แม้ทั่วโลกจะประสบปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานและปัญหาการผลิตหลังจากจีนสั่งล็อกดาวน์หลายเมือง แต่ Tesla ยังสามารถทำกำไรในไตรมาสที่ 1 ปี 2022 ได้ถึง 3,300 ล้านเหรียญ (ประมาณ 111,700 ล้านบาท) โดยมีรายได้ทั้งหมด 18,700 ล้านเหรียญ (ประมาณ 633,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วถึง 81% จากเดิมที่มีรายได้ 10,400 ล้านเหรียญ (ประมาณ 352,000 ล้านบาท)

นอกจากรายได้จากการขายรถยนต์ EV แล้ว Tesla ยังได้กำไรจากการขาย Regulatory Credit ซึ่งเป็นข้อกำหนดของสหรัฐฯ ที่ให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมาตามสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งหากบริษัทใดไม่สามารถทำตามข้อกำหนดได้ก็จะโดนปรับเงิน แต่เนื่องจาก Tesla ผลิตรถยนต์ EV แบบ 100% จึงได้เครดิตมาเกินจากที่จำเป็น ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ ที่ไม่สามารถทำได้ตามข้อกำหนดจึงต้องมาซื้อเครดิตจาก Tesla ทำให้ในไตรมาสที่ผ่านมา Tesla สามารถสร้างรายได้จากการขายเครดิตส่วนนี้มากถึง 679 ล้านเหรียญ (ประมาณ 23,000 ล้านบาท)

ทางด้านสินค้าหลักอย่างรถยนต์ไฟฟ้านั้น Tesla ระบุว่าบริษัทได้จัดส่งพาหนะให้กับลูกค้าจำนวน 310,048 คันในไตรมาสที่ 1 ปี 2022 โดยแบ่งเป็น Model 3 และ Model Y จำนวน 295,324 คัน ในขณะที่ Model S และ X มีจำนวน 14,724 คัน โดยในภาพรวมบริษัทคาดการณ์ว่าปี 2022 บริษัทจะสามารถผลิตรถยนต์ได้ถึง 1,500,000 คัน

ล่าสุด Tesla ได้เปิดโรงงานใหม่จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานในกรุงเบอร์ลิน (วันที่ 22 มีนาคม) และโรงงานในรัฐเท็กซัส (4 เมษายน) ในขณะที่โรงผลิตของ Tesla ในเซี่ยงไฮ้กลับถูกล็อกดาวน์เป็นเวลาหลายสัปดาห์ ทำให้ต้องมีการหยุดการผลิต ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะกระทบกับรายได้ของบริษัทในไตรมาสที่ 2

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส