุดเด่นของเรื่องได้ เช่นเดียวกับโทนหนังที่คุมไว้ให้เป็นแอ็กชันสปายมีความซับซ้อนและฟิล์มนัวร์อย่างน่าสนใจ

จุดสังเกต

  1. วิสัยทัศน์ของหนังใหญ่กว่าโปรดักชันที่มีไปหน่อย การใช้ความคิดสร้างสรรค์ทดแทนอุดช่องว่างนี้ได้บางจุดแต่ไม่ใช่ทั้งหมด การลำดับเรื่องและเล่าเรื่องยังเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างรูโหว่ให้กับการรับชม
  • บท

    4.5

  • โปรดักชัน

    7.5

  • การแสดง

    8.5

  • ความสนุกตามแนวหนัง

    6.0

  • ความคุ้มค่าการรับชม

    6.5

เรื่องย่อ: จอย อดีตทหารหญิง ลูกสาวของนาวิกโยธิน แผ่นดิน ที่ถูกลอบสังหารขณะปฏิบัติภารกิจ เธอได้รับการทาบทามจาก นักรบ เพื่อนสนิทของแผ่นดิน ให้เข้าร่วมโปรเจกต์บุษบา โครงการฝึกสาวแกร่งให้เป็นมือสังหารรับใช้ชาติ เธอตัดสินใจเข้าร่วมโครงการและผ่านบททดสอบกลายเป็นมือสังหารภายใต้รหัส บุษบา 029 และในขณะทำภารกิจเธอได้พบสิ่งที่น่าสงสัยเกี่ยวกับพ่อและโปรเจกต์บุษบา

เชื่อว่าหน้าหนังและโปสเตอร์ภาพสาวผมบลอนด์สุดเซ็กซี่ของ ‘บุษบา (The Secret Weapon)’ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ล่าสุดของค่ายโมโน ออริจินอลส์ อาจจะชวนนึกถึงหนังสายลับสาวฮอลลีวูดมากมาย เอาแค่ที่ตัวเอกมีผมบลอนด์ เช่น ‘Lucy’ (2014) ‘Atomic Blonde’ (2017) ‘Red Sparrow’ (2018) เป็นต้น แต่เมื่อมองหาสำหรับหนังไทยต้องบอกว่ายังไม่มีเรื่องไหนที่สร้างชื่อตัวละครนำหญิงในแนวสายลับแอ็กชันได้สำเร็จเลย และนี่อาจเป็นโจทย์สำคัญที่โมโนอยากจะลองท้าทายตลาดหนังเมืองไทยดู

บุษบา (The Secret Weapon)

และการเลือก ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม ที่เราอาจคุ้นหน้าจากฝีมือการแสดงอย่าง บุญทิ้ง ใน ‘ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช’ หรือ ตุล มือปืนภาพกลับ ใน ‘ฝนตกขึ้นฟ้า’ ต้องยอมรับว่าเขาอาจจะเหมาะกับหนังแนวดราม่าแอ็กชันเข้มข้นดาร์ก ๆ ไม่น้อย และไม่เพียงด้านการแสดงแต่หากใครที่ติดตามเขามาจะพบว่าเขามีผลงานเบื้องหลังมาหลายเรื่องในโทนดาร์กเข้ม ๆ ทั้งซีรีส์ ‘ตี๋ใหญ่ดับดาวโจร’ ‘ตี๋ใหญ่ ดับเครื่องชน’ ‘หัวใจและไกปืน’ ผลงานรีเมกซีรีส์เกาหลีฉบับไทยใน ‘VOICE สัมผัสเสียงมรณะ’

รวมถึงภาพยนตร์แม่ตามหาลูกจากฆาตกรโรคจิตสุดเดือดอย่าง ‘พราก (Still Missing)’ ที่เรียกว่าเป็นก้าวการพัฒนาที่นพชัยได้ลองกำกับตัวละครนำหญิงอย่าง ป๊อก ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ ก่อนจะผลักดันมาสู่การสร้างหนังสปายสาวนักฆ่าในเรื่องนี้ ยิ่งทำหนังบู๊ก็ยิ่งดูเข้ามือมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายเรื่องได้รับคำชมอย่างมาก และถ้าพูดถึงผู้กำกับหนังแนวแอ็กชัน ปีเตอร์ นพชัย ก็น่าจะขึ้นทำเนียบคนที่มีลายเซ็นหนังชัดคนหนึ่งแล้วเช่นกัน

บุษบา (The Secret Weapon)
ปีเตอร์ นพชัย กับการรับเชิญสั้น ๆ ในหนังเรื่องนี้ที่เขากำกับเอง

ใน ‘บุษบา’ ต้องยอมรับว่าหนังมีเส้นเรื่องที่ไม่ได้ท้าทายคนดูอะไรมากนัก หากใครนิยมชมหนังแนวสายลับด้วยแล้วคงเดาทางเรื่องได้แทบทั้งหมด ทว่าผู้สร้างก็เหมือนไม่ยอมแพ้ในการสร้างจินตนาการใหม่ ๆ ให้กับหนังของตนเอง ฉากเปิดเรื่องที่สาวนายหน้าขายบ้านผมบลอนด์ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อาวุธครบมือรุมฆ่าอย่างโหดเหี้ยม หลอกล่อได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจทั้งในแง่บท และในแง่สถานที่ของฉาก ยังมีฉากสำคัญอย่างไนต์คลับ และฉากโรงหนัง ที่เป็นฉากใหญ่ที่เราจะเห็นชัดถึงฝีไม้ลายมือการออกแบบการนำเสนอที่ไม่ธรรมดา อย่างการนำเสนอคู่ขนานการสู้ของโขนตัวลิงกับตัวยักษ์ กับตัวละครชาย 2 ตัวที่ห้ำหั่นกันหลังฉากโขน

บุษบา (The Secret Weapon)

ความต้องการมีหนังที่มีลายเซ็นเฉพาะตนไม่ซ้ำใคร ตลอดเวลาของเรื่องเราจึงเห็นความพยายามหยอด พยายามใส่ การหลอกล่อว่าหนังจะไม่ดำเนินไปอย่างที่เราคุ้นเคย หลายฉากน่าสนใจเห็นความตั้งใจสร้างความแตกต่าง แต่หลายฉากก็พยายามหลอกจนชวนสับสนทั้งคนดูและคนทำ ว่าหลงลืมฉากที่เล่าไปก่อน ๆ นี้แล้วหรืออย่างไรจึงใส่พลอตโฮลมามากขนาดนี้ และการปรากฏของนักแสดงบางคนในฉากที่คนดูรู้อยู่ชัด ๆ ก็ให้ความรู้สึกแปลก ๆ ไม่น้อยที่ตัวละครในฉากกลับไม่รู้ตัวเลย

บุษบา (The Secret Weapon)
ตูมตาม ยุทธนา กับหลากบทบาทที่ต้องหาที่ทางในบทหนังให้ตนเอง

เราคงไม่ทราบได้ว่าหนังผ่านการต่อสู้ในการนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ระหว่างการสร้างมาอย่างไร แต่ร่องรอยของการเล่าเรื่องที่ปรากฏมันก็บอกด้วยตัวเองอยู่แล้วว่า ด้วยงบประมาณแบบหนังไทย การมีฉากใหญ่ได้ประมาณนี้ก็ถือว่าน่าตื่นตา แม้ส่วนใหญ่จะต้องไปอาศัยฉากอาคารร้างเกือบค่อนเรื่อง และเช่นเดียวกับหนังสเกลใหญ่ที่มีนักแสดงเบอร์ใหญ่จำนวนมากอย่างเช่น พันเอก (พิเศษ) วันชนะ สวัสดี และ ตั๊ก นภัสรัญชน์ มิตรธีรโรจน์ ที่ถ้าคุณมี 2 คนนี้ในเรื่องต่อให้ไม่ใช่ตัวเอก ก็คงด้อยค่าบทของพวกเขาได้ยาก และการนำเสนอตัวเอกหน้าใหม่บารมีน้อยคงยิ่งเป็นโจทย์ยากไปอีก

บุษบา (The Secret Weapon)
บุษบา (The Secret Weapon)

ยังไม่นับว่านี่เป็นการหวนกลับมาพบกันอีกครั้งของทั้งคู่กับ เกรซ มหาดำรงค์กุล นับตั้งแต่ ‘ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 6 อวสานหงสา’ (2558) กว่า 8 ปีแล้วอีกด้วย คอหนังไทยน่าจะคิดถึงกัน และโฟกััสความสนใจไปที่ดารารุ่นใหญ่แทนไม่น้อยทีเดียว

บุษบา (The Secret Weapon)

การต้องสร้างตัวละครหลักอย่างบุษบาของ มุก พิชานา อยู่สุข ให้น่าจดจำจึงเป็นโจทย์ที่ยากพอสมควร เพราะเธอถือเป็นดาราหน้าใหม่ที่ยังไม่มีบารมีตรึงสายตาผู้ชม ในขณะที่ตัวเรื่องราวก็ใส่ความซับซ้อนให้ตัวละครนี้ต้องเข้าไปยุ่งมากมาย จนบางครั้งก็น่าเห็นใจกับการต้องเอาตัวรอดในหนังที่พลอตเรื่องนำหน้าพัฒนาการตัวละครมากขนาดนี้ แต่มองในแง่หนึ่ง มุก พิชานา ก็ถือว่าใช้เสน่ห์ของเธอเอาตัวรอดได้พอสมควร ด้วยความทุ่มเทเล่นแบบไม่ห่วงโป๊ห่วงสวย บางฉากเชื่อว่าถ้าเป็นนักแสดงอื่นอาจเขินอาจเกี่ยงงอน แต่เธอเชื่อในวิสัยทัศน์ของผู้สร้างและเล่นเต็มที่ เรียกว่าได้ใจทั้งผู้สร้างและผู้ชมไปแน่นอน

บุษบา (The Secret Weapon)
มุก พิชานา ที่มีความสวยในหลายบุคลิก
บุษบา (The Secret Weapon)
ธิชา อีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหม่ที่เด่นขึ้นมาได้ในหนัง

เรื่องที่ควรชื่นชมอย่างยิ่งคือ การที่ยังมีค่ายหนังไทยที่ให้ความสำคัญกับหนังแอ็กชัน หนังบู๊ ที่ว่ากันตามตรงก็เป็นดีเอ็นเอหนังไทยที่ทั่วโลกจำได้เช่นกัน แถมยังเป็นหนังแอ็กชันยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความสมจริงทั้งการใช้อาวุธ ท่าทาง อุปกรณ์ และยุทธวิธีเข้าทำ ต้องขอบคุณทั้งค่ายโมโน และปีเตอร์ นพชัย ที่ยังมีผลงานเช่นนี้ให้เราชมอยู่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ ‘บุษบา’ อาจมีหลายอย่างที่ยังดูสะดุดและยังมีศักยภาพแก้ไขได้ดีขึ้นอีก (ดูจากตัวอย่างหนังที่เห็นเลยว่ามีวัตถุดิบที่ดีในการเล่าพอสมควร) แต่พิจารณาจากความยากของงาน ความกล้าหาญในการนำเสนอ ก็นับว่าเป็นหนังแอ็กชันไทยในปีนี้ที่น่าติดตามอีกเรื่องหนึ่งทีเดียว

บุษบา (The Secret Weapon)
รอรับชมพร้อมกัน 27 สิงหาคม 2564 นี้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส