Connect with us

ข่าววิทยาการ

วิธีการใหม่ในการตรวจมะเร็ง ภายใน 10 นาที!

นักวิจัยได้ทำการศึกษา DNA ของเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็ง พวกเขาพบว่าเซลล์มะเร็งนั้นมีลักษณะโครงสร้าง DNA คล้ายกับทอง! และลักษณะนี้ปรากฏในเซลล์มะเร็งทุกเซลล์ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดใดก็ตาม เมื่อรู้อย่างนี้ นักวิจัยจึงได้ออกแบบการทดลอง โดยการใช้อนุภาคทองระดับนาโนในการตรวจหาเซลล์มะเร็ง หากพบเซลล์มะเร็งมันจะเปลี่ยนสี มันเป็นวิธีการตรวจที่ง่ายและรวดเร็วมาก เพราะการตรวจนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ศาสตราจารย์อาวุโส Matt Trau ของมหาวิทยาลัย Queensland กล่าว

งานวิจัยชิ้นนี้ได้ให้ความสนใจไปที่ “epigenome” สารเคมีที่ทำหน้าที่ในการ ‘เปิด’ หรือ ‘ปิด’ ยีนโดยไม่ได้รบกวนการเรียงลำดับของยีน มันจะส่งผลต่อการอ่านรหัสพันธุกรรมเท่านั้น ยกตัวอย่างการทำงานของ epigenome ใน DNA methylation ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโมเลกุล DNA เจ้า epigenome จะเข้าไปปรับเพื่อไม่ให้ยีนบางตัวแสดงลักษณะออกมาทำให้การจัดเรียงตัวของ DNA methylation

ก่อนหน้านี้ก็มีงานวิจัยที่บอกว่าเซลล์มะเร็งมี DNA methylation ต่างจากเซลล์ปกติ ดังนั้น methylscape (การจัดเรียงตัวของกลุ่ม Methyl) จึงเป็นตัวบ่งชี้ว่านั่นคือเซลล์มะเร็ง

นักวิจัยจึงให้ความสนใจไปที่ methylscape ในมะเร็งและพบว่า มันทำให้ DNA เกิดการแตกหัก และเมื่อจำลองโครงสร้างนาโนออกมาเป็นแบบ 3 มิติแล้ว มันมีโครงสร้างคล้ายกับทอง ซึ่งต่างจาก DNA ปกติ ดังนั้นนักวิจัยจึงได้พัฒนาวิธีตรวจที่ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการตรวจ DNA ของมะเร็งในการยึดติดกับทองคำ ในการทดสอบเราสามารถใช้ DNA จากเลือดได้เลย และในการทดลองในตัวอย่าง 200 คน พบว่ามันได้ผลถึง 90%

ถึงแม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงปริมาณ DNA มะเร็งที่จำเป็นต้องใช้ในการตรวจเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน และยังไม่สามารถระบุชนิดมะเร็งได้ แต่นักวิจัยก็คาดหวังว่า ในอนาคตนักวิจัยจะสามารถพัฒนาวิธีการตรวจนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

ไม่เพียงแค่ระบบหายใจเท่านั้น! PM 2.5 ทำร้ายระบบสืบพันธุ์ และโลหิตด้วย!

Published

on

อย่างที่เรารู้กันดีว่าในขณะนี้หลายจังหวัดในประเทศไทย กำลังประสบปัญหามลภาวะทางอากาศ หรือที่คุ้นหูกันว่า PM 2.5 ซึ่งหลายคนไม่รู้ว่าประเทศไทยประสบปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศมาตั้งแต่ปี 2549 แล้ว และก็มีค่าฝุ่นละอองในแต่ละ 1 วันสูงเกินค่ามาตรฐานอีกด้วย

ก่อนหน้านี้เราได้รู้กันแล้วว่า PM 2.5 คืออะไร มันเกิดมาได้อย่างไร และหน้ากากแบบไหนที่ควรจะเลือกสวมใส่ในช่วงนี้ ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้าฝุ่นขนานเล็กนี้กัน ว่ามันจะส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพของเรา

PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน นั่นหมายความว่า มันเป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก มากจนสามารถผ่านระบบกรองของร่างกายเราเข้าไปได้อย่างง่ายดาย (ฝุ่นนี่มีขนาดเล็กเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของเม็ดเลือดด้วยซ้ำ) และเนื่องจากฝุ่นประเภทนี้เกิดจากแหล่งกำเนิดเฉพาะ นั่นคือการเผาไหม้ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และการรวมกันของก๊าซ และมลภาวะอื่นๆในชั้นบรรยากาศ ทำให้มันเป็นสารก่อมะเร็งอันดับต้นๆ มีรายงานและงานวิจัยจำนวนมากบอกกับเราว่า มลภาวะทางอากาศทำให้ประชากรเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และในจำนวนนี้เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบกว่า 600,000 คน นอกจากนี้มลพิษยังทำให้ปัญหาสุขภาพที่มีอยู่แย่ลงได้ และส่งผลต่อระบบต่างๆในร่างกาย เช่น

ระบบทางเดินหายใจ : แน่นอนว่าอวัยวะที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนก๊าซอย่างปอดต้องได้รับผลกระทบเต็มๆ จึงอาจทำให้เป็นโรคหอบหืด โรค COPD และ มะเร็งปอดได้

ระบบหมุนเวียนโลหิต : เนื่องจากมันมีขนาดที่เล็กมาก มันจึงสามารถผ่านปอดเข้ามาสู่กระแสเลือดได้ และเมื่อเลือดหมุนเวียนในร่างกายนั่นหมายความว่าฝุ่นเหล่านี้อาจเข้าไปตกตะกอนในร่างกายของเรา ทำให้เกิดโรคต่างๆเช่น ความดันโลหิตสูง และยังมีงานวิจัยที่แสดงให้เราเห็นว่า ฝุ่นละอองที่ร่างกายได้รับ มีผลกับความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และทำให้เกิดอาการรุนแรงเฉียบพลันกับกล้ามเนื้อหัวใจได้

ระบบสืบพันธุ์ : งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้เขียนไว้ว่า การสูดเอาฝุ่นเข้าไปในร่างกาย ในปริมาณมากจะทำให้ความสามารถในการสร้างอสุจิลดลง และ มีผลต่อการตั้งครรภ์ กล่าวคือ มันอาจทำให้น้ำหนักตัวทารกน้อย คลอดก่อนกำหนด ความเสี่ยงในการแท้ง และทารกเสียชีวิตเพิ่มสูงมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้นกลุ่ม เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่นเหล่านี้มากกว่าคนอื่น แต่ถึงแม้ว่าจะมีข่าวมากมายออกมาเตือนถึงเรื่องผลกระทบจากมลภาวะนี้ผู้คนส่วนมาก ก็ยังไม่สนใจกับผลกระทบที่ว่านี้สักเท่าไหร่สังเกตได้จากคนจำนวนมากที่ยังคงไม่ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น

ดังนั้นเราก็ควรที่จะดูแลสุขภาพป้องกันตัวเอง ด้วยการใส่หน้ากาก N 95 เพื่อการป้องกันฝุ่น PM 2.5 ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในระหว่างที่ทุกภาคส่วนกำลังร่วมมือกันแก้ปัญหานี้กันเถอะ

อ้างอิง

อ้างอิง

อ้างอิง

อ้างอิง

อ้างอิง

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

สื่อจีนรายงาน! เด็ก 1 ขวบเป็นนิ่วจากการได้รับแคลเซียมมากเกินไป

Published

on

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ในมณฑลกว่างโจว สื่อจีนได้รายงานว่า พบก้อนนิ่วจำนวน 9 ก้อน ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 2 เซนติเมตร ในทางเดินปัสสาวะของเด็กหญิงอายุ 1 ปี 10 เดือน

จากการตรวจด้วยคลื่น Supersonic พบว่าไตและท่อไตของเด็กคนนี้เต็มไปด้วยนิ่ว และก้อนนิ่วจำนวนมาก นิ่วเหล่านั้นอุดกั้นทางเดินปัสสาวะทำให้ไต และท่อไตทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ส่งผลให้เธอมีอาการปวดท้อง และปัสสาวะเป็นเลือด ภายหลังแพทย์ทราบว่า แม่ของเธอกังวลว่าในอนาคตลูกจะไม่สูงเหมือนเด็กคนอื่นๆ เพราะเป็นเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เธอจึงตัวเล็กกว่าเด็กที่อายุเท่าๆกัน แม่จึงนำอาหารเสริมแคลเซียมมาบดผสมกับนมผงชงให้เธอดื่มตั้งแต่เธออายุ 10 วัน จนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้สื่อยังบอกอีกว่า เมื่อตอนที่เด็กอายุ 10 เดือน ฟันของเด็กยังขึ้นไม่เต็มที่ แม่ของเด็กยิ่งกังวลมากกว่าเดิมว่าเด็กจะเป็นโรคขาดสารอาหารจากการขาดแคลเซียม เธอจึงซื้อน้ำมันตับปลาและอาหารเพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของแคลเซียมมาป้อนให้เด็ก จากการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้องนี้เองเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กมีก้อนนิ่ว ซึ่งภายหลังการเข้ารับการผ่าตัดเด็กหญิงคนนี้ก็อาการดีขึ้น จนสามารถกลับบ้านได้

จากกรณีดังกล่าวแพทย์จึงออกมาเตือนพ่อแม่ของเด็กๆว่า ให้หลีกเลี่ยงการเติมสารอาหารใดๆให้เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือนดื่ม นมแม่ และนมผงเด็กสูตรดั้งเดิมเป็นอาหารที่เหมาะสมกับเด็กอยู่แล้ว

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

‘โรคไม่ได้ยินเสียงผู้ชาย’ โรคประหลาดสุดหายากที่เกิดขึ้นกับหญิงชาวจีน!

Published

on

อาการป่วยนี้เกิดขึ้นกับหญิงชาวจีนนามสกุล Chen เมื่อเช้าวันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมาพบว่า เธอไม่สามารถได้ยินเสียงแฟนหนุ่มของเธอ!

เมื่อวันที่ 10 มกราคม นาง Chen มาโรงพยาบาลด้วยอาการสูญเสียการได้ยินเสียงผู้ชาย เธอเล่าเหตุการณ์ให้แพทย์หญิง ดร.Lin Xiaoqing ฟังว่า คืนก่อนที่เธอจะมีอาการดังกล่าว เธอได้ยินเสียงจี๊ดในหู ร่วมกับมีอาการอาเจียนและในเช้าวันต่อมาเธอก็ไม่ได้ยินเสียงของแฟนของเธอ นอกจากนี้ในระหว่างที่เธอทำการพูดคุยกับแพทย์หญิง เธอก็ไม่ได้ยินเสียงของผู้ป่วยชายคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ดร.Xiaoqing ได้วินิจฉัยว่าเธอมีอาการ Reverse-slope hearing loss (RSHL) หรือ กลุ่มอาการที่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการได้ยินคลื่นเสียงความถี่ต่ำ อย่างเช่น เสียงผู้ชายเป็นต้น อาการที่ Chen เป็น ถือเป็นอาการหายาก ในผู้ป่วยที่มีปัญหาทางการได้ยิน 12,000 คน จะพบผู้ป่วยที่มีอาการนี้เพียงแค่ 1 คนเท่านั้น

ปกติแล้วคนเราจะสามารถตรวจจับคลื่นเสียงได้ผ่านการสั่นสะเทือนของขนเส้นเล็ก ๆ ในหู ขนเหล่านี้จะสามารถจับคลื่นความถี่สูงได้ดีกว่าคลื่นความถี่ต่ำ ดังนั้นเมื่อเราอายุมากขึ้น (หรือตามพันธุกรรม อุบัติเหตุ หรือการใช้ยา) ก็จะส่งผลต่อการได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงได้เป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่ในกรณีของ Chen ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการสูญเสียการได้ยินเสียงจากคลื่นความถี่ต่ำเกิดจากกระดูก Cochlea (กระดูกอ่อนรูปก้นหอยที่อยู่ในหูชั้นใน) ที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหา หลอดเลือด อุบัติเหตุ หรือโรคแพ้ภูมิตนเอง ซึ่งหากเกิดจากโรคแพ้ภูมิตนเองมันจะส่งผลต่อการทรงตัว ทำให้เกิดอาการอาเจียน ซึ่งตรงกับอาการของ Chen พอดี ส่วนวิธีการรักษานั้นสามารถทำได้โดยการฉีดสเตียรอยด์ในปริมาณสูง หรือในบางกรณีก็สามารถหายได้เอง ดร. Jackie Clark กล่าว

แต่ก็เป็นโชคดีของ Chen ที่มาพบแพทย์ภายใน 48 ชม. ทำให้อาการของเธอสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ แพทย์ของเธอได้ออกมาบอกว่า เพราะเธอมีความเครียดสูงและพักผ่อนน้อย ทำให้เธอมีอาการดังกล่าวและมันจะดีขึ้นในไม่ช้า

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!