ทำไมชิป Apple M1 ถึงแรงได้ขนาดนั้น?

ก็ต้องบอกว่าปัจจุบันค่ายยักษ์ใหญ่ที่ครองคลาด CPU ก็คงจะเป็น Intel ใช่มั้ยครับ แต่ว่า 2 – 3 ปีให้หลังมานี้ค่าย AMD อย่าง CPU Ryzen ก็เริ่มตีตลาดเข้ามาแล้วนะครับ หลายคนก็เริ่มหันไปใช้ AMD กันมากขึ้น

นอกจากนี้ Apple ก็ยังไม่ง้อ Intel เพราะว่าสามารถผลิตชิปเซตเองได้แล้ว เดี๋ยววันนี้เรามาเจาะลึก M1 กันดีกว่าครับ

Apple M1 ตัวนี้เป็นชิปที่ เร็ว แรง และ ทรงประสิทธิภาพ และที่สำคัญยังประหยัดพลังงานด้วย ก็ต้องบอกว่า Apple M1 ดีขนาดนี้เพราะมันไม่ใช่แค่ CPU อย่างเดียวครับ มันเป็น SoC หรือ System on Chip โดยแปลเป็นภาษาไทยได้ว่ามีองค์ประกอบอื่น ๆ เข้ามาอยู่ในนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น CPU GPU Memory และ Storage

นอกจากนี้เจ้าตัว Apple M1 ยังมี Neural Engine ที่สามารถช่วยให้ทำงานต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และการที่เป็น SoC ก็ยังช่วยในเรื่องของค่าความหน่วง (Latency) เพราะทุกองค์ประกอบเนี่ยจะมาอยู่ที่เดียวกัน มันก็จะมีการเดินทางของสัญญาณข้อมูลที่สั้นลง เพราะฉะนั้นมันก็จะทำงานเร็วขึ้น เสถียรขึ้น และประหยัดพลังงานมากขึ้น

วัคถุประสงค์ของ Apple ที่ทำ Chip M1 ขึ้นมาก็เพื่อจะยกระดับในการทำงานทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้าน รูป วิดิโอ เกม และช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นอีกด้วย

หลังจากที่ #beartai ได้ทำการทดลองงานด้านกราฟิกและวิดิโอ โดยเป็นการตัดต่อ Video 4k เปรียบเทียบระหว่าง Mac Mini M1 กับ Mac Pro ที่ใช้ CPU Intel Xeon W ก็ต้องบอกว่า Mac Mini ตัวนี้กินขาดเลยครับ แต่ว่าการที่จะกินขาดได้เนี่ยจะต้องเป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับการ Optimized หรือว่าเป็น Apple Based เท่านั้นนะ

เหตุผลหลักที่ Apple ทำได้ดีกว่าค่ายอื่นขนาดนี้เพราะ Apple มีการผสมผสานระหว่าง Software และ Hardware ได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น Chipset M1 หรือว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ MacOS และ Software ที่ได้รับการ Optimized แล้ว

ซึ่ง ณ ปัจจุบันค่ายอื่นยังไม่สามารถทำได้ขนาดนี้ ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็อย่างเช่น Surface Pro X ที่ได้รับการออกแบบโดย Microsoft แต่ก็ยังต้องพึ่งพาชิปจาก Qqualcomm อยู่ดีครับ

คำถามคือทำไมค่ายอื่นไม่ผลิตชิป SoC แบบ Apple บ้างนะครับ ก็ยกตัวอย่างเช่น Intel ที่มีโมเดลธุรกิจที่ผลิตชิปแล้วขายให้กับค่ายอื่น ๆ ไม่ได้มีการผลิตองค์ประกอบต่าง ๆ ที่สามารถรวมกันเป็น SoC ได้ ฉะนั้นชิปที่เขาออกแบบมาก็จะเป็นชิปที่ค่อนข้างกลาง ๆ ใช้ได้หลากหลายอุปกรณและหลากหลายระบบปฏิบัติการ ไม่ได้เหมือน Apple ที่ผลิต Chipset และระบบปฏิบัติการเอง เพราะฉะนั้นเขาจะผลิตออกมาได้ตามรุ่นการใช้งานมากกว่า

