Connect with us

ข่าววิทยาการ

ทำไมเราถึงมีอาการ Déjà Vu (เดจาวู) ?

Déjà Vu เป็นคำจำกัดความที่ใช้เรียกความรู้สึกเหมือนกับคุณเคยเจอเหตุการณ์นั้นๆมาก่อนหน้านี้ มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็มีโอกาสเจอ โดยส่วนมากแล้วปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในช่วงชีวิต โดยทั่วไปเฉลี่ย 1 ครั้ง/ปี และจำนวนครั้งจะลดลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าเดจาวูจะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป แต่การวิจัยในเรื่องนี้ค่อนข้างมีข้อจำกัดมาก สาเหตุของการเกิดเดจาวูในผู้ที่ไม่มีอาการทางจิตเภท หรือลมชักแล้วละก็ จะมีสาเหตุหลักๆอยู่ 4 อย่างคือ ความสนใจ, ความจำ, การประมวลผลแบบผสาน และ ระบบประสาท

1.ความสนใจ สาเหตุของอาการเดจาวูที่เกิดจากความสนใจนี้อธิบายไว้ว่า มันเกิดจากความสนใจแบบ ‘ตั้งใจ’ และ ‘ไม่ตั้งใจ’ ตัวอย่างเช่นเมื่อคุณกำลังจะไขกุญแจประตูแต่ทันใดนั้นคุณก็ถูกเสียงรบกวน เพียงแค่ชั่วขณะที่คุณใจลอยเมื่อคุณกลับมาสนใจกับการไขกุญแจอีกครั้งหนึ่ง ภาพของการไขกุญแจก่อนหน้านี้จะถูกทำให้เหมือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต โดยสิ่งที่เข้ามารบกวนการรับรู้ของคุณอาจจะเป็นเสียงรอบข้าง หรือแม้กระทั่งการกะพริบตาเพียงครั้งเดียวก็ได้

2.ความจำ ในแต่ละวันเราได้รับข้อมูลมากมายแต่ไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมดที่เราสามารถจำได้ บางสิ่งที่ได้รับรู้เข้ามาใหม่อาจมีรายละเอียดคล้ายๆ กับสิ่งที่เราเคยเห็นแต่เราไม่สามารถจำรายละเอียดในตอนนั้นได้ทั้งหมด หลักฐานของหลักการนี้คือการที่ผู้คนไม่ใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ ในข้อมูลทั้งหมด การประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาใหม่ในภายหลังจึงทำให้เกิดความคุ้นเคยและเกิดเดจาวูได้เป็นครั้งคราว

3.การประมวลผลแบบประสาน ว่าง่ายๆคือระบบการประมวลผลของ ‘การรับรู้’ และ’ความจำ’ ทำงานไม่สัมพันธ์กันชั่วขณะนั่นเอง

4.ระบบประสาท สำหรับสาเหตุนี้เดจาวูจะเกิดจากการที่เกิดการชักเล็กน้อยในสมองส่วน Temporal lobe ในคนที่ไม่มีอาการลมชัก หรือเป็นอาการที่การส่งกระแสประสาทระหว่าง หู ตา หรืออวัยวะรับสัมผัสอื่นๆล่าช้า ทำให้ระบบประมวลผลในสมองส่วนกลางช้าไปด้วย

ทั้ง 4 สาเหตุนี้ การประมวลผลแบบผสาน เป็นสาเหตุที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เพราะ มีทฤษฎีมากมายที่อธิบายการเกิด แต่สาเหตุนี้ไม่สามาถพิสูจน์ได้ในแลป เช่นเดียวกันกับการอธิบายทางระบบประสาท ที่มีคำอธิบายที่น่าสนใจและดูเป็นเหตุเป็นผล แต่เราก็ยังคงขาดเครื่องมือที่จะมาพิสูจน์ทฤษฎีเหล่านั้น ดังนั้นแนวคิดทั้งสองข้อนี้จึงไม่ค่อยมีความหมายต่อนักวิจัย แต่สาเหตุในเรื่องของความจำ และ การให้ความสนใจ ที่สามารถพิสูจน์ให้เห็น และทดลองได้จึงดูเป็นสาเหตุที่ได้รับการสนับสนุนจากนักวิจัยมากกว่า

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

NASA ใกล้คลอดระบบควบคุมการจราจรโดรนสำหรับการบินในเมืองต่าง ๆ แล้ว!

Published

on

NASA ร่วมกับ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) เตรียมนำระบบการจัดการจราจรโดรนเข้าสู่การทดสอบขั้นสุดท้าย ที่ Nevada และ Texas ก่อนที่จะเริ่มใช้งานจริง

ทั้งสององค์กรจับมือกัน ดำเนินการพัฒนาการจัดระเบียบการจราจรอากาศยานแบบไร้คนขับ (UTM) ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อค้นหาวิธีการบินโดรนอย่างปลอดภัยในเมืองซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดสอบสุดท้าย ทั้งนี้การทดสอบได้รับความร่วมมือจาก สถาบัน Nevada สำหรับระบบปกครองตนเองใน Las Vegas และศูนย์ LAS Star UAS เพื่อสาธิตวิธีการทางเทคนิคขั้นสุดท้ายนี้ เที่ยวบินทดสอบขั้นสุดท้ายของโครงการจะมีขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน ภายในและรอบ ๆ ตัวเมือง Reno รวมถึงในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมในเมือง Corpus Christi อีกด้วย

ทั้ง NASA และ FAA วางแผนที่จะแสดงเทคโนโลยีที่ช่วยประสาน ตรวจจับ และหลีกเลี่ยง รวมถึงการลงจอดอย่างปลอดภัย เพื่อให้ผู้บินโดรนใช้งานโดรนของพวกเขาได้อย่างปลอดภัยที่สุด ในพื้นที่ที่มีประชากรอยู่เป็นจำนวนมาก

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

FDA เตือนกระแสฉีดเลือดเด็กเข้าเส้นเลือดไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณ!

Published

on

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ออกมาเตือนผู้บริโภคอย่างเป็นทางการในการใช้เลือดเด็กในการช่วยฟื้นฟูสุขภาพของพวกเขา หลังจากที่มีคนคิดว่าวิธีนี้สามารถชะลอความแก่ชราได้

กลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อสถานประกอบการในหลายรัฐ ฉีดพลาสม่าจากผู้บริจาคที่มีอายุน้อย ให้แก่ผู้รับบริจาคที่ต้องการ พวกเขาอ้างว่าการกระทำเช่นนี้สามารถชะลอความแก่ชรา ช่วยรักษาโรคพาร์กินสัน เส้นเลือดในสมองตีบ สมองเสื่อม สภาวะป่วยทางจิต และอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และสำหรับหลายที่ก็มีการคิดเงินหลายพันดอลลาร์ในการฉีดเลือดเหล่านี้ให้แก่ผู้ที่ต้องการ

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว องค์การอาหารและยาได้จัดการแถลงข่าวถึงความกังวลทางด้านสุขภาพที่ประชาชนอาจได้รับ เกี่ยวกับการฉีดเลือดเข้าเส้นเลือดและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่พวกเขาอาจได้รับ

ถึงแม้การเปลี่ยนถ่ายพลาสม่าอาจสามารถช่วยชีวิตคนได้ในบางกรณี แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่แน่ชัดว่าการฉีดเลือดของเด็กเข้าเส้นเลือดจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

สถาบันเทคโนโลยี MIT พัฒนาระบบเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจับสิ่งของกับหุ่นยนต์โดยใช้คลื่นวิทยุ!

Published

on

นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประเทศอังกฤษ ได้พัฒนาระบบใหม่ให้กับหุ่นยนต์และแขนกล เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยิบจับสิ่งของมากยิ่งขึ้น โดยเรียกเทคโนโลยีใหม่นี้ว่า Turbo Track

Turbo Track นี้คือ RFID หรือเทคโนโลยีหนึ่งที่ใช้ในการระบุสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยคลื่นวิทยุ แท็ก RFID จะถูกนำไปติดกับเป้าหมาย ทำให้หุ่นสามารถจับสัญญาณได้แม่นยำว่าเป้าหมายอยู่ตำแหน่งไหน ระบบนี้สามารถแทนที่การมองเห็นของคอมพิวเตอร์ซึ่งมักถูกจำกัด ด้วยสิ่งที่อยู่ในระยะมองเห็น และอาจสูญเสียการติดตามวัตถุในสถานการณ์ที่วุ่นวายและเมื่อวัตถุเคลื่อนไหวเร็ว แต่ RFID สามารถระบุตำแหน่งของเป้าหมายผ่านกำแพงหรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ได้ นักวิจัยหุ่นยนต์กล่าวว่า มันสามารถค้นหาเป้าหมายเจอภายใน 7.5 มิลลิวินาที โดยมีระยะการจับคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 1 เซนติเมตร

เนื่องจากความแม่นยำและความผิดพลาดที่น้อยมากจากการใช้ Turbo Track มันจึงมีศักยภาพมากในการนำมาผลิตหุ่นยนต์และ แขนกลต่าง ๆ เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้มันยังช่วยกำหนดรูปแบบการบินโดรน รวมถึงการส่งของที่แม่นยำ และที่สำคัญเทคโนโลยี RIFD นี้ราคาไม่แพง มันจึงเหมาะที่จะถูกนำมาปรับใช้กับหลาย ๆ สถานการณ์

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!