Connect with us

Sony เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Xperia XZs ที่สามารถบันทึกวิดีโอแบบ Super Slow Motion และ Xperia XA1 สมาร์ทโฟนระดับกลางที่ปรับปรุงใหม่

Sony Xperia XZs เรือธงรุ่นปัจจุบัน

จุดเด่นของ XZs คือตัวกล้องใหม่เรียกว่า Motion Eye ที่นำเทคโนโลยีระดับสูงจาก Alpha และ Cybershot มาใช้ ตั้งแต่เซนเซอร์ CMOS แบบ Memory Stacked Exmor RS (แบบที่ใช้ในกล้อง Sony A9) ทำให้สามารถสแกนภาพทั้งเซนเซอร์ได้ภายใน 8 ms ลดปัญหาภาพเบี้ยว

Super Slow motion – ถ่ายวิดีโอด้วยความเร็ว 960 fps ซึ่งมากกว่ามือถือปกติที่สามารถถ่าย slow motion ได้ 240 fps หรือทำวิดีโอได้ภาพที่เคลื่อนไหวช้ากว่าได้ 4 เท่า

Predictive Capture – เซนเซอร์จับการเคลื่อนไหว และถ่ายภาพก่อนที่จะกดซัตเตอร์มาให้เลือก 4 ภาพ ถ้าเป็นภาพนิ่งๆ เช่นภาพวิว จะไม่เก็บล่วงหน้าให้

ในส่วนคุณภาพภาพ ใช้เซนเซอร์ 19 ล้านพิกเซลขนาดใหญ่ 1/2.3 นิ้ว ทำให้เม็ดพิกเซลใหญ่ขึ้น ใช้เลนส์เกรดสูงของโซนี่ที่เรียกว่า G Lens รูรับแสง f/2.0  ISO 12800 แก้ไขความบิดเบี้ยวของภาพ

เรื่องประสิทธิภาพเครื่อง Xperia XZs ใช้ซีพียู Qualcomm® Snapdragon™ 820 ให้การประมวลผลกราฟิกที่สวยงาม การตอบสนองของแอปพลิเคชั่นที่รวดเร็ว พร้อมการประหยัดแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ยังสามารถชาร์ตไฟง่ายขึ้นด้วยพอร์ต USB Type-C พร้อมเทคโนโลยี Battery Care และ Qnovo Adaptive Charging ที่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ถึง 2 เท่า

ดีไซน์ของ XZs นั้นยังคงเอกลักษณ์ของสมาร์ทโฟนตระกูล Xperia แต่เสริมดีไซน์ขอบมนและพื้นผิวด้านหลังแบบ ALKALEIDO™ ที่ให้สัมผัสพรีเมี่ยมมากขึ้น มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้านข้างบนปุ่มเปิดปิด จอแสดงผลแบบ Full HD 5.2 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยีจอ TRILUMINOS™ Display และ X-Reality เวอร์ชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน รวมถึง Dynamic Contrast Enhancer และสำหรับระบบเสียง มีเทคโนโลยี DSEE HX™ ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของไฟล์เพลงธรรมดาให้ใกล้เคียงกับไฟล์เพลงความละเอียดสูง มีระบบบีบอัดเสียง LDAC ที่สามารถส่งข้อมูลเสียงได้มากกว่าบลูทูธทั่วไปถึง 3 เท่า (ต้องใช้กับลำโพงที่รองรับ LDAC ด้วย)

การวางจำหน่าย

Xperia™ XZs เปิดตัวในราคา 21,990 บาท มีให้เลือก 3 เฉดสี คือ Ice Blue, Warm Silver และ Black พร้อมเปิดจองในวันที่ 18-24 เมษายน 2560 และพิเศษสำหรับลูกค้า 1,000 ท่านแรกที่สั่งจอง Xperia XZs ภายในช่วงเวลาดังกล่าว จะได้รับหูฟังไฮเรสออดิโอระบบตัดเสียงรบกวนรุ่น MRD-NC750 มูลค่า 3,990 บาท พร้อมเคส และฟิล์มกันรอย รวมมูลค่ากว่า 4,500 บาท Xperia XZs จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่  สิ้นเดือนเมษายน ศกนี้ เป็นต้นไป

 

Sony Xperia XA1 น้องเล็กราคาเบาๆ

สมาร์ทโฟนระดับกลางหน้าจอขนาด 5 นิ้วรุ่นใหม่จากโซนี่ มีกล้องหลัง 23 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ Exmor™RS ขนาด ขนาด 1/2.3 นิ้ว เลนส์รูรับแสง 2.0 จึงสามารถถ่ายรูปในสภาพแสงน้อยได้อย่างคมชัด โดยสามารถเปิดกล้องพร้อมจับภาพได้ในเวลาเพียงเพียง 0.6 วินาที พร้อมระบบ Hybrid Autofocus ทำให้คุณไม่พลาดช็อตเด็ด ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมเลนส์มุมกว้าง 23 มม.

ตัวเครื่อง Xperia™ XA1 เป็นดีไซน์ขอบมน จึงให้สัมผัสที่เรียบลื่นสบายมือ พร้อมจอแสดงผลแบบไร้ขอบขนาด 5 นิ้ว ทำงานด้วยซีพียู MediaTek helio P20 แบบ 8 แกนประมวลผล

เทคโนโลยี Qnovo Adapt Charging ช่วยปรับกระแสไฟให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการชาร์ตไฟ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และเมื่อแบตเตอรี่เหลือไฟน้อย ยังสามารถเปิดใช้งานโหมด Stamina Mode เพื่อตัดการทำงานที่ไม่จำเป็นออก และทำให้คุณใช้งานสมาร์ทโฟนได้นานขึ้น นอกจากนี้ เทคโนโลยีชาร์ตเร็วของ Xperia™ XA1 ยังทำให้คุณใช้เวลาชาร์ตไฟเพียงไม่กี่นาที แต่สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้ยาวนานอีกหลายชั่วโมง

Xperia™ XA1 เปิดตัวในราคา 8,490 บาท นำเสนอ 4 เฉดสี คือ White, Black, Pink และ Gold พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2560 เป็นต้นไป พร้อมรับหูฟังโซนี่รุ่น MDR-ZX310AP มูลค่า 990 บาทฟรี

 

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

Fujifilm เปิดตัว X-T100 กล้องรุ่นเล็กพร้อม EVF ในราคาเบาๆ

Published

on

Fujifilm รุกตลาดกล้อง Mirrorless สำหรับผู้เริ่มต้นมากขึ้น โดยส่ง X-T100 กล้องทรง DSLR รุ่นเล็กที่สุดลงตลาด โดยจุดเด่นของกล้องรุ่นนี้คือมาพร้อม EVF หรือช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมจุดโฟกัสแบบ Phase focus อีก 91 จุด ในราคาที่ไม่ต้องคิดหนัก

 

สเปกของ Fuji X-T100 นั้นใกล้เคียงกับ Fuji X-A5 กล้อง Mirrorless รุ่นเล็กของฟูจิที่เปิดตัวมาเมื่อต้นปีมาก พูดง่ายๆ ว่าคือเอาไส้ในของ X-A5 มาใส่ในบอดี้แบบ DSLR ที่มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งน่าจะถูกใจผู้ใช้อีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการกล้องราคาเบาๆ แต่ได้ EVF ด้วย (โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่ต้องการกล้องที่ดูแมนกว่า X-A5)

สเปกของ Fujifilm X-T100

  • เซนเซอร์รับภาพขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล โดยเป็นแบบ Bayer ไม่ใช่ X-Trans CMOS
  • จุดโฟกัสแบบ Phase Detect 91 จุด สามารถติดตามวัตถุเคลื่อนที่ได้
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.04 ล้านพิกเซล สามารถพับมาถ่าย Selfie ได้
  • สามารถเลือกโหมดสีเลียนแบบฟิล์มของฟูจิได้ 8 แบบ
  • ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล ให้ขนาดภาพ 0.93 เท่า
  • ความเร็วชัตเตอร์ 30 – 1/32000 วินาที
  • ความไวแสง ISO 100 – 51,200
  • สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ที่ 15 fps
  • มีช่องเสียบไมโครโฟน แต่ไม่มีช่องเสียบหูฟัง
  • สามารถส่งภาพผ่าน Bluetooth ที่ถ่ายเสร็จปุ๊บวิ่งเข้ามือถือทันทีโดยไม่ต้องเลือก
  • น้ำหนัก 448 กรัม
  • (สเปกเดียวกับ Fuji X-A5 ทุกอย่าง ยกเว้นช่องมองภาพ)

Fujifilm X-T100 มีให้เลือก 3 สีคือ Dark Silver, Black และ Champagne Gold (และมีสีน้ำตาลเป็นสีพิเศษ) โดยเริ่มขาย 22 มิถุนายนนี้ และตั้งราคาเปิดตัวไว้ดังนี้

กล้องอย่างเดียว

  • สี Dark Silver 22,990 บาท
  • สีดำและ Champagne Gold 21,990 บาท

กล้องพร้อมเลนส์คิท 15 – 45 mm

  • สี Dark Silver 26,990 บาท
  • สีดำและ Champagne Gold 25,990 บาท

กล้องพร้อมเลนส์คิท 15 – 45 mm และเครื่องพิมพ์ Fujifilm Instax Share SP-3

  • สี Dark Silver 29,990 บาท
    สีดำและ Champagne Gold 28,990 บาท

กล้อง X-T100 สีน้ำตาล เป็นสีพิเศษ ขายที่ Big Camera เท่านั้น

  • พร้อมเลนส์คิท 26,990 บาท
  • เลนส์คิทพร้อม SP-3 29,990 บาท
  • พร้อมเลนส์ XF 23 f/2 30,990 บาท

สำหรับการโปรโมท X-T100 ในไทย ฟูจิได้ใช้บริการของวง Potato และวี-วิโอเลต เพื่อนำเสนอแคมเปญ “Find your Wonderside พบอีกด้านที่วันเดอร์” โดยทำเป็น Music Marketing ผ่านเพลง “เพียงพอ” ของวง Potato ที่ขับร้องโดย วี-วิโอเลต ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวค้นหาสิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกับการถ่ายภาพ

การเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Entry Level (X-T100 และ X-A5) ที่วางราคาในช่วง 25,000 – 30,000 บาท (ที่แต่ก่อนไม่มีกล้องในราคานึ้) และการประชาสัมพันธ์แบบ Below the line เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทำให้ฟูจิหวังเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มกล้อง Mirrorless เป็น 50% ในส่วนของมูลค่า ซึ่งตอนนี้บริษัทมีกล้อง Mirrorless ครบทุกกลุ่มในตลาดแล้ว รวมถึง Mid Level (X-E3, X-T20) และกลุ่ม Professional Level (X-Pro2, X-T2, GFX)

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Wiko ปันความสุข จัดทริป “ไปปัน ไปปั่น กับวีโก” ณ บางกะเจ้า

Published

on

เมื่อวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา Wiko จัดทริป “ไปปัน ไปปั่น กับวีโก” ณ บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นกิจกรรมปั่นจักรยาน สูดโอโซนกับสวนป่าธรรมชาติ ลัดเลาะชมวิถีชาวบ้านชุมชนบางกะเจ้า โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 ชีวิต นำโดยผู้บริหาร ดาราสาว “คิมเบอร์ลี” พรีเซ็นเตอร์ของ Wiko และแก๊งค์นางฟ้านักปั่น Angle Team ที่มาร่วมปั่นสนุกในทริปนี้

