หอการค้าไทยถูกเบรคแผนให้เอกชนนำวัคซีนเข้ามาฉีดเอง พร้อมคุยนายกสนับสนุนแผนวัคซีนรัฐ

จากเดิมที่เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ทางหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พิจารณาแนวทางการจัดหา “วัคซีนทางเลือก” โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนนำเข้าวัคซีน ตามระเบียบและเงื่อนไขที่กำหนดไว้

โดยเจรจากับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อหาช่องทางการนำเข้าวัคซีนทางเลือก รวมทั้งการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีน เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม และช่วงระยะเวลาที่สามารถนำเข้ามาได้ ร่วมมือกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชนทำหน้าที่กระจายวัคซีนไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทุกภูมิภาค ทั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอกชนที่มีความพร้อมในการออกค่าใช้จ่ายสำหรับฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรในองค์กร แจ้งความประสงค์จำนวนความต้องการเพื่อดำเนินการต่อไป

ผลสรุปหลังประชุมกับรัฐบาล

วันที่ 28 เมษายน 2564 ได้มีการประชุมกับรัฐบาล รัฐบาลได้ขอบคุณที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม แต่รัฐบาลได้แจ้งว่าปริมาณวัคซีนที่รัฐหามานั้น เพียงพอต่อความต้องการทุกคน และได้เร่งดำเนินการนำเข้าวัคซีน ภาคเอกชนไม่จำเป็นต้องจัดหาเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของหอการค้าไทย เปิดรับแจ้งความประสงค์ของภาคเอกชน ที่ต้องการวัคซีนสำหรับฉีดให้กับพนักงานของตัวเอง ทางหอการค้าไทยยังคงรวบรวมตามที่ภาคเอกชนได้แจ้งไว้ เพื่อนำไปส่งต่อให้การภาครัฐต่อไป

แต่หากต้องการช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานอื่น ๆ ทางหอการค้าไทยยินดีรับการสนับสนุนเหล่านั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

  • แบบฟอร์มร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน thaichamber.org/question/158
  • แบบฟอร์ม Vaccine ฟื้นเศรษฐกิจ สำหรับหน่วยงานที่ต้องการนำไปฉีดพนักงานเอง thaichamber.org/question/159

ประชุมร่วมนายก ผนึกกำลังช่วยกระจายวัคซีน

และในวันเดียวกัน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้เผยผลประชุมร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าได้มีการตั้งคณะทำงาน เพื่อตั้งทีมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน โดยระยะแรกจะเตรียมพื้นที่นำร่องในกทม. 14 แห่ง ที่รวมแล้วน่าจะให้บริการประชาชนได้วันละ 20,500 คน เพื่อเสริมการให้บริการของกทม. และเตรียมหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่เพื่อลดการเคลื่อนย้ายของประชาชน แล้วหลังจากนั้นจะนำต้นแบบการร่วมมือของเอกชนกับทางกรุงเทพฯ ที่ประสบความสำเร็จ ขยายสู่หอการค้าจังหวัดเพื่อช่วยบริหารจัดการการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม

นอกจากนี้ยังมีการตั้งทีมสื่อสาร เพื่อสนับสนุนการสื่อสารจากรัฐให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น ประกอบด้วยบริษัทชั้นนำ 20 บริษัท เพื่อระดมทรัพยากรและช่องทางการสื่อสาร อาทิ LINE, Google, Facebook, VGI, CP และบริษัทอื่นๆ ยินดีให้การสนับสนุนด้านการสื่อสารอย่างเต็มกำลังทั้ง Online และ Offline

และทีมเทคโนโลยีระบบ เพื่อสร้างระบบสนับสนุนการทำงาน ซึ่งมีการเสนอตัวเข้าช่วยเหลือจากแอป QueQ, LINE และ Grab

อ้างอิง: หอการค้าไทย (1, 2)

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส