Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“คิงแมกซ์ ดิจิตอล อิงค์” ขอแนะนำ “iKey” เครื่องอ่านลายนิ้วมือขนาดพกพา

Published

on

คิงแมกซ์ ดิจิตอล อิงค์ ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ iKey (ไอคีย์) อุปกรณ์อ่านลายนิ้วมือขนาดเล็ก แบบ USB ของค่าย KINGMAX ซึ่งเป็นเสมือนผู้ช่วยเก็บข้อมูลของผู้ใช้ได้อย่างปลอดภัย ที่จะช่วยลดปัญหาด้านการรักษาความลับข้อมูลของคุณ

โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเข้ารหัสและถอดรหัสออกมาด้วยปลายนิ้ว ที่ออกแบบและทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์  โดยทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันรหัสผ่านต่าง ๆ ของผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านสำหรับการบูตเข้าสู่ระบบรหัสผ่านของโซเชียลเน็ตเวิร์ค รวมถึงรหัสผ่านของการซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งคุณสามารถใช้ iKey (ไอคีย์) ในการล็อกอินเข้าสู่ระบบง่าย ๆ เพียงปลายนิ้ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ลายนิ้วมือของคุณในการเข้ารหัส/ถอดรหัสของโฟลเดอร์ หรือไฟล์ที่เก็บเป็นความลับด้วยเวลาเพียง 0.05 วินาที เท่านั้น ด้วยการสแกนกลายนิ้วมือของคุณทำให้คุณไม่เสียเวลาในการทำงาน อีกทั้งยังมีขนาดเล็กพกพาง่ายใช้สะดวก

สำหรับเครื่องอ่านลายนิ้วมือ iKey (ไอคีย์) ยังใช้งานง่าย เป็นเสมือนผู้ช่วยเหลือที่ดีที่สุด

  • เพียงเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปหรือโน้ตบุ๊กผ่านทางพอร์ต USB
  • จากนั้นตัวช่วยติดตั้งอัตโนมัติจะปรากฏขึ้น ทำตามคำแนะนำเพื่อติดตั้งโปรแกรมและอัพเกรดความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ของคุณ อุปกรณ์นี้ผ่านการรับรองมาตรฐาน “Windows 10 Hello certified” ของไมโครซอฟต์ และยังทำงานร่วมกับ Windows 8/Windows 7  ได้อีกด้วย
  • เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่เป็นเอกลักษณ์ช่วยป้องกันการปลอมลายนิ้วมือทำให้สามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้มากขึ้น
  • ตัวอ่านลายนิ้วมือรองรับการสแกนแบบ 360 องศา คือสามารถอ่านลายนิ้วมือได้จากทุกมุมแล้ว
  • iKey ยังสามารถติดตั้งและจดจำลายนิ้วมือได้ถึง 10 ชุด ขยายการใช้งานให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวของคุณได้
  • อีกทั้งยังปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานทำให้ไม่ต้องกลัวเรื่องการจดจำรหัสผ่านอีกต่อไป

โดย KINGMAX iKey อุปกรณ์อ่านลายนิ้วมือแบบ USB พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 960 บาท ผู้สนใจสามารถหาซื้อผ่านช่องทางและตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ ของ KINGMAX  และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.kingmax.com/en-global/product/product/Model/iKey_Tiny_USB_Fingerprint_Reader

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Google Translate เปิดตัว Neural Machine Learning ให้การแปลของคุณแม่นขึ้น และอ่านง่ายขึ้น

Published

on

Google ได้คิดค้นการแปลภาษาด้วยคอมพิวเตอร์อย่าง Google Translate ได้เปิดตัว Neural Machine Translation ซึ่งเป็นระบบการเรียนรู้แบบ end-to-end หรือการเรียนรู้จากต้นจนจบกระบวนการ ที่มีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้การแปลภาษามีความเป็นธรรมชาติและดียิ่งขึ้น สำหรับ Google Translate ใน 97 คู่ภาษากับภาษาอังกฤษ อาทิ

  • ภาษาไทย
  • ภาษาของอินเดีย 11 ภาษา (ภาษาฮินดี ภาษาเบงกาลี ภาษาปัญจาป ภาษามาราฐี ภาษาคุชราต ภาษาทมิฬ ภาษาเตลูกู ภาษามาลายาลัม ภาษากันนาดา ภาษาสินธี และภาษาอูรดู)
  • ภาษาจีน
  • ภาษาญี่ปุ่น
  • ภาษาเกาหลี
  • ภาษารัสเซีย
  • ภาษาฮินดี
  • ภาษาฝรั่งเศส
  • ภาษาเยอรมัน
  • ภาษาสเปน
  • ภาษาโปรตุเกส
  • ภาษาเวียดนาม

ระบบ Neural Machine Translation จะแปลประโยคทั้งประโยคในครั้งเดียว แทนที่จะแปลทีละส่วน โดยใช้ “deep neural network” ซึ่งช่วยให้ระบบเรียนรู้และจดจำรูปแบบและโครงสร้างของประโยคต่าง ๆ ทำให้ไวยากรณ์ในประโยคที่ผ่านการแปลใกล้เคียงกับการพูดของมนุษย์มากขึ้น และเมื่อระบบเข้าใจแต่ละประโยคได้ดีขึ้น ก็จะทำให้ย่อหน้าและบทความที่ได้รับการแปลมีความลื่นไหล อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายขึ้น การนำระบบ Neural Machine Translation มาใช้ ทำให้ Google ได้เห็นการปรับปรุงคุณภาพการแปลที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับการพัฒนาปรับปรุงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

แอปพลิเคชัน Google Translate

คุณสามารถใช้งานแอปพลิเคชัน Google Translate บนอุปกรณ์ Android และ iOS ได้หลายแบบ และสามารถแปลไปมาระหว่าง 103 ภาษาด้วยการพิมพ์ การพูด การถ่ายรูปหรือแปลภาษาจากการเขียนด้วยลายมือที่ครอบคลุมถึง 95 ภาษา

ด้วยการแปลภาษาโดยใช้โหมดกล้องในแอปพลิเคชัน Google Translate คุณสามารถแปลสิ่งที่คุณเห็นได้

  • เพียงแตะที่ไอคอนกล้องถ่ายรูปเพื่อถ่ายป้าย เมนู หรือข้อความภาษาต่างประเทศ เมื่อถ่ายภาพเสร็จแล้วให้กวาดนิ้วไปที่ข้อความที่ต้องการแปลเพื่อดูคำแปล
  • การแปลภาษาโดยใช้โหมดกล้องในแอปพลิเคชัน Google Translate รองรับ 50 ภาษา เหมาะสำหรับการแปลสิ่งต่าง ๆ เช่น ป้าย หรือเมนู โดยเฉพาะเมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ

คุณสามารถแปลคำพูดของคู่สนทนา 2 ฝ่ายได้ถึง 42 ภาษาโดยใช้โหมดสนทนา ซึ่งมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

  • เลือกคู่ภาษาที่ต้องการ จากนั้นแตะไอคอนไมโครโฟนบนแอป
  • Google Translate จะฟังบทสนทนา 2 ภาษา และแปลให้ตามความเหมาะสม ช่วยให้บทสนทนาของคุณลื่นไหลเป็นธรรมชาติ

ผู้ที่ใช้ Android สามารถใช้งานการแปลในแอปพลิเคชัน Android อื่น ๆ ได้โดยใช้ฟีเจอร์ “แตะเพื่อแปล” โดยไม่ต้องคัดลอกข้อความไปมาระหว่างแอป ซึ่งรองรับการแปล 103 ภาษาบนโทรศัพท์ Android ทุกรุ่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Jellybean (4.2) ขึ้นไป การใช้งานฟีเจอร์ “แตะเพื่อแปล” มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • เปิดแอป Google Translate และไปที่การตั้งค่าเพื่อเปิดใช้ฟีเจอร์ “แตะเพื่อแปล”
  • แตะข้อความที่ต้องการแปลในแอปและคัดลอกข้อความนั้น  ไอคอนแปลจะปรากฏขึ้นมาตรงมุมบนขวาของหน้าจอ

คุณสามารถใช้แอปพลิเคชัน Google Translate ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยโหมดออฟไลน์

  • เพียงแตะลูกศรที่อยู่ถัดจากชื่อภาษาเพื่อดาวน์โหลดชุดภาษาที่คุณต้องการ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถแปลข้อความต่างๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ “แตะเพื่อแปล” ได้ด้วย
  • การแปลภาษาแบบออฟไลน์รองรับ 59 ภาษา รวมทั้งภาษาไทย

ชุมชนแปลภาษา

  • ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงคุณภาพการแปลของ Google Translate อย่างต่อเนื่อง Google จึงได้เปิดตัว Google Translate Community หรือชุมชนแปลภาษา ในเดือนกรกฎาคม 2557
  • ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผู้ที่ชื่นชอบภาษาจากทั่วโลกได้ช่วยกันพัฒนาการแปลให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยให้คำแนะนำในการปรับปรุงการแปล
  • และให้คะแนนผลลัพธ์การแปลของ Google Translate
  • นอกจากนี้สมาชิกในชุมชนยังได้ช่วยเหลือ Google ในการเปิดตัวภาษาใหม่ ๆ เช่น การแปลจากภาษาคาซัคเป็นภาษาอังกฤษ เป็นต้น

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ทำความรู้จัก PoE (Power over Ethernet) ว่าเจ๋งแค่ไหน

Published

on

PoE หรือ Power over Ethernet คือการส่งไฟฟ้าไปในสาย LAN แทนที่จะต้องลากสายข้อมูลเข้าอุปกรณ์ แล้วต้องลากสายไฟไปเลี้ยงด้วย ก็ลากแค่เส้นเดียวนี่แหละ จบ! ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งไปเยอะ แถมยังปลอดภัยกับชีวิตเพราะใช้ไฟแบบ DC แรงดันต่ำกว่าไฟ AC ปกติ เหมาะมากสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องเคลื่อนย้าย หรือต้องติดตั้งในระยะไกลๆ เช่นกล้องวงจรปิด (ติดตั้งกล้องวงจรปิดไกลถึง100เมตร โดยไม่ต้องเดินสายไฟ!), Wi-Fi Router (ติดตั้งตัวกระจายสัญญาณ Wi-Fi ทั้งอาคาร โดยไม่ต้องทำปลั้กไฟเพิ่ม), เซนเซอร์ตรวจวัดต่างๆ หรือระบบ Home Automation ในบ้านเป็นต้น

เทคโนโลยี PoE เริ่มใช้จริงจังตั้งแต่ปี 2003 นะครับ หลังจาก IEEE ออกมาตรฐาน IEEE 802.3af มา ซึ่ง PoE ในเวอร์ชั่นแรกนี้สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 15.4 W ต่อสายแลน 1 เส้น แล้วก็พัฒนาต่อมาเป็น PoE+ หรือ IEEE 802.3at ที่จ่ายไฟได้ 30 W ในปี 2009 และมาตรฐานล่าสุดที่กำลังจะออกในปี 2018 นี้คือ IEEE 802.3bt ที่สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 100 W นี่เราเปิดคอมได้ทั้งตัวด้วยไฟสายแลนเส้นเดียวแล้วนะ

ซึ่ง LINK มีอุปกรณ์สำหรับทำงานกับ PoE หลายตัวครับ ตั้งแต่กลุ่ม Switch PoE+ ที่เปลี่ยนสายแลนรับ-ส่งข้อมูลตามปกติมากระจายเป็นสายแลนพร้อมไฟฟ้าแบบ PoE แถมยังเลือกได้อีกว่าจะเป็นสวิทซ์เบสิกแบบ Unmanaged ที่เสียบสายแล้วใช้งานได้เลย

หรือยังมีสวิทซ์แบบ Lite Managed สำหรับคนที่ต้องการใช้งานแบบจัดการได้บ้าง ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ Industrial ที่ติดตั้งในกล่องนอกอาคาร

และยังมี Switch PoE แบบ Commercial สำหรับติดตั้งในอาคารด้วย ส่วนถ้าใครที่มี Swtich อยู่แล้ว ไม่อยากลงทุนซื้อ Switch PoE ใหม่ LINK ก็มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า PoE Injector สำหรับเติมไฟฟ้าเข้าไปในสายแลนแบบไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เดิม และถ้าใช้งานกับอุปกรณ์ปลายทางที่ไม่รองรับ PoE ทาง LINK ก็มีอุปกรณ์เสริม PoE Cable Separator สำหรับแยกไฟฟ้าออกจากสายสัญญาณออกมาเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ คือแม้อุปกรณ์ปลายทางไม่รองรับ PoE เราก็ยังสามารถเดินสายแลนเส้นเดียวเพื่อใช้งานได้อยู่ดี

เทคโนโลยี Power over Ethernet หรือ PoE จึงเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับอุปกรณ์ IoT ในอนาคตครับ ซึ่งดูจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่บริษัท Interlink นำเข้ามาขายในแบรนด์ LINK ก็น่าจะวางระบบเครือข่ายกันได้ไม่ยากนะครับ สามารถใช้กับอุปกรณ์ชุดเดิมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนยกชุด สำหรับใครที่มีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับระบบ PoE ก็สามารถติดต่อกับทาง Interlink ได้โดยตรง

สอบถามรายละเอียดสินค้าแบรนด์ LINK และสนใจสมัครตัวแทนจำหน่ายได้ที่
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ลงทะเบียนด่วน! SCB Easy ใจดีแจก VIP JOOX ฟรี 30 วัน เพียงลงทะเบียนภายใน 10 ตุลา!

Published

on

By

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้ App SCB Easy ของธนาคารไทยพาณิชย์ แจก VIP JOOX ฟรี 1 เดือนเต็ม (สิทธิ 30 วันนับจากวันที่ลงทะเบียน) โดยต้องลงทะเบียนภายใน 10 ตุลาคมนี้! ก่อนเที่ยงคืน ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่

  • เปิด App “SCB Easy” แล้วไปที่ “Easy Bonus” ที่หน้าแรกของ App

  • กดรับสิทธิได้เลย

  • ท่านจะได้โค้ดสำหรับเอาไปกรอกใน JOOX โดยคลิกที่ไอคอนโปรไฟล์

  • คลิกซื้อ VIP

  • คลิก รหัสโปรโมชั่น แล้วกรอกเลขโค้ดที่ได้จาก SCB Easy (ก๊อปแปะได้) จากนั้นรอสักครู่ท่านจะได้รับ VIP JOOX 30 วันแล้วครับ

เงื่อนไขคือ 1 ผู้ใช้ SCB Easy ต่อ 1 สิทธิ และต้องนำโค้ดมากรอกใน JOOX ภายใน 24 ชม.

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!