ซึ่งภายในทริปมีกิจกรรม Photo Hunt ร่วมสนุกปั่นจักรยานตามหามุมที่ใช่จากภาพ พร้อมลุ้นรับของรางวัลพิเศษ

กิจกรรมร่วมกันปล่อยน้ำหมักชีวภาพ (EM) เพื่อคืนสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ที่ถูกทำร้ายจากมลภาวะภายในคลองชุมชนบางกะเจ้า

และกิจกรรมร่วมกันทำผ้ามัดย้อมตามสไตล์ของตนเองที่บ้านธูปหอมสมุนไพร พร้อมประมูลผ้ามัดย้อมของดาราสาว “คิมเบอร์ลี” เพื่อสมทบทุนทำบุญให้กับชาวบ้านในชุมชนบางกะเจ้า

นอกจากนี้ Wiko ได้มอบป้ายบอกทางหรือป้าย Signage (Guide Post) และจักรยานให้กับสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณบางกะเจ้าเพื่อความสะดวกในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว

ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวง SWEAT16! ที่มาร่วมปันความสุขกับ Wiko ในทริปนี้ด้วย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ได้ฤกษ์แจกสักที! “บัตรแมงมุม” พร้อมแจก 23 มิถุนายน นำร่องใช้งานในระบบเอ็มอาร์ที

Published

on

หลังจากที่รอคอยมาอย่างเนิ่นนาน สำหรับบัตรโดยสาร หรือตั๋วร่วม ที่จะทำให้ทุกการเดินทางหลังจากนี้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยบัตรใบเดียว อย่างบัตรแมงมุม ล่าสุด การรอคอยในครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ลงในเฟซบุ๊กเพจ เชิญชวนผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อขอรับบัตรโดยสารดังกล่าวได้ที่สถานีเอ็มอาร์ที ในเส้นทางสายสีม่วงได้ทุกสถานี

สำหรับบัตรแมงมุมที่นำมาแจกนั้น มีสามประเภทด้วยกัน คือ บัตรแมงมุมแบบบุคคลทั่วไป (บัตรสีน้ำเงิน), บัตรแมงมุมแบบนักเรียน – นักศึกษา (บัตรสีเทา) และบัตรแมงมุมแบบผู้สูงอายุ (บัตรสีทอง) โดยผู้ที่สนใจขอรับบัตร จะต้องนำบัตรประชาชนมาแสดงเพื่อขอรับบัตรดังกล่าว ซึ่งจำกัดสิทธิ์ 1 ใบ ต่อ 1 ท่าน และมีบัตรจำนวนจำกัดเพียง 200,000 ใบเท่านั้น

ตัวอย่างของบัตรแมงมุมที่จะมีการนำมาแจก และใช้งานในระบบรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง

สำหรับผู้ที่ได้รับบัตรแมงมุม จะเป็นแบบไหนก็ตาม สามารถใช้บัตรดังกล่าวในระบบเดินรถของเอ็มอาร์ที ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วงได้ทันที เพียงแต่ต้องทำการเติมเงินเข้าไปในบัตร ขั้นต่ำที่ 150 บาท โดยในเงินจำนวนดังกล่าวนี้ แบ่งออกเป็นค่ามัดจำบัตร 50 บาท และค่าโดยสาร ซึ่งจะถูกเติมเข้าไปและพร้อมใช้งานในระบบ 100 บาท

ในส่วนของการชำระค่าโดยสารบนรถเมล์ประจำทางของขสมก. และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะสามารถใช้ชำระได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ เป็นต้นไป ส่วนของรถไฟฟ้าบีทีเอสนั้น คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสามารถใช้ชำระค่าโดยสารในระบบบีทีเอสได้หรือไม่ และเมื่อไหร่ที่สามารถใช้งานได้อย่างจริงๆ จังๆ สักที

สำหรับท่านใดที่มีข้อสงสัย ต้องการที่จะสอบถามในรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เฟซบุ๊กเพจของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 0-2624-5200 และเว็บไซต์ www.mrta.co.th

ที่มา: การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!