ซึ่งนอกจากที่กล่าวไปแล้ว Apple M1 ยังเสริมความแกร่งด้วยการนำ ARM ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมมือถือมาแทน x86 ของ Intel นะครับ กล่าวคือเราจะใช้งานแอปพลิเคชันจาก iPhone หรือว่า iPad ในโน้ตบุ๊กได้ง่ายขึ้นแล้วก็มีการทำงานร่วมกันที่ดียิ่งขึ้นด้วย

ยกตัวอย่างแอปที่สมมุติเรามีใน iPad อยู่แล้ว ถ้าเกิดเอามาเล่นใน Apple M1 น่าจะดีขึ้นในความเห็นของแพนก็อาจจะเป็น E-Book อ่านนิยาย หรือ การ์ตูน การที่มาเล่นใน Apple M1 จอมันใหญ่ขึ้นก็น่าจะเต็มตามากยิ่งขึ้นนั่นเอง หรืออีกประเภทนึงก็คือเกม Turn-based หรือคลิกอะไรไม่เยอะมากก็น่าจะสนุกมากยิ่งขึ้นใน Apple M1 แต่ว่าถ้าเป็นเกมที่จะต้องใช้สองมือในการควบคุม ก็อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่

เราก็พูดถึงข้อดีของ Apple M1 ไปเยอะแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียนะครับ ว่าด้วยการที่ Apple M1 มีความใหม่มาก ๆ เพราะฉะนั้นแอปพลิเคชันที่รองรับส่วนใหญ่จะเป็นของ Apple เท่านั้นนะครับ

ส่วนค่ายอื่นก็มีการ Optimized ตามมาเรื่อย ๆ แต่ถ้าใครใช้แอปที่ไม่ได้รับการรองรับเลยก็อาจจะเจอปัญหาบ้างเช่น การเปิดช้า หรือว่าการทำงานที่กระตุก แล้วก็มีบั๊กบ้างนิดหน่อยก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ

อย่างที่หลายคนทราบ Apple ก็มักจะเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีเสมอ เวลา Apple ทำอะไรออกมาค่ายอื่น ๆ ก็มักจะปรับตัวตาม ๆ กันไป ทีนี้ปัญหาก็จะอยู่ที่ค่ายอื่น ๆ เพราะอาจจะต้องมีการมองช่องทางในการปรับตัวผลิตชิปแบบ SoC มากขึ้น หรือว่าเป็นการรวมทุกอย่างไว้ในชิปเดียว

สมัยก่อนก็อาจจะเป็นการเลือกว่าจะเป็น CPU GPU และองค์ประกอบอื่น ๆ จะเป็นอะไรได้ง่ายเพราะทุกอย่างมันแยกออกจากกัน แต่พอทุกอย่าวงมันรวมกันเป็น SoC การที่จะผลิตชิปอะไรออกมาก็จะต้อง Custom เหมือนกันทั้งแผงเลย การปรับเปลี่ยนสเปกในภายหลังก็อาจจะยากขึ้นครับ

เมื่อ Apple สามารถผลิตชิปเองได้แล้วก็จะทำให้ Apple สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขชิปตัวเองได้อย่างอิสระ โดยอนาคตอาจจะได้เห็นแอปพลิเคชันที่ได้รับการ Optimized เพื่อ ARM มากยิ่งขึ้น เพราะตอนนี้ปัจจุบันแพนเชื่อว่า หลาย ๆ คนที่ลังเลจะซื้อ M1 ดีหรือเปล่า เพราะแอปบางอย่างยังไม่ได้รับการ Optimized นั่นเองครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส