Honda ขนยานยนต์รุ่นใหม่เพียบ! ไปโชว์ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 ณ บูทฮอนด้า (A14) อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ซึ่งเราสรุปไฮไลท์เด็ดไว้ที่นี้แล้ว

Honda NSX Gen 2

Honda NSX (New Sports eXperience) รถสปอร์ตระดับตำนานของ Honda วางขายครั้งแรกในปี 1990 และขายยาวนานถึง 15 ปีจนถึงปี 2005 และนี่เป็นรุ่นล่าสุดที่นำมาโชว์ในงาน ซึ่ง Honda NSX รุ่นปัจจุบันเป็น Generation ที่ 2 ออกแบบในอเมริกา และผลิตที่ Honda Performance Manufacturing Center ใน Marysville, Ohio เริ่มจำหน่ายในปี 2016

จุดเด่นของ Honda NSX ตัวล่าสุดคือดีไซน์สปอร์ตใหม่หมดจด เป็นรถ coupé 2 ประตู หลายคนเห็นแล้วหลงรัก ล้ออัลลอยคู่หน้าขนาด 19 นิ้ว และล้ออัลลอยคู่หลังขนาด 20 นิ้ว และเป็นครั้งแรกของโลกที่ออกแบบตัวถังด้วยวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีน้ำหนักเบาแต่คงความแข็งแกร่ง โดยผู้ออกแบบคือ Michelle Christensen ดีไซเนอร์หญิงชาวอเมริกัน!

Honda NSX ใช้เครื่องยนต์ Hybrid ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 3.5 L Twin-Turbocharged V6 (เครื่อง 6 สูบ) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 3 ตัว มอเตอร์ 2 ตัวอยู่ที่ล้อหน้า และ 1 ตัวอยู่ที่ล้อคู่หลัง พร้อมเกียร์ 9 สปีด ให้กำลังสูงสุด 573 แรงม้า เร่ง 0-100 km/h ใน 2.9 วินาที

ส่วนการขายในไทยนั้นยังไม่ระบุ ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะขายไหม

Honda Civic ปรับโฉม

Play video

ในงานนี้เรายังได้เห็น Honda Civic โฉม 2019 ด้วย ซึ่งถือเป็น Honda Civic รุ่นที่ 10 อยู่ แต่ปรับโฉมให้เฟี้ยวฟ้าวกว่าเดิม ถ่ายทอด DNA ความสปอร์ตมาจาก NSX รุ่นพี่ ขุมพลัง 2 ทางเลือก ด้วยเครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร VTEC TURBO และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร i-VTEC พร้อมแนะนำสีน้ำเงินใหม่ บริลเลียน สปอร์ตตี้

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ซึ่งใส่มาเป็นมาตรฐาน ซึ่งประกอบไปด้วยหลายระบบหลักคือ

  • ACC ( Adaptive Cruise Control) ระบบ Cruise Control ที่อาศัยการทำงานของกล้องเรดาร์ตรวจจับรถยนต์คันข้างหน้า ช่วยลดหรือเพิ่มความเร็วตามสภาวะการจราจรได้เองอย่างเหมาะสม โดยที่คุณแทบจะไม่ต้องยุ่งกับแป้นเบรกหรือคันเร่งเลย เพราะรถจะชะลอความเร็วเองเมื่อพบรถคันหน้า และ เพิ่มความเร็วอย่างต่อเนื่องจนถึงตามที่คุณตั้งความเร็วเอาไว้ เมื่อทางสะดวก
  • LSF (Low-Speed Follow) ทำงานควบคู่กับ ACC เมื่อขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ ระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง
  • CMBS ( Collision Mitigation Braking System) ทำงานอาศัยการตรวจจับจากกล้องและชุดเรดาร์ ที่ติดตั้งหลังตราฮอนด้าบริเวณกระจังหน้า เพื่อตรวจสอบระยะห่างของรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้า รถสวนทาง หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย ระบบจะประมวลผลเข้ากับความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ขณะนั้น หากระบบตรวจพบว่ามีโอกาสเกิดการชนสูง ตัวระบบจะแสดงผลแจ้งเตือนผู้ขับขี่ ผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมทั้งการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีรถสวนทางด้วย แต่ถ้าหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนองหรืออยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
  • LKAS (Lane Keeping Assist System) ระบบช่วยตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ โดยระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย ให้ผู้ขับควบคุมรถอยู่ในช่องทางปกติและลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับ
  • RDM (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning (LDM)) ระบบที่ใช้กล้องด้านหน้า ตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอพร้อมสั่นเตือนของพวงมาลัย และถ้ารถเบี่ยงมากขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับสู่ช่องทาง แต่ถ้าหากรถยังเบี่ยงออกจนอาจเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็ว (ในกรณีเส้นแบ่งถนนเป็นเส้นทึบ) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร
  • AHB – Auto High-Beam ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ เป็นระบบปรับไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทาง หรือรถยนต์ที่ด้านหน้า

Honda Accord รุ่นที่ 10

Honda Accord รุ่นซีดานแบบ 4 ประตู เพิ่งเปิดตัวในอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว วันนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Honda Accord รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่ โดยรุ่นพื้นฐานจะเป็นเครื่องยนต์ 1.5 L และอีกรุ่นจะเป็นเครื่องยนต์ 2.0 L ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นเครื่องยนต์ VTEC 4 สูบ พร้อมระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ใหม่ ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 3 ด้วยความที่เป็นรถ Hybrid ใช้เครื่องยนต์ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและยังคงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) อีกด้วย ซึ่งในครั้งนี้ นับเป็นการเผยโฉมในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า

Honda CR-V

รถ SUV ยอดนิยม มาในปีนี้นำเสนอรูปแบบการจัดที่นั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน โอ่โถ่ง นั่งสบายทั้งครอบครัว
นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมมากมายจากรถหรู ที่นำมาใช่ใน Honda CR-V ตัวล่าสุดนี้ เช่น

  • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) ที่แค่เตะไปใต้รถ กระโปรงท้ายก็เปิดแล้ว
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น ซึ่งมีให้ในทุกรุ่น

ส่วนใครที่ชอบแบบเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ก็ยังมีให้เลือกทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล

ซึ่งเครื่องดีเซล เป็น i-DTEC DIESEL TURBO 1.6 ลิตร มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) ส่วนเครื่องยนต์เบนซินเป็น DOHC i-VTEC 2.4 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT

ใครที่ออกรถวันนี้ในงาน Motor Expo ก็มีสิทธิ์ร่วมลุ้นในแคมเปญ ออกรถวันนี้ ลุ้นฟรีอีกคัน

ฮอนด้ามอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 แจกจริง จับจริง ทุกเดือน (เหลือรอบจับสลากรายชื่อผู้โชคดีอีก 2 ครั้งในเดือนธันวาคม 61 และมกราคม 62) ซึ่งคูปองที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละเดือน จะถูกนำมารวมกันเพื่อจับรางวัลในเดือนถัดไป

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังมอบข้อเสนอพิเศษที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ honda.co.th