Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

วันแชมเปียนชิพ จับมืออะโดบีขยายช่องทางถ่ายทอด “ศึกสังเวียนเดือด”

นำ “ศิลปะการป้องกันตัว” ของไทยเข้าสู่โลกดิจิทัลด้วย “อะโดบี เอ๊กซ์พีเรียนซ์ คลาวด์” เสนอประสบการณ์การแข่งขันต่อสู้แบบเรียลไทม์สู่ผู้ชมทั่วโลก

วันแชมเปียนชิพ (ONE Championship – ONE) บริษัทสื่อด้านกีฬาระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ร่วมมือกับอะโดบี เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชมที่เหนือชั้นสู่ผู้ชมทั่วโลก  ทั้งนี้ วันแชมเปียนชิพเป็นองค์กรด้านศิลปะการต่อสู้ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของเอเชีย  บริษัทฯ จะใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Adobe Experience Cloud รวมไปถึงระบบ Adobe Analytics, Adobe Audience Manager, Adobe Campaign และ Adobe Target เพื่อดึงดูดผู้ชมหน้าใหม่และรักษาฐานผู้ชมที่มีอยู่ในกว่า 136 ประเทศที่วันแชมเปียนชิพจัดถ่ายทอดการแข่งขัน

การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในการประชุม Adobe Experience Forum Thailand ซึ่งเป็นการประชุมด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งระดับชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม ที่โรงแรมแอทธินี กรุงเทพฯ  นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง วันแชมเปียนชิพ ได้ร่วมกล่าวบรรยายในการประชุมครั้งนี้  ในฐานะ “ราชาแห่งศิลปะการต่อสู้ของเอเชีย” ชาตรี ศิษย์ยอดธง คือหนึ่งในผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ในภูมิภาคนี้ ซึ่งอะโดบีมีการนำเสนอผลงานและวิสัยทัศน์ของเขาในการประชุม Experience Forum ที่จัดขึ้นในปีนี้ โดยมีผู้บริหารจากภาคอุตสาหกรรมและนักการตลาดดิจิทัลจากกว่า 300 คนเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

คุณชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง วันแชมเปียนชิพ ให้ความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “สำหรับเราแล้ว อะโดบีเป็นมากกว่าผู้จัดหาโซลูชั่น  อะโดบีเป็นพาร์ทเนอร์ที่เราไว้วางใจในการร่วมพัฒนาองค์กรสู่การเป็น Experience Business อย่างแท้จริง  ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของเราคือการขยายฐานผู้ชม 1.7 พันล้านคนจากแพลตฟอร์มทีวีไปสู่โมบายล์แอพของ ONE  ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของระบบโมบายล์ในเอเชีย  ที่จริงแล้ว ลักษณะเฉพาะของศิลปะการต่อสู้เข้ากันได้ดีกับการเป็นกีฬาที่มุ่งเน้นระบบโมบายล์และดิจิทัล เพราะไฟต์การต่อสู้ของเราอัดแน่นไปด้วยภาพแอ็คชั่นสุดมันส์ โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลาการต่อสู้เพียง 3-5 นาที จึงเหมาะกับการทำเป็นวิดีโอขนาดกะทัดรัด เปิดดูได้ทุกที่ทุกเวลาบนอุปกรณ์มือถือ  ด้วยการสนับสนุนของอะโดบี ผมมั่นใจว่าเราจะสามารถนำเสนอประสบการณ์การรับชมและภาพบรรยากาศสุดเร้าใจผ่านทุกช่องทาง ทั้งทางกายภาพ โซเชียล และดิจิทัล ไม่ว่าที่สนามแข่ง ที่บ้าน หรือแม้กระทั่งนอกประเทศที่เราถ่ายทอดสัญญาณอยู่ในปัจจุบัน และไม่ว่าผู้ชมของเราจะอยู่ที่ใดก็ตาม”

นายมาเฮช ซูบรามาเนียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของวันแชมเปียนชิพ กล่าวว่า “วันแชมเปียนชิพกำลังเริ่มต้นการแพร่ภาพกระจายเสียงบนโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (over-the-top หรือ OTT) ดังนั้นเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการดำเนินการดังกล่าว เราจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ของผู้ชม รวมไปถึงรูปแบบการใช้งาน สิ่งที่ชอบและสิ่งที่ไม่ชอบ และรูปแบบการติดต่อสื่อสารและการรับชมรายการของเรา  เทคโนโลยีของอะโดบีช่วยให้เราได้รับทราบข้อมูลที่เที่ยงตรง รอบด้าน ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ก้าวล้ำ ทำให้เราสามารถตรวจสอบและเข้าใจข้อมูลของผู้ชมได้ดียิ่งขึ้น และเราสามารถกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปใช้ในการปรับแต่งเนื้อหาคอนเทนต์แบบเฉพาะบุคคลที่เหมาะกับผู้ชมอย่างแท้จริง  นอกจากนี้เรายังสามารถสร้างโปรไฟล์ของผู้ชมสำหรับการทดสอบ A-B และกำหนดกลุ่มเป้าหมายสำหรับแคมเปญต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตเราจะสามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ชวนดื่มด่ำอย่างแท้จริงให้แก่ผู้ชม  ด้วยการพัฒนาต่อยอดบนแพลตฟอร์มของอะโดบี เราเตรียมที่จะปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) เพื่อมอบประสบการณ์จากสังเวียนการต่อสู้สู่ห้องนั่งเล่นในบ้าน

“ส่วนสำคัญของความตื่นเต้นในการรับชมศิลปะการต่อสู้มาจากปฏิกิริยาและการมีส่วนร่วมของผู้ชม เช่น การหยอกล้อกันในหมู่เพื่อนฝูง การส่งเสียงเชียร์ และการพูดคุยกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมกีฬา  เราจึงต้องการที่จะนำเสนอสิ่งต่างๆ เหล่านี้ผ่านช่องทางดิจิทัลในรูปแบบของเนื้อหาคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้น  วันแชมเปียนชิพได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘Home of Martial Arts’ และเราอยากให้ผู้คนเข้าหาเราไม่ใช่เพียงเพื่อรับชมคอนเทนต์ที่เราสร้าง แต่ยังสามารถรับชมคอนเทนต์กีฬาอื่นๆ ที่ถูกโพสต์บนแพลตฟอร์มของเราได้อีกด้วย  ปัจจุบันเราโฟกัสที่เอเชียเป็นหลัก ด้วย 24 กิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วภูมิภาคนี้ และในปีหน้า เรามีแผนที่จะขยายเป็น 52 กิจกรรมภายในหนึ่งปี หรือเท่ากับหนึ่งกิจกรรมต่อสัปดาห์ เพื่อเข้าถึงฐานผู้ชมทั่วโลกอย่างกว้างขวางมากขึ้น” ซูบรามาเนียน กล่าวเสริม

นาย วี.อาร์. ศรีวัตสัน กรรมการผู้จัดการของอะโดบี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ศิลปะการป้องกันตัว หรือ Martial Arts มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 5,000 ปีในทวีปเอเชีย โดยสื่อถึงค่านิยมต่างๆ เช่น คุณธรรม ความถ่อมตัว ศักดิ์ศรี การให้เกียรติ ความกล้าหาญ ความมีวินัย และความเมตตา  และในการนำเสนอศิลปะการต่อสู้ดังกล่าว วันแชมเปียนชิพได้สร้างฮีโร่และบุคคลต้นแบบมากมายในเอเชีย ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนที่ได้พบเห็น  อะโดบีมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่กับวันแชมเปียนชิพ เพื่อร่วมกันพัฒนากีฬาที่เก่าแก่หลายศตวรรษให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มภาคภูมิ โดยนำเสนอประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นจากสังเวียนการต่อสู้สู่ผู้ชมทั่วโลก  เรามีความยินดีที่จะสนับสนุนวันแชมเปียนชิพ ด้วยแพลตฟอร์ม Adobe Experience Cloud เพื่อพัฒนาสู่การเป็นบริษัทสื่อกีฬาระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดและเป็น Home of Martial Arts สำหรับผู้คนทั่วโลก”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด SOC รุ่นใหม่ล่าสุด ฟังก์ชั่นจัดเต็ม ราคาสุดคุ้ม!

Published

on

Ascenti เปิดตัว Biostar A10N-8800E เมนบอร์ด System-On-Chip (SOC) รุ่นใหม่ล่าสุด เลือกใช้ CPU AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz รวมถึงกราฟิกออนบอร์ดที่ยอดเยี่ยม AMD Radeon™ R7 ถึงแม้เมนบอร์ดขนาด Mini-ITX อัดแน่นด้วยฟีเจอร์การรองรับเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรองรับแรม DDR 4 Dual Channel Bus 2133 / M.2 PCI-e 16Gb/s / USB 3.1 Gen 1 / SATA 3 Gb/s อีกทั้งยังพอร์ทต่อภาพ Out Put แบบ HDMI และ VGA และ เสียงคุณภาพด้วย Realtek ALC887 HD 7.1-Channel อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Protection+ป้องกันเมนบอร์ดเสียหายทำงานได้คงทนมากยิ่งขึ้น

Biostar A10N-8800E เป็นเมนบอร์ด SOC ขนาดเล็กกะทัดรัด เน้นการออกแบบที่ประหยัดพลังงาน มีการประมวลผลที่ยอดเยี่ยม การทำงานแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัยเหมาะสำหรับงานบ้าน สำนักงานออฟฟิศ เกมออนไลน์กราฟิกไม่สูงมาก คอมพิวเตอร์สำหรับร้องเพลงคาราโอเกะ

Specification

  • AMD Carrizo ชิพเซต
    • AMD FX-8800P แกนประมวลผล 4 คอร์ ความเร็ว 3.4GHz
    • AMD Radeon™ R7 กราฟิกออนบอร์ด
  • เชื่อมต่อด้วยความเร็ว Super Fast – USB 3.1 Gen 1, SATA3, PCI-e M.2
    • USB 3.1 Gen 1 โอนถ่ายด้วยความเร็วสูงสุด 5Gbps
    • พอร์ท SATA 3 6Gb/s จำนวน 2 ช่อง
    • PCI-e M.2 16Gb/s จำนวน 1 ช่อง
  • HD Audio
    • ชิพเสียง Realtek ALC887 7.1-Channel เสียงมีรายละเอียดและความเที่ยงตรงสูง
  • HDMI 4K2K
    • แสดงภาพความละเอียดได้สูง 4K2K resolution
    • รองรับเกมที่ใช้ DirectX 12
    • มีพอร์ท HDMI เพื่อแสดงผลกราฟิกด้วยความละเอียดแบบ HD
  • Protection+: Super Anti-Surge Protection, ESD Protection, OV/OT Protection, Super LAN Surge Protection
    • ระบบป้องกกัน Anti-Surge พิเศษที่ช่วยปกป้องเมนบอร์ดจากแรงดันไฟเกิน ไฟกระชาก ไฟฟ้าสถิตขั้นสูง ฟ้าผ่า
  • พอร์ทเชื่อต่อด้านหลัง
    • PS/2 Mouse x 1 พอร์ท
    • PS/2 keyboard x 1 พอร์ท
    • USB 3.1 Gen1 x 2 พอร์ท
    • USB2.0 x 2 พอร์ท
    • HDMI x 1 พอร์ท
    • VGA x1 พอร์ท
    • LAN x 1 พอร์ท
    • Audio เขียว ชมพู ฟ้า

Biostar A10N-8800E ราคา 2,390 บาท

สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายตามห้างไอทีชั้นนำ และ ร้านค้าออนไลน์ ทั่วประเทศ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AIS ขึ้นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย 4 ปีซ้อนจาก Ookla

Published

on

Ookla Speedtest ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตอันดับต้นของโลก มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านรายใน 190 ประเทศทั่วโลก ด้วยความแม่นยำและได้รับการยอมรับในมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเป็น App ซึ่งคนไทยนิยมใช้มากที่สุด ในปีที่ผ่านมา ได้เผยผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ครึ่งปีหลังของปี 2018

ทาง Ookla ได้จัดอันดับให้ AIS เป็นอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย พร้อมครองอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการใช้งานเน็ตหนาแน่นที่สุด โดยวัดจากผู้ใช้มือถือในประเทศไทย ที่ร่วมกดทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต มากกว่า 7 ล้านครั้ง ภายใน 6 เดือน ตั้งแต่กรกฎาคม – ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ AIS ครองผู้นำอันดับ 1 เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดในไทย ถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ ปี 2015 – 2018 (ดูข้อมูลการจัดอันดับเครือข่ายในประเทศไทยได้ที่ www.speedtest.net/awards/thailand/)

“เป้าหมายสำคัญของเอไอเอส คือการมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายที่ดีที่สุดอย่างไม่หยุดยั้ง วันนี้เรามีคลื่นความถี่ ให้บริการคนไทยมากที่สุดคือ 120 MHz  (60 MHz x 2) แบบเต็มประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีเครือข่ายในอนาคต และยกระดับความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในประเทศ รวมถึงมีเครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED ที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง MIMO 4×4 with CA, 256 QAM DL/64 QAM UL, LAA (Licensed Assisted Access) และ FDD Massive MIMO 32T 32R รวมทั้ง AIS SUPER WiFi ที่มีกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและตอบสนองการใช้งานของคนไทยได้อย่างดี

รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอส ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ ยืนยันว่าการเก็บข้อมูลและประเมินผลของ Ookla Speedtest เป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลก สะท้อนได้ถึงคุณภาพเครือข่ายโดยรวม และความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้ได้รับบริการจริง ๆ ด้วยการรวบรวมข้อมูลความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Intelligent) ที่ผู้ใช้แอปพลิเคชัน Ookla Speedtest ที่กดทดสอบด้วยตนเอง ผ่านเว็บไซต์และบนโทรศัพท์มือถือ

สถิติของ Ookla Speedtest ในฐานะผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต อันดับต้นของโลกและของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือมากที่สุด เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2006

  1. ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายใน 190 ประเทศทั่วโลก รองรับได้ถึง 17 ภาษา
  2. Ookla Speedtest เป็นแอปฯ ประเภทสปีดเทสต์ที่มีคนดาวน์โหลดมากกว่า 190 ล้านครั้งทั่วโลก ทั้งบน App Store และ Google Play Store
  3. ในประเทศไทย มีคนร่วมกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla จำนวนมากกว่า 7 ล้านราย
  4. มีผู้ใช้ทั่วโลกกดทดสอบความเร็วเน็ตบน Ookla Speedtest มาแล้วมากกว่า 22,000 ล้านครั้ง หรือประมาณ 10 ล้านครั้งต่อวัน
  5. มีเครือข่าย Global Testing Server มากกว่า 7,900 Servers
  6. Ookla Speedtest ถือเป็นผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงรายเดียว ที่กำหนดเกณฑ์การประเมินคะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่แม่นยำและน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งการกำหนดกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เที่ยงตรงและแม่นยำสูงสุด จนสามารถเป็นตัวแทนของประชากรกลุ่มใหญ่ได้ และสะท้อนถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้รับอย่างแท้จริง ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่มีกลุ่มประชากรตัวอย่างยังไม่มากพอที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มประชากรทั้งประเทศ หรือบางรายไม่ระบุที่มาและจำนวนกลุ่มประชากรตัวอย่างที่ชัดเจน  รวมถึงการกรองข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้ตัวจริงที่มิใช่คะแนนจาก Bot (หรือบอต โปรแกรมอัตโนมัติ)

รางวัลทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือ Speedtest Awards สำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย ใช้เกณฑ์การตัดสินด้วย

  • คะแนนความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ต (Speed Score) มาจากประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดและอัปโหลด
  • และประเมินจากค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบบนอุปกรณ์สมัยใหม่ (Modern Device) โดยดูจากผลการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือทุกชนิด โดยไม่จำกัดว่าจะใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมต่อแบบใด
  • ขอเพียงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดในตลาดก็เพียงพอ
  • จากใช้เกณฑ์นี้ในการประเมิน คะแนนความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Speed Score) จะนับเป็นความเร็วสูงสุดของอินเทอร์เน็ต ที่เข้าถึงได้ของประเทศนั้น ๆ
  • โดยผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละราย จะต้องมีกลุ่มประชากรตัวอย่างในประเทศอย่างน้อย 3% ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมากในการให้บริการทดสอบความเร็ว
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

YDM ไทย จับมือ RMS เปิด “แจ่มจรัส” เอเจนซี่สายพันธุ์ “Phutorn Marketing” บุกตลาดภูธรเต็มรูปแบบ

Published

on

บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งรายใหญ่ไทย ในเครือ Yello Digital Marketing (YDM) จากเกาหลีใต้ เปิดตัว “แจ่มจรัส” เอเจนซี่น้องใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน “Phutorn Marketing” พร้อมเทคโนโลยีด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งครบวงจร สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคแบบเชิงลึก ตอบโจทย์แบรนด์บุกตลาดภูธร ตั้งเป้ารายได้ปีแรก 70 ล้านบาท ประกาศความร่วมมือกับ “RMS” บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงลูกทุ่งมากที่สุดในประเทศ และมีสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงกับศิลปินกว่า 200 ชีวิต

ปัจจุบันตลาดภูธร เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และครอบครองเม็ดเงินด้านการจับจ่ายใช้สอยของประเทศไว้มากกว่า 60% หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท แต่ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่สามารถบุกตลาดภูธรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะผู้บริโภคในตลาดภูธรมีการเข้าถึงสื่อและการใช้สื่อที่แตกต่างกัน ดังนั้นแบรนด์ที่ต้องการบุกตลาดภูธรจึงต้องให้ความสำคัญ และเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคภูธรอย่างลึกซึ้ง จึงจะสามารถสร้างความแตกต่างได้

ปัจจุบันการเกิดขึ้นของสื่อดิจิทัลพิสูจน์แล้วว่า สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้เช่นกัน รวมถึงประสิทธิภาพที่มากกว่า เพราะสื่อดิจิทัลสามารถสร้างคอนเทนต์ได้หลากหลาย และมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดภูธร ให้มีโอกาสในการเสพสื่อที่ตัวเองชอบ และมีทางเลือกที่หลากหลายในส่วนของช่องทางออนไลน์ เราพบว่า คนภูธรใช้เวลาอยู่บนออนไลน์ไม่ต่างจากคนในเมืองมากนัก แต่เนื้อหาที่คนภูธรชอบจะแตกต่างออกไปกับคนเมือง เช่น ฟังเพลงในสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน มีนักร้อง หรือศิลปินคนโปรดที่ไม่เหมือนกัน รวมทั้งละคร หรือรายการที่เลือกดูก็มีความแตกต่างกัน

จุดแข็งของแจ่มจรัสคือ การเป็นเอเจนซี่ที่มีความเข้าใจ insight ของตลาดภูธรที่แท้จริง เนื่องจากเรามีเครื่องมือทางดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่แข็งแกร่งจาก YDM Thailand ในการวิเคราะห์ insight ของคนภูธร ทั้งยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ RMS ซึ่งมีคอนเน็คชั่นกับศิลปินลูกทุ่งชื่อดังมากมาย ซึ่งศิลปินเหล่านี้คืออินฟลูเอนเซอร์ระดับแนวหน้าที่จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำ Phutorn Marketing นั่นเอง

ทุกวันนี้ แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคให้ความสำคัญกับตลาดภูธร และต้องการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ผู้บริโภคในตลาดภูธรเอง จากนโยบาย Thailand 4.0 ก็ทำให้พวกเขาเข้าถึงสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ได้ไม่ต่างจากคนเมืองเช่นกัน ดังนั้นการที่นักการตลาดสามารถเชื่อมโยงสินค้าและบริการที่เจาะเข้าตลาดภูธรโดยตรง ไม่ใช่เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์เท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมและการเชื่อมโยงแบรนด์ ผ่านความชอบและวิถีชีวิตของผู้บริโภคในภูมิภาคนั้น ๆ ด้วย ซึ่งแจ่มจรัสสามารถตอบโจทย์วัตถุประสงค์ทางการตลาดของแบรนด์ได้ทั้งหมด

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!