Connect with us

ข่าววิทยาการ

น่าทึ่ง และน่ากลัว! หุ่นยนต์ Atlas อัปเกรดเกรดใหม่ “กระโดดลังกาหลัง” ได้

Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) ได้รับการอัปเกดการเคลื่อนไหวใหม่ ให้สามารถ “กระโดดลังกาหลัง” ได้อย่างน่าทึ่ง 

Published

on

Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) ได้รับการอัปเกดการเคลื่อนไหวใหม่ ให้สามารถ “กระโดดลังกาหลัง” ได้อย่างน่าทึ่ง

ปล. หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) คือ หุ่นยนต์ที่ออกแบบขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจากร่างกายมนุษย์

หลังจากที่ SoftBank บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ได้ซื้อ Boston Dynamics ไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2017 ที่ผ่านมา ก็แทบจะไม่มีข่าวการอัปเกรดหุ่นยนต์ Atlas ของ Boston Dynamics ให้เห็นมากนัก กระทั่งล่าสุดก็ได้มีการเปิดเผยวิดีโอซึ่งแสดงให้เห็นคลื่อนไหวแบบใหม่ของ Atlas ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ทั้งการกระโดดขึ้นบนพื้นผิวที่ระดับสูงกว่า, โดดหมุนตัว 180 องศา และที่สำคัญคือ กระโดดลังกาหลัง

ในทางทฤษฏีแล้วนั้น หุ่นยนต์ที่มี 4 ขา จะมีสมดุลทางร่างกายและการเคลื่อนไหวที่ดีกว่า ดังนั้นการอัปเกรด หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่มี 2 ขา ให้สามารถเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ได้อย่างสมดุลนั้น จึงเป็นสิ่งที่ยากมาก และน่าชื่นชมมากเช่นกัน

นั่นอาจทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะนำ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ มาทดแทนการทำงานของมนุษย์ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงได้ในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น การสำรวจพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสีจากนิวเคลียร์ ซึ่งหุ่นยนต์ดังกล่าวจะสามารถปีนบันได หรือกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางได้

ทั้งนี้ ยังต้องมีการพัฒนาในอีกหลายด้าน เช่น แบตเตอรี่ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญีปุ่น หรือ Tokyo 2020 ได้มีการวางแผนจะนำหุ่นยนต์รูปแบบต่างๆ มาใช้ในการจัดงาน และไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นหุ่นยนต์ Atlas ออกมาแสดงการเคลื่อนไหวแบบยิมนาสติกด้วยก็เป็นได้

ข้อมูลอ้างอิง : wired และ theverge

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

รู้จักหุ่นยนต์อสุจิที่ทำหน้าที่ส่งยาไปทั่วร่างกายของคุณ!

Published

on

นักวิทยาศาสตร์ในสหราชอาณาจักรได้ออกแบบหุ่นยนต์ว่ายน้ำที่ดีที่สุดโดยมีอสุจิของมนุษย์เป็นต้นแบบ

หัวเล็กๆ ของมันถูกสร้างจากแม่เหล็ก มันมีหางที่ยาวและมีความยืดหยุ่น ด้วยขนาดที่เล็ก และ การว่ายน้ำที่มีลักษณะเหมือนอสุจิของมนุษย์ จะต่างก็เพียง เจ้า Spermbot นี้จะถูกควบคุมด้วยกระแสแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ควบคุมโดยนักวิทยาศาสตร์ และแน่นอน มันไม่ทำให้คุณท้อง

อ้างอิงจากงานเขียนของ Feodor Ogrin อาจารย์ในมหาวิทยาลัย Exeter ประเทศอังกฤษ และผู้ร่วมเขียนงานการศึกษาฉบับใหม่ ที่ถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน ได้อธิบายการว่ายน้ำของ Robo-sperm ไว้ใน journal Physics of Fluids ว่า  robo-sperm มีแม่แบบที่มีประสิทธิภาพในการว่ายน้ำ เพื่อขนส่งยาไปทั่วร่างกายมนุษย์ และ ในอนาคตมันอาจเปลี่ยนแปลงวิธีการให้ยาไปอย่างสิ้นเชิง Orgin กล่าว

การออกแบบนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอสุจิ ซึ่งมันได้รับการทดสอบมาอย่างมากมายในงานวิจัยก่อนหน้านี้ Ogrin และทีมของเขาเชื่อว่าพวกเค้าจะสามารถสร้างเจ้า Robo-sperm นี้ได้ในราคาที่ไม่แพงนัก (เพราะอย่างน้อยหางของมันก็สามารถใช้เครื่องพิมพ์สามมิติสร้างได้) แถมมันยังมีอัตราส่วนที่เหมาะสมอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์ของ Exeter ได้สร้างต้นแบบของRobo-sperm ไว้มากมาย ตั้งแต่ตัวที่มีหางยาว 0.04 นิ้ว – 0.5 นิ้ว (ประมาน 1 – 12 มิลลิเมตร) พวกเขาทดสอบด้วยการให้ Robo-sperm ว่ายในของเหลวที่มีความหนืดในค่าต่างๆ และควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าในค่าที่ต่างกัน เช่นเดียวกับตัวอสุจิ หางที่คล้ายแส้ของมัน (Flagellum) จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้มันเคลื่อนที่ไปข้างหน้า จากการทดลองนี้พบว่าความยาวหางที่เหมาะสมที่สุดนั้นอยู่ที่ 0.5 นิ้ว (4 มิลลิเมตร)

ด้วยหางที่มีการเคลื่อนที่ที่สมบูรณ์แบบนี้ ทีมวิจัยได้ทำการทดสอบสมมุติฐานที่สองคือ ถ้า Robo-sperm ติดอยู่ตามที่แคบ เช่น หลอดเลือดแดง พวกมันจะสามารถใช้หาง สร้างแรงดันจากน้ำเพื่อให้มันหลุดออกมาจากที่ที่มันติดอยู่ได้หรือไม่  นักวิจัยได้ทำการจำลองช่องแคบบน petri dish และแน่นอนมันสามารถทำได้

นั่นเป็นข่าวดีสำหรับเจ้าหุ่นพวกนี้ ทีมนักวิจัยกล่าวว่าในอนาคต พวกมันจะต้องมีขนาดเล็กกว่านี้ เล็กพอที่จะว่ายเข้าไปในเส้นเลือดฝอยของมนุษย์ได้

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

แพทย์เรียกร้อง! กล่องดอกไม้ไฟควรได้รับการปรับปรุง โดยเพิ่มภาพอาการบาดเจ็บจากการเล่น

Published

on

แพทย์อาวุโสได้ออกมาเรียกร้องให้แสดงภาพการบาดเจ็บจากการเล่นดอกไม้ไฟขึ้นบนกล่องผลิตภัณฑ์

ศัลยแพทย์กล่าวว่าจำนวนผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุจากการเล่นดอกไม้ไฟสูงขึ้นทุกปี ถึงแม้จะมีการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุแล้วก็ตาม พวกเขาเชื่อว่าการนำรูปภาพอุบัติเหตุที่เกิดจากการเล่นดอกไม้ไฟแสดงบนกล่องบรรจุภัณฑ์จะช่วยป้องกันได้ โดยผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุส่วนมากอายุต่ำกว่า 18 ปี และเป็นผู้ชาย

การรณรงค์นี้นำโดยสมาคมศัลยแพทย์ และศัลยกรรมตกแต่งแห่งราชอาณาจักร (Bapras) ประธานองค์กร Bapras David Ward กล่าวว่า เรามีความกังวลเกี่ยวกับการเล่นดอกไม้ไฟ ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ถึงแม้ว่าดอกไม้ไฟจะดูสวย และดูสนุกสนาน แต่คนส่วนมากมักจะลืมไปว่ามันคือวัตถุระเบิดประเภทหนึ่ง ที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ทาง Bapras ได้ทำการเรียกร้องให้รัฐบาลทำการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ดอกไม้ไฟทั่วราชอาณาจักร ให้มีคำเตือน และรูปภาพความเสียหายที่อาจได้รับจากดอกไม้ไฟแสดงไว้บนบรรจุภัณฑ์ คล้ายกับการนำรูปผลกระทบจากการสูบบุหรี่ขึ้นเตือนบนซองบุหรี่

จากข้อมูลของ NHS Digital มีชาวอังกฤษกว่า 4,500 คน ได้รับบาดเจ็บจากดอกไม้ไฟ ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปี 2009 ศัลยแพทย์กล่าวว่าอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นจากการที่ดอกไม้ไฟระเบิดขณะที่พวกเขาถืออยู่ ไม่ก็โดนดอกไม้ไฟระเบิดใส่จากการที่อยู่ใกล้ๆ โดยรูปที่ถูกใช้ในการรณรงค์นี้เป็นรูปมือของชายวัย 25 ปี “เพื่อนของผมทำดอกไม้ไฟตกใส่เท้าผม และเมื่อผมกำลังจะหยิบมันออก มันก็ระเบิดใส่มือผม ผมต้องทำการผ่าตัดหลายครั้งเพื่อรักษาแผลนี้ เหตุการณ์ครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของผม มือผมไม่มือความรู้สึก และ ผมไม่สามารถเล่นกับลูกของผมได้” เขากล่าว

ดอกไม้ไฟส่วนมากจะถูกบรรจุในห่อที่มีสีสันสวยงามเหมือนของเล่นเด็ก และมีคำเตือนปรากฏอยู่ในกรอบเล็กๆเท่านั้น ตามกฏหมายแล้ว ผู้ที่จะซื้อดอกไม้ไฟได้ต้องมีอายุมากกว่า 18 ปี แต่สถิติผู้ได้รับบาดเจ็บจากดอกไม้ไฟส่วนมากอายุน้อยกว่า 18 ปี YouGov ได้ทำแบบสำรวจจากผู้ใหญ่ 2,020 คนในเรื่องการใส่รูปภาพอุบัติเหตุจากดอกไม้ไฟลงบนบรรจุภัณฑ์ในเดือนตุลาคมพบว่า 62% สนับสนุนแนวคิดนี้ ไม่เพียงเท่านั้น โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก Royal College of Surgeons และ British Society for Surgery of Hand อีกด้วย

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

อัตราการฆ่าตัวตายของเด็กญี่ปุ่น สูงสุดในรอบ 30 ปี!

Published

on

กระทรวงการศึกษาของประเทศญี่ปุ่นออกมาประกาศว่า อัตราการฆ่าตัวตายในวัยรุ่นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ในปีงบประมาน 2016/7 ถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถม จนถึงมัธยมศึกษาฆ่าตัวตายไปกว่า 250 ชีวิต โดยส่วนใหญ่เด็กที่ฆ่าตัวตายจะอยู่ในช่วงอายุ 18 ปี อัตรานี้เพิ่มสูงถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และเป็นอัตราที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 1986

โดยรายงานได้บอกถึงสาเหตุของการฆ่าตัวตายในเด็กไว้ว่าเป็นเรื่องปัญหาครอบครัว ความกังวลเรื่องอนาคต และการถูกรังแก
แต่ทางโรงเรียนได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังการฆ่าตัวตายว่า มีเด็กกว่า 140 รายที่ไม่สามารถรู้สาเหตุได้เพราะเด็กไม่ได้เขียนอะไรทิ้งไว้เลย เมื่อปี 2015 สำนักงานคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้ออกมารายงานถึงข้อมูลการฆ่าตัวตายในเด็กตั้งแต่ปี 1972-2013 ว่าเริ่มสูงขึ้นในวันที่ 1 กันยายน ช่วงเทอมสองของการเรียน อ้างอิงจาก WHO

ญี่ปุ่นเป็นอีก 1 ประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในปี 2015 แต่หลังจากที่มีมาตราการการป้องกันการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น อัตรานี้ก็ลดลง ตำรวจญี่ปุ่นบอกว่าอัตราการฆ่าตัวตายในปี 2017 อยู่ที่ 21,000 ราย ลดลงจากปี 2003 ที่มีอัตราอยู่ที่ 34,500 ราย อย่างไรก็ตามอัตราการฆ่าตัวตายของเด็กยังคงค่อนข้างสูง ทำให้เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในหมู่เยาวชน นาย Noriaki Kitazaki นายกรัฐมนตรีกระทรวงการศึกษากล่าวว่า จำนวนการฆ่าตัวตายในเด็กยังคงอยู่ในระดับที่สูง และนี่เป็นสัญญาณเตือนว่าเรื่องนี้ควรได้รับการแก้ไข

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!