Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

กสิกรไทยลุย K PLUS SHOP แอปรับชำระด้วยคิวอาร์โค้ดทั่วประเทศ 1 ล้านร้านค้าในปี 61

Published

on

ธนาคารกสิกรไทย ดันยอด K PLUS SHOP สำหรับร้านค้ารับชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด พร้อมให้บริการทั่วประเทศ ชูจุดเด่นเป็นแอปไทยหนึ่งเดียวรับชำระผ่านคิวอาร์โค้ดแบงก์ไทยทุกธนาคาร คิวอาร์โค้ดอาลีเพย์ (Alipay) และ คิวอาร์โค้ดวีแชท เพย์ (WeChat Pay) ที่มีฐานผู้ใช้รวมกันกว่า 1,000 ล้านราย ช่วยเพิ่มโอกาสการขายให้ร้านค้า จัด แคมเปญ “ปิ๊บจังออนทัวร์” ผลักยอดชำระเงินด้วย คิวอาร์โค้ด ของ K PLUS SHOP ปีนี้กว่า 800 ล้านบาท ร้านค้า 200,000 ร้านค้า และเพิ่มเป็น 1,000,000 ร้านค้าในสิ้นปี 61

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ K PLUS SHOP แอปพลิเคชัน สำหรับร้านค้าเพื่อชำระด้วยคิวอาร์ โค้ด เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยได้พัฒนาฟีเจอร์บน K PLUS SHOP อย่างต่อเนื่อง และได้ผ่านทดสอบใน Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ธนาคารจึงสามารถขยายพื้นที่ให้บริการ K PLUS SHOP ไปยังร้านค้าทั่วประเทศได้ โดยเชื่อมั่นว่า K PLUS SHOP จะสามารถตอบสนองการใช้งานของร้านค้าต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ด้วยจุดเด่นของแอปฯ ที่จะช่วยร้านค้าทั้งในด้านการรับชำระที่สะดวกยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ ดังนี้

  • เพิ่มช่องทางการรับชำระเงินเพิ่มโอกาสในการขาย คิวอาร์โค้ดที่สร้างโดย K PLUS SHOP เป็นคิวอาร์โค้ดมาตรฐาน พร้อมรองรับการชำระผ่านโมบาย แบงกิ้ง ของทุกธนาคารในไทย โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้งานทั้งฝั่งร้านค้า และฝั่งลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท จึงเพิ่มความสะดวกให้ทั้งร้านค้าและผู้ซื้อ พร้อมลดการเสียโอกาสจากการที่ลูกค้าพกเงินสดมาไม่พอ ลดความผิดพลาดจากการทอนเงินผิด หรือกดเลขบัญชี/หมายเลขโทรศัพท์ผิดตอนโอนเงิน ลดภาระในการจัดการเงินสด ไม่ต้องนับเงินเมื่อหมดวัน เพราะเงินจะโอนเข้าบัญชีที่ผูกกับ K PLUS SHOP เมื่อปิดยอดทุกวัน
  • รองรับการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดของ Alipay และ WeChat Pay นับเป็นอีกจุดเด่นที่สำคัญ เนื่องจาก Alipay และ WeChat Pay มีฐานลูกค้าที่ใช้คิวอาร์โค้ดมากที่สุดในโลกถึง 500 ล้านราย และ 650 ล้านรายตามลำดับ และ K PLUS SHOP เป็นแอปพลิเคชันแรกของธนาคารไทยที่รองรับการชำระเงินของลูกค้า Alipay และ WeChat Pay ได้แล้ว  จึงช่วยเพิ่มโอกาสให้ร้านค้าที่ใช้งานแอปฯ K PLUS SHOP สามารถขายสินค้าและบริการให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หมุนเวียนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 มีจำนวนปีละกว่า 9 ล้านคน และในอนาคตจะมีการพัฒนาให้สามารถชำระเงินสำหรับการค้าออนไลน์ด้วยคิวอาร์โค้ดได้ ก็จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้ร้านค้าได้อีกจำนวนมหาศาล
  • K PLUS SHOP จะแจ้งยอดเงินเข้าและสร้างรายงานยอดขาย ช่วยให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการข้อมูลทางการเงินของร้านได้ง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทุกครั้งที่ร้านค้าได้รับชำระ K PLUS SHOP จะแจ้งเตือนยอดเงินเข้าแบบเรียลไทม์ และจะโอนเงินเข้าบัญชีทุกวันหลังปิดยอด นอกจากนี้ยังมีรายงานสรุปยอดขายแบบรายชั่วโมง รายวัน และรายเดือน
  • ลูกค้าสามารถสมัครใช้บริการ K PLUS SHOP ได้ง่ายด้วยตัวเองผ่านแอปฯ K PLUS ได้ทันที ขั้นตอนคือ ล็อกอินเข้าระบบ K PLUS แล้วกดเมนู K+App ซึ่งจะปรากฏในหน้าแรก ดำเนินการตามขั้นตอนการลงทะเบียนบนระบบ K PLUS จนกระทั้งระบบนำไปสู่การดาวน์โหลดแอปฯ K PLUS SHOP จึงล็อกอินเข้าแอปฯ K PLUS SHOP สร้างโปรไฟล์ร้านค้า และเข้าสู่ขั้นตอนการสร้าง QR ของฉัน ก็เสร็จสมบูรณ์ สามารถนำคิวอาร์โค้ดที่ได้ไปใช้งานได้ทันที  สามารถดูรายละเอียด K PLUS SHOP เพิ่มเติมได้ที่ www.kasikornbank.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. K-Biz Contact Center 02-8888822

หลังจากการออกจาก Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว คาดว่าจะเกิดการกระตุ้นการใช้งานคิวอาร์โค้ดในการชำระค่าสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารฯ ประเมินว่าการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดจะได้รับความนิยมสูงมากจนกลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักของการชำระเงิน เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางโมบาย แบงกิ้งสูงกว่าช่องทางอื่นๆ โดยธนาคารกสิกรไทยจะเดินหน้าโปรโมทการใช้จ่ายด้วยคิวอาร์โค้ด ในแคมเปญชื่อ “ปิ๊บจังออนทัวร์” ในพื้นที่หัวเมืองทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ พัทยา อุดรธานี หาดใหญ่ พร้อมจัดโปรโมชั่นทั้งฝั่งร้านค้าที่ใช้ K PLUS SHOP และฝั่งลูกค้าที่จ่ายเงินด้วยฟีเจอร์คิวอาร์โค้ดของ K PLUS ดังนี้

โปรโมชั่น K PLUS SHOP สำหรับร้านค้าที่สมัครใช้งาน K PLUS SHOP จะได้รับโปรโมชั่น 2 ต่อ คือ

  1. ต่อที่ 1 รับเงินคืน 300 บาทเมื่อมียอดรับชำระอย่างน้อย 200 บาท 1 รายการ ภายใน 60 วันนับจากวันที่สมัคร สงวนสิทธิ์ 1 สิทธิ์/ท่าน/ตลอดรายการ
  2. และต่อที่ 2 “Member Get Member” รับเงินคืนสูงสุด  5,000 บาท เมื่อแนะนำเพื่อนทางธุรกิจสมัครใช้งาน K PLUS SHOP สงวนสิทธิ์ 1 สิทธิ์/ท่าน/ตลอดรายการ และโปรโมชั่น K PLUS สำหรับผู้ใช้งาน K PLUS เมื่อใช้จ่ายด้วยคิวอาร์โค้ดครบ 300 บาท/รายการ จะได้รับเงินคืน 50 บาท จำกัดจำนวนสิทธิ 1 ท่าน/เดือน ทั้งนี้ โปรโมชั่นแคมเปญ “ปิ๊บจังออนทัวร์” มีจำนวนจำกัด เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2560

นอกจากนี้ ธนาคารยังร่วมกับพันธมิตรในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ เพื่อขยายช่องทางการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาใช้จ่ายเงินด้วยคิวอาร์โค้ดเพิ่มขึ้นอีก 20% ตั้งเป้าหมาย ภายในสิ้นปี 2560 จะมีมูลค่าการรับชำระด้วยคิวอาร์โค้ดของ K PLUS SHOP กว่า 800 ล้านบาท มี ร้านค้า K PLUS SHOP กว่า 200,000 ร้านค้า และเพิ่มเป็น 1,000,000 ร้านค้า ในสิ้นปี 2561

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ โมบาย แบงกิ้ง ทำให้ธนาคารมุ่งพัฒนาช่องทางการทำธุรกรรมการเงินด้วยตนเองบน แอปฯ K PLUS  และเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาแอปฯ สำหรับร้านค้าบน K PLUS SHOP ที่ใช้ในการรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน คิวอาร์โค้ด ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการรับชำระและเพิ่มความสะดวกสบายให้ร้านค้าและลูกค้า ตอกย้ำศักยภาพของธนาคารในฐานะผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจโมบาย แบงกิ้งที่คาดว่าจะมีลูกค้าผู้ใช้งาน K PLUS ถึง 8 ล้านรายภายในสิ้นปี 2560 นี้ และเป็น 10.8 ล้านรายในสิ้นปี 2561 ภายใต้กลยุทธ์ “Digital Cross-border Payment” คือ การให้บริการระบบชำระเงินผ่านโมบาย แบงกิ้ง ที่ครอบคลุมทั้งลูกค้ารายย่อยทั้งกลุ่มผู้ใช้บริการชาวไทย และกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยปีละกว่า 9 ล้านคน และกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดย่อม ที่เน้นรูปแบบซื้อง่ายขายคล่อง

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Sony เปิดตัวจอ OLED ยักษ์ 77 นิ้ว พร้อมขายในราคาครึ่งล้าน!

Published

on

สมาชิกแบไต๋คงจำ Sony Bravia A1 ทีวี OLED รุ่นท็อปที่เราเคยรีวิวกันไปได้นะครับ ตอนนี้โซนี่เปิดตัว Bravia A1 ในขนาดใหม่ใหญ่ที่สุด 77 นิ้ว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่รักจอใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชม Home Theater

ที่ผ่านมาแนวโน้มตลาดในกลุ่มจอใหญ่นั้นเติบโตมากมาตลอด โดยเฉพาะกลุ่ม 55 นิ้วขึ้นไปนั้นเติบโตมาก ซึ่งสวนทางกับกลุ่มจอขนาด 44 นิ้วลงไปที่เติบโตลดลง นอกจากนี้ตลาดทีวี OLED แม้จะยังมีมูลค่าตลาดไม่สูงนัก แต่ก็เดิบโตมากขึ้นตลอด ตอนนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 283 ล้านบาทแล้ว ในปี 2017 โตขึ้นกว่า 2016 ถึง 66% โซนี่จึงเปิดตัว Bravia 77A1 เพื่อตอบโจทย์ตลาดนี้

การเติบโตของตลาดทีวีจอใหญ่

Sony Bravia 77A1 นั้นนำเอาจุดเด่นของรุ่น A1 มาครบถ้วน ทั้งหน้าจอแบบ OLED ที่แต่ละพิกเซลแสดงสีสันได้อย่างอิสระ สามารถปิดพิกเซลเพื่อแสดงสีดำสนิทได้ พร้อมชิป Sony 4K HDR X1 Extream ช่วยประมวลผลภาพให้การไล่เฉดสีนุ่มนวล เคลื่อนไหวได้ไม่สะดุด พร้อมระบบเสียง Acoustic Surface ที่เปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นลำโพงโดยไม่ต้องมีดอกลำโพงด้านหน้าทีวี เสียงที่ออกจาก Bravia A1 จึงเหมือนกับออกมาจากแหล่งกำเนิดเสียงในภาพโดยตรง

Sony Bravia A1 ขนาด 55, 77 และ 65 นิ้ว

Sony Bravia KD-77A1 เปิดจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึง 11 มีนาคมในราคา 499,990 บาท และวางขนาดจริงในช่วงเดือนมีนาคม 2561 โดยผู้สั่งจองล่วงหน้าสามารถเลือกรับของแถมได้ 1 ใน 4 ชุดนี้คือ

  1. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และเครื่อง PlayStation 4 Pro รวมมูลค่า 32,870 บาท
  2. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และกล้อง Sony a6000 รวมมูลค่า 40,980 บาท
  3. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และสมาร์ทโฟน Sony Xperia XZ Premium รวมมูลค่า 38,980 บาท
  4. ทีวี Sony Bravia KD-55X8000E มูลค่า 34,990 บาท

ซ้ายภาพจาก Sony Bravia A1 ขนาด 75 นิ้ว ส่วนขวาเป็นภาพจาก Sony Projector 4K แน่นอนโปรเจกเตอร์ภาพสู้ทีวี OLED ไม่ได้ แต่เด่นที่สามารถขยายจอได้เป็น 100 นิ้ว

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Hitachi Social Innovation Forum มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอลและ IoT

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด และบริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัดจัดการประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทยโดยนำเสนอและจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น ระบบรถไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิวางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับโครงการOne Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน นอกจากการจัดแสดงเทคโนโลยีและศักยภาพด้านการพัฒนาล่าสุด การประชุมครั้งนี้จะเป็นเครื่องเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของฮิตาชิในการมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ฮิตาชิ จัดงาน Hitachi Social Innovation Forum ประจำปี 61 ครั้งที่ 2 ในไทย

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด (TSE: 6501, “Hitachi”) และ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัด จะจัด การประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ วันที่ 23 กุมภาพันธ์

ในการประชุมนี้ จะมีการนำเสนอและการจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก การประชุมที่จะใช้ระยะเวลาหนึ่งวันนี้จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

นายยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับ ฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น

  • ระบบรถไฟฟ้า
  • ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน

ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการ ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิ วางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้ เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

และ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของการประชุมครั้งนี้ บริษัท ฮิตาชิ จำกัด ได้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิตอลของประเทศไทย ด้วยการทำข้อตกลงกับ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.)  ในปี 2560 ในการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอล รวมทั้งเทคโนโลยี IoT และความพร้อมในด้านการพัฒนาเชิงนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนา โครงการ EEC และประเทศไทย

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิ ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับ โครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!