Meta เดินหน้าผลักดันศักยภาพ AI สู่การใช้งานจริง โดยปักหมุดให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ 4 ของโลกต่อจากลอนดอน, สิงคโปร์ และเวียดนาม ในการจัดงานอีเวนต์สุดพิเศษ ‘A Weekend with Meta AI x Song Wat’ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาผสมผสานกับมนต์ขลังของย่านมรดกวัฒนธรรมอย่าง ‘ถนนทรงวาด’ ได้อย่างลงตัว

งานนี้มุ่งเปิดประสบการณ์แบบ Immersive ให้คนรุ่นใหม่และเหล่าครีเอเตอร์ได้ทดลองใช้ Meta AI เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวันและการผลิตคอนเทนต์ที่ลื่นไหลไร้รอยต่อ ตั้งแต่ฟีเจอร์เจเนอเรตภาพไปจนถึงมุมถ่ายภาพสุดเก๋ที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างนวัตกรรมและวัฒนธรรมดั้งเดิม ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์นี้ได้ตั้งแต่วันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2568 ณ ลาน Vintage Vespa Thailand ถนนทรงวาด

ไฮไลต์สำคัญของงานนอหเหนือจากประสบการ์ณสุด immersive กับ Meta AI คือการจับมือกับ Sahred Toy (ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย) ศิลปินไทยชื่อดัง ที่มาร่วมเนรมิตสตรีทอาร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางทรงวาด ด้วยลายเส้น Abstract สีสันสดใสที่ถ่ายทอดเรื่องราวกรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับชุมชนและกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอนเทนต์ผ่าน Meta AI โดยทางด้าน Sahred Toy เผยว่า อยากชวนทุกคนออกมาเดินเล่นและซึมซับบรรยากาศเมืองกรุงที่มีเสน่ห์ซ่อนอยู่มากมายอย่างย่านทรงวาด พร้อมเชื่อมั่นว่าการผสานพลังระหว่าง ‘ศิลปะ’ และ ‘AI’ จะช่วยจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ทีม BT มีโอกาสได้สัมถาษณ์คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta ได้ข้อสรุปมาดังนี้

คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล

Meta เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์การนำ AI เข้าสู่ชีวิตประจำวัน (Bring AI to Real Life) ผ่านงาน ‘A Weekend with Meta AI’ ณ ย่านทรงวาด พื้นที่ซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความสร้างสรรค์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้งานชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ AI ที่จับต้องได้จริง ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ด้านความคิดสร้างสรรค์ การลิปซิงค์ หรือบทบาทผู้ช่วยส่วนตัว ซึ่งสาเหตุที่เลือกโฟกัสประเทศไทยเป็นพิเศษ เนื่องจากไทยจัดเป็นประเทศระดับ Top Tier ของโลกที่มีอัตราการเปิดรับเทคโนโลยี (Adoption Rate) รวดเร็ว ส่งผลให้ภาษาไทยเป็นหนึ่งในภาษาแรกๆ ที่ได้รับการพัฒนาเข้าสู่ระบบ (Localization) เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความตื่นตัวทางดิจิทัลสูง

ในเชิงกลยุทธ์ Meta AI สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยจุดแข็งเรื่อง ‘การเข้าถึงที่ง่ายที่สุด’ (Accessibility) โดยผู้ใช้ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม แต่สามารถเรียกใช้งานได้ทันทีผ่าน Ecosystem ที่แข็งแกร่งอย่าง Facebook, Instagram, Messenger และ WhatsApp ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ใช้งาน Meta AI ทั่วโลกแตะระดับ 1,000 ล้านรายต่อเดือน นอกจากนี้ ยังเน้นฟีเจอร์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมคนไทยที่ชื่นชอบวิดีโอและโซเชียลคอมเมิร์ซ เช่น ฟีเจอร์ Animate Photos ที่เปลี่ยนภาพนิ่งเป็นวิดีโอประกอบเพลงไทย หรือการใช้งานในบริบทกลุ่ม (Social Context) เพื่อช่วยวางแผนท่องเที่ยวร่วมกับเพื่อนในแชท ซึ่งถือเป็น Use Case ที่โดดเด่นและแตกต่างจาก AI เจ้าอื่น

ด้านความเชื่อมั่นและความปลอดภัย Meta ให้ความสำคัญสูงสุดกับความเป็นส่วนตัว (Privacy & Safety) โดยยืนยันว่าโมเดล AI ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลสาธารณะ (Public Data) เท่านั้น และจะไม่มีการนำข้อความแชทส่วนตัวของผู้ใช้มาประมวลผลแต่อย่างใด พร้อมทั้งมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นแบบ Red Teaming เพื่อปิดช่องโหว่และกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ส่วนในภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ SME ไทยเริ่มมีการปรับใช้ Meta AI ช่วยลดต้นทุนการผลิตสื่อโฆษณา เช่น การเจนเนอเรตพื้นหลังสินค้าหรือปรับแสงสี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI ของ Meta กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ขับเคลื่อนทั้งไลฟ์สไตล์และเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอย่างเป็นรูปธรรม