Connect with us

ข่าววงการมือถือ

พบคู่มือ iPhone XS Max กล่าวถึง AirPower ที่ถูกลืม!

Published

on

ในงานเปิดตัว iPhone XS เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายๆ คนต่างรออุปกรณ์เสริมอื่นๆ นอกจาก iPhone เช่น AirPower หรือ AirPods 2 เป็นต้น แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาสักที ไม่รู้ว่า Apple ลืมไปแล้วหรือยัง

แต่หลังจาก Apple เริ่มจำหน่าย iPhone XS และ iPhone XS Max เป็นที่เรียบร้อย นักพัฒนา Gavin Stephens ได้โพสต์รูปภาพคู่มือของ iPhone XS Max ที่มีการกล่าวถึงที่ชาร์จไร้สาย AirPower ด้วย

หลังจากเปิดตัว iPhone XS, Apple ได้ลบข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับ AirPower ออก จึงยังไม่แน่ใจว่า Apple จะหยุดพัฒนา AirPower หรือไม่ แต่เมื่อโผล่มาในคู่มือแบบนี้แล้วก็พอมีลุ้นได้วางจำหน่ายอยู่เหมือนกันครับ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

Google แก้เกม EU : เตรียมเรียกเก็บค่าใช้แอป Google สูงสุดถึง 40 เหรียญ ต่อสมาร์ทโฟนในยุโรป 1 เครื่อง

ลองจินตนาการถึงสมาร์ทโฟน Android ที่ใช้ Google Play Store ไม่ได้สิ… จะวิกฤติขนาดไหน

Published

on

ช่วงสัปดาห์ท่ผ่านมา Google ได้ประกาศจะปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบ Android ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area : EEA) หลังจากที่ถูกคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) สั่งปรับเป็นมูลค่าสูงถึง 4.34 พันล้านยูโร หรือราว 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.63 แสนล้านบาท)

ทางคณะกรรมาธิการยุโรป ได้มองว่ามองว่าการ Google Search เป็นเครื่องมือค้นหาและ Google Chrome เว็บเบราเซอร์พื้นฐานเพื่อเข้าใช้บริการแพลตฟอร์ม Google Play Store ได้นั้น เป็นการผูกขาดทางการค้า

ทาง Google ได้อธิบายว่าจะเริ่มเรียกเก็บค่าบริการสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบ Android ในการใช้ชุดแอปพื้นฐานของ Google รวมถึง Google Play Store ด้วย เพื่อชดเชยรายได้ของ Google ที่ต้องเสียไป (Google มีรายได้จากการใช้บริการผ่านแอปพื้นฐานเหล่านี้) แต่ยังมิได้เปิดเผยอัตราค่าบริการแต่อย่างใด

ล่าสุด The Verge ได้รายงานว่า จากเอกสารที่หลุดออกมาได้ระบุว่า Google จะเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในยุโรป ตามหลักเกณฑ์ 3 ประการ ดังต่อไปนี้

  1. ประเทศที่ผลิตอุปกรณ์นั้น ๆ
  2. อุปกรณ์นั้น ๆ เป็นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต
  3. หน้าหนาแน่นของพิกเซลบนหน้าจออุปกรณ์นั้น ๆ

ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน (ในยุโรป) ต้องจ่ายเท่าไร ?

Google ได้เรียกเก็บค่าใช้แอปพื้นฐานของ Google สำหรับอุปกรณ์ระบบ Android ที่ผลิตในสหราชอาณาจักร, สวีเดน, เยอรมนี, นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ดังนี้

  • ความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจอที่ 500 ppi หรือมากกว่านั้น : 40 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,300 บาท) ต่อเครื่อง
  • ความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจออย่างน้อย 400 ppi แต่ถึง 500 ppi : 20 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 650 บาท) ต่อเครื่อง
  • ความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจอน้อยกว่า 400 ppi : 10 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 325 บาท) ต่อเครื่อง

ยกตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Note 9 ซึ่งมีความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 516 ppi จะถือว่าเป็นอุปกรณ์ระดับพรีเมียม ซึ่งจะถูกเรียกเก็บค่าบริการ 40 เหรียญสหรัฐฯ ส่วน Nokia 7.1 ที่มีควมหนาแน่นของพิกเซลหน้าจออยู่ที่ 432 ppi จะถือว่าเป็นอุปกรณ์ระดับกลาง ซึ่งจะถูกเรียกเก็บค่าบริการ 20 เหรียญสหรัฐฯ

ส่วนแท็บเล็ตนั้นใช้เกณฑ์ที่ต่างออกไป โดยเรียยเก็บค่าบริการสูงสุดที่ 20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเครื่อง

ค่าบริการสำหรับแอปอะไรบ้าง ?

ค่าบริการดังกล่าว เป็นการเข้าใช้บริการ Google Mobile Service ซึ่งประกอบไปด้วยชุดแอปพื้น,านของ Google ที่ปรากฏให้เห็นในสมาร์ทโฟนระบบ Android ส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึง Gmail. Google Maps, Google Drive, Google Photos และรวมถึง Google Play Store แต่ยังไม่รวม Google Chrome และ Google Search อยู่ด้วย

นั้นหมายความว่าถ้าไม่มีแอปเหล่านี้ (ที่สำคัญคือ Google Play Store) ผู้ใช้ก็จะต้องหาวิธีติดตั้งแอปแบบ Third Party ในอุปกรณ์ของตนเอง หรือใช้วิธีการดาวน์โหลดแบบผิตกฏหมาย และดำเนินการติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ดี สำหรับในยุโรปนั้น บริการ Google Mobile Service ยังไม่รวมเบราว์เซอร์ Google Chrome และ Google Search

ถ้าผูผลิตไม่ยอมจ่ายล่ะ ?

ในปัจจุบัน ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนมีรายได้บางส่วนมาจากการที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ใช้ Google Chrome หรือ Google Search โดยในโมเดลธุรกิจใหม่นี้ หากผู้ผลิตสามาถเลือกที่จะไม่ติดตั้งแอปดังกล่าวก็จะไม่ถูกตัดรายได้ในส่วนนั้นออกไป ซึ่งเป็นโน้มน้าวให้ผู้ผลิตยังคงติดตั้งชุดบริการ Google Mobile Service, Google Chrome และ Google Search ในอุปกรณ์ระบบ Android ทุกเครื่องได้

จริงอยู่ที่ผู้ผลิตสามารถเลือกที่จะแชร์รายได้จากเสิร์ชเอจิน Third Party อื่น ๆ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการยุโรปต้องการ แต่ก็เป็นการยากที่จะขายสมาร์ทโฟนระบบ Android ที่มีแอปพื้นฐานของ Google หรือแม้กระทั่งเข้าใช้ Google Play Store ได้เลย

จะทำให้ราคาสมาร์ทโฟน “แพงขึ้น” หรือไม่ ?

เนื่องจากการที่ผู้ผลิตต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มขึ้น 40 เหรียญสหรัฐฯ ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาของสมาร์ทโฟนซึ่งผลิตในยุโรปจะสูงขึ้นตามไปด้วย

แต่อย่างไรก็ดี นโยบายใหม่นี้จะเริ่มใช้ในช่วงต้นปี 2019 จึงยังไม่ชัดเจนว่าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่จะวางจำหน่ายในปี 2019 นี้ จะมีราคาเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงไร

ข้อมูลอ้างอิง : androidauthority

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

ชำแหละ Google Pixel 3 XL เผยให้เห็นหน้าจอที่ผลิตโดย Samsung พร้อมตัวเครื่องที่เชื่อมด้วยกาวอย่างแน่นหนา

Published

on

Google Pixel 3 XL

เปิดตัวกันไปได้สักพักหนึ่งแล้วสำหรับสมาร์ทโฟนของ Google อย่าง Pixel 3 XL ล่าสุด iFixit ก็ไม่รอช้า จึงชำแหละให้เห็นทุกชิ้นส่วนภายในเครื่องอย่างชัดเจน แต่จะมีชิ้นส่วนไหนที่บอบบางเป็นพิเศษกันบ้างนั้น ไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

เริ่มต้นด้วยการแกะหน้าจอออกก่อน พบว่าหน้าจอของรุ่นนี้ผลิตจาก Samsung (ซึ่ง Touch Controller เป็นตัวเดียวกันกับที่ใช้ Galaxy S9 Plus) ต่างจากรุ่นที่แล้วอย่าง Pixel 2 XL ที่ใช้จอ OLED จาก LG จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม DisplayMate ถึงยกให้ Pixel 3 XL เป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอแสดงผลดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ

กาวยังยึดติดขดลวด NFC เข้ากับแบตเตอรี่ และยังยึดลำโพงเข้ากับโครงโลหะด้านล่างตัวเครื่องอีกด้วย ถ้าจะเข้าถึงช่อง USB-C, ถาดซิม และเสาอากาศบางตัว จำเป็นต้องแกะซีลที่เชื่อมติดด้วยกาว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ บนเมนบอร์ดยังมีตัวระบายความร้อนจำนวนมาก เพื่อช่วยลำเลียงความร้อนจากชิปเซ็ตต่างๆ ไปยังบอดี้ที่ทำจากโลหะ

อย่างไรก็ตาม iFixit ได้ให้คะแนนความยากง่ายในการแกะเครื่อง 4 เต็ม 10 โดยที่ 10 คะแนนเต็มหมายถึงแกะง่ายที่สุด

  • ข้อดีคือ สกรูที่ใช้ขันยึดเครื่องนั้นเป็นแบบมาตรฐาน Torx T3 และกาวเชื่อมซึ่งสามารถแกะออกจากตัวเครื่องได้โดยง่าย
  • ข้อควรระวังคือ โอริงและกาวเชื่อมซึ่งทำหน้าที่กันไม่ให้น้ำและความชื้นเข้าสู่ตัวเครื่อง ทำให้การแกะเครื่องซับซ้อนขึ้น
  • ข้อเสียคือ การจะถอดจอออกมาซ่อมนั้น ต้องแกะตัวเครื่องออกมาทั้งหมด ซึ่งการที่หน้าจอและฝาหลังเป็นกระจก หากทำตัวเครื่องตกกระแทกจะเกิดความเสียหายมากกว่าปกติ
  • สุดท้าย ถ้าจะแกะซ่อมอุปกรณ์ในเครื่องสักอย่าง ต้องลอกกาวที่เชื่อมฝาหลังออกไปก่อน และแปะกาวกลับเมื่อซ่อมเสร็จ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะกาวที่ใช้นั้นยึดเกาะได้แน่นมาก

 

ที่มา : GSM Arena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

TSMC รายได้พุ่งสูง! ได้ Apple, Huawei และ Qualcomm เป็นลูกค้าหลักในการผลิตชิป 7 นาโนเมตร

TSMC กำลังจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในตลาดชิประดับ 7 นาโนเมตร

Published

on

TSMC บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ได้กล่าวว่า Apple, Huawei และ Qualcomm เป็นลูกค้าหลักในการผลิตชิประดับ 7 นาโนเมตร สำหรับสมาร์ทโฟน ไม่ว่าเป็นชิปเซ็ตเรือธงรุ่นล่าสุดซีรีส์ Snapdragon 800 ของ Qualcomm และชิปเซ็ต A13 สำหรับ iPhone รุ่นปี 2019

อีกทั้งยังได้ผลิตชิประดับ 7 นาโนเมตร จากผู้ออกแบบชิปอย่าง AMD, Nvidia และ Xilinx รวมถึงได้พัฒนาชิป AI ให้กับบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย

ในปี 2018 นี้ ชิประดับ 7 นาโนเมตร จะมีส่วนแบ่งรายได้ของบริษัทถึง 10% และจะเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในปี 2019 เมื่อ TSMC ได้เริ่มนำเทคโนโลยี EUV (Estreme Ultraviolet Liithography) มาใช้ในการผลิต ซึ่งจะทำให้ชิปมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเริ่มการผลิตด้วยเทคโนโลยี EUV อย่างจริงจังในปี 2020

ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2018 นี้ (ตุลาคม – ธันวาคม) ทาง TSMC คาดหวังว่าจะทำรายได้สูงถึง 9.35 – 9.45 พันล้านเหรียญ ซึ่งสูงกว่าไตรมาสที่ 3 ราว 10% – 11%

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!