Connect with us

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ก้าวสู่ปีที่ 15 (ไปรษณีย์ไทยก่อตั้งมา 134 ปี แต่เป็นบริษัทจำกัด มา 15 ปี) เดินหน้ายกระดับสู่ “ไปรษณีย์ 4.0” เน้นสร้างสรรค์นวัตกรรมการไปรษณีย์เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้า โชว์กำไรสุทธิในครึ่งปี 2560 ถึง 1979 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว “พี่ตู้รู้ทุกเรื่อง” ที่เปลี่ยนตู้ไปรษณีย์ให้สามารถให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวได้ โดยนำร่องติดตั้งที่จังหวัดพิษณุโลก

ไปรษณีย์ไทยรายได้แข็งแกร่งจาก e-commerce

พลเอกสาธิต พิธรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดเผยว่า ผลการดำเนินงานของไปรษณีย์ไทยในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 2560 เติบโตขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีรายได้รวม 13,473 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,979 ล้านบาท

ซึ่งรายได้ที่เติบโตของไปรษณีย์ไทยนั้นมาจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่คิดเป็น 42% ของรายได้ คือประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2560 นี้ไปรษณีย์ไทยตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 26,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,300 ล้านบาท (ก็ถือว่าเกินครึ่งจากเป้าหมายไปแล้ว)

การพัฒนาของไปรษณีย์ไทย เพื่อตอบสนองลูกค้า

ไปรษณีย์ไทยกำลังพัฒนา 3 ส่วนเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น

กล่อง ForCommerce

  1. พัฒนาเว็บ Thailandpostmart.com เพื่อเป็นมาร์เก็ตเพลสระดับประเทศ พื้นที่ฝากขายสินค้าชุมชนจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ
  2. พัฒนา e-Logistics สร้างทางเลือกใหม่ๆ สำหรับลูกค้าอีคอมเมิร์ซ
    1. กล่องฟอร์คอมเมิร์ซ (For Commerce) กล่องเหมาจ่ายราคาประหยัด สำหรับผู้ส่งที่ใช้กล่องเยอะ และมองว่ากล่องปกติของไปรษณีย์ไทยแพงไป จึงมีกล่องแบบใหม่ที่แข็งแรงเหมือนกัน แต่ราคาประหยัดกว่ามาซื้อแบบเหมาจ่าย
    2. บริการนำจ่ายให้ผู้รับปลายทาง (C2C Fulfillment Solution) เพื่อให้รับสิ่งของได้รวดเร็วขึ้น
    3. บริการกำหนดจุดรับสินค้า (Drop Off) ให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกสถานที่รับสินค้าได้สะดวกขึ้น
  3. พัฒนา e-Payment ระบบรับชำระค่าสินค้าและบริการ เปลี่ยนธนาณัติเป็น e-wallet เพื่อส่งของแล้วรับเงินมาเลย (ไปรษณีย์ไทยมีใบอนุญาตการจัดการเงินอยู่แล้ว) เก็บเงินไว้ถอนทีหลัง คาดว่าอีก 2-3 เดือนจะเริ่มใช้งาน

นอกจากการพัฒนาที่ไปรษณีย์ไทยกำลังทำอยู่แล้ว ไปรษณีย์ไทยยังมีภาพใหญ่ของการพัฒนาที่ตั้งเป้าจะให้เสร็จภายในปี 2562 คือ

งานรับฝาก

รถไฟฟ้า หนึ่งในโครงการทดลองของไปรษณีย์ไทย

จากเมื่อก่อนต้องไปที่ไปรษณีย์เพื่อส่ง ก็กำลังทำระบบเรียกไปรษณีย์วิ่งไปรับของที่บ้านได้ ซึ่งตอนนี้มีการจัดตั้งเครือข่ายรถยนต์สำหรับรับฝากสิ่งของ โดยนำร่องในที่ทำการไปรษณีย์กรุงเทพ 10 แห่งคือ สามเสนใน หลักสี่ ปากเกร็ด จระเข้บัว รังสิต คลองจั่น ภาษีเจริญ ยานนาวา พระโขนง และพระประแดง ให้สามารถเรียกใช้บริการได้

และถ้ามาที่ศูนย์ไปรษณีย์ก็กำลังพัฒนาระบบให้เวลาต่อคนน้อยลงไปอีก โดยโครงการที่เริ่มทดสอบตอนนี้คือตู้ iBox เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการในห้องรอจ่าย ตอนนี้ทดลองที่ bigC สุวินทวงศ์ ส่งของไปแล้วให้ประชาชนไปรับ เอารหัสกับบัตรประชาชนไปเปิดตู้ และตั้งจุดรับสิ่งของ (Drop Station) เสริมศูนย์ไปรษณีย์ ซึ่งเป้าหมายแรกคือตั้ง 80 จุดทั่วประเทศ

คัดแยก

ใช้ระบบคัดแยกอัตโนมัติในทุกศูนย์ไปรษณีย์ทั่วประเทศ ทำให้ทำงานรวดเร็วขึ้น ใช้คนน้อยลง

ส่งต่อ

ใช้บริษัท ไปรษณีย์ไทย ดิสเดบิวชั่น จำกัด บริษัทลูกของไปรษณีย์ไทย ช่วยจัดการเส้นทางขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นำจ่าย

กำหนดเวลาหรือเปลี่ยนสถานที่รับพัสดุได้ผ่านแอป ซึ่งจะสะดวกสำหรับลูกค้ามาก

พี่ตู้รู้ทุกเรื่อง

พลเอกสาธิต พิธรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ตอนนี้มีโครงการปรับปรุงตู้ไปรษณีย์เพื่อบริการประชาชนด้วยคิวอาร์โค้ด ภายใต้ชื่อ “พี่ตู้รู้ทุกเรื่อง” นวัตกรรมตู้ไปรษณีย์อัจฉริยะยุค 4.0 ที่เปลี่ยนตู้ไปรษณีย์ธรรมดาให้สามารถให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงได้เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด ก็จะเข้าหน้าเว็บพิเศษเพื่อดูข้อมูลภายในจังหวัด เพื่อเป็นการส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยว และผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน นอกจากนี้ที่ตู้ยังมีพอร์ต USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์ด้วย

ณ ปัจจุบันจะทำการนำร่องติดตั้งตู้ดังกล่าวในจังหวัดพิษณุโลก จำนวนรวมทั้งสิ้น 15 ตู้ กระจายไปทุกอำเภอในจังหวัด พร้อมมีแผนเตรียมขยายไปพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ภายในปีนี้

นอกจากนี้ พลเอกสาธิต ยังเผยถึงแผนการรองรับการขยายตัวของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) วางแผนการจัดตั้งศูนย์โลจิสติกส์ฮับที่ครอบคลุมเข้มแข็ง เชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน อำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ที่ไปรษณีย์ไทยจะเสริมความแข็งแกร่งด้านระบบขนส่งให้ประเทศอีกด้วย และไปรษณีย์ไทยกำลังทำ sameday ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้ค่ำๆ (ไม่เกิน 2 ทุ่มครึ่ง) โดยจะเริ่มกับผู้ค้ารายใหญ่ก่อน เริ่มทดลองเดือนกันยายนอีกด้วย

พี่ตู้รู้ทุกเรื่อง

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

น้ำตาจะไหล ASUS มอบฟรีประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty พร้อมส่งซ่อมฟรีผ่าน 7-11

Published

on

ปัญหาอุบัติเหตุนั้นไม่เข้าใครออกใคร ซื้อโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์มาตั้งแพง อยู่ๆ งานเข้า ทำน้ำหก ทำเครื่องตกที่ประกันปกตินั้นไม่ครอบคลุม ก็ต้องรับกรรมจ่ายค่าซ่อมกันเอง (หรือต้องลำบากเรียกร้องค่าซ่อมจากเพื่อนที่ทำเครื่องเราพังจนมองหน้ากันไม่ติด) แต่ไม่ใช่สำหรับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จาก ASUS ครับ ที่ใจป้ำมอบประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty มอบความคุ้มครองอุบัติเหตุทุกรูปแบบที่ปกติประกันทั่วไปไม่ครอบคลุม แต่ ASUS รับประกันให้คุณแน่นอน! (แถมยังมีบริการส่งเครื่องซ่อมผ่านทาง 7-11 ทั่วประเทศได้แบบไม่เสียค่าส่งด้วยนะ)

เพื่อให้เข้าใจตรงกัน Perfect Warranty นั้นไม่ใช่ประกันครอบจักรวาลนะครับ เน้นเสริมประกันอุบัติเหตุเพิ่มเติมจากประกันความผิดพลาดจากการผลิตที่รับประกันกันอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่ประกัน Perfect Warranty ไม่ได้คุ้มครองคือ

  • เครื่องสูญหายหรือโดนโจรกรรม
  • ความเสียหายของเครื่องที่เจ้าของเจตนาทำ
  • ข้อมูลภายในตัวเครื่อง
  • อุปกรณ์เสริมหรือสายชาร์จไม่อยู่ในการรับประกันแบบ Perfect Warranty
  • ความเสียหายจากภัยธรรมชาติเช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือการก่อการร้าย เอาไปเคลมไม่ได้นะ
  • ความเสียหายจากการติดตั้งโปรแกรมผิดกฎหมาย

อยากได้สิทธิ์ Perfect Warranty ต้องทำยังไง

  • ประกัน Perfect Warranty นั้นเริ่มต้นคุ้มครองผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโน้ตบุ๊ค, โน้ตบุ๊ค ROG (โน้ตบุ๊กเพื่อเกมเมอร์) , All-in-one PC หรือ Desktop ที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ก่อนนะครับ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอื่นๆ ของ ASUS ต้องรอก่อนนะ
  • ประกัน Perfect Warranty นั้นไม่ได้เริ่มต้นอัตโนมัติเมื่อซื้อเครื่องนะครับ ผู้ซื้อต้องลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ในเว็บไซต์ของ ASUS ภายใน 30 วันหลังการซื้อก่อน ถึงสามารถใช้การรับประกัน Perfect Warranty ได้  (ช่องทางการลงทะเบียน: https://goo.gl/2RvPxd)
  • การรับประกัน Perfect Warranty นั้นสามารถรับสิทธิ์ ได้ 1 ครั้ง ในหนึ่งปีแรก และลูกค้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพียง 20% ของค่าอะไหล่เท่านั้น ส่วนค่าแรงเอซุสเป็นผู้รับรับผิดชอบให้ทั้งหมด

รายละเอียด Perfect Warranty  https://www.asus.com/th/support/article/863

แต่ความดีงามของการให้บริการจาก ASUS นั้นไม่ได้มีแค่ Perfect Warranty นะครับ ASUS ยังมีบริการส่งสินค้าเข้ารับบริการผ่านช่องทาง 7-Eleven ทั่วประเทศด้วย ซึ่งสะดวกมากๆ สำหรับลูกค้าที่อยู่ห่างไกล ไม่ต้องเข้าเมืองมาเพื่อเอาโน้ตบุ๊ก, โน้ตบุ๊ก ROG เพื่อเกมเมอร์ หรือสมาร์ทโฟนจาก ASUS มาซ่อม แค่แพ็กของ แปะเอกสารให้เรียบร้อย แล้วไปส่งซ่อมผ่านร้าน 7-11 และรอรับสินค้าที่ซ่อมแซมเรียบร้อยได้เลย

7-Eleven Drop Point Service

ไม่เพียงแค่ศูนย์บริการมากกว่า 47 แห่งทั่วประเทศ แต่ ASUS ยังตั้งใจมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยการร่วมมือกับ 7-Eleven เพื่อเพิ่มจุดให้บริการการส่งซ่อมโน้ตบุ๊ก, โน้ตบุ๊ก ROG เพื่อเกมเมอร์ หรือสมาร์ทโฟนจาก ASUS ที่ครอบคลุมมากขึ้นถึง 10,000 จุดทั่วประเทศ

การส่งซ่อมเพียงขั้นตอนง่ายๆ

  • สมัครสมาชิกและลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ www.asus.com
  • แพ็กสินค้าที่จะส่งซ่อมลงกล่อง แล้วพิมพ์แบบฟอร์มการส่งซ่อมสินค้าแปะหน้า
  • นำสินค้าส่งยังจุดบริการ 7-Eleven พนักงานจะเซ็นและประทับตราเอกสารเพื่อให้ลูกค้าเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจะมี SMS จาก 7-Eleven ส่งมาเพื่อยืนยันว่าเริ่มต้นกระบวนการส่งสินค้าเข้าซ่อม
  • ถ้าการซ่อมมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ในส่วนที่นอกเหนือประกัน) ทีมงาน ASUS จะติดต่อเพื่อให้รายละเอียดและขออนุญาตก่อนเริ่มงานซ่อม
  • เมื่อซ่อมเสร็จแล้ว ASUS จะส่งคืนผ่าน 7-Eleven เพื่อให้ลูกค้าไปรับสินค้าได้ตามสาขาที่กำหนดมาตั้งแต่แรก (อ้างอิงจากรหัสร้านค้าที่ลูกค้าระบุไว้ในแบบฟอร์มการส่งสินค้า)

งานนี้มั่นใจได้ว่า ถ้าคุณไม่ได้เอาคอมพิวเตอร์หรือมือถือคุณไปทำอะไรที่นอกเหนือจากประกัน Perfect Warranty ครอบคลุมแล้วล่ะก็ คุณจะได้รับการรับประกันอย่างแน่นอน แถมส่งซ่อมง่ายสุด ๆ ผ่าน 7-Eleven Drop Point Service อีกด้วย

จากบริการเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าทาง ASUS นั้นตั้งใจมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งผู้ใช้งานกลุ่มคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟนอย่างแท้จริง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เทรนด์ไมโคร สรุปภาพรวมตลาดรักษาความปลอดภัยประจำปี พร้อมเผย 3 เทคโนโลยี รุกตลาดปี 61

Published

on

บริษัท เทรนด์ไมโคร อินคอร์ปอเรท ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ สรุปผลประกอบการประจำปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดย บริษัท เทรนด์ไมโคร สามารถทำยอดขายได้เติบโตตามเป้าในทุกภาคอุตสาหกรรม (Cross Industry) เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้งาน (User Protection) และ กลุ่มผลิตภัณฑ์ (Network Security) ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มธุรกิจระดับกลาง ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจระดับเอ็นเทอร์ไพรส์ ในกลุ่มธุรกิจด้านการเงิน และภาครัฐ และสำหรับปี 2561บริษัท ฯยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มบุคลากร พร้อมทั้งอัพเดตและอบรมให้ความรู้แก่บริษัทตัวแทนจำหน่าย และบริษัทคู่ค้าให้มีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าและตลาดได้มากยิ่งขึ้น

คุณปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมาภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์มีความรุนแรงและน่ากลัวมากกว่าในอดีต ตัวอย่างเช่นภัยคุกคามด้านแรนซั่มแวร์นั้น ในแต่ละเดือนมีตระกูลใหม่ๆ เกิดขึ้นมากถึง 27 สายพันธุ์ แม้ว่าจะมีการป้องกันแล้วแต่ก็ยังหลุดรอดเข้าผ่านทางช่องโหว่ต่างๆ และทำการเข้ารหัสเครื่องเอ็นด์พอยท์อย่างรวดเร็วเพียงแค่ 60 วินาที และเราเชื่อว่าในปี 2561จะยังคงความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่วนการโจมตีใน แบบ BEC (Business Email Compromise) ก็รุนแรงไม่แพ้กัน สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ไปแล้วเกินกว่า 9 พันล้านเหรียญฯ และสำหรับในปี 2561 พวกอาชญากรทางไซเบอร์เหล่านี้ จะเพิ่มวิธีการใหม่ เช่นการโจมตี แบบ BPC (Business Process Compromise) ขึ้นมาอีก ส่วนประเด็นด้านช่องโหว่นั้น พบว่าเมื่อปีที่ผ่านมามีช่องโหว่ต่างๆ มากมายถูกค้นพบกว่า 1,000 รายการ โดยเฉพาะช่องโหว่ที่น่ากลัวไม่ว่าจะเป็นช่องโหว่ แบบ Zero Days, ช่องโหว่ที่สัมพันธ์กับ ระบบ SCADA, และช่องโหว่ในเว็บบราวเซอร์ต่าง ๆ เป็นต้น”

ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา เทรนด์ไมโคร ได้เสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการป้องกันเพิ่มเข้าไปมากมาย อาทิ เช่น เทคโนโลยี แมชชีน เลิร์นนิ่ง (Machine Learning) ที่นำไปติดตั้งอยู่ในทุกๆโซลูชั่นหลักของผลิตภัณฑ์เทรนด์ไมโคร ช่วยสร้างระบบความปลอดภัยอัจฉริยะในการจัดการกับภัยคุกคามทั้งแบบที่รู้จัก (Known Threat) และ แบบไม่รู้จัก (Unknown Threat) ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

สำหรับใน ปี 2561 นี้ เทรนด์ไมโคร ได้เตรียมนำเสนอเทคโนโลยีด้านการป้องกันภัยรุ่นใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 เทคโนโลยีหลักด้วยกัน ประกอบด้วย

  • Connected Threat Defense หรือ CTD ซึ่งเป็นแนวคิดในการป้องกันภัยที่เชื่อมโยงและผสานระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นระบบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถป้องกัน, ตรวจสอบ, และตอบสนอง ภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที
  • กลุ่มที่สองจะเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อ ปกป้องระบบบนคลาวด์ หรือ Security on Cloud โดยผลิตภัณฑ์ของเทรนด์ไมโคร สามารถที่จะช่วยปกป้องความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานได้ทั้งระบบที่รันบน AWS หรือ Azure ก็ตาม นอกจากนั้นแล้วยังสามารถปกป้องลงไปถึงระดับแอพพลิเคชัน เช่น Office 365 และ Google และ
  • เทคโนโลยีที่สาม ก็คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์จาก TippingPoint ใน ตระกูล TX Series ที่เป็น เทคโนโลยี Next Generation Intrusion Prevention System (หรือ เรียกว่า Next-Gen IPS) มีความเหนือชั้นในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน เทรนด์ไมโคร ดำเนินการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายที่มีผู้เชี่ยวชาญให้บริการ โดยมีตัวแทนจำหน่ายหลัก (Distiributor) 3 ราย ประกอบไปด้วย

  • บริษัท nForce Secure company limited,
  • Netpoleon Thailand Co., Ltd. และ
  • SIS Distribution (Thailand) public company limited

รวมถึงมีบริษัทคู่ค้า (Partner) อีกเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2561 นี้ ทางเทรนด์ไมโครจะเข้าไปเพิ่มศักยภาพของตัวแทนจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนและอัพเดตความรู้ด้านเทคโนโลยีของเทรนด์ไมโครให้มีความชำนาญและเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น และยังพร้อมที่จะเปิดรับคู่ค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ธนาคารกรุงไทย พร้อมสร้าง “Cashless City” เต็มรูปแบบที่ “นครปฐม” จังหวัดแรกของประเทศไทย

Published

on

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และ นายลือชัย ชัยปริญญา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย ร่วมเปิดงาน “นครปฐม 1st Cashless City” โดยธนาคารจะให้บริการ KRUNGTHAI QR Code แก่หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่ให้บริการแก่ประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการชำระค่าธรรมเนียมและบริการต่างๆ ผ่าน QR Code

นครปฐมเป็นจังหวัดแรกที่ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ โดยมีข้าราชการ ประชาชนร่วมงานกว่า 250 คน ที่บริเวณลานด้านหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ นอกจากนี้ ธนาคารยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ “สแกนจ่าย ง่ายติ๊ดเดียว” ชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน ในราคาเพียง 1 บาท เมื่อสแกน QR Code ผ่าน KTB netbank หรือแอปพลิเคชัน เป๋าตัง

นายชาญนะ เอี่ยมแสง เปิดเผยว่า จังหวัดนครปฐมเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัว (GPP per capita) สูงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และสูงเป็นอันดับ 11 ของประเทศ ซึ่งทางจังหวัดเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ

จังหวัดนครปฐมจะเป็นจังหวัดแรกของประเทศที่หน่วยงานราชการและองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นกว่า 220 หน่วยงาน ที่ครอบคลุมทั้งจังหวัด จะให้บริการรับชำระเงินด้วย QR Code เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความรวดเร็วในการชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ กับชาวนครปฐม ลดการใช้เงินสด ลดต้นทุนการบริหารจัดการเงินสด และก้าวสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีธนาคารกรุงไทยเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันความสำเร็จดังกล่าว

นายลือชัย ชัยปริญญา กล่าวว่า จากการที่ธนาคารได้ร่วมผลักดันแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขับเคลื่อนสังคมไทยก้าวสู่การเป็น Digital Economy เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

ล่าสุดธนาคารได้ร่วมกับจังหวัดนครปฐมขยายบริการ KRUNGTHAI QR Code ไปยังหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานรัฐ ที่ให้บริการแก่ประชาชนภายในจังหวัดนครปฐม เช่น ที่ทำการสถานีตำรวจ ที่ทำการไฟฟ้า สำนักงานประปา ที่ว่าการอำเภอเมืองนครปฐม สรรพากรอำเภอเมืองนครปฐม เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งจังหวัดนครปฐมจะเป็นจังหวัดแรกที่ก้าวสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ

ต่อไปธนาคารมีแผนขยายบริการ QR Code ไปยังหน่วยงานรัฐในทุกจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ ธนาคารยังได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง สำหรับลูกค้าในการชำระเงินด้วย QR Code ซึ่งสามารถยืนยันการชำระเงินด้วยการสแกนลายนิ้วมือ